บทที่ 5 โอกาสหย่าร้างมาถึงแล้ว
สะใภ้คนนี้เป็คนที่มีชื่อเสียงดีที่สุดในตระกูลหลูคนส่วนใหญ่ต่างคิดว่า แม่หลูกับหลูต้าจ้วงทารุณสะใภ้ และหลาน ตอนนี้ยังทำให้เธอหนีไปอีก...
ใครจะยังอยากแต่งงานกับครอบครัวแบบนี้ ?
"พูดบ้าอะไรของเธอ!" หลูต้าจ้วงที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
ฉู่เจียงชวนเหยียบลงบนหน้าอกเขา หลูต้าจ้วงก็หมดสติไปอีกครั้ง
ฉู่เจียงชวนเซถลาขณะดึงเท้ากลับ "ขอโทษครับ ขาผมพิการมักจะเป็ตะคริวบ่อย ๆ !"
ทุกคน "..."
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ถังซีเหมียนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบ ๆ "ผู้ใหญ่บ้านปกป้องพวกเขาขนาดนี้ ตระกูลหลูให้ผลประโยชน์อะไรมาเหรอคะ ? เงิน อำนาจ หรือว่า ผู้หญิง ?"
"เธอพูดเหลวไหลอะไร! ฉันก็แค่มาดูสถานการณ์เท่านั้น! พวกเธอไม่ได้จะหย่ากันเหรอ ? จัดการกันเองก็แล้วกัน !"
ผู้ใหญ่บ้านรู้สึกละอายใจ จึงหันหลังเดินจากไปทันที
วิ่งไวเชียว !
ถังซีเหมียนมองดูตระกูลหลูแล้วพูดว่า "เอาเอกสารสำคัญมาด้วย อย่าให้ขาดตกสักอย่างเดียว เก็บของแล้วไปกันเถอะ !"
ฉู่เจียงหรงไปเก็บข้าวของของตัวเองเงียบ ๆ ไม่นานก็หอบห่อผ้าเล็ก ๆ ออกมา มีเพียงเสื้อและกางเกงอย่างละตัว เงินไม่กี่เหมาที่เธอหาได้จากการเย็บกระดุมให้คนอื่น ด้านหลังมีลูกสาวตัวน้อยเดินตามไม่ห่าง
"แล้วสินสอดของบ้านเราล่ะ ?" แม่หลูแสดงสีหน้าตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
"อยู่นี่!" สวี่กว่างเฟินหยิบออกมาพลางมองลูกสะใภ้
ถังซีเหมียนพยักหน้า "พี่ของฉันาเ็ ก่อนหน้านี้ก็ถูกพวกคุณดูถูกทำร้ายมาตลอด ค่ายารวมกับค่าเสียหายทางจิตใจ คืนให้พวกคุณสามสิบหยวนคงไม่เกินไปนะ"
"ทำไมต้องเป็แบบนั้นด้วย ?!" พอเป็เื่เกี่ยวกับเงิน แม่หลูก็เหมือนถูกหมากัด
"หรือจะเอาอันนี้!" ฉู่เจียงชวนชี้ไปที่กำปั้นของตัวเอง
"ถ้าพวกคุณยังจะก่อเื่ ฉันจะเอาเื่นั้นไปพูดให้คนอื่นรู้!" ฉู่เจียงหรงพูดขึ้นมาทันที
แม่หลูหันขวับมามองฉู่เจียงหรงด้วยสายตาอาฆาตแค้น "นังสารเลว! แกกล้าดียังไง !"
ถังซีเหมียนเบิกตาโพลง ก้าวเข้าไปกระชากผมแม่หลูแล้วตบหน้าสองฉาด
"คุณคิดว่าฉันตายแล้วหรือไง !"
แต่ดูเหมือนเื่นี้จะสำคัญมาก ถึงแม่หลูจะโดนตบสุดท้ายก็ต้องยอมอ่อนข้อ
ส่วนเื่เด็ก พวกเขาไม่มีทางรับไว้หรอก เด็กที่ป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้ ใครจะรู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ !
การจัดการเอกสารหย่าร้างทำที่อำเภอ เป็ครั้งแรกที่ฉู่เจียงหรงได้มาที่อำเภอ แต่เด็กน้อยใกลัว สวี่กว่างเฟินจึงพาเด็กกลับบ้านไปก่อน
ถังซีเหมียนไม่ได้เดินตามเข้าไป เธอซื้อหนังสือพิมพ์ราคาห้าเฟินมาอ่านระหว่างนั่งรอ
วันนี้เธอได้ซัดคนจนหายแค้นแล้ว เื่ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของตระกูลหลูจัดการแล้วกัน
ใช่แล้ว การที่ถังซีเหมียนลงมือวันนี้ก็เพื่อฉู่เจียงชวนที่เดินไม่สะดวกนั่นแหละ
ฉู่เจียงชวนรู้ถึงความคิดของเธอจึงไม่ได้ลงมือช่วย แต่เขาสังเกตเห็นว่า ภรรยาของเขาเคยฝึกฝนมามาก่อน !
ยังมีอะไรบ้างนะที่เขายังไม่รู้เกี่ยวกับหญิงสาวตัวน้อยคนนี้
"หืม ?"
ถังซีเหมียนมองเห็นประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์ ดวงตาของเธอพลันเป็ประกายขึ้นมาทันที !
สถานีวิทยุกระจายเสียงประจำอำเภอกำลังรับสมัครผู้ประกาศข่าว !
โอกาสของเธอมาถึงแล้ว !
ตอนนั้นการพูดภาษากลางของเธอสอบผ่านระดับหนึ่งแล้ว เมื่อก่อนค่อย ๆ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เธอรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองขาดจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ พอมีเวลาว่างก็จะพยายามเรียนรู้อย่างเต็มที่
ตอนนี้หากคิดย้อนกลับไปแล้ว มันอาจจะเป็การเตรียมตัวสำหรับการกลับมาของเธอจริง ๆ !
หลังจากที่ฉู่เจียงชวนออกมา ถังซีเหมียนก็รีบพูดความคิดของตัวเองออกมาทันที
ฉู่เจียงหรงแสดงความเห็นด้วย "ฉันคิดว่าเธอต้องทำได้แน่นอน !"
"เธอจะทำได้จริงเหรอ ?" สวี่กว่างเฟินได้รู้ความคิดของลูกสะใภ้ก็รู้สึกไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ "ข่าวนี้เป็เื่จริงหรือเปล่า ? จะไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหรอกใช่ไหม ?"
"เป็เื่จริงครับ" ฉู่เจียงชวนดูหนังสือพิมพ์แล้วก็รู้ว่าเป็เื่จริง "งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปกันไหม ? นั่งรถไปแค่สอฝชั่วโมงก็ถึงแล้ว"
"คุณจะไปกับฉันเหรอ ?" ถังซีเหมียนคล้องแขนเขาเดินไปช้า ๆ
ฉู่เจียงชวนพยักหน้า "ถ้าคุณไปคนเดียว ผมไม่สบายใจหรอก"
ขณะเดียวกัน ตอนนี้ฉู่เจียงหรงพลันรู้สึกโล่งใจ ก่อนหน้านี้เคยคิดจะหย่า แต่ไม่สามารถตัดสินใจได้ ตอนนี้หย่าแล้วก็รู้สึกดีใจมาก
"งั้นพวกเธอไปทำธุระเถอะ พี่กับแม่จะอยู่บ้านดูแลข้าวสาลีพวกนั้น แล้วก็ดูแลเด็ก ๆ เอง !"
คราวนี้ได้เงินมายี่สิบหยวน ฉู่เจียงหรงก็ไม่ตระหนี่ ซื้อปลาตะเพียนหนักสามจินกว่ามาต้ม
"เหมียนเหมียน เื่ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป พวกเราไม่ต้องพูดถึงมันอีก วันนี้พี่เข้าใจแล้ว ต่อไปมีอะไรพี่จะปรึกษาเธอนะ"
ถึงฉู่เจียงหรงจะลังเลในการตัดสินใจ แต่เธอก็รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร
ถังซีเหมียนพยักหน้าพลางยิ้ม "พี่คะ งั้นมีเื่อะไรของตระกูลหลูที่พี่รู้มาอีกบ้างคะ ?"
เธออยากรู้จนแทบใจจะขาดแล้ว !
"เด็กสองคนของตระกูลหลูไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ทั้งคู่เป็ลูกที่แม่หลูใช้วิธีฝากเมล็ดพันธุ์! แต่ว่าผู้ชายที่เป็เ้าของเมล็ดพันธุ์ตอนนี้มีภรรยาที่ดุมาก ดังนั้น..."
ทุกคนในตระกูลฉู่ต่างตกตะลึง
เธอคนนี้ช่างกล้าจริง ๆ !
แม้ว่าเื่แบบนี้จะมีอยู่บ้าง แต่ในหมู่บ้านสิบกว่าแห่งแถวนี้ก็มีน้อยมาก...
ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติกับเด็กหญิงเป็อย่างดี แต่เด็กหญิงตัวน้อยก็ยังไม่ยอมพูด ฉู่เจียงหรงบอกว่า เด็กถูกย่าทำให้ใจึงไม่ยอมพูดอะไรมาเป็เดือนแล้ว
ฉู่เจียงชวนเต็มไปด้วยความกังวล ถังซีเหมียนปลอบใจว่า "รอให้ฉันหางานได้ แล้วมั่นคงก่อนนะ ฉันจะพาหลานไปหาหมอในเมืองเอง"
"เหมียนเหมียน ขอบคุณนะ..." ฉู่เจียงหรงทั้งรู้สึกเ็ป และซาบซึ้งใจ
เพราะต้องออกเดินทางั้แ่เช้า ถังซีเหมียนจึงตื่นแต่เช้าตรู่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และใช้ตะเกียบที่เผาจนร้อนม้วนผมเล็กน้อย ทำให้ดูมีกลิ่นอายแบบฮ่องกง
แม้จะเป็ฤดูร้อน แต่ตอนเช้าตรู่ก็ยังคงมีลมเย็นพัดผ่าน ถังซีเหมียนถือหนังสือพิมพ์เดินมากับฉู่เจียงชวนเพื่อไปขึ้นรถในเมือง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถังซีเหมียนนั่งรถแบบนี้ แต่ผ่านมาหลายปีแบบนี้เธอก็ยังปรับตัวไม่ค่อยได้ รถโคลงเคลงไปมาจนแทบจะทนไม่ไหว
ในที่สุดเมื่อคนเริ่มน้อยลง ฉู่เจียงชวนก็เอนตัวมาใกล้ ยื่นพุทราเปรี้ยวให้เธอ "คุณเคยเมารถมาก่อน เอาไปกินสิ"
"ขอบคุณนะ" ถังซีเหมียนรู้สึกปวดตาจนหางตากระตุก ท่าทางของภรรยาทำให้ฉู่เจียงชวนอดขำไม่ได้
สองสามีภรรยามาตามที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ ทั้งคู่ก็เดินไปหาแผนกรับสมัครงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงได้อย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนี้มีคนแน่นขนัด ดูเหมือนทุกคนต่างมาเพื่อตำแหน่งนี้ ถึงอย่างไรก็เป็งานราชการ แม้จะมีข้อกำหนดที่ค่อนข้างสูง แต่เงินเดือนสูงถึงห้าสิบหยวน ทั้งยังได้กินที่โรงอาหาร และ มีหอพักให้ด้วย นับเป็โอกาสดีที่หาได้ยาก !
บริเวณหน้าประตูมีคนสองคน คนนึงคอยดูแลการเข้าแถว อีกคนคอยสอบถามวุฒิการศึกษา
"คุณจบการศึกษาระดับไหน ?"
"จบอาชีวะ..."
"แล้วคุณล่ะ ?"
"ฉัน...ฉันเรียนจบแค่ประถม..."
"ขอโทษนะคะ วุฒิการศึกษาของคุณไม่ตรงตามที่เรา้า คุณกลับไปได้แล้วค่ะ"
พนักงานรีบเดินมาหน้าถังซีเหมียน "น้องสาวหน้าตาดีนี่ ! มีวุฒิอะไรมาล่ะ ?"
"สวัสดีค่ะ ฉันจบมัธยมปลายค่ะ" ถังซีเหมียนที่ก่อนหน้านี้พูดด้วยสำเนียงท้องถิ่น ตอนนี้พูดภาษากลางได้อย่างชัดเจน "ถึงวุฒิของฉันจะไม่ดีนัก แต่ฉันก็อยากลองดูค่ะ !"
"พอเถอะ!" ผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังเธอแค่นเสียงพูด "ฉันจบปริญญาตรีนะ เธอกลับบ้านไปเถอะไป!" เธอพูดภาษากลางเช่นกัน
แต่ถังซีเหมียนยังคงได้ยินสำเนียงท้องถิ่นอยู่บ้าง จึงยิ้มน้อย ๆ "พี่สาวคะ คุณธรรมมักชดเชยข้อบกพร่องทางปัญญาได้เสมอ แต่ปัญญาไม่มีวันเติมเต็มความว่างเปล่าทางคุณธรรมได้ !"
"เธอ..."
สาวคนนั้นถูกคำพูดของถังซีเหมียนทำเอางงงันไป
"เดี๋ยวพวกคุณเข้าไปด้วยกันแล้วแข่งกันก็แล้วกัน!" พนักงานมองทั้งสองคนด้วยความชื่นชม ยิ้มพลางจับมือทั้งคู่ไว้ "อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลย !"
"พลังความสามารถต่างหากคือ เหตุผลที่แท้จริง เหมียนเหมียนมาทางนี้สิ ผมจะพัดให้" ขณะเดียวกัน ฉู่เจียงชวนก็จูงมือถังซีเหมียนไปยืนในที่ร่ม