หลังจากผ่านาการแข่งขันเก็บหอยแล้ว สองพี่น้องบ้านหลิงก็ขอตัวกลับไป เสี่ยวหลินจึงหิ้วถังใบน้อยจนตัวเอียงกลับไปที่กระท่อม นางเก็บหอยได้จนเต็มถัง ไม่แน่ว่ามื้อเที่ยงนี้อาจจะได้กินหอยแมลงภู่ต้มกับน้ำจิ้มรสแซ่บ
"ต้มน้ำทะเลไปถึงไหนแล้วเ้าคะ" เสี่ยวหลินวางถังใส่หอยไว้ก่อนจะเดินไปชะโงกดูในกระทะ เห็นว่าน้ำงวดไปเหลือเพียงครึ่งจึงเดินกลับไปหามารดา
"เที่ยงนี้จะกินอะไรดีลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาว มือก็ยังคงชำแหละปลาหมึกไม่หยุด
"กินหอยนี่ก็ได้เ้าค่ะ เอาไปต้มใส่ตะไคร้ลงไปสักหน่อย กินกับน้ำจิ้มเผ็ดๆ ก็อร่อยแล้วเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นก็ต้มจากที่นี่เลยก็แล้วกัน ค่อยเอากลับไปแบ่งให้ท่านตาท่านยายแล้วก็เอาข้าวกลับมากินด้วย"
เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินออกไปตรวจดูหมึกที่กำลังตากไว้อยู่บนแผง ด้วยความที่แดดแรงจนแทบจะเผาหัวคนได้ ทำให้หมึกแห้งเร็วมาก มือน้อยๆ จับหมึกพลิกกลับด้านไปเรื่อยๆ เพื่อให้มันแห้งเร็วขึ้น เพียงวันที่สองแผงตากหมึกก็เกือบจะไม่พอตากแล้ว เหลืออยู่อีกแค่สองแผงเท่านั้นที่ยังว่างเปล่า
หากขยันทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงหน้าหนาว กิจการขายอาหารแห้งเล็กๆ ของนางก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ปีนี้นางมาถึงก็เหลือเวลาไม่มาก อาจจะเพียงพอแบ่งขายแค่ในหมู่บ้านเท่านั้น ในปีหน้าคงได้เริ่มทำกิจการเล็กๆ อย่างเต็มตัว พร้อมทั้งจ้างคนมาช่วยทำด้วยจะได้เพิ่มจำนวนสินค้าที่ได้ให้พอขาย
"เข้าร่มได้แล้วลูก แดดแรงมาก" ฮุ่ยหนิงะโเรียกทำให้เสี่ยวหลินหลุดจากความคิด นางก้มมองดูแขนของตนที่แทบจะควันขึ้นแล้วก็รีบวิ่งกลับไปหลบแดดอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวตอนเย็นพ่อจะสานหมวกให้ ่นี้ลูกมาที่ชายหาดทุกวัน เดี๋ยวจะป่วยเป็ไข้แดดไปเสียก่อน" เทียนหรงหันมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาวอย่างไม่สบายใจ
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ" นางกล่าวก่อนจะหันไปรับกระบอกน้ำดื่มจากมารดามาดื่มอย่างกระหาย
"แล้วเกลือนั่นจะทำอย่างไรต่อล่ะลูก"
"ต้องรอให้มันแห้งเ้าค่ะ มันจะกลายเป็เม็ดเหมือนเกลือที่ท่านแม่ใช้ แต่ว่าต้องเอาไปตากแดดให้แห้งสนิทก่อนถึงจะเก็บใส่ไหได้" ฮุ่ยหนิงได้ฟังอย่างนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ดีเหมือนกัน ครอบครัวจะได้ประหยัดค่าเกลือไปได้บ้าง ยามนี้ถึงครอบครัวของนางจะมีเงินเหลือใช้แต่ก็ไม่ควรเลินเล่อใช้เงินพร่ำเพรื่อจนไม่เหลือ
ฮุ่ยหนิงปล่อยให้บุตรสาวนั่งพักอยู่ในร่ม ส่วนนางก็เดินไปดูกระทะที่ใช้ต้มน้ำเกลือ คนมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ไหม้ก้นกระทะ ก่อนจะเดินหิ้วถังหอยแมลงภู่กลับไปด้วย เอาไปจัดการที่บ้านมันสะดวกกว่าเสร็จแล้วค่อยแบ่งมาให้สามีอีกทีหนึ่ง
ว่าที่เถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยผู้อยู่ไม่สุขก็เดินวนดูแรงงานสองคนของตนที่กำลังนั่งชำแหละหมึกอยู่ นางกำลังครุ่นคิดอยู่ว่านอกจากหมึก กุ้งและหอยแล้ว อะไรที่สามารถเอามาแปรรูปได้อีก มานึกเสียดายที่เมื่อก่อนไม่ค่อยหาความรู้ใส่ตัวก็ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว
"เฮ้อ" นางถอนหายใจเสียดังจนบิดากับท่านอาหันมามอง
"เป็อะไรเสี่ยวหลินน้อย เบื่อหรือ กลับไปนอนกลางวันที่บ้านดีหรือไม่" เทียนเฉินเอ่ยถามหลานสาวตัวน้อย เขามองใบหน้าหงอยๆ ของนางก่อนจะเห็นปากจิ้มลิ้มเบะออกมา
"เสี่ยวหลินกำลังคิดว่าจะจับอะไรมาตากแห้งอีกดีเ้าค่ะ"
"เท่านี้ก็พอแล้ว เอาไว้คิดออกค่อยมาบอกพ่อ เ้าเพิ่งเป็เด็กวัยห้าขวบเองนะลูก อย่ากดดันตัวเอง หน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวเป็หน้าที่ของพ่อ ส่วนหน้าที่ของลูกมีเพียงแค่กิน นอนและเล่นเท่านั้น หากเบื่อๆ ก็ค่อยเรียนรู้งานเรือนกับมารดาของเ้า เข้าใจที่บิดาบอกหรือไม่"
เสี่ยวหลินยืนเบะปากมองบิดาก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก นางเดินเข้าไปกอดคอของเขาจากด้านหลังแล้วซุกหน้าอยู่อย่างนั้น แล้วเพิ่งจะขบคิดได้ว่า ก่อนหน้านี้นางทำอะไรเกินตัวไปมาก ยังดีที่อ้างเสี่ยวจงแล้วพวกเขาไม่คิดสงสัย ไม่อย่างนั้นแล้วนางคงถูกกล่าวหาว่าเป็ิญญาร้ายมาสิงสู่ในร่างเด็กจนถูกจับไปเผาไฟอย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่านางจะเป็ิญญาจริงๆ ก็เถอะนะ..
"เท่านี้เสี่ยวหลินของพ่อก็เก่งมากแล้ว ใช้ชีวิตวัยเด็กให้มีความสุขเถอะลูก" เทียนหรงเอ่ยกับบุตรสาว เขามองหัวทุยที่ซุกอยู่บนไหล่ด้านซ้ายอย่างเอ็นดู
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ" นางตอบเสียงอู้อี้
ทำไมวันนี้เ้าขี้แยนักล่ะเสี่ยวหลิน!!
เ้าลูกหมูน้อยบ่นตัวเองในใจแล้วเกาะหลังบิดาไม่ยอมปล่อยจนฮุ่ยหนิงถือตะกร้าเข้ามานั่นแหละนางถึงวิ่งเข้าไปหา เพราะท้องน้อยๆ เริ่มส่งเสียงประท้วงแล้ว
หอยแมลงภู่กับน้ำจิ้มรสเผ็ดเป็ที่ถูกอกถูกใจสองพี่น้องบ้านถังมาก เพราะคราวที่แล้วมีของที่อร่อยกว่าพวกเขาจึงไม่ค่อยสนใจมันมากนัก คราวนี้ถึงกับกินหมดจนไม่เหลือสักตัว กินเสร็จก็รีบพากันชำแหละปลาหมึกที่เหลืออยู่แล้วหิ้วถังไปนั่งแคะหอยบนโขดหินอย่างขมักเขม้น บางครั้งยังได้ยินเสียงโวยวายของทั้งสองที่แย่งหอยตัวใหญ่กันราวกับเด็กสามขวบ
เสี่ยวหลินมองสองพี่น้องตาปริบๆ พวกเขาช่างมีแรงเหลือล้นจริงๆ นางหันมาดูเกลือในกระทะที่เริ่มตกผลึกแล้ว จึงให้มารดาตักใส่กระด้งแล้วนำไปตากแดดไว้
ฮุ่ยหนิงเห็นเกลือสีขาวสะอาดก็ตื่นเต้นมาก จึงรีบไปตักน้ำทะเลมาตั้งเตาอีก เสี่ยวหลินขอให้มารดาพากลับไปส่งบ้านก่อนค่อยกลับมาต้มเกลือต่อ
พอถึงบ้านเด็กน้อยก็เดินพุงป่องมายืนดูจางรั่วที่กำลังตักผงแป้งมันเทศใส่ในไห มันเทศสิบห้ากระสอบได้แป้งมาห้าไหใหญ่ แบ่งให้บ้านหลิวไปสองไหเหลือเก็บไว้เองสามไห
"เสี่ยวหลินไม่นอนกลางวันหรือลูก" จางรั่วเอ่ยถามหลานสาว
นางตักแป้งใส่ไหเสร็จแล้วก็ปัดทำความสะอาด ส่วนไหก็รอให้สามีกลับมาช่วยยกเข้าไปเก็บในครัว เพราะมันมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่นางจะสามารถยกไปเก็บเองคนเดียวได้
"เสี่ยวหลินยังไม่ง่วงเ้าค่ะ ที่บ้านท่านยายปลูกผักอะไรบ้างหรือเ้าคะ" เสี่ยวหลินมานั่งแหมะมองดูท่านยายอย่างเรียบร้อย จางรั่วมองภาพนั้นก็หลุดยิ้มกับความน่ารักของหลานสาว
"ก็มีผักกาดขาว หัวไชเท้า แล้วก็กะหล่ำปลีจ้ะ เสี่ยวหลินอยากกินหรือ แต่ผักพวกนี้ยังไม่โตพอให้เก็บหรอกนะ ยังมีผักคะน้าอยู่นิดหน่อยที่ยายปลูกไว้กินเอง เดี่ยวพรุ่งนี้ยายจะเก็บมาให้แม่เ้าทำอาหารนะลูก"
"เสี่ยวหลินแค่ลองถามดูเ้าค่ะ แล้วผักพวกนั้นท่านยายจะเก็บไว้กินเองหรือเ้าคะ"
"ยายจะเอาไปขาย เหลือไว้กินเองสักเล็กน้อย"
ใบหน้ากลมเอียงซ้ายขวาอย่างครุ่นคิด โดยมีจางรั่วนั่งมองอยู่ นางหลุดขำเบาๆ กับท่าทางนั้นของเด็กน้อย ครู่หนึ่งดวงตากลมก็เบิกกว้างพร้อมกับแย้มยิ้มเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นหันมาหาท่านยายอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมา
"เสี่ยวหลินขอหัวไชเท้ากับใบหัวไชเท้าบ้างได้ไหมเ้าคะ เสี่ยวหลินจะเอามาตากเก็บไว้กินหน้าหนาวเ้าค่ะ"
"ได้สิลูกแล้วจะเอาอะไรอีกหรือไม่"
"อืมม เอาผักกาดขาวกับกะหล่ำปลีด้วยเ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะเอามาดองสูตรพิเศษให้ท่านยายกิน ท่านยายจะต้องชอบมากๆ แน่นอนเลยเ้าค่ะ!"
คงหนีไม่พ้นทำกิมจินั่นแหละ แต่ทำตามมีตามเกิดเท่านั้นนะเพราะว่านางไม่ได้รู้วิธีทำอย่างละเอียด พอคิดได้อย่างนั้นนางก็เราะคิกคักออกมา จางรั่วอดไม่ได้เลยเอื้อมมือไปบีบแก้มหลานสาวอย่างมันเขี้ยว
เมื่อเห็นว่าหลานสาวไม่ยอมนอนกลางวันจางรั่วก็จูงมือหลานสาวพากันเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เผื่อมีคนมาหาที่บ้านแล้วไม่เจอ นางจึงมักจะกลับมาดูบ้านใน่กลางวันหลังกินข้าวเสร็จแล้ว มาช่วยงานบ้านลูกเขยไม่เท่าไหร่นางก็เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้น เพราะบ้านนี้กินข้าวสามเวลา
เสี่ยวหลินหันมองซ้ายขวาอย่างสนใจ มีหลายบ้านที่ปลูกผักไว้ในรั้วบ้าน ถึงแม้จะปลูกข้าวไม่ได้เพราะแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ยังดีที่พอจะปลูกผักได้บ้าง แต่อาจจะไม่ได้เจริญงอกงามดีเท่าหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลทะเลเพราะสภาพดินต่างกัน
"อ้าวจางรั่ว เดี๋ยวนี้ไม่เห็นอยู่บ้านเลยนะ ไปช่วยที่บ้านลูกเขยหรือ" หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นมาทำให้สองยายหลานหยุดหันไปมอง
"อ้อ อาเหยา ใช่แล้วล่ะ" จางรั่วพาหลานสาวเดินเข้าไปในรั้วบ้านของพื่อนบ้าน ที่กำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่สามสี่คน
สตรีว่างงานทั้งหลายต่างก้มลงมองร่างน้อยตัวอวบอิ่มผิวขาวผ่องแก้มกลมอย่างสนใจ ด้วยถังเทียนหรงบิดาของนางมีที่ดินอยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านพอสมควร อีกทั้งไม่ค่อยเข้ามาในหมู่บ้านนักผู้คนส่วนหนึ่งจึงไม่เคยเห็นบุตรสาวตัวน้อยของเขา
"นี่คือเสี่ยวหลินหลานสาวเ้าหรือ อุ๊ย น่ารักจริงเชียว เหมือนคุณหนูน้อยในเมืองเลยเ้าว่าหรือไม่" นางเหยาหันไปเอ่ยกับสหายนักพูดทั้งหลายของนาง ซึ่งสตรีเ่าั้ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ยิ่งเห็นดวงตากลมๆ กำลังมองมาพวกนางก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรัก ช่างให้ความรู้สึกแตกต่างจากบุตรและหลานของพวกนางที่ตัวสกปรกมอมแมมได้เสียทุกวัน
"เสี่ยวหลินคารวะท่านยายและท่านป้าทุกคนเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินก้มโค้งตัวให้พวกนางอย่างรู้ความ จนคนแก่ถึงกับนึกอิจฉาเพื่อนบ้านที่มีหลานสาวน่ารักน่าชังและรู้ความเช่นนี้
"นี่จางรั่ว ข้าพูดตรงๆ เลยนะ ข้าขอจองหลานเ้าไว้ให้หลานข้าได้หรือไม่" นางเหยาพูดขึ้นทันควันจนคนที่เหลือหันขวับไปมองตาขวาง
"นี่นางเหยา ข้ากำลังจะพูดอยู่เลยเชียว"
"นี่ๆ พวกเ้า หลานข้าเพิ่งจะห้าขวบเองนะ! เอาไว้ให้นางตัดสินใจเองเถอะ" จางรั่วพูดขึ้นมาบ้าง นางขมวดคิ้วมุ่นจนเหล่าสหายพากันหัวเราะอย่างขบขัน
หลานสาวของนางเพิ่งจะอายุเท่านี้ก็คิดจะจับคู่ให้แล้วหรือ นางมองเหล่าสหายตาขวาง ตัวนางเองยังไม่ค่อยจะได้เจอหลานสาวเลยด้วยซ้ำ เพิ่งจะได้มาเจอกันทุกวันก็ตอนที่ลูกเขยโชคดีได้เจอสมุนไพรราคาแพงแล้วได้อยู่ติดบ้านบ้างนั่นแหละ
่ก่อนหน้านี้บุตรสาวมักจะพาเ้าตัวน้อยเข้าป่าจึงไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตากันนัก คนพวกนี้นี่อย่างไร เพิ่งจะเจอหน้าเ้าตัวน้อยครั้งแรกก็คิดจะแย่งชิงกับนางเสียแล้ว
เสี่ยวหลินมองเหล่าท่านยายท่านป้าอย่างขนลุกขนชัน คนพวกนี้จะเกินไปแล้ว! ถึงนางจะชอบบ่นในใจว่าไม่เคยมีความรักกับใครเขา แต่ก็ใช่ว่านางจะอยากมีสามีที่ได้มาโดยการถูกจับคลุมถุงชนหรอกนะ!
คอยดูเถอะ ถ้าไม่เจอคนที่พอเข้าตานางจะขึ้นคานเป็สาวเทื้อไปเลย!
กว่าจะหลุดออกมาจากกลุ่มสตรีว่างงานแก้มของนางก็เจ็บช้ำไปหมด มือน้อยลูบแก้มกลมป้อยๆ จนจางรั่วที่มองอยู่ตลอดอดจะสงสารไม่ได้
"พวกนั้นก็จริงๆ เลยเชียว เด็กตัวแค่นี้ก็บีบจับเสียแรง เจ็บมากหรือไม่ลูก" จางรั่วอดจะบ่นไม่ได้ เมื่อเห็นแก้มที่ขึ้นสีแดงจางๆ ของหลานสาว
เสี่ยวหลินส่ายหัวจนผมทรงซาลาเปาของนางสั่นดุ๊กดิ๊ก นางไม่ได้รู้สึกเจ็บมากขนาดนั้น เพียงแต่มือของคนทำงานหนักนั้นนอกจากจะหยาบแล้วยังมีรอยแตกซึ่งมันขูดผิดอ่อนๆ ของนางจนรู้สึกแสบนิดๆ
"เด็กดี เอาล่ะไปดูผักที่บ้านยายกันดีกว่า" จากรั่วลูบแก้มหลานสาวเบาๆ แล้วจับจูงมือพาเดินไปยังบ้านของนางซึ่งอยู่ข้างหน้านี้
เสี่ยวหลินมองดูบ้านดินหลังเล็กขนาดเท่าบ้านเดิมของนางแต่มีสภาพใหม่กว่าเล็กน้อย รอบบริเวณตัวบ้านสะอาดสะอ้านดี จนท่านยายพานางเดินมาด้านหลังบ้านซึ่งมีแปลงผักอยู่ประมาณสิบแปลง
มีแปลงผักกาดสามแปลง กะหล่ำปลีสามแปลง หัวไชเท้าสองแปลง และผักยิบย่อยอีกสองแปลง ซึ่งมีทั้งคะน้า กวางตุ้ง ฟักทอง พริกยาว (เซี่ยนเจียว) และหัวหอมแดงใหญ่
"เสี่ยวหลินอยากกินผักอะไรบอกยาย เดี๋ยวยายจะเก็บให้"
"เสี่ยวหลินกินผักคะน้ากับกวางตุ้งก็ได้เ้าค่ะท่านยาย"
"ได้ อย่างนั้นเดี๋ยวยายจะเก็บให้นะ แต่ว่ายายขอถอนหญ้าในแปลงผักสักหน่อย เสี่ยวหลินไปนั่งรอในร่มเถอะ ถ้าง่วงนอนก็นอนเล่นที่แคร่ไปก่อนก็ได้ลูก" จางรั่วลูบหัวหลานสาวเบาๆ
เสี่ยวหลินเดินไปนั่งรออย่างไม่อิดออด เพราะนางเองก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาแล้วเหมือนกัน เด็กน้อยเดินหาวปากกว้างไปยังแคร่ที่อยู่หลังบ้าน นั่งมองดูท่านยายถอนหญ้าอยู่ครู่หนึ่งก็เอนตัวนอนหลับไป
ด้านเสี่ยวจง มันเดินตามฮุ่ยสงต้อยๆ ทั้งวัน พอเบื่อๆ มันก็จะออกไปวิ่งเล่นตรงบริเวณที่ว่างซึ่งเหลือน้อยนิด สลับกับเล็มปลายหญ้าบ้าง พอหิวนมมันก็จะวิ่งมาร้องออดอ้อนกับฮุ่ยสง
มออ~
เ้าวัวตัวกลมวิ่งตุบตับไปหามนุษย์ชายที่เป็ผู้ให้นมมันใน่นี้ มันใช้หัวดันขาของฮุ่ยสงอย่างออดอ้อน จนคนที่กำลังยืนดูช่างก่อสร้างอยู่ต้องหันมามอง นายช่างหลายคนเองก็มองดูอย่างสนใจเช่นกัน ่หลายวันมานี้พวกเขาพบเห็นเ้าวัวน้อยแปลกตาอยู่บ่อยครั้ง
"หิวแล้วรึ" ฮุ่ยสงเอ่ยถามเสี่ยวจง ซึ่งมันก็ะโไปมาพร้อมกับกระดิกหูอย่างขี้เล่น
"วัวน้อยของท่านแปลกตาดีนะขอรับ" นายช่างคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมา ฮุ่ยสงพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับไป
"หลานสาวข้าไปเจอมันในป่าน่ะ เลยเอากลับมาเลี้ยง"
"อย่างนั้นเอง ถึงว่ามันดูแตกต่างจากวัวทั่วไป" นายช่างพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ
ฮุ่ยสงเดินกลับไปที่บ้านของบุตรเขยโดยมีเ้าวัวอ้วนวิ่งสลับกับะโตามมาอย่างร่าเริงเพราะมันจะได้กินนมแสนอร่อยแล้ว พอมาถึงบ้านมันก็ยืนรอหน้ากะละมังนมของมัน พลางส่งเสียงร้องเพื่อเร่งเ้ามนุษย์ให้รีบเทน้ำนมให้มัน
มออ มอออ~ แงะ!
"รู้แล้วๆ เ้านี่จริงๆ เลยนะ" ฮุ่ยสงส่ายหัวเบาๆ เขายกถังนมมาเทใส่กะละมังให้เ้าวัวตะกละ ก่อนจะยืนดูมันก้มลงดื่มกินน้ำนมอย่างสบายใจ พร้อมกับกวัดแกว่งหางไปมา
ช่างอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้
"นี่เ้าขนฟูหรือว่าอ้วนกันแน่" เขามองดูเ้าวัวตะกละอย่างขำๆ
จากวัวตัวผอมแห้งตอนนี้มันตัวกลม พุงกลม ราวกับพุงจะแตกได้ตลอดเวลา ไหนจะขนฟูๆ ของมัน ดูไปดูมาก็น่ารักดี
เสี่ยวจงเอาหน้าจุ่มกะละมังดื่มกินนมอย่างสบายอารมณ์ไม่สนใจมนุษย์ที่ยืนมองดูมัน เ้าตัวอ้วนดื่มกินน้ำนมอย่างตะกละตะกรามราวกับไม่เคยกินมาก่อน ทั้งๆ ที่ดื่มกินนมวันละสามครั้ง
ฮุ่ยสงยืนดูวัวตะกละครู่หนึ่งก่อนจะเอาถังนมที่เหลือไปเก็บไว้ในครัวให้เรียบร้อย หันมองหาภรรยารอบบ้านก็ไม่เจอแม้แต่เงา เห็นเพียงไหแป้งที่วางอยู่จึงยกเข้าไปเก็บให้เรียบร้อยแล้วออกไปดูเหล่าช่างทำงานต่อ โดยทิ้งเ้าวัวตะกละให้นอนอยู่ในกระบะนอนของมัน
กินเสร็จก็นอนกลางวัน ช่างสบายเสียจริง
###############################################
ตอนหน้าติดเหรียญแล้วเน้ออ สนับสนุนค่ามาม่ากับน้ำหวานให้เราด้วยน้าา พลีสส
เสี่ยวจง : ท่านผู้อ่านสมทบค่าตัวให้ข้าด้วยนะขอรับ! คนเขียนขี้งกไม่จ่ายค่าตัวให้ข้า! (วิ่งชนกองฟางกระจุยกระจาย)