อัสนีกลับมาขึ้นรถของตนแล้วพาครอบครัว ไปพักที่พัทยา ในโรงแรมอเมนด้า ซึ่งเป็นโรงแรมระดับเจ็ดดาวเขาจองเอาไว้สองวัน อยากให้เจเจเล่นน้ำทะเล
เจเจพอมาถึงชายหาดก็ขออนุญาตเล่นน้ำทะเลโดยที่อัสนีเอ่ยอนุญาต เจเจดีใจยิ่งนักถอดเสื้อออก แล้วก็วิ่งลงทะเลไปทันที
“ เจเจ ระวังนะลูก อย่าลงไปลึกอันตราย”
“ ไม่ต้องกลัวครับแม่ผมว่ายน้ำเป็น” เจเจโบกมือให้กับพ่อกับแม่
“ อย่าห่วงเขาเลยเขาปลอดภัยแน่ๆ”
หมวยเล็กนั้นเป็นห่วงมากกลัวจะจมน้ำ
“พี่จะวิ่งไปช่วยเจเจทันเหรอ หากเกิดอันตราย?”
“ ทันซิ” อัสนีเอ่ยแต่เขาได้สั่งยมทูตผู้พิทักษ์ให้คอยคุ้มครองเจเจอยู่แล้ว
“ พี่อัสเชื่อไหมฉันกับลูกไม่เคยมาเที่ยวทะเลเลย” หมวยเล็ก มองเจเจเล่นน้ำแล้วเอ่ยออกมา
“ พวกป๊ากับพี่ๆไม่เคยพามาเลยอย่างนั้นรึ?”
“ ไม่ พวกเขาอ้างว่าเป็นห่วงฉันเกรงว่าจะได้รับอันตราย แต่ฉันเพิ่งรู้ว่า พวกเขาเชื่อหมอดู ว่าฉันออกจากบ้านจะเจอกับอุบัติเหตุ ทำให้พวกเขาไม่กล้าให้ฉันออกจากบ้านแต่ตอนที่ฉันไปงานศพแม่ ขากลับฉันเจอกับอุบัติเหตุจริงๆ สุดท้ายได้มาเจอกับพี่นึกไม่ถึง ว่าหมอดูนั่นจะทายแม่นจริงๆ”
“ เรื่องผ่านมาแล้วอย่าไปคิดมาก ตอนนี้พวกเราอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ไม่มีใครพรากพวกเราไปได้อีกแล้ว”
“ พี่คะช่วยเล่าเรื่องของพี่ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ฉันรู้สึกว่าพี่มีบางเรื่องที่ไม่ได้บอกกับฉัน”
“ เรื่องอะไรล่ะ”อัสนีตอนนี้นึกถึงเรื่องของ ธิดาเทพจัสมิน และ คุณหนูมินตรา หากเธอรู้เรื่องก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“พี่เอาเงินมากมายมาจากไหน ถึงได้บริจาคสร้างอาคารโรงพยาบาล มูลค่าเป็นพันๆล้านได้”
อัสนีพอได้ยินคำนี้ก็โล่งอก
“พี่ได้รับเงินบริจาคมาจากคนไข้ และ ทางท่านผอ.อีริค ได้ช่วยหาลูกค้าระดับวีไอพี.ที่หมอคนอื่นไม่สามารถช่วยได้แล้ว พี่เลยพอมีเงินบ้าง จากนั้นพี่ก็ลงทุนทำธุรกิจด้านไอทีบ้าง เอาไว้พี่จะพาหมวยเล็กไปดู”
หมวยเล็กมองหน้าอัสนีแล้วก็เอ่ยอีกว่า
“ พี่เคยหมั้นกับคุณหมอรินณลี แล้วสุดท้ายถอนหมั้น ทำไมคะ?”
โอหมวยเล็กนี่รู้ได้ยังไง นี่ขนาดเพิ่งฟื้นความทรงจำนะเนี่ย
อัสนีได้แต่ถอนหายใจนำพินัยกรรมของ ท่านผอ.วิชัยออกมา พร้อมกับ เปิดคลิปวิดีโอการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ที่โรงพยาบาลเทพพิทักษ์ออกมาให้หมวยเล็กดู
“ นี่มัน อะไรกันหมอรินณลี กับ หมอสันทัด ร่วมมือกันทำขนาดนี้เลย ทำไมพวกเขาก็ร่ำรวยมหาศาลอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ”
“ ต่อให้รวยแค่ไหน พวกเขาก็ไม่รู้จักพอไม่เช่นนั้น คงไม่ฆ่าท่านผอ.วิชัย แล้วใส่ร้ายพี่ว่าเป็นฆาตกรเช่นนี้”
“ แย่แล้วหมอสันทัดเป็นคุณชายสี่ของตระกูล หาญเทวัญนายพลพร้อมพงษ์เรืองอำนาจที่สุดในตอนนี้ แล้วเราจะทำอย่างไรดีคะ”
“ ไม่ต้องทำอะไรให้กฏหมายจัดการ พี่ได้ส่งคลิปไปให้ท่านรอง มนต์ชัยแล้วท่านเป็นถึงรองอธิบดีกรมตำรวจ เชื่อว่า ท่านต้องมีวิธีจัดการแน่ๆส่วนเรื่องพินัยกรรม พี่ก็ให้ทนายเคน จัดการไปแล้ว”
หมวยเล็กได้ยินเช่นนั้นก็อดเป็นห่วงอัสนีไม่ได้
“ สงสัยอะไรอีกไหม?”
อัสนีรู้สึกโชคดีที่ไม่ต้องพูดเรื่องของ คุณหนูมินตราและ ธิดาเทพจัสมินอีกคิดว่าหมวยเล็กคงไม่สามารถสืบเรื่องนี้ได้
“แล้วเรื่องคุณหนูมินตราล่ะ”
หมวยเล็กเอ่ยคำนี้อัสนี ถึงกับสำลักน้ำทันที
“รู้..จักคุณหนูมินตราด้วยเหรอ?”
“ ไม่รู้แต่เมื่อวานเธอโทร. มา แต่พี่นอนหลับ ฉันเลยได้พูดกับเธอ”
อัสนีตอนนี้เหงื่อแตกพลั่กไม่รู้เพราะอะไร
“ ก็เธอเป็นลูกสาวของรองมนต์ชัย และเคยจ้างพี่ไปเป็นบอดี้การ์ดให้”
“ เท่านั้น?”
“ ก็คงเท่านั้นจริงๆ”
“ วันนี้เธออยู่พัทยาพอดีอีกสักครู่เธอจะมาหา”
“ หา ! อะไรนะคุณหนูมินตราจะมาที่นี่” อัสนีถึงกับตกใจ ไม่รู้ว่า คุณหนูมินตราพูดอะไรกับ หมวยเล็กไปแล้วบ้าง
ไม่ทันที่อัสนีจะพูดอะไรออกไปคุณหนูมินตราก็เดินเข้ามาที่โต๊ะผ้าใบของเขา แล้วนั่งข้างๆ หมวยเล็กทั้งสองกอดกันอย่างดีใจ ราวกับว่า เคยพบเจอกันมาก่อน
สองคนทักทายกันตามประสาผู้หญิงคุณหนูมินตรา นำของขวัญมาฝากหมวยเล็กมากมาย มีทั้งกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอางและของขวัญของ เจเจ ทั้งสองคุยกัน แทบไม่มองมาทางเขาเลย ทำเหมือนว่าเขาไม่อยู่บนโลกนี้
“ เออ สวัสดีครับ”อัสนีเอ่ยขัดออกไป ทั้งสองสาวหันมามองหน้าอัสนี
“ อะไร?”ทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมๆ กัน ทำให้อัสนี ถึงกับอึ้งไป
“ คุณหนูมินตรามาหาผม มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ ขอโทษนะฉันมาพบกับน้องเซี่ยอิงและหลานเจเจ ไม่ได้มาพบคุณ” มินตราเอ่ยด้วยรอยยิ้มทำให้อัสนีถึงกับพูดไม่ออก ผู้หญิงนี่คิดอะไรกันแน่
“ คุณกับพี่มินไปก่อนฉันจะไปตามเจเจ มา”
“นี่เรียกพี่เรียกน้องกันแล้วหรือนี่” อัสนีสงสัย ไม่รู้ทั้งคู่ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไรหมวยเล็กมองตาเขียวใส่เขา แล้วเดินไปตามเจเจที่กำลังเล่นน้ำอยู่
“ เซี่ยอิงน่ารักมากฉันเข้าใจแล้ว ทำไมคุณถึงได้รู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำกับเธอ”
“ ผม คือ เอ่อ..”อัสนีไม่รู้จะพูดอะไรออกมา
“ฉันดีใจกับคุณด้วยที่ได้ครอบครัวกับมาอีกครั้ง ลาก่อน ฝากบอกลาน้องเซี่ยอิงด้วย”
“ เดี๋ยว...ก่อน”อัสนีลุกขึ้นจับมือของคุณหนูมินตรา แต่เธอกลับไม่หันมาเพราะน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมานองหน้าของเธอในเวลานี้ ก่อนที่จะมา รองมนต์ชัยบอกว่า
ให้มินตราบอกความในใจของเธอกับอัสนีไป แม้นไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก อย่างน้อยก็จะได้ไม่ค้างคาใจกัน
“ ขอโทษ”อัสนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ
“ ขอโทษฉันทำไมคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันเองต่างหากที่ผิด ที่ไม่ยอมรับคุณตั้งแต่แรกมาวันนี้มันก็สายไปแล้ว” มินตราสะบัดมือเขาออก แล้วเดินออกไป หยาดน้ำตาที่รินไหลถูกลมพัดมากระทบใบหน้าของอัสนี เขาถึงกับเจ็บแปล๊บ
ยิงกว่าถูกมีดแทงเสียอีกไม่รู้ทำไม
“ อ้าวพี่มินไปไหนแล้ว” หมวยเล็ก จูงมือเจเจมา มองหามินตราแต่ไม่เจอ
“ เธอไปแล้ว”อัสนีเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ เจเจไปซื้อไก่ย่างข้าวเหนียว ก่อนไป” หมวยเล็กให้เงินเจเจ ที่รับเงิน แล้วเดินไปซื้อไก่ย่างแดง ที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงผ้าใบ
“ พี่มินตราเป็นคนดีมากและสำคัญที่สุด เขารักพี่มากนะ พี่จะปล่อยเขาไปแบบนี้ไม่ได้นะ”
อัสนีหันมามองหน้าหมวยเล็กแล้วเอ่ยว่า
“ หมวยเล็กรู้ไหมสิ่งที่เธอพูด จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต”
“ รู้ซิพี่จะมีพี่มินเป็นภรรยาอีกคน”
“ หมวยเล็ก พี่เอ่อ..ไม่รู้จะพูดอย่างไรมินตรากับพวกเราต่างกันมาก คงไม่เหมาะสม เธอกับพ่อคงไม่ยอมแน่ๆ”
“ พี่รู้ได้ยังไงพี่คุยกับพี่มินแล้วหรือยัง ฉันแค่โทรคุยกับพี่มินแค่ครั้งเดียว ก็รู้ว่าเขารักพี่มาก ต่อให้พวกเราอยู่กันสามคนผัวเมีย ก็ไม่มีปัญหา แต่...ห้ามมีใครเพิ่มอีก ไม่อย่างนั้น ฮึ่ม....”หมวยเล็กยอมรับมินตราแล้ว แถมยังขู่เขาอีก อัสนีเลยไม่กล้าเล่าเรื่องของธิดาเทพจัสมิน
“ยังไม่ไปตามพี่มินอีก เธอคงไปไม่ไกลหรอก”
อัสนีเลยรีบวิ่งออกไปตามกลิ่นของมินตราไม่นานเขาก็พบกับรถของมินตรา ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ภายในรถอัสนีเคาะกระจกรถ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆเธอ
“ คุณหนูมินตราเสียใจเรื่องอะไรหรือครับ ผมพอจะช่วยได้ไหม?”
“ มาทำไมฉันแค่ผงเข้าตาเท่านั้น”
“ ถ้าเช่นนั้น ให้หมอช่วยรักษาให้นะครับ”อัสนีค่อยๆ ประคองหน้าของคุณหนูมินตรา เข้ามาใกล้ๆแล้วจุมพิตดวงตาของเธออย่างแผ่วเบา
“ นี่ นี่นายจะทำอะไรเนี่ย”
อัสนีไม่ตอบแต่จูบปากของ มินตรา ที่สะดุ้งเฮือก แม้จะขัดขืนพอเป็นพิธีแต่สุดท้ายก็โอนอ่อนผ่อนตาม จูบอัสนีกลับไป จนเวลาผ่านไปสักพักคุณหนูมินตราถึงได้ผลักอัสนีออก
“ อย่าทำอย่างนี้อีกน้องเซี่ยอิงเห็นจะไม่พอใจได้”
อัสนียิ้ม แล้วกำมือของคุณหนูมินตราเอาไว้อย่างอ่อนโยน
“ คุณหนูเห็นหมวยเล็กกับลูกสบายดีแล้วพวกเธอไม่ได้ลำบากหรือทรมานอะไรเลย คุณหนูไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดในใจแล้วใช่ไหมหากแต่งงานกับผม”
มินตราแม้นจะปลดล็อคความรู้สึกนั้นไปแล้วแต่พอได้ยินคำนี้ ก็แย้งออกมาว่า
“ พูดแบบนี้ได้ยังไงนายมีน้องเซี่ยอิงแล้วนะ”
อัสนียิ้มพรายแล้วลูบเส้นผมมของคุณหนูมินตรา เช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มอย่างแผ่วเบา
“ หมวยเล็กบอกกับผมแล้ว พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันได้หากคุณหนูมินตรายินยอม”
“ ฉัน ฉัน..”
“ตอนนี้ผมไม่มีสิ่งใดค้างคาใจอีกแล้วหากว่า คุณหนูปฏิเสธ ผมก็ไม่ว่าอะไร” อัสนีทำสีหน้าเศร้า ทำท่าจะลงจากรถแต่ลงไม่ได้ เพราะคุณหนูมินตรากดปุ่มล็อครถเอาไว้อัสนีมองหน้าของคุณหนูมินตราทันที
คำตอบก็คือคุณหนูมินตราโผเข้ากอดอัสนีแน่น แล้วจูบปากเขาอย่างรุนแรงอีกครั้งผ่านไปสักพักสองคนก็กลับมานั่งตำแหน่งของตน
“ ลงไปได้แล้ว” มินตรายิ้มเขินๆ หน้าแดงกล่ำ
“ อืมไม่ลงไปกินข้าวกับพวกเราเหรอ?”
“ ไม่คุณทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ฉันจะมีหน้าไปพบใครได้อีก”
อัสนีมองคราบน้ำตากับปากที่ซีด ถูกเขาบดจนลิปสติกหายไปหมด ผมเผ้าก็ไม่อยู่ทรงเดิม
“ ผมว่าก็ยังสวยอยู่นะ”
“ ลงไปเลยแล้วรีบไปคุยเรื่องนี้กับพ่อฉันด้วย”
“ให้ผมไปสู่ขอกับท่านรอง?”
“ ใช่แล้วหรือว่านายจะเปลี่ยนใจ?”
“ ไม่ ไม่ผมกลับกรุงเทพ แล้วผมจะรีบไปหาท่านทันที” อัสนียิ้มอย่างดีใจ แล้วก็ลงจากรถคุณหนูมินตรา ขับรถออกไปในทันที
อัสนีกลับมาพบว่า เจเจกับหมวยเล็กกำลังกินส้มตำไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อย
“ พี่มินล่ะ”
“ กลับบ้านไปแล้ว”
“ อ้าว ทำไมล่ะ”
“ เธออายน่ะ”อัสนีกระซิบข้างหูของ หมวยเล็กที่หัวเราะออกมา
“พ่อกับแม่หัวเราะอะไรกันครับ”
“บ้านเราจะมีสมาชิกเพิ่มน่ะ” หมวยเล็กเอ่ยตามตรง
“หมายความว่ายังไงครับ” เจเจถามอย่างสงสัย
หมวยเล็กกระซิบเรื่องของมินตราให้กับเจเจฟังทำให้เจเจถึงกับมองหน้าอัสนีอย่างไม่พอใจ รู้สึกได้ว่า เจเจ ไม่โอเคในเรื่องนี้อัสนีตอนนี้ถึงกับไม่เข้าใจ ทำไมคนที่มีภรรยามากมายเขาจัดการกันยังไงนะถึงได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้....