กระแสวังวนเริ่มหมุนด้วยความเร็วสูงพร้อมกับปลดปล่อยสายฟ้าลงมาอย่างกะทันหัน การโจมตีแรกที่พุ่งไปยัง ซวนหยวนชิงเทียน เรียกได้ว่าะเืไปทั้งแผ่นดิน
การลงทัณฑ์จาก์!!
สายฟ้าที่สอง
สายฟ้าที่สาม
เกือบจะในเวลาเดียวกัน ซวนหยวนชิงเทียน พลันกระทืบเท้าเบา ๆ พร้อมกับที่ร่างของนางพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้านับห้าสิบจั้งในคราวเดียว
เมื่อสายฟ้าอยู่ห่างจากเหนือศีรษะนางไม่ไกลแล้ว ซวนหยวนชิงเทียนก็ปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาจากทั้งสองมือและโบกไปข้างหน้า
บูมมมมม!!
ระลอกคลื่นกวาดไปโดยรอบจนไม่สามารถหายใจได้ชั่วขณะ
ในชั่วพริบตาซวนหยวนชิงเทียนที่อยู่บนอากาศก็หายไป
ทันใดนั้นปราณสีทองที่โผล่มาจากความว่างเปล่าก็พุ่งไปยังสายฟ้าเส้นแรกที่มาจากทัณฑ์์
ทั้งสองก็ปะทะกันอีกครั้ง
สายฟ้าสายแรกถูกสะบั้นในพริบตา
สายฟ้าสายที่สอง ใช้เวลาสามลมหายใจเพื่อทำลายมัน
และสุดท้ายสายฟ้าสายที่สาม ใช้เวลาถึงหนึ่งเค่อ (15นาที) ถึงจะทำลายมันได้
จากนั้นปราณสีทองที่ซวนหยวนชิงเทียนปลดปล่อยออกมาก็แหลกสลาย
ในเวลานี้นางได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าที่ซีดจางและมีคราบเืที่มุมปาก
อย่างไรก็ตามกระแสวังวนขนาดใหญ่ไม่ได้จางหายไป และมันก็เริ่มหมุนวนโคจรเพื่อเรียกสายฟ้าอีกครั้ง ซ้ำร้ายคราวนี้กลิ่นอายของมันยังเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
นางได้แต่เหลือบไปยังกระแสวังวน้า “เฮอะ ดูถูกข้าเกินไปหรือเปล่า เหตุใดไม่ปล่อยทัณฑ์สายฟ้าทั้งเก้าลงมาเลยเล่า ถึงจะน่าเสียดายที่ข้ายังฟื้นพลังไม่เต็มที่ก็ตาม ถึงกระนั้นแม่ก็จะสะบั้นให้หมดภายในกระบี่เดียวเลยคอยดู”
ซวนหยวนชิงเทียน ถอนหายใจด้วยความเศร้า “ตอนนี้พลังของข้าใกล้หมดแล้ว การโจมตีที่รุนแรงที่สุดก็ถูกใช้ออกไปแล้ว เห็นทีคงต้านการโจมตีระลอกต่อไปไม่ไหว”
“ซวนหยวนชิงเทียน ผู้นี้จะต้องตายในวันนี้อย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ ข้าจะตายมิได้ ข้ายังมิได้ชำระความแค้น ข้ายังต้องถามยัยสารเลวนั่นว่าเหตุใดจึงทรยศข้า ข้าจะตายมิได้...”
นางพึมพำกับตนเองขณะเหลือบมองออกไป “เ้านิกาย ดูเหมือนว่าข้าจะไม่สามารถตอบแทนบุญคุณของท่านได้แล้ว”
ซวนหยวนชิงเทียนรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงของทัณฑ์์เป็อย่างดี มันไม่เพียงแต่จะมีพลังทำลายล้างสูง แต่ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อถูกสังหารโดยทัณฑ์์ จิติญญาทั้งหมดจะถูกทำลาย แม้แต่โอกาสในการกลับชาติมาเกิดก็จะหายไปพร้อมกับการโจมตีครั้งสุดท้าย
ขณะนั้นกระแสวังวนได้หยุดหมุน
ซวนหยวนชิงเทียนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับดวงตาอันแน่วแน่ “ในที่สุดการโจมตีสุดท้ายก็มาแล้วสินะ”
หึ้ม!!!
หึ้มมมม!!!
หึ้มมมมมมม!!
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นสามครั้งทำให้โลกสั่นะเื จากนั้นสายฟ้าสีทองสามสายอันน่าสะพรึงก็พุ่งทะยานลงมา
มันเหมือนกับัสีทองที่ทะยานลงมาจากฟากฟ้าราวกับมีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ ฉีกกระชากร่างกายของสตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้เสีย!
ซวนหยวนชิงเทียนที่เวลานี้ได้รับาเ็กระทั่งหยุดการกระอักเืออกมาไม่ได้ เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีนี้ลมหายใจจึงเริ่มรวยริน ร่างกายที่ยืนหยัดไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้พลันล้มลงกับพื้น
มาแล้ว
ใกล้เข้ามาแล้ว
เมื่อเห็นว่าสายฟ้าทั้งสามสายพุ่งทะยานลงมา...
ในขณะที่โลกสว่างไสวด้วยสายฟ้าก็พลันมืดสลัวลง
เวลาเดียวกันคลื่นแห่งความเฉียบคมอันน่าขนลุกซึ่งอธิบายไม่ได้ก็แผ่ขยายไปทั่วอาณาบริเวณ
โลกทั้งใบราวกับถูกรวมผสาน
ัสายฟ้าทั้งสามชะงักค้างอยู่บนอากาศ
‘ชิ้งงง’
ขณะนั้นเองเสียงกระบี่อันคมชัดดังก้องกังวานไปทั่ว
“กล้ารังแกผู้าุโของนิกายเทพกระบี่ของข้าอย่างนั้นรึ?”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นตามหลังเสียงกระบี่ที่ดังก้อง
ก่อนที่เขาจะพูดจบท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็สว่างไสวด้วยดวงอาทิตย์สีทองอร่าม ตามมาด้วยแสงสีทองที่ปกคลุมท้องฟ้าขจัดสายฟ้าทั้งปวง
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกหยุดนิ่ง
ทันใดนั้นดวงจันทร์เต็มใบก็ได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ดวงดาวสีทองนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายนับอนันต์ ูเา แม่น้ำ ต้นไม้ สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนพลันปรากฏ
ซวนหยวนชิงเทียนถึงกับชะงักงันไปในทันที
ดวงตาสีแดงเบิกกว้าง นางจ้องมองไปยังบนท้องฟ้าด้วยความสับสน
“ปะ...เป็ไปได้อย่างไร?”
บริเวณพื้นด้านล่าง เหล่าศิษย์ฝึกหัดต่างก็จ้องมองไปยังเบื้องบนด้วยความตกตะลึง
เพราะว่าในเวลานี้กระบี่ั์สีทองที่มีความยาวขนาดสี่สิบจั้งได้ตั้งตระหง่านอยู่กลางอากาศ
ซวนหยวนชิงเทียน เย่จิงอวิ๋น เย่เสวียน ทั้งสามต่างหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก
และในไม่ช้าฉากที่น่าตื่นตาก็ปรากฏ
ปราณกระบี่ั์สีทองนี้ได้กวาดผ่านสายฟ้าทั้งสาม เสมือนเส้นผมที่ถูกตัดด้วยกระบี่อันแหลมคม ถูกต้อง เวลานี้ทัณฑ์์ถูกทำลายลงด้วยกระบี่เดียว!!
ทั้งสามที่จ้องมองเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงถึงกับทรุดหนัก
“นะ...นี่มันกระบี่อะไรกัน แค่ปราณกระบี่กลับสะบั้นทัณฑ์์จนมลายสิ้น...”
“ท่านเ้านิกายหาใช่มนุษย์แล้ว!!”
“นั่นมันสายฟ้าทัณฑ์์เชียวนะ มันทรงพลังขนาดกระทั่งยอดฝีมือเก้าส่วนที่เตรียมทั้งอาวุธและอุปกรณ์ในการป้องกันต่างๆ นานา โดยหวังว่าจะรอด แต่ก็หนีไม่พ้นจุดจบการดับสูญ!!”
พวกเขารู้ว่าเป็ฝีมือใคร เนื่องจากได้ยินเสียงของหลินเฟิงดังก้องเต็มสองรูหู
ซวนหยวนชิงเทียนที่กำจัดทัณฑ์สายฟ้าทั้งหกได้ก็น่าใพอแล้ว
แต่เ้านิกายของพวกเขาเพียงแค่กระบี่เดียวกลับสะบั้นทัณฑ์สายฟ้าระลอกสุดท้ายที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าการโจมตีหกสายฟ้าแรกอย่างเทียบไม่ติดได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าเหนือความเข้าใจของพวกเขาโดยสมบูรณ์ ทำให้พวกเขาเห็นพ้องต้องกันโดยสมบูรณ์ “ท่านเ้านิกายมิใช่มนุษย์ แต่เป็เทพเ้า!!”
สำหรับซวนหยวนชิงเทียน แม้ว่านางจะใ แต่ความรู้สึกสับสนและแปลกใจกลับมากยิ่งกว่า
พริบตานั้นเอง เสียงอันสง่างามพลันดังขึ้น “เก้ารูปแบบหายนะ กระบวนท่าที่หนึ่ง ฟ้าคนรวมเป็หนึ่ง!!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ปราณกระบี่ั์สีทองได้เปล่งแสงออกมาพร้อมกับฉากที่น่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ด้านหนึ่งดวงอาทิตย์ ด้านหนึ่งดวงจันทร์ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แม่น้ำ ต้นไม้ ูเา เริ่มปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา
จากนั้น...
กระบี่ั์สีทองได้มลายหายไปในอากาศ
ราวกับกระบี่นี้จะผสานเข้ากับโลกรวมเป็หนึ่ง เหลือเพียงดาวหางสีทองที่พุ่งเข้าหากระแสวังวนในอากาศเท่านั้น
ไม่ว่าดาวหางสีทองนี้จะกวาดไปยังทิศทางใด ทิศทางนั้นจะหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า
เย่จิงอวิ๋น และ เย่เสวียน ต่างพากันกลั้นหายใจ ความเฉียบคมอันน่าสะพรึงที่ทั้งสองััได้นั้นทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งค้าง และทำได้เพียงกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวขณะที่จ้องมองมันพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางกระแสวังวน
พุ่งทะยานเข้าไป
แหวกเข้าไป
สะบั้นจนหมดสิ้น
แม้ว่าพวกเขาจะจ้องเหตุการณ์เบื้องหน้าโดยไม่กะพริบตา แต่พวกเขากลับมองไม่เห็นวิถีของกระบี่เลยแม้แต่น้อย
มีพลังปราณอันหนาแน่นก่อตัวแต่กลับไร้สุ้มเสียง ไร้ซึ่งระลอกคลื่น ไร้ซึ่งััจับต้อง มีเพียงความงดงามที่เสมือนดั่งดาวหางสีทองพุ่งลอยออกไปอย่างเงียบเฉียบ เข้าหากระแสวังวนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามกระแสวังวนที่สุดแสนจะอันตรายกลับถูกทะลวงราวกับกระดาษบาง ๆ ที่ถูกฉีกกระชากภายใต้กระบี่เดียว
ครู่ต่อมา
ฉากที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าสิ่งใดเปรียบก็บังเกิดขึ้น...