หลิงเทียนกลับมาถึงห้องพักและนั่งลงบนเบาะนุ่มๆ ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ เขาเตรียมตัวบ่มเพาะต่อเนื่อง โดยมีความมุ่งมั่นที่จะทะลวงระดับการบ่มเพาะขั้นต่อไปให้ได้ แม้ว่าในใจก็ยังคงกังวลเื่อาจารย์ที่ปิดด่านอยู่ก็ตามที
"ครั้งนี้ต้องสำเร็จ" เขาคิดในใจ
ภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาที่เป็จังหวะ เขานั่งสมาธิ เรียกพลังปราณให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง ค่อยๆ ก่อเป็คลื่นพลังปราณที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ
ใน่เวลา 10 วันที่ผ่านไป หลิงเทียนบ่มเพาะอย่างต่อเนื่อง โดยแทบไม่ได้พักผ่อน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เสียเปล่า
ระดับพลังร่างของเขาเติบโตอย่างมหาศาล และในที่สุด การทะลวงระดับสำเร็จขึ้นอย่างชัดเจน
"ตูม!"
ปราณภายในกายของเขาะเิออกพร้อมแสงสว่างเจิดจ้า คลื่นพลังปราณิญญาแผ่ซ่านออกจากร่างของเขา
แสดงให้เห็นถึงการทะลวงเข้าสู่ ระดับิญญา ขั้นกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่เพียงขั้นต่ำเท่านั้น
"สำเร็จแล้ว..." หลิงเทียนยิ้มน้อยใหญ่ รู้สึกได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในกายของเขา ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตอนนี้เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป!
แต่ไม่ทันได้ดีใจ
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูห้องของหลิงเทียนก็ถูกเคาะเบาๆ
"ศิษย์พี่ หลิงเทียน ข้าพร้อมแล้ว" เสียงหวานใสดังมาจากข้างนอก ชิงเอ๋อร์ ศิษย์น้องหญิงของเขายืนรออยู่หน้าประตูด้วยความเรียบร้อย
หลิงเทียนลุกขึ้นจากสมาธิ เปิดประตูและมองไปที่ศิษย์น้องของเขา นางสวมชุดศิษย์หลักของสำนักอย่างเรียบร้อยและงดงาม ใบหน้างดงามนั้นแฝงไปด้วยความสง่างามและความมั่นใจ
"เ้ามาแล้วหรือ ชิงเอ๋อร์" หลิงเทียนพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ตามที่ศิษย์พี่นัดหมาย ข้าพร้อมแล้วสำหรับภารกิจ" ชิงเอ๋อร์กล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางไป เมืองเป่ย ซึ่งเป็จุดหมายของภารกิจของพวกเขา สำนักเมฆาได้รับรายงานว่าสัตว์อสูรหลายตัวกำลังบุกรุกเมืองนั้น
ทำให้ชาวเมืองหวาดกลัวและลำบาก หลิงเทียนและชิงเอ๋อร์ถูกส่งไปเพื่อกำจัดสัตว์อสูรและปกป้องชาวเมือง
เมื่อเดินทางถึงเมืองเป่ย ทั้งสองพบว่าบรรยากาศของเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชาวเมืองปิดประตูบ้านและถนนก็เงียบงัน เนื่องจากสัตว์อสูรออกอาละวาด
"ดูเหมือนสถานการณ์จะรุนแรงกว่าที่เราคิดนะ ศิษย์พี่" ชิงเอ๋อร์กล่าวพร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยความเป็ห่วง
"ใช่... พวกเราต้องรีบจัดการ ก่อนที่สัตว์อสูรจะทำลายเมืองไปมากกว่านี้" หลิงเทียนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
เขาและชิงเอ๋อร์เริ่มออกตามล่าสัตว์อสูรที่บุกรุกเมือง พลังบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นของหลิงเทียนทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น
เขานำหน้าศิษย์น้องของเขา ควบคุมพลังปราณอย่างเชี่ยวชาญ และสามารถจัดการสัตว์อสูรตัวแรกที่พวกเขาพบได้อย่างง่ายดาย
แต่เมื่อพวกเขาเจอสัตว์อสูรตัวที่สอง มันกลับไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา มันคือ อสูรเพลิงคราม ที่มีพลังมหาศาล
"ศิษย์พี่ นี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลย!" ชิงเอ๋อร์เตือนเมื่อเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่มหึมาเต็มไปด้วยเพลิงคราม
"อย่ากลัว พวกเราต้องร่วมมือกัน" หลิงเทียนกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวสู้
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทั้งคู่ พวกเขาสามารถประสานงานกันและต่อสู้กับอสูรเพลิงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ