ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 32 เกิดอะไรขึ้นกันแน่

            สติของเฟิ่งเฮ่าเริ่มเลือนรางไปทุกที เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนมาพยุงเขาไปนอนบนเตียง มารู้สึกตัวอีกทีก็มีร่างกายอ่อนนุ่มเข้ามาพัวพัน เขาพยายามผลักคนคนนั้นออกไปแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง

            “เจ้าเป็นใคร? ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้!” เฟิ่งเฮ่าตวาด แต่น้ำเสียงนั้นกลับแผ่วเบาเหลือเกิน

            โจวม่านหรูที่ยังอยู่ในฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด เมื่อได้สัมผัสร่างกายกำยำของบุรุษ อีกทั้งน้ำเสียงที่เฟิ่งเฮ่าเปล่งออกมาเมื่อครู่ ยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์ความปรารถนาของโจวม่านหรูเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

            “คุณหนูเช่นข้าโปรดปรานเจ้าก็นับเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว กู้เยี่ยนเฉิง เจ้ายังจะเล่นตัวทำไมอีก” โจวม่านหรูคิดว่าวันนี้คนที่ตนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยคือกู้เยี่ยนเฉิง ความปรารถนาที่จะได้ครอบครองบวกกับฤทธิ์ยา ทำให้โจวม่านหรูไร้ซึ่งความอาย ตรงกันข้าม นางกลับปลดปล่อยอารมณ์ไปตามอำเภอใจ

            เฟิ่งเฮ่าพยายามรวบรวมสมาธิ แต่ร่างกายส่วนล่างกลับไม่เชื่อฟัง ในขณะที่โจวม่านหรูกำลังจะใช้มือสัมผัสไปตรงจุดนั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออก บุรุษสองคนตรงเข้ามากระชากนางออกจากตัวเฟิ่งเฮ่า ก่อนที่พวกเขาจะใช้เชือกมัดมือมัดเท้าและหาผ้ามาอุดปากนางไว้

            “พี่ใหญ่ ท่านเป็นอะไรไป” เฟิ่งฮวนถามพี่ชาย

            “เจ้ารอง ช่วย...ช่วยข้าด้วย” เฟิ่งเฮ่าจับมือน้องชายไว้แน่น เขากลัวว่าภาพเรือนรางที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน

            “คุณชายรองขอรับ อาการของคุณชายใหญ่คล้ายกับ...เอ่อ...คล้ายกับ...” ลิ่วจื่อไม่กล้าพูด

            “พี่ใหญ่ถูกวางยาปลุกกำหนัด” เฟิ่งฮวนล้วงขวดยาออกมาก่อนจะนำยาใส่เข้าปากพี่ชาย “นอกจากยาปลุกกำหนัดตัวนั้นแล้ว ยาเม็ดนี้สามารถแก้ยาปลุกกำหนัดตัวอื่นได้ทั้งหมด”

            เฟิ่งเฮ่ากลืนยาลงไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดกับน้องชาย เฟิ่งเฮ่าก็สลบไปเสียแล้ว

            “คุณชายรอง เรารีบออกไปก่อนเถิดขอรับ เกิดมีใครมาเห็นเข้า เราจะหนีไม่ทัน” ลิ่วจื่อรีบบอก “โชคดีที่คุณชายใหญ่ถูกจับมาที่เรือนคุณหนูโจว ไม่เช่นนั้นเราอาจจะช่วยคุณชายใหญ่ไม่ทันแล้วขอรับ”

            “ต้องขอบใจเจ้าที่นำทางข้ามาได้ทันเวลา”

            “แล้วเราจะจัดการกับคุณหนูผู้นี้อย่างไรขอรับ จะปล่อยนางไว้เช่นนี้ใช่หรือไม่” ลิ่วจื่อมองโจวม่านหรูในภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อก่อนเขาเคยเห็นคุณหนูโจวมักจะวางท่าสูงส่งอยู่ตลอดเวลา แต่เวลานี้นางกลับเหมือนสตรีในหอคณิกาไม่มีผิด สายตายั่วยวนที่มองมา หากเป็นบุรุษอื่นคงคว้านางไปเชยชมแล้ว แต่ลิ่วจื่อกลับรังเกียจคุณหนูผู้นี้จนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

            “ในเมื่อนางอยากเล่นสนุก ข้าก็จะให้นางได้เล่นสนุก” 

            “คุณชายหมายถึงอะไรหรือขอรับ”

            “ก่อนที่เราจะเข้ามา เราเพิ่งทำให้คนเทสิ่งปฏิกูลสลบไปไม่ใช่หรือ” เฟิ่งฮวนแสยะยิ้ม “คิดจะครอบครองพี่ชายข้าอย่างนั้นหรือ นางคู่ควรที่ไหนกัน”

            จากนั้นเฟิ่งฮวนกับลิ่วจื่อจึงไปพาคนงานเทสิ่งปฏิกูลเข้ามาก่อนที่จะปลุกให้คนงานชายคนนั้นตื่น ไม่เท่านั้นเฟิ่งฮวนยังไปพาคนสวนหน้าตาอัปลักษณ์แต่ร่างกายกำยำมาด้วยอีกคนหนึ่ง จากนั้นเฟิ่งฮวนก็นำยาปลุกกำหนัดที่เหลืออยู่ให้คนงานชายสองคนนั้นกิน

            เฟิ่งฮวนกับลิ่วจื่อไม่ได้อยู่รอจนยาออกฤทธิ์เพราะกลัวจะมีคนเข้ามาเสียก่อน พวกเขารีบพาเฟิ่งเฮ่ากลับออกไปตามเส้นทางลับทันที

     

            หลังจากที่นายอำเภอโจววางยาปลุกกำหนัดในน้ำชาของเฟิ่งเฮ่า เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน เขาจึงสั่งให้บ่าวรับใช้พาเฟิ่งเฮ่าไปพักที่ห้องของโจวม่านหรู แม้ใจยังรู้สึกกังวลเพราะยังสืบไม่รู้ว่าเฟิ่งเฮ่ามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่ชื่อเสียงของลูกสาวและชื่อเสียงของสกุลโจวกลับเป็นเรื่องที่เขาต้องรีบจัดการ ความลังเลและความรู้สึกผิดที่เคยมีก็หายไปในพริบตา

            ส่วนโจวฮูหยินกับโจวเหวินฉิง เมื่อเห็นว่านายอำเภอโจวเป็นคนจัดการกับเฟิ่งเฮ่า สองแม่ลูกอาศัยช่วงเวลานั้นกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม โดยให้เหตุผลว่าอยากมาปรึกษาเรื่องคู่ครองของโจวม่านหรู อย่างไรโจวม่านหรูก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลโจว ไม่เท่านั้นนางยังเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลหลูอีก ดังนั้นเรื่องคู่ครองของโจวม่านหรูจึงเป็นเรื่องที่ทั้งสองตระกูลให้ความสำคัญ

            ท่านลุงใหญ่หลูและพี่สะใภ้ใหญ่หลู หรือก็คือพี่ชายคนโตและพี่สะใภ้ใหญ่ของโจวฮูหยินจึงถูกมอบหมายให้กลับมาสกุลโจวเพื่อมาปรึกษาเรื่องนี้กับนายอำเภอโจวอีกครั้ง

            นายอำเภอโจวออกมาต้อนรับพี่เขยกับพี่สะใภ้ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากเรื่องข้ออ้างในการหารือเรื่องคู่ครองของโจวม่านหรู นายอำเภอโจวยังจงใจพูดถึงเฟิ่งเฮ่าและตระกูลเฟิ่งให้พี่เขยฟังว่าหากได้ตระกูลเฟิ่งมาร่วมลงทุนในกิจการเดินเรือ ตระกูลหลูก็จะถูกยกสถานะให้สูงขึ้นและกิจการก็จะมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

            “ในเมื่อเจ้าคุ้นเคยกับคุณชายเฟิ่งเป็นอย่างดี เหตุใดเจ้าไม่พูดเรื่องการแต่งงานของหรูเอ๋อไปเลยเล่า” ลุงใหญ่หลูถาม

            “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยคิด แต่ติดที่หรูเอ๋อไม่ยินยอมนี่สิขอรับ” นายอำเภอโจวแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ

            “ไม่ยินยอม? จะเป็นไปได้อย่างไร แต่ไหนแต่ไรหรูเอ๋อก็เชื่อฟังพวกเจ้ามาตลอด อีกทั้งเรื่องแต่งงานก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดามารดา หรูเอ๋อรู้ความเพียงนั้น เหตุใดนางถึงไม่ยินยอม”

            โจวฮูหยินจึงเป็นฝ่ายตอบ “ก็หรูเอ๋อน่ะสิพี่ใหญ่ นางบอกว่าอยากจะออกเรือนไปกับคนที่นางรักแล้วเขาก็รักนางเท่านั้น ท่านพี่ไม่อยากบังคับนาง จึงเสนอเงื่อนไขว่าภายในหนึ่งเดือนให้นางหาคนที่ชอบกลับมาแนะนำให้ได้ หากบุรุษผู้นั้นเป็นคนดี เราสองสามีภรรยาก็จะไม่คัดค้าน ทั้งจะรีบจัดงานแต่งให้นางด้วยเจ้าค่ะ”

            “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร พวกเจ้าเลอะเลือนไปกันใหญ่แล้ว เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าจะให้นางตัดสินใจเลือกคู่ครองเองไม่ได้ เด็กสาวที่ไม่มีประสบการณ์จะไปทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้อื่นได้อย่างไรกัน”

            “แต่ข้าเชื่อว่าหรูเอ๋อต้องจัดการเรื่องนี้ได้ดีแน่นอนเจ้าค่ะ”

            “น้องสาว ข้ารู้ว่าเจ้ารักและเชื่อใจหรูเอ๋อมาก แต่อย่างที่ท่านพี่บอก หรูเอ๋อเป็นเพียงเด็กสาวที่เพิ่งพ้นวัยสิบแปดปีมาได้ไม่กี่วัน แม้นางจะจัดการเรื่องในบ้านและบริหารกิจการของครอบครัวได้เป็นอย่างดี แต่เล่ห์เหลี่ยมของบุรุษเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน เช่นนั้นพวกเจ้าก็อย่าได้ตามใจนางมากนักเลย เรื่องคู่ครองอย่างไรก็ต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยกันตัดสินใจ” พี่สะใภ้ใหญ่หลูพูดขึ้น

            “แต่ข้าคิดว่าพี่หญิงคงหาบุรุษที่เหมาะสมคนนั้นพบแล้วขอรับ” โจวเหวินฉิงแสร้งยิ้มอย่างมีเลศนัย

            โจวฮูหยินรีบรับลูกต่อจากลูกชายทันที “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

            “ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือขอรับว่าวันนี้คุณชายเฟิ่งมาที่บ้านของเรา และท่านพ่อยังอนุญาตให้คุณชายเฟิ่งกับพี่สาวได้พบกันเป็นการส่วนตัว”

            “โอ...ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย” นายอำเภอโจวแสร้งนึกออก

            “ข้าก็ลืมไปเสียสนิท ก่อนที่ข้ากับฉิงเอ๋อจะกลับบ้านเดิม ท่านพี่บอกว่าคุณชายเฟิ่งชื่นชอบการฟังฉิน ท่านพี่จึงให้บ่าวรับใช้พาคุณชายเฟิ่งไปพบหรูเอ๋อที่เรือน เพื่อให้หรูเอ๋อบรรเลงฉินให้คุณชายเฟิ่งได้ฟัง ใครๆ ก็รู้ว่าฝีมือการเล่นฉินของหรูเอ๋อไม่เป็นสองรองใคร” แต่หลังจากกล่าวชมลูกสาว โจวฮูหยินกลับหันไปพูดกับสามีอย่างร้อนใจ “แต่นี่ก็ผ่านมานานแล้ว เราไปดูสองคนนั้นสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”

            ลุงใหญ่หลูขมวดคิ้ว “เจ้าถึงกับอนุญาตให้คุณชายเฟิ่งไปพบหรูเอ๋อที่เรือนของนางตามลำพัง ทำเช่นนี้จะเหมาะสมได้อย่างไร หากมีคนรู้เข้า พวกเจ้าจะทำอย่างไรกับชื่อเสียงของหรูเอ๋อ”

            “ท่านพี่อย่าเพิ่งโมโหไปเลยเจ้าค่ะ” สะใภ้ใหญ่หลูบอกกับสามีก่อนจะหันไปถามหลานชาย “ฉิงเอ๋อ ที่เจ้าบอกว่าหรูเอ๋อหาบุรุษที่เหมาะสมพบแล้ว เจ้าคงไม่ได้หมายถึงคุณชายเฟิ่งกระมัง”

            “เอ่อ...” โจวเหวินฉิงทำสีหน้าลำบากใจ “เรื่องนี้...ข้า...”

            “มีอะไรเจ้าก็รีบพูดออกมา” นายอำเภอโจวพูดเสียงดัง

            โจวเหวินฉิงตกใจกลัวจึงรีบพูด “ข้าคิดว่าพี่หญิงพึงพอใจในตัวคุณชายเฟิ่ง และคิดว่าคุณชายเฟิ่งก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ท่านพ่อไม่สังเกตหรือขอรับว่าเมื่อไหร่ที่คุณชายเฟิ่งมาที่จวนของเรา พี่หญิงก็จะอยู่บ้านตลอด ทั้งๆ ที่ในยามปกติ พี่หญิงมักจะออกไปเดินเล่นหรือไม่ก็ออกไปดูกิจการข้างนอก ส่วนคุณชายเฟิ่งก็เอาแต่บอกว่าอยากฟังฉิน”

            “เจ้าหมายความว่าคุณชายเฟิ่งกับหรูเอ๋อต่างก็มีใจให้กัน แต่พวกเขายังไม่บอกพวกเราใช่หรือไม่” โจวฮูหยินรีบสรุป

            “หากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่อย่างไรการที่พวกเจ้าอนุญาตให้บุรุษไปที่เรือนของลูกสาวตามลำพังมันก็ยังไม่เหมาะสมอยู่ดี” ลุงใหญ่หลูยังคงตำหนิน้องเขยกับน้องสาว

            “แย่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน” เลี่ยวอิงวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น

            “เลี่ยวอิง ทำไมเจ้าถึงวิ่งเข้ามาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนี้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ก็อยู่ที่นี่” โจวฮูหยินดุสาวใช้

            “ทำไมเจ้าถึงได้ดูร้อนใจ หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพี่หญิง” โจวเหวินฉิงถาม

            ลุงใหญ่หลูกับสะใภ้ใหญ่หลูจำได้ว่าสาวใช้คนนี้คือสาวใช้ที่อยู่ข้างกายหลานสาว ทั้งคู่หันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ลุงใหญ่หลูจึงตะโกนถาม “เจ้ารีบบอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลานสาวของข้า”

            “คุณชายเฟิ่งกับคุณหนู...” เลี่ยวอิงหน้าแดง “คุณชายเฟิ่งกับคุณหนูทำเรื่องไม่สมควรอยู่ในห้องเจ้าค่ะ”

            “อะไรนะ!” เสียงทุกคนตะโกนขึ้นพร้อมกัน

     

            ณ เรือนของโจวม่านหรู

            เสียงสุขสมของชายหญิงดังออกมาจากห้องนอนโดยไม่มีทีท่าว่าคนในห้องจะเหน็ดเหนื่อย เสียงนั้นทำให้สาวใช้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ถึงกับหน้าแดง 

            นายอำเภอโจวและโจวฮูหยินแสร้งทำท่าทางตกใจ

            “ท่านพี่ เสียงที่อยู่ในนั้นคงไม่ใช่คุณชายเฟิ่งกับหรูเอ๋อ...” โจวฮูหยินร้องไห้ออกมา “มันคงไม่ใช่อย่างที่ข้าคิดใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            “เจ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกล คุณชายเฟิ่งเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี เขาไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้” นายอำเภอโจวปลอบภรรยา แต่สีหน้าของเขากลับดูกลุ้มใจ

            “บางทีคุณชายเฟิ่งกับพี่หญิงอาจจะมีใจให้กันมานานแล้ว และเวลานี้พวกเขาก็อาจจะควบคุมตัวเองไม่อยู่” โจวเหวินฉิงบอก

            “เจ้าอย่าได้เอาความคิดของตนเองมาตัดสินผู้อื่น หรูเอ๋อไม่มีทางทำเรื่องน่าอายเช่นนั้น” นายอำเภอโจวดุลูกชาย

            “น้องเขย! เจ้ายังมีหน้ามาดุฉิงเอ๋อ ทำไมเจ้าไม่รีบเข้าไปดูในห้องว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ลุงใหญ่หลูตะโกนอย่างโมโห

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน