บทที่1 เหอหนิงเทียน...คนโรคจิต
ฉึก!ฉึก!
“หึหึหึ...ฮ่าๆ”
เสียงหัวเราะใสหวานของหญิงสาวใบหน้าสวยเผ็ดดุดังอยู่ในความมืดในสวนสาธารณย่านใจกลางเมืองหลวงร่างที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจเืชุ่มโชกมีแผลถูกแทงมากกว่าสิบแผลและดูท่าเธอก็ไม่หยุดแทงง่ายๆ มีดสั้นจ้วงแทงร่างไร้ิญญาริมฝีปากแสยะยิ้มโรคจิตเสียงหัวเราะสูงต่ำที่ดูสะใจและมีความสุข
ร่างที่นอนแน่นิ่งไร้ิญญานั้นเป็ชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาดี ผิวขาวสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ราคาเหยียบหมื่น ผมนั่งเท้าคางมองร่างของผมด้วยสายตาว่างเปล่าใช่ผมกำลังนั่งมองร่างตัวเองที่ตอนนี้ยังถูกจ้วงแทงไม่หยุดพรุนหมดแล้วมั้งร่างที่สมบูรณ์แบบของผมเฮ้อ! ผมตายั้แ่ถูกแทงแผลที่สองแล้วละครับแปลกนะครับเธอเอาแต่แทงที่ลำตัวอย่างเดียวใบหน้าของผมที่มีคราบเืเปรอะเปื้อนอยู่บ้าง
ผมลอยไปหยุดยืนยกมือขึ้นจับคางตัวเองมองหน้าเหยื่อที่ผมคิดจะฆ่าแต่ผมดันถูกฆ่าเองซะก่อนไม่คิดว่าเหยื่อที่หมายตาจะเป็มืออาชีพกว่า ผมที่พึ่งออกมาจากคฤหาสน์เพื่อหาฆ่าเหยื่อรายแรกไอ้ผมก็ดันคิดเยอะไปหน่อยจะทรมานเธอยัง
ไงดีก่อนจะฆ่าเธอให้ตายรู้ตัวอีกทีผู้หญิงหน้าสวยคนนั้นก็หันมาพร้อมกับมีดที่พุ่งมาเสียบเข้ากลางอกผมเธอเป็คนที่ค่อนข้างใจดี? มากทีเดียวลากร่างของผมเข้าไปที่พุ่มไม้ลับตาคนผมที่ยังพอมีสติและยังไม่ตายได้แต่ปล่อยให้เธอลากไป
และเธอก็จ้วงแทงผมไม่หยุดอย่างที่เห็นหลุบตามองร่างขาวซีดของตัวเองอีกครั้งก็ถอนหายใจผมคงเริ่มมันเร็วเกินไปผมว่าผมยังศึกษาเื่ฆ่าคนอื่นได้ไม่ดีพอแต่แล้วยังไงละผมตายแล้ว มองซ้ายมองขวาไม่เห็นมียมทูตสักตนมารับิญญาผมเลยวะ
ผมหันไปมองผู้หญิงหน้าสวยฆาตกรโรคจิตกว่าผมอีกครั้งเธอหยุดแทงผมแล้วเธอยืนมองมือและเสื้อของตัวเองที่เปื้อนเืด้วยสายตาว่างเปล่าแต่ริมฝี
ปากคลี่ยิ้มเย็นถามว่าไม่รู้สึกอะไรเลยหรอที่ตัวเองตาย ให้รู้สึกอะไรละครับ? ตายก็คือตายอีกอย่างก็ดีเหมือนกันพ่อแม่เขาก็ไม่ได้รักผมขนาดนั้นถึงผมจะมีประโยชน์ต่อพวกเขาก็เถอะ
ตอนมีชีวิตผมเป็อัจฉริยะอ่านหนังสือแค่ครั้งเดียวก็จดจำมันได้หมดทั้งเล่มดูสิ่งที่คนอื่นทำแค่ครั้งเดียวผมก็สามารถทำได้แล้วจะผลิตหรือประดิษฐ์อะไรก็เป็เงินเป็ทองไปหมด ผมไม่ได้ออกไปเรียนเหมือนคนอื่นๆทั่วๆไป
พ่อกับแม่จ้างอาจารย์มาสอนที่บ้านแล้วมันก็ดีผมชอบชีวิตแบบนี้เรียนจบผมก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องมืดๆหมกมุ่นกับหนังและหนังสือแนวฆาตกรโรคจิต แนวสืบ
สวนและหนังสือวิธีทรมานเหยื่อ ผมสั่งของทุกอย่างที่คิดว่าฆาตกรควรจะมีมาเก็บสะสมในห้องแต่ก็ช่างมันเถอะ ิญญาโปร่งแสงของผมยังยืนอยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้วเพราะผมคงเหม่อคิดอะไรเพลินๆตอนยังมีชีวิต
“ลาก่อนนะร่างกายที่เพอร์เฟคของฉัน”ลาร่างตัวเองจบก็ลอยไปลอยมาอยู่ในสวนสาธารณะมาหยุดอยู่ที่แม่น้ำสายใหญ่ที่ติดสวนสาธารณะเหม่อมองออกไปที่แม่น้ำด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วผมจะไปที่ไหนดีละไม่เห็นมียมทูตมารับเลยหรือว่าผมจะตายก่อนถึงเวลาอันควรกันแบบนี้ผมไม่ต้องกลายเป็ผีเร่ร่อนหรอครับ?
อ้ะ! เหวอ!! จู่ๆิญญาของผมก็ถูกดูดอย่างแรงไปที่ไหนสักที่...
มืด...
หือ? เจ็บ...ปวดไปทั่วทั้งร่างเลยแหะเดี๋ยวนะครับ! ผมตายแล้วไม่ใช่หรอทำ
ไมผมถึงได้รู้สึกเจ็บและปวดร้าวร่างกายมากขนาดนี้กัน ตอนเป็ิญญาโปร่งแสงยืนมองร่างตัวเองโดนจ้วงแทงก็ไม่เห็นจะเ็ปเลยสักนิดเดียว...
ผมค่อยๆลืมตาช้าๆเพราะมันพร่ามัวไปหมดผมเลยต้องหลับตาอีกครั้งแล้วลืมขึ้นมาใหม่และภาพก็ชัดขึ้นภาพแรกที่เห็นคือขื่อคานไม้? หันคอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวไหล่พระเ้าครับเจ็บชิบ!!
ผมขมวดคิ้วกวาดตามองสำรวจทุกอย่างที่มองเห็นตรงหน้าของใช้ทุกอย่างที่นี่มันโบราณ? เดี๋ยวนะครับขอผมตั้งสติสักครู่...หลุบตามองชุดที่ตัวเองสวมใส่ก็ชัดเจนเลยชุดนอนตัวบางยุคจีนโบราณที่ในอดีตตอนเด็กๆผมชอบดูเื่อะไรนะเปาบุ้นจิ้น?
อาช่างเถอะอ้ะ ซี้ดดดผมซี้ดปากรู้สึกปวดหัวเจ็บจี้ดมากแล้วภาพต่างๆเหมือนการฉายหนังเป็ฉากก็เข้ามาในหัวผมจนหมดผมกัดฟันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อยผมสีดำยาวยุ่งสยายเต็มแผ่นหลังแผลพวกนี้ของเ้าของร่างสินะ
เหอหนิงเทียน?
คุณชายรองตระกูลเหอมีจิตใจดีเมตตา แต่สำหรับผมมองว่าโง่งมมากกว่า ชอบช่วยเหลือผู้อื่นหาเื่ใส่ตัวเองมากกว่า และที่ทำให้ผมหงุดหงิดสุดๆกับเ้า
ของร่างนี้คือโง่ถึงขนาดถูกพวกองค์ชายหลอกไปทิ้งในป่าแล้วก็ถูกเสือขย้ำร่างจนตาย ใช่เ้าของร่างตายแล้วส่วนผมก็เป็ิญญาเร่ร่อนที่ไม่รู้จะหาสาเหตุอะไรมาคิดมันค่อนข้างเหลือเชื่อ
“คะ..คุณชายรองท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ!!”เห็นผมหลับอยู่ไหมละ...
ผมปรายตามองชายหนุ่มร่างเล็กที่ผอมแห้งใช้ผอมแห้งมากทีเดียวเขาเป็บ่าวรับใช้คนสนิทของเหอหนิงเทียนชื่ออาเหยาสินะ ผมเค้นความทรงจำของเ้า
ของร่างครู่นึงก็รู้ชื่อบ่าวรับใช้ตัวเองอืมตอนนี้เป็ของผมแล้วเพราะผมเป็เ้าของร่างคนใหม่
“ฮือออ...คุณชายขอรับอาเหยาเป็ห่วงคุณชายมากๆข้าคิดว่าท่านจะ...ฮืออออคุณชายรอง...”หนวกหูชิบ!
“ไปเอากระจก...จิ๊!ไม่ข้าหมายถึงคันฉ่อง”ผมสั่งเสียงเรียบปรายตามองไปที่กระจกเงาให้อาเหยาไปหยิบมาผมอยากเห็นหน้าตาของตัวเอง
“นี่ขอรับคุณชายรอง”ผมรับมากะพริบตาปริบๆมองรูปหน้าตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่านี่มันฟัคค!!อะไรวะ!! หน้าหวานอย่างกับผู้หญิง แมร่งไม่พอใจสุดๆ อะ!โลกก่อนผมหน้าตาหล่อมากเลยนะหล่ออะครับหน้าตาดีมากๆ สมชายชาตรีแล้วดูร่างนี้...ตามผู้หญิงโรคจิตคนนั้นมาฆ่าผมซ้ำอีกรอบที
ผมกรอกตาอย่างหงุดหงิดเอาลิ้นดันกระพุงแก้มเพื่อระบายแต่แม่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร...อะไรทำให้ผมมาอยู่ที่นี่? ทำไมต้องยุคจีนโบราณ?นี่พวกท่านเล่นอะไรกันอยู่หรอครับสนุกมากหรอครับที่เห็นคนอื่นทุกข์ร้อนน่ะ!อยากใส่เดี่ยวกับพระเ้าวะครับ!
“คะ...คุณชายไยจึงทำหน้าตาหน้ากลัวเช่นนั้นละขอรับ”ผมหลุบตามองอาเหยาด้วยสายตาว่างเปล่าเ็า
“ข้าจะพักเ้าออกไปได้แล้ว...”อาเหยามีท่าทีลังเลไม่อยากออกไปผมเลยย้ำไปอีกทีด้วยน้ำเสียงกดต่ำเ็า
“ออกไป...”
“ขะ...ขอรับ!”อาเหยารีบถอยออกมายืนรอที่หน้าห้องของคุณชายแล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัยไยบรรยากาศรอบตัวคุณชายรองจึงเปลี่ยนไปจากที่เคยอบอุ่นอ่อนโยนกลับมืดมนดำมืดจนน่าขนลุกกัน...ยกมือลูบแขนตนเองอย่างหวาดๆ
ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วที่ผมรักษาตัวดีหน่อยที่ร่างกายนี้ไม่ได้อ่อนแอไร้ค่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านคนในครอบครัวของเ้าของร่างต่างอยากเข้ามาเยี่ยมและดูอาการแต่ผมสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้ามา
แผลที่ถูกเสือขย้ำหายสนิทแล้วแต่ผมก็ยังเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนนภากระจ่างปิดห้องให้มืดทึบเวลาอาเหยาเข้ามาในห้องของผมก็จะมีสีหน้าหวาดกลัวพูดจาติดอ่างจนผมนึกรำคาญและไล่ออกไปทุกครั้งโลกก่อนผมก็เป็แบบนี้แหละผมก็ไล่พ่อบ้านโจวประจำ
“คุณชายรองขอรับ...”อาเหยาส่งเสียงเรียกผมจากหลังบานประตูห้องน้ำเสียงสั่นๆ
“อะไร..”ผมถามกลับไปน้ำเสียงราบเรียบ
“นายท่าน...นายท่านมาหาขอรับ”ผมเลิกคิ้วพ่อของเหอหนิงเทียนมาอีกแล้วไม่โกรธบ้างรึไงที่ถูกลูกตัวเองไล่กลับไปทุกครั้งแต่ดูแล้วครั้งนี้คงไม่ยอมง่ายๆเพราะผมเห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หลังประตูนั่นแล้ว
“อืม”ผมครางตอบในลำคอลุกนั่งหลังเหยียดตรงบนเตียงอย่างเกียจคร้านปรายตามองไปที่ประตูด้วยสายตาว่างเปล่า
“อาเทียน...”น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนเอ่ยเรียกผมทันทีที่เข้ามาในห้องแล้วเห็นหน้าผม
“คาร...”
“ไม่ๆไม่ต้องอาเทียนเ้ายังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”เหอหนิงเฉิงรีบเข้ามาประคองผมให้ลุกขึ้นไม่ต้องทำความเคารพเขา
“หายเป็ปกติแล้วขอรับท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
ผมลอบมองหน้าของเขานิดหน่อยแล้วหลุบตามองต่ำเหอหนิงเฉิงมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้าเสมอคาดว่านิสัยของเหอหนิงเทียนคนก่อนก็คงมาจากเขา
“ดี...ดียิ่งเช่นนั้นเย็นนี้ลูกจะไปรับอาหารกับพ่อที่เรือนใหญ่ได้หรือไม่”
ผมเงยหน้ามองใบหน้าของเหอหนิงเฉิงแล้วถอนหายใจแววตาเป็ประกายมีความหวังนั้นอะไรกดดันผมหรอ...
“ขอรับ”ผมตอบรับน้ำเสียงเ็า
“เช่นนั้นอาเทียนลูกพักผ่อนเถิดพ่อจะออกไปสั่งคนครัวให้ทำของโปรดเ้า”
ผมพยักหน้ามองส่งร่างของบิดาเ้าของร่างจนออกจากห้องไปแล้วถอนหายใจผมยังคิดไม่ตกกับเื่ที่ตายแล้วมาอยู่ที่นี่เลยนะ...อยู่มาหนึ่งเดือนแล้วก็ยังไม่รู้ว่ามาทำอะไรที่นี่?
หรือว่าพระเ้าจะเห็นใจที่ผมพยายามฆ่าคนไม่สำเร็จ...โลกก่อนผมคงเริ่มคิดฆ่าคนเร็วเกินไปงั้นโลกนี้ผมต้องเริ่มฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ฆ่าง่ายๆก่อนเช่นสัตว์...อืมพรุ่งนี้คงต้องออกจากจวนสกุลเหอไปตลาดหาซื้อมีดเหมาะมือสักเล่ม
ยามอิ่ว(17.00น.- 18.59 น.)ผมเดินช้าๆมาที่เรือนใหญ่อาภรณ์ที่สวมใส่ก็สีครามเข้มซึ่งผมไปรื้อเจอจากหีบใส่ผ้าที่เ้าของร่างไม่เคยแตะอาภรณ์ที่เ้าของร่างเดิมสวมใส่เป็สีขาวบริสุทธิ์ซึ่งผมเกลียดสีนี้มากผมมันคนจิตใจดำมืดไม่เหมาะกับสีแบบนั้นหรอก!และผมก็ยกชุดสีนั้นทั้งหมดให้อาเหยาไปจนหมดแรกๆก็ไม่ยอมรับผมเลยต้องขู่กันนิดหน่อย
คุณชายรองหยุดยืนนิ่งที่หน้าห้องรับทานอาหารมองคนสามคนที่นั่งรออยู่บนโต๊ะอาหารด้วยสายตาว่างเปล่าหัวโต๊ะจะเป็ใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เหอหนิงเฉิง ขวามือเขาพี่ชายคนโตของตระกูลเหอ เหอหนิงเหอข้างๆเหอหนิงเหอคือน้องสาวคนเล็กของตระกูลเหอ เหอหนิงเซียนตาคมเฉี่ยวหลุบต่ำเดินไปนั่งลงประจำที่ตน
เองเงียบๆ ไม่ทักทายผู้ใด
เหอหนิงเหอขมวดคิ้วเขารู้สึกแปลกใจกับบรรยากาศรอบกายน้องชายที่เปลี่ยนไปมันดำมืดและน่าขนลุกอย่างประหลาดเหอหนิงเซียนลอบมองหน้าพี่รองของตนอย่างกล้าๆกลัวๆและเขินอายนางเป็คนขี้อายมากๆแหมแต่คนในครอบครัว
“วันนี้มีแต่ของโปรดเ้าเทียนเอ๋อร์”ประมุขของบ้านเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอารมณ์ดีเหอหนิงเทียนปรายตามองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาเ็าว่างเปล่าแล้วพยักหน้า
“น้องรองหายดีแล้วหรือ...”เหอหนิงเหอถามน้องชายด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงั์ตาว่างเปล่าละจากอาหารบนโต๊ะมองหน้าพี่ชาย
“ขอรับ”ตอบรับสั้นแล้วหลุบตามองถ้วยข้าวตน
“พะ...พี่รองดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยเ้าค่ะ”เหอหนิงเซียนเอ่ยถามพี่ชายคนรองเสียงสั่น
“งั้นหรือ...”เหอหนิงเทียนตอบน้ำเสียงราบเรียบ
“เอาละพวกเ้าคงหิวกันแล้วกินข้าวกันเถอะ”
ทุกคนเริ่มหยิบตะเกียบและทานอาหารกันเงียบๆปกติเวลาเช่นนี้เหอหนิงเทียนจะต้องชวนทุกคนคุยอย่างสนุกสนานไปแล้วแต่เหอหนิงเทียนในเวลานี้เงียบขรึมั์ตาที่เคยอ่อนโยนอบอุ่นก็ว่างเปล่า
เหอหนิงเทียนไม่ได้สนใจสายตาของคนในครอบครัวที่มองมาเลยสักนิดก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเดียวโลกก่อนเขาก็ไม่เคยได้นั่งกินข้าวกับพ่อแม่พวกเขาเอาแต่ทำงานและปล่อยเขาไว้ในคฤหาสน์หลังใหญ่กับพวกพ่อบ้านแม่บ้านและพี่เลี้ยงเด็ก...โลกนี้มีครอบครัวที่เอาใจใส่และเป็ห่วงมันทำให้คนจิตใจดำมืดด้านชาแบบเขารู้สึกสั่นไหวนิดๆและไม่ชินอย่างมาก
“พี่รองปลานึ่งซีอิ้วของโปรดพี่รองเ้าค่ะ”
เหอหนิงเซียนกลั่นใจคีบเนื้อปลาใส่ถ้วยพี่ชายคนรองด้วยใจที่ลุ้นระทึกถ้าเป็เ้าร่างคนก่อนคงยิ้มละมุนให้น้องสาวและตักกับข้าวที่นางชอบให้แต่สำหรับ
เหอหนิงเทียนคนนี้ไม่ใช้เขาปรายตามองใบหน้างดงามของน้องสาวนางอายุ 15หนาว และพึ่งเข้าพิธีปักปิ่นไปเมื่อสามเดือนที่แล้วเขามองนางที่หน้าแดงครู่นึงก็หลุบตามองเนื้อปลาที่วางอยู่ในถ้วยแล้วคีบเข้าปากใบหน้ายังคงราบเรียบเ็าดังเดิมแต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้เหอหนิงเซียนยิ้มกว้าง
พี่ชายคนโตก็ไม่น้อยหน้าคีบไก่ตุ๋นน้ำแดงใส่ถ้วยน้องชายเช่นกันเป็อีกครั้งที่เหอหนิงเทียนเงยหน้ามองพี่ชายด้วยสายตาว่างเปล่าเหอหนิงเหออายุ22 ปีเขาเป็พี่ชายที่ดีใจเย็นและสุขุมมากช่วยงานกิจการของตระกูลจนก้าวไกลกว่าผู้เป็บิดาไปแล้วเขาหลุบตามองเนื้อไก่แล้วคีบมันเข้าปากไปเงียบๆ
ครานี้เลยกลายเป็ว่าทั้งสามแข่งกันคีบอาหารใส่ถ้วยของเหอหนิงเทียนกันจนอิ่มทั้งสี่นั่งจิบชาล่างปากและเคี้ยวสมุนไพรดับกลิ่นเหอหนิงเทียนลุกขึ้นขอตัวกลับไปพักผ่อนที่เรือนอาเหยาเดินตามร่างสูงโปร่งไปเงียบๆอาเหยามองแผ่นหลังคุณชายที่ไม่ได้กว้างหรือหนาไปแต่มันกลับลงตัวและพอดีกับคุณชายรองที่มีใบหน้างดงามราวสตรี
เช้าวันต่อมาผมขออนุญาตเหอหนิงเฉิงออกมาเดินเล่นที่ตลาดแต่ไม่รู้ว่ามีคนสองคนกำลังแอบฟังอยู่นั้นคือเหอหนิงเหอและเหอหนิงเซียนทั้งสองขออนุญาตกับบิดาตามเหอหนิงเทียนไปเดินตลาดด้วย ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยตามความทรงจำที่เคยรับรู้มาเหอหนิงเซียนค่อนข้างขี้อายมากที่จะพบปะผู้คนแต่นี่ขอตามติดผมออกไปเดินตลาดด้วย?ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกทำเพียงกรอกตาแล้วตีหน้าเรียบนิ่งแววตาว่างเปล่าเหมือนเดิม
เราสามคนนั่งรถม้ามาถึงตลาดผมมองบรรยากาศรอบๆด้วยสีหน้าราบเรียบที่นี่ไม่ต่างอะไรกับตลาดนัดธรรมดาๆในโลกก่อนของผมต่างกันที่โบราณก็เท่านั้นชีวิตก่อนผมไม่ต้องไปเดินเลือกเสื้อหยิบแค่มือถือขึ้นมากดเข้าแอปสั่งซื้อของออน
ไลน์ไม่กี่วันของก็จะมาส่งถึงบ้านผมถอนหายใจกวาดตามองหาร้านขายอาวุธแต่หาไม่เจอ...ผมต้องถามพี่ชายใช่ไหม?
“พี่ใหญ่...ร้านขายอาวุธอยู่ที่ใด”เหอหนิงเหอหันมามองหน้าน้องชายแล้วยกยิ้มอ่อน
“เดินตรงไปจากตรงนี้2 ลี้ก็ถึงร้านสกุลฝางแล้วอาเทียน”ผมพยักหน้าเดินตรงไปทันทีเหอหนิงเซียนคงกลัวว่าจะเดินตามผมไม่ทันเลยคว้าจับที่ชายแขนเสื้ออาภรณ์ของผมหลุบตามองใบหน้าน้องสาวเรียบนิ่งก็หันกลับมามองทางไม่พูดอะไรรู้สึกคันยุบยิบในใจนิดหน่อยที่มีเด็กผู้หญิงมาเกาะแบบนี้
“ดูซิว่าเราเจอใคร...คุณชายและคุณหนูบ้านสกุลเหอนี่เอง”
อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงร้านอยู่แล้วดันมีเสียงแหลมเล็กของผู้หญิงหน้าผี...อาผีจริงๆผีแม่หม้ายน่ะครับหน้าขาวปากแดงคิ้วดำหนาบอกตามตรงนะครับผู้หญิงยุคนี้ทำผมหมดอารมณ์ทางเพศจริงๆเข้าใจฟิวนี้เลยครับเห็นหน้าแล้วเอาไม่ลง
เหอหนิงเซียนเปลี่ยนจากกำชายเสื้ออาภรณ์ผมมากอดแขนผมแทนยัยนี่ตัวสั่นปากซีดไปเลย ผมก้มหน้ามองหน้าน้องสาวนิ่งๆเป็อะไรกอดแขนแน่นไปละนะอยากสะบัดทิ้งแต่ถ้าร้องไห้ผมก็ต้องหนวกหูและรำคาญตามากแน่เพราะงั้นควรกำจัดสิ่งกีดขวางตรงหน้าก่อน
“ใคร...”
ผมถามคุณหนูหน้าผีแม่หม้ายน้ำเสียงราบเรียบมองเลยไปด้านหลังมีผู้ติดตามมาเป็สิบกรอกตามองบนแปปครับ
“คุณชายรองสกุลเหอลืมข้าแล้วหรือข้าจวางิฮวาเ้าค่ะ”
ตระกูลจวาง? ผมครุ่นคิดตระกูลนี้เป็คู่แข่งทางการค้ากับตระกูลเหอไม่ใช่หรอและค่อนข้างไม่ถูกกันด้วย?นี่จงใจเข้ามาหาเื่?
“เป็อันใดเซียนเอ๋อร์เ้ากอดแขนข้าแน่นไปแล้ว”ละสายตาจากคุณหนูตระกูลจวางหลุบตามองร่างเล็กที่สั่นเทาถามน้ำเสียงเ็า
“ขอโทษเ้าค่ะพี่รอง...เซียนเอ๋อร์เพียงๆแค่...”โว๊ะ!เบื่อคนโลกนี้วะทำไมชอบติดอ่างวะ!
“นั่นสิเ้าค่ะไยเ้ามีท่าทางเหมือนหวาดกลัวเช่นนั้นเล่า”
หวาดกลัว?เพราะผมไม่เคยััความรู้สึกแบบนี้มาก่อนละมั้งเลยไม่รู้ว่าหนิงเซียนเป็อะไรแต่ถ้าหวาดกลัวจริงก็ั้แ่ยัยผีแม่หม้ายนี่เข้ามานั้นแหละ! ผมตีหน้านิ่งั์ตาเ็ามากกว่าเดิมรู้สึกรำคาญเต็มทีผมอยากซื้อมีดที่อยากได้แล้วจะได้รีบกลับ
“เ้ากลัวอะไรเซียนเอ๋อร์”
เหอหนิงเหอถามน้องสาวอย่างเป็ห่วงหนิงเซียนปล่อยแขนผมแล้วหันไปกอดพี่ใหญ่ไว้แทนโอเครดีขึ้นหน่อย ผมจะได้จัดการผีตรงหน้าได้ถนัดๆผมก้าวเดินไปหยุดยืนข้างหน้าคุณหนูหน้าผีอีกก้าวมองแผ่รังสีดำมืดชวนขนลุกไปให้
“ช่วยหลีกทางทีข้าไม่มีเวลามาเสวนาด้วยมากนักแต่ถ้าเ้าว่างมากทางด้านนู่นข้าเห็นเหล่าองค์ชายเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมไม่ไปโยนผ้าเช็ดหน้าทอดสะพานให้พวกเขาเหล่าคุณหนูสกุลจวาง?”
ผมแสยะยิ้มเย็นั์ตาดำมืดอา...ความรู้สึกนี้ผมอยากใช้มีดกรีดหน้าเธอฟังเสียงเธอร้องโหยหวนอย่างทรมานแล้วค่อยๆกรีดผิวเนื้อเธอจนเืไหลชุ่มโชกไปทั่วอาภรณ์สีชมพูอ่อนมือผมสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ผมก้าวขาเข้าไปใกล้อีกก้าวแต่แม่นางหน้าผีกลับถอยหนีสีหน้าหวาดกลัวสุดขีดคงเพราะบรรยากาศรอบตัวที่ผมปล่อยออกมาแน่นอนว่ามันเป็บรรยากาศที่ชวนขนลุกมากๆหึหึหึหึ...
“หึหึหึหึหึ...ฮ่าๆ”ผมหัวเราะเสียงต่ำและะเิหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“หรือท่านเลือกเดินมาหาพวกข้าเพื่อทอดสะพานให้ข้าหรือว่าพี่ใหญ่ข้ากัน”ผมเชิดหน้ามองจิกคนตรงอย่างเ็ากลัวใช่ไหม กลัวผมอีกสิ กลัวให้มากๆกลัวจนต้องกรีดร้องออกมาเลยฮ่าๆ
“กรี้ดดดดด!! พาข้ากลับ!! ข้าจะกลับจวน!!”
คุณหนูสกุลจวางกรีดร้องเสียงดังแววตาสั่นระริกพูดรัวเร็วลิ้นพันกันไปหมดผมยิ้มเย็นหันหลังกลับไปหาพี่ชายและน้องสาวที่ยืนกอดกันนิ่ง
“พวกท่านกลัวข้า?”ผมถามทั้งสองน้ำเสียงราบเรียบเ็า
“ไม่...พวกข้าแค่ใเมื่อครู่เ้าก็น่ากลัวไม่น้อย”ผมแสยะยิ้มเย็นทันทีแน่ละไม่กลัวสิแปลก
“เซียนเอ๋อร์...พี่รองเชื่อว่าคนพวกนั้นจะไม่กล้าเข้าใกล้เราอีก”
หนิงเซียนยิ้มกว้างจนดวงตากลมโตปิดแล้ววิ่งมาสวมกอดผมแน่นกอดอีกแล้วบอกแล้วไงว่ารู้สึกคันยุบยิบในใจน่ะ!