ตอนที่ 4 จักรพรรดิที่ยังมีชีวิต
หลังจากที่คุณครูต้องการจะรับเด็กๆทั้ง6คนเป็นลูกศิษย์ พวกเด็กๆก็ได้หันมาสบตากัน เหมือนอยากจะปรึกษาอะไรกันสักหน่อยพวกเด็กๆทั้ง6คนจึงสุมหัวกัน เพื่อสอบถามความคิดเห็นของแต่ละคน "นี่พวกเจ้าคิดว่ายังไงกับการเป็นลูกศิษย์ของท่าน"ชูที่เป็นผู้รอบรู้หลายๆอย่าง จึงตอบกลับมาว่า "ข้าจะบอกความจริงให้ว่า แท้จริงแล้วคุณครูคนนี้ มีอีกชื่อหนึ่ง ที่ทางโรงเรียนให้ความเคารพถึงที่สุด คุณครูทุกท่านต่างเรียกเขาว่า อาจารย์ใหญ่!!! แล้วนี่ยังไม่รวมถึงฉายาที่เขาได้รับมาจากการเดินทางของเขาอีกกว่า10ฉายา ซึ่งเขาก็นับว่าเป็นคนใหญ่คนโตของประเทศเราเลยก็ว่าได้..."ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเงียบสงบ ถึงขั้นที่ได้ยินเสียงใบไม้ตกกระทบลงมายังพื้นดิน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้นจนกระทั่ง เสียงของ อิฟริท ดังขึ้นมา "เรื่องนี้ข้าก็พอจะรู้มาบ้างเหมือนกันเกี่ยวกับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ แต่ข้าขอผ่านเรื่องการเป็นลูกศิษย์ของใครก็แล้วกัน"ชู ก็ได้กล่าวเช่นกัน "ข้าก็เช่นกัน ยังไงข้าก็ขอผ่าน ส่วนพวกเจ้าที่เหลือ ข้าว่าพวกเจ้าควรจะไปเป็นลูกศิษย์ของเขาดีกว่านะ เพราะถึงยังไง ในภายภาคหน้า เขาสามารถช่วยเหลือพวกเจ้าได้อย่างแน่นอน"ได และ จอมมัล ไม่มีความตื่นเต้นอยู่เลย เพียงแค่ไหลไปตามน้ำเท่านั้น จริงๆแล้วทั้งสองคนอาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้ที่อาจารย์ใหญ่เป็นคนที่สุดยอดขนาดไหนจากลักษณะภายนอกส่วน สมิง กับ พยัคฆ์ นั้น ยังตื่นเต้นไม่หาย พวกเขาแทบจะดีใจกระโดดโล้ดเต้น เพราะบุคคลที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจะมาเลือกพวกเขาเป็นศิษย์ นี่มันโอกาสที่แทบจะไม่น่าจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าพวกเขากำลังฝันหวานอยู่อย่างไรอย่างนั้นสมิงและพยัคฆ์ หันกลับไปทางอาจารย์ใหญ่ แล้วตอบตกลงในทันทีเมื่ออาจารย์ใหญ่เห็นว่ามีแค่2คนเท่านั้นที่ยอมเป็นลูกศิษย์ของเขา เขายิ่งสงสัยหนักขึ้นไปอีก เพราะว่าชื่อเสียงของเขาเลื่องลือเป็นอย่างมาก มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ต้องปฏิเสธเขากัน แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้ถามออกไป เพียงแค่สังเกตคนอื่นๆแบบผ่านๆแต่แล้วดวงตาของเขาก็ต้องกระตุก เมื่อเขามองไปทาง ชู และ อิฟริท เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยด้วยซ้ำ'ถ้าจำไม่ผิด จากประสบการณ์ที่ข้าเคยเดินทางรอบโลกมาแล้วกว่าหลายร้อยรอบ สองคนนี้ไม่ผิดแน่ว่าจะเป็น.... เฮ้อ~ ข้าหล่ะไม่อยากจะนึกเลย ถ้าเกิดทั้งสองคนนี้เกิดมีปัญหาขึ้นมา ประเทศนี้จะจบลงเช่นไร' อาจารย์ใหญ่ได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แต่ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกาลและเวลา ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ อาจารย์ใหญ่จึงไม่ได้คิดอะไรอีก และเริ่มการสนทนาต่อเลย"เอาหล่ะ พวกเจ้าทั้ง6คน ข้าจะเล่าเรื่องของโลกใบนี้ให้ฟังเป็นการตอบแทนที่ผ่านบททดสอบของข้า ข้าเชื่อว่ามีบางคนที่พอจะรู้อยู่แล้ว และมีบางคนที่ยังไม่รู้อะไรเลยก็มี""ในปัจจุบันโลกของเรานั้นมีประชากรทั้งหมดกว่าหนึ่งหมื่นล้านคน แต่ยังไม่รวมพวกที่ซ่อนตัวอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนแต่ละเมืองนั้นจะขึ้นตรงแต่ละประเทศ และแต่ละประเทศจะถูกคุ้มมครองโดยอำนาจจักรพรรดิ!! แล้วหนึ่งจักรพรรดิจะคุ้มครองได้ประมาณ10ประเทศเท่านั้น และทั้งโลกของเราตอนนี้ มีจักรพรรดิหลงเหลือเพียงแค่สามท่านเท่านั้น!!""ส่วนในพื้นที่ของเราในตอนนี้ เป็นพื้นที่ที่ทางจักรพรรดิเมฆาปกครองอยู่ และในประเทศอื่นๆก็จะมี จักรพรรดิโลกันต์และ จัักรพรรดิทมิฬปกครอง ซึ่งจักรพรรดิแต่ละองค์ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่นัก แล้วอาจารย์กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า จักรพรรดิทั้งสามท่านนี้ จะไม่มีวันต่อสู้ฆ่าฟันกันเด็ดขาด!! เพราะมันมีผลประโยชน์บางๆกั้นเอาไว้อยู่ ทำให้ไม่มีวันเกิดสงครามจักรพรรดิขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน"หลังจากเล่าเรื่องเสร็จ อาจารย์ใหญ่ ก็ได้หันไปมองหน้าของ ชู และ อิฟริท อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมามองยังลูกศิษย์ทั้งสองคนของเขา "เอาหล่ะพวกเจ้าชื่อ สมิง และ พยัคฆ์ สินะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะกลายเป็นลูกศิษย์ของข้า แล้วเตรียมตัวพบกับบททดสอบที่ยากเกินกว่าที่พวกเจ้าเคยพบเจอมาทั้งชีวิตได้เลย เริ่มฝึกซ้อมตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป!!""พวกเจ้าเชิญไปกันได้แล้ว"ทั้ง6คนจึงกราบลา "กราบลาท่านอาจารย์ใหญ่"หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดเสร็จ รวมถึงเรื่องที่ได้ถูกรับเป็นลูกศิษย์อีก มีหรือที่ทั้ง6คนจะไม่ออกมาเม้ามอยกันต่อ ฮึ ฮึสมิงและพยัคฆ์ ต่างดีใจออกนอกหน้า "นี่พวกนายเห็นไหม ว่าพวกเราทั้งสองคนได้เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ใหญ่ด้วยหล่ะ ฮี ฮี่ ข้าหล่ะอยากเห็นตอนโตของข้าจริงเชียวว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน หรืออาจจะใช้มืดเพียงข้างเดียวทำลายต้นไม้ทั้งต้นได้เลยหรือไม่" เพียงแค่พวกเขาฝันกลางวัน ก็ฝันไปถึงตอนที่พวกเขายิ่งใหญ่เสียแล้วแต่ชูก็ยังสับสน แล้วหันกลับมาถาม ได และ จอมมัล "แล้วทำไมพวกเจ้าทั้งสองคนถึงไม่เป็นลูกศิษย์อาจารย์ใหญ่ด้วยหล่ะ?"ได ชิงตอบก่อน "เพราะว่าข้ารักสงบหน่ะ..."จอมมัล รีบกล่าวแทรกขึ้นมา "เห้ย นั่นมันคำตอบของข้าต่างหาก เจ้าจะมาแย่งข้าตอบไม่ได้นะ"ได "แต่ข้าพูดก่อนเจ้า ยังไงคำตอบนี้ก็เป็นของข้าแล้ว หึหึ"จอมมัลได้แต่กุมขมับ เพราะเขาไม่รู้จะหาวิธีไหนมาแก้ตัวในขณะนั้นเองเสียงของ อิฟริท ที่ไม่ค่อยจะชอบพูดสักเท่าไหร่นัก ก็ออกความคิดเห็นเป็นครั้งแรก "แต่ข้าอยากจะถามเจ้าอยู่อย่างนึงจอมมัล เจ้ามีโอกาสที่จะโจมตีอาจารย์ใหญ่ได้ตั้งหลายรอบ แถมมันยังเป็นแผนการของเจ้า ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าเจ้าลงมือเอง แต่ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมลงมือสักที?"เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ก็ต่างหันหน้ามาหาจอมมัลเป็นทางเดียวชู กล่าว "จริงๆข้าก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ แต่ข้าไม่อยากถามหรอกนะ เพราะมันเป็นการกระทำของตัวเจ้าเอง"จอมมัลไม่ได้มีท่าทีร้อนรนอะไร แล้วตอบกลับไปแบบชิวๆ "เฮ้อ~ พวกเจ้านี่จะตาดีกันไปถึงไหน ข้าก็อยากจะตอบหรอกนะว่าทำไมข้าถึงไม่ลงมือ แต่ถ้าข้าขอแลกกับความจริงที่ว่า พวกเจ้ามาจากต้นตระกูลไหน พวกเจ้าจะยอมบอกข้าไหมหล่ะ?"เมื่อคำกล่าวของจอมมัลจบลง นั่นหล่ะคือความเงียบที่เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะผ่านไป 10นาที 15นาที ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว บรรยากาศตึงเครียดเป็นอย่างมากมีเพียงเสียงของ สมิง และ พยัคฆ์ที่เล็ดลอดออกมา"ข้าว่าพวกนั้นคิดมากกันไปเอง~" [เสียงเบาๆ]"ข้าก็ว่าเช่นนั้นหล่ะ พวกเราหนีไปกันก่อนดีไหม" [เสียงเบาๆ]"เดี๋ยวข้าจะนำไปก่อนนะ ส่วนเจ้าค่อยตามออกมาอย่างเงียบๆ" [เสียงเบาๆ]"ได้ๆ เดี๋ยวข้าจะตามออกไป" ... แล้วนัั่นหล่ะ เสียงกระซิบครั้งนั้น ทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นสภาพดังเดิม เพราะอีกทั้ง4คน ต่างหันกลับไปมอง สมิง กับ พยัคฆ์ ที่กำลังกระซิบกันอยู่สมิง และ พยัคฆ์ ก็มีท่าทีเขินอายพร้อมกับยิ้มแห้งๆ "แฮ่ๆ พวกเราว่า พวกเราจะกลับไปพักผ่อนหน่ะ แล้วจะเตรียมฝึกฝนในวันพรุ่งนี้ ส่วนพวกเจ้าไม่กลับบ้านกันหรือ?""จริงๆพวกข้าจะกลับบ้านกันแล้วหน่ะ ข้าไปก่อนน๊าาา~~~" พยัคฆ์วิ่งนำหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสมิงวิ่งตามหลังเหลือเพียงแค่4คน แล้วดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรจะคุยกันอีกแล้วชู และเพื่อนๆก็บอกลากัน แล้วก็แยกย้ายกันไปคนละทาง'เฮ้อ~ รอดตัวไปเรา' แล้วจอมมัลก็ได้เดินออกมา