บทที่ 19 ไม่อยากให้เขาจากไป
คืนนั้น เจียงเยว่หลับสนิท
เมื่อได้ยินเสียงปลุกให้ตื่นนอน เจียงเยว่ลืมตาขึ้นและเรียกหาลู่อวี้
ลู่อวี้ปรากฏตัวที่ประตู
“คุณจะออกเดินทางเมื่อไหร่” เจียงเยว่ถามลู่อวี้
“เดี๋ยวนี้”
เจียงเยว่สะบัดผ้าห่มออก วิ่งเร็วราวกับจรวดน้อย ๆ ไปหาลู่อวี้ แล้วกอดเขาแน่น
“ลู่อวี้ คุณต้องกลับมาเร็ว ๆ นะ ต้องกลับมาหาฉันอย่างปลอดภัย”
มือของลู่อวี้โอบกอดเจียงเยว่เบา ๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ภรรยา ผมจะกลับมาโดยเร็วที่สุด ผมสัญญากับคุณว่าจะต้องปลอดภัย และมีชีวิตรอดกลับมาพบคุณแน่นอน”
เจียงเยว่ส่งเสียงรับในลำคออย่างแ่เบา ใบหน้าของเธอแนบชิดอกของเขา การจากไปครั้งนี้ของเขาจะใช้เวลาเกือบเดือนกว่า เธอรู้สึกอาลัยอาวรณ์จนไม่อยากให้เขาจากไปเลย
มือของลู่อวี้ก็กอดเจียงเยว่แน่น แต่ก่อนเมื่อเขาอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะได้รับภารกิจอะไร เขาก็ไม่เคยหวั่นกลัว แต่ตอนนี้เมื่อมีภรรยาแล้ว เขากลับรู้สึกห่วงหาและคิดถึงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เจียงเยว่ปล่อยมือจากลู่อวี้อย่างฉับพลัน เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดกระเป๋าเดินทางของเธอ แล้วหยิบรูปถ่ายออกมาจากกล่อง
“ให้คุณ”
ลู่อวี้รับรูปถ่ายมา เห็นภาพเจียงเยว่ในชุดทหาร กำลังยิ้มหวานอยู่บนนั้น ลู่อวี้รับรูปถ่ายมาแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อที่หน้าอก
ลู่อวี้ลูบผมนุ่มของเจียงเยว่ แล้วพูดว่า
“อากาศหนาว คุณรีบกลับไปนอนบนเตียงเถอะ ถ้ามีโอกาส ผมจะโทรหาคุณ”
“ได้”
เจียงเยว่ตั้งใจจะส่งลู่อวี้ออกไปที่ประตู แต่ลู่อวี้ไม่อนุญาต เขาเอาผ้าห่มคลุมเธอ ก้มหน้าลงจูบเธออย่างดูดดื่มครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
ถ้าไม่รีบจากไป เขากลัวว่าจะไม่อยากจากไปเสียแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงประตูปิด น้ำตาของเจียงเยว่ก็ไหลออกมาทันที เมื่อครู่เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ กลัวว่าจะร้องไห้ออกมา กลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว แล้วบอกให้เขาไม่ต้องไป
แต่พวกเขาล้วนเป็ลูกของทหาร รู้ถึงภารกิจของทหาร เขามีหน้าที่ของเขา
เจียงเยว่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงเล็กน้อย ไม่นานก็หลับไปอีกครั้ง
เมื่อเธอตื่นขึ้นมา มองนาฬิกา ก็เป็เวลาเกือบสิบโมงแล้ว
ตอนนี้ไม่เหมือนกับอีกหลายสิบปีข้างหน้า ที่การซื้อของสะดวกสบาย มีขนมขบเคี้ยวหลากหลาย ในบ้านยังมีขนมปังกรอบเหลืออยู่ แต่ตอนนี้เจียงเยว่ไม่อยากกิน
เมื่อเดินเข้าไปในครัว กลับพบว่าในหม้อมีบะหมี่ พร้อมไข่ดาวสองฟอง
ฝีมือการทำอาหารของลู่อวี้ธรรมดา แต่ตอนนี้เมื่อเธอกิน กลับรู้สึกว่ารสชาตินี้เป็บะหมี่ที่อร่อยที่สุดที่เธอเคยกิน เพราะในนั้นเต็มไปด้วยความรัก
หลังจากกินเสร็จ เจียงเยว่ตั้งใจจะไปซักผ้า แต่กลับพบว่าเสื้อผ้าหายไปหมด เธอเดินไปที่ลานบ้าน เห็นว่าเสื้อผ้าถูกตากไว้เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่เจียงเยว่กำลังจะเดินกลับเข้าบ้าน เธอได้ยินเสียงจางอวี้กำลังคุยกับใครบางคน
“พี่สะใภ้จาง พี่กำลังถืออะไรอยู่?”
“อ๋อ นี่น่ะเหรอ มันคือหวงเหลียนที่สหายเจียงให้ฉันมา ฉันตั้งใจชงมันเป็แก้วใหญ่เชียวนะ”
เมื่อคืนจางอวี้ไม่ได้กินหวงเหลียน คราวนี้เธอตั้งใจหยิบมาก้อนใหญ่ แช่ในถ้วยกระเบื้องเคลือบฝรั่งจนเต็มถ้วย แล้วนำออกมาอวด
“อืม”
จางอวี้ตั้งใจดื่มอึกใหญ่ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีกระแสพลังพุ่งจากหัวใจขึ้นสู่ศีรษะ รสชาตินั้นช่างบรรยายเป็คำพูดไม่ได้
เธออยากจะคายมันออกมา แต่กลับกลืนลงไปโดยไม่ตั้งใจ
“อา!”
จางอวี้ร้องลั่น
พี่สะใภ้ที่อยู่ตรงข้ามเห็นสีหน้าของจางอวี้แล้วก็ใสุดขีด
“พี่สะใภ้จาง พี่เป็อะไรไป?”
“ขม ขมจนฉันแทบตาย”
จางอวี้หน้าย่นเป็ก้อน ทั้งตัวโบกมือไม้ขยับเท้า ทำหน้าแยกเขี้ยวอ้าปาก ทำให้พี่สะใภ้หลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างงุนงงไปตาม ๆ กัน
“หวงเหลียนนี่ขมจนแทบตาย”
จางอวี้ถ่มน้ำลายติด ๆ กันหลายครั้ง แต่รสชาตินั้นก็ยังคงทรมานอย่างที่สุด
เมืองหลวง
แม่ลู่เห็นพ่อลู่กลับบ้าน จึงถามทันที
“คุณลู่ ฉันได้ยินมาว่าเจียงเยว่หายตัวไปเหรอ?”
พ่อลู่นั่งลงบนโซฟา ขมวดคิ้ว
“ใครกันที่พูดเหลวไหล เจียงเยว่สบายดี”
เมื่อได้ยินคำพูดของสามี แม่ลู่ก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“แต่ข้างนอกเขาพูดกันแบบนั้นนะ”
“ตอนนี้เจียงเยว่อยู่ที่บ้านของลู่เอ๋อร์ สบายดี”
พ่อลู่พูดจบ ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก
แม่ลู่กลับรู้สึกว่า พ่อลู่กำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากเธอ เจียงเยว่คงเกิดเื่ขึ้นแน่ ๆ ไม่เช่นนั้นพ่อลู่คงไม่หงุดหงิดขนาดนี้ และไม่อยากพูดอะไรเลย
แม่ลู่อยากโทรหาลู่อวี้ แต่ก่อนหน้านี้เธอโกรธลู่อวี้มากเพราะเื่ของเจียงเยว่ ตอนนี้ถ้าโทรไป ลูกชายก็คงไม่ฟังเธอ
เธอจะรออีกสักพัก ดูว่าลู่อวี้จะหย่ากับเจียงเยว่หรือไม่
คิดได้ดังนั้น แม่ลู่จึงตัดสินใจโทรหาน้องชายที่บ้านเกิด
แม่ลู่ออกจากบ้านไปที่ร้านขายของชำนอกหมู่บ้าน แล้วโทรศัพท์
“ฮัลโหล”
“พี่สาว? มีอะไรเหรอ?” เสียงของเจียงมู่ถามแม่ลู่จากปลายสาย
แม่เจียงเล่าเื่ราวให้ฟัง และขอให้เขาหาคนสืบเื่ที่เมืองเซียงเฉิง แต่แม่เจียงไม่ได้บอกว่าเจียงเยว่หายตัวไป เพียงแต่บอกว่าลูกสาวของเพื่อนคนหนึ่งหายตัวไปบนรถไฟเมื่อไม่กี่วันก่อนขณะเดินทางไปเมืองเซียงเฉิง ต้องช่วยกันหาตัวให้เจอ
น้าเล็กเจียงตอนนี้ทำงานอยู่ที่เมืองเจียงเฉิง ซึ่งไม่ไกลจากเมืองเซียงเฉิงเท่าไหร่ ทั้งยังรู้จักคนทั้งฝ่ายดีและฝ่ายร้ายอยู่บ้าง
“พี่สาว ผมจะรีบหาคนไปช่วยเดี๋ยวนี้เลย พี่วางใจได้ ผมจะต้องช่วยคนนั้นออกมาให้ได้แน่นอน”
……
ที่บ้านพัก
เจียงเยว่มองดูจางอวี้ที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร ไม่นานนักเธอก็ดื่มน้ำหวงเหลียนทั้งถ้วยจนหมด
เจียงเยว่สั่นสะท้านไปทั้งตัว จางอวี้นี่ช่างเป็คนประหลาดจริง ๆ ขมขนาดนั้นแต่ก็ยังดื่มเพียงเพราะมันมีราคา
ส่วนจางอวี้เห็นเจียงเยว่หันหลังเดินจากไปแต่ไกล เธอนึกถึงเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะเจียงเยว่ ในใจยิ่งรู้สึกโกรธแค้น ทุกวันเธอทุ่มเทให้กับครอบครัวมากมาย แต่สามีกลับว่าเธอเห็นแก่ได้ บอกว่าเธอทำอย่างนั้นไม่ถูก ทำอย่างนี้ไม่ดี แล้วเจียงเยว่ล่ะ? ทำผิดมากมายขนาดนั้น แต่ผู้กองลู่กลับดีกับเจียงเยว่เหลือเกิน ก็เพราะหน้าตาของเจียงเยว่นั่นแหละ
นึกถึงข่าวลือที่เคยได้ยินมาก่อน จางอวี้ก็เกิดความคิดขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเจียงเยว่กลับเข้าห้อง เธอมองดูรอบ ๆ ที่ถูกเก็บกวาดสะอาดเรียบร้อย ในใจก็คิดถึงลู่อวี้ขึ้นมาอีก ทั้งที่เขาเพิ่งจากไปไม่กี่ชั่วโมง
นึกถึงงานในคณะศิลปะการแสดง ตอนนี้เธออยู่ในบ้านพักทหาร ทำแต่อาหารกินทุกวัน ไม่มีกิจกรรมบันเทิง ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ยิ่งไม่มีโทรทัศน์
ชีวิตแบบนี้ช่างทนได้ยากเหลือเกิน
เจียงเยว่อยากไปซื้อหนังสือในอำเภอกลับมา ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่รวมถึงหนังสือแพทย์ด้วย แม้เธอไม่อยากเป็หมออีก แต่ความรู้ด้านนี้ก็ไม่ควรทิ้งขว้าง บางทีอาจมีประโยชน์ในอนาคต
เจียงเยว่เพิ่งเดินออกจากประตู ก็เจอกับถังจาวตี้และหลินหลิงพร้อมคนอื่น ๆ เข้าพอดี
“สหายเจียง เธอกำลังจะออกไปข้างนอกเหรอ?”
“ฉันอยากไปที่ร้านหนังสือในอำเภอค่ะ”
ปัจจุบันร้านหนังสือในอำเภอไม่ได้มีของขายมากนัก เจียงเยว่ไม่เพียงแต่อยากไปที่ร้านหนังสือในอำเภอเท่านั้น แต่ยังอยากไปที่จุดรับซื้อของเก่าในอำเภอด้วย ตอนนี้ที่จุดรับซื้อของเก่าน่าจะยังมีของดี ๆ อยู่บ้าง
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ถังจาวตี้จึงเตือนว่า
“รถของกองทัพที่ไปอำเภอตอนเช้าออกไปแล้ว ถ้าเธอจะไปอำเภอ ก็ต้องรอรถตอนเที่ยงแล้วล่ะ”
เจียงเยว่ได้ยินคำเตือนของถังจาวตี้ ถึงนึกเื่นี้ขึ้นมาได้