ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายและวิกฤตพินาศสมรสนั้น... คุณพ่อณรงค์รีบอุ้มช้อนยกร่างอวบอัดที่สั่นระริกริกๆ ของฉันหลบวูบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังตู้เย็นสองบานขนาดใหญ่ตรงมุมห้องครัวทันเวลาอย่างหวุดหวิดหวาดเสียวสุดขีด
ท่อนเอ็นร้อนระอุของท่านหลุดถอนออกจากกายฉันอย่างฉับพลัน พร้อมกับที่ท่านรีบใช้เท้าเขี่ยเอากางเกงในผ้าลูกไม้สีหวานที่ร่วงอยู่บนพื้นให้ซุกหลบเข้าไปใต้เคาน์เตอร์ปูนอย่างแเีที่สุด
ฉันยืนเบียดหลังแแ่กับแผงอกหนาของพ่อผัวในเงามืดด้านหลังตู้เย็น ร่างกาย่ล่างของฉันเปลือยเปล่าล่อนจ้อนลมอุ่นเป่าผิว สองมือกอดโอบอกอวบอัดแ่าบดเนินเนื้อหน้าอกใหญ่สะบึมเข้ากับแผงอกดิบ หยาดน้ำตาหลั่งไหลนองแก้มด้วยความตื่นตระหนกกลัวจนแทบจะหยุดหายใจตายคาที่ในวินาทีนั้น
*ครืด...*
เสียงบานประตูห้องครัวไม้สักทองถูกผลักเปิดออกเต็มแรง แมนเดินก้าวเข้ามาในห้องครัว สายตาคมของเขากวาดจับจ้องมองหาเอกสารบนเคาน์เตอร์ปูนหินอ่อนสีดำที่อยู่ห่างจากจุดซ่อนตัวของเราไม่กี่ก้าว
"อ้าว... ฝ้ายกับพ่อไปไหนกันหมดนะ รถกระบะพ่อก็ยังจอดอยู่ลานหน้าบ้านแท้ๆ..." แมนบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจ
เขาก้าวเท้าเดินลึกเข้ามาในห้องครัวเพื่อหยิบแฟ้มเอกสารซื้อปุ๋ยส้มโอสีน้ำเงินที่วางทิ้งไว้เด่นหราบนขอบเคาน์เตอร์ครัว
ในเวลานั้น ฉันแทบจะสะกดกลั้นลมหายใจของตัวเองไว้เกือบสิบวินาที เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังลั่นจนน่ากลัวว่าสามีจะได้ยินข้ามผ่านตู้เย็น ขาสองข้างสั่นริกๆ จนแทบพยุงร่างกลมกลึงไม่ไหว
ถ้าหากแมนหันหน้ามามองหรือเดินก้าวเข้ามาสำรวจด้านหลังตู้เย็นเพียงก้าวเดียว... ความพินาศและคราบคาวราคีทุกอย่างจะถูกกระชากหน้ากากต่อหน้าต่อตาทันทีอย่างโหดร้าย!
แต่แล้วแมนหยิบแฟ้มเอกสารเสร็จก็หมุนตัวรีบเดินเร็วออกจากห้องครัวและปิดประตูปิดรั้วก้าวขึ้นรถกระบะบึ่งออกไปทันที
*บรื้นนน...*
เมื่อแน่ใจว่าเสียงรถกระบะของสามีเคลื่อนตัวแล่นออกไปไกลแล้ว คุณพ่อณรงค์จึงยอมปล่อยตัวฉันให้ออกมาจากซอกตู้เย็น
ท่านยกยิ้มชั่วร้ายวิปริตลูบสะโพกอวบขาวผ่องของฉันส่งท้ายหนึ่งครั้งหนักหน่วง ก่อนจะกระซิบสั่งแกมยั่วเย้าชิดกกหู
"เห็นไหมล่ะฝ้าย... เกือบโดนจับได้แล้วเชียว คราวหลังห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียวนะคะสะใภ้แสนดีของพ่อ รีบเช็ดน้ำรักและแต่งตัวให้เรียบร้อยซะนะจ๊ะ"
ท่านเดินหัวเราะเสียงต่ำจากไป ทิ้งให้ฉันทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้โฮกอดตัวเองอยู่บนพื้นครัวอันเย็นเยียบด้วยความช็อกและกลัวปนเป รู้สึกสมเพชขยะแขยงตัวเองเหลือกำลังที่จะต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ไร้เกียรติเช่นนี้
วันเวลาผ่านไปหลังจากเหตุการณ์หวาดเสียวในห้องครัววันนั้น...
สภาพจิตใจของฉันทรุดโทรมลงอย่างชัดเจน ฉันกลายเป็คนพูดน้อย เงียบขรึม ซึมเศร้า และเอาแต่หลีกเลี่ยงการสบสายตากับพ่อณรงค์ทุกวิถีทางยามอยู่ต่อหน้าสามี
แมนเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และใบหน้าที่หม่นหมองไร้ราศีของภรรยา หลังจากเขากลับมาอยู่บ้านสวนได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์
บ่ายวันหนึ่ง... ขณะที่ฉันกำลังยืนตากผ้าเช็ดตัวและเสื้อยืดลายสก็อตของแมนอยู่ที่ราวตากผ้าหลังบ้านสวนอันเงียบสงบ
แมนเดินก้าวเข้ามายืนทางด้านหลังช้าๆ สองมือหนาแกร่งเอื้อมมากอดประชับรอบเอวคอดผายของฉันเอาไว้เบาๆ ซบใบหน้าคมเข้มลงพิงบ่าอวบอัดของฉัน
"ฝ้ายจ๊ะ... แมนสังเกตมาหลายวันแล้วนะ ฝ้ายดูซึมและเครียดลงไปมากเลย ทานข้าวก็น้อย แถมยังชอบหลีกเลี่ยงหลบหน้าหลบตากับคุณพ่อณรงค์อยู่เรื่อยเลยด้วย ฝ้ายมีปัญหาอะไรหรืออึดอัดใจเื่อะไรในบ้านสวนแห่งนี้ไหม บอกแมนได้นะคนดี แมนรักและเป็ห่วงฝ้ายที่สุดนะจ๊ะ"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ อบอุ่น และความรักแท้ของสามี ทำลายทำนบน้ำตาที่ฉันพยายามสะกดกลั้นไว้พังทลายลงทันที
ฉันหมุนตัวกลับกอดแผงอกแกร่งของสามี ซบใบหน้าเปียกชื้นน้ำตาลงกับอกเสื้อของเขา สะอื้นไห้ตัวสั่นเทาอย่างสุดจะกลั้นอารมณ์เจ็บระบม
"แมน... ฮือ... แมนคะ..." ฉันเค้นเสียงกระซิบสะอื้นไห้ตัวสั่นริกๆ
"เป็อะไรไปฝ้าย ร้องไห้ทำไม บอกแมนสิ แมนอยู่ตรงนี้แล้วนะคนเก่ง" แมนลูบผมและกอดฉันแน่นขึ้นด้วยความใและห่วงใยสุดชีวิต
"แมน... ฝ้ายขอร้องล่ะค่ะ... เรา... เราย้ายออกจากบ้านสวนแห่งนี้กันตอนนี้เลยได้ไหมคะ... ไปหาห้องเช่าเล็กๆ หรือซื้อบ้านจัดสรรในตัวเมืองอยู่กันสองคนผัวเมียเถอะค่ะ... ฝ้ายไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว... ฝ้ายกลัว... ฮือ..."
ฉันเค้นประโยคคำขอร้องสุดท้ายกระซิบอ้อนวอนสามีทั้งน้ำตา หวังเพียงจะดึงตัวเองและแมนให้ออกจากขุมนรกกรงทองแห่งบาปตัณหานี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
แมนเบิกตากว้างขมวดคิ้วแน่นปึ๋งด้วยความสับสนและใ
"ย้ายออกงั้นเหรอฝ้าย? ทำไมล่ะ? อยู่บ้านสวนคุณพ่อก็ดูแลเราอย่างดี เงินทองคุณพ่อก็ให้ใช้ตลอด... หรือว่าฝ้ายไม่ชอบอะไรที่นี่..."
ทว่า... ยังไม่ทันที่แมนจะได้รับรู้เหตุผลแท้จริงหรือพูดจาตกลงกันต่อ
*ตึก... ตึก...*
เสียงก้าวเท้าเดินเยือกเย็นมั่นคงของคุณพ่อณรงค์ก็ดังแว่วมาจากขอบประตูระเบียงหลังบ้าน
ร่างสูงใหญ่ทรงสง่าของพ่อผัวก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ เราสองคน แววตาคมกริบวิปริตหลังเลนส์แว่นจับจ้องตรงมาที่ฉันนิ่งงัน
สายตาเยือกเย็นเหี้ยมเกรียมของพ่อณรงค์ฉายรังสีข่มขู่ บังคับส่งสัญญาณเตือนอย่างเด็ดขาดถึงเื่ 'ไฟล์วิดีโอคลิปแอบถ่ายในตู้เซฟ' ที่พร้อมจะกดส่งแชร์ประจานและทำลายชีวิตแมนให้พังพินาศในพริบตา
ร่างกายอวบอัดของฉันเย็นวาบและแข็งทื่อลงทันตาราวกับถูกแช่แข็ง ความกลัวพุ่งเข้าเกาะกุมสมองจนขาวโพลนไร้หนทางสู้รบ
"มีเื่อะไรกันงั้นเหรอแมน... ฝ้าย... ร้องไห้เสียงดังเชียวลูกสะใภ้..."
พ่อณรงค์เอ่ยถามเสียงเรียบทุ้ม เยือกเย็นประหนึ่งพ่อผัวใจดีผู้คุมเกมทุกอย่าง
"อ๋อ... เปล่าครับพ่อ พอดีฝ้ายจู่ๆ ก็บ่นอยากย้ายออกจากบ้านสวนไปหาเช่าบ้านอยู่กันสองคนผัวเมียในเมืองน่ะครับ ผมเลยกำลังถามหาเหตุผลจากเธออยู่" แมนหันไปตอบพ่อบังเกิดเกล้าอย่างสุภาพรักใคร่
พ่อณรงค์เบนสายตาดุร้ายแกมยิ้มกริ่มข่มขวัญมาจับจ้องใบหน้าของฉันนิ่ง
"จริงเหรอฝ้าย... อยู่บ้านสวนหลังใหญ่กับพ่อไม่อบอุ่นพอเหรอจ๊ะลูก... มีเื่อะไรอึดอัดใจรบกวนหนูงั้นเหรอ... ลองบอกพ่อสิคะ..." ท่านเน้นคำย้ำเสียงต่ำข่มขู่ชัดเจนปานมีดกรีดใจ
ฉันสบสายตาเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มชั่วร้ายของพ่อผัวแล้วตัวสั่น ตระหนักได้ทันทีว่าหากฉันปากสว่างพูดความจริง อนาคตการงานและชีวิตแต่งงานของแมนจะต้องพังทลายลงคุกตารางในวันนี้แน่
ฉันจำใจต้องยอมกล้ำกลืนความชอกช้ำน้ำตาเล็ดเปลี่ยนคำพูดทันที
"ป... เปล่าค่ะคุณพ่อ... ฝ้ายแค่... คิดถึงบ้านเดิมที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ ่นี้แมนไม่อยู่บ่อยฝ้ายเลยเหงาฟุ้งซ่านคิดไปเรื่อยค่ะ... ไม่มีอะไรแล้วค่ะแมน ฝ้ายพูดเล่นเฉยๆ ไม่อยากย้ายแล้วค่ะ..." ฉันฝืนยิ้มซีดๆ โกหกคำโตปลอบใจสามีทั้งน้ำตาเปียกชื้น
แมนขมวดคิ้วสงสัยแต่จำต้องเงียบลง บรรยากาศครอบครัวแสนสุขแปรเปลี่ยนเป็ความเครียดลึกๆ คุกรุ่นที่ไร้คำอธิบาย
คล้อยหลังจากเหตุการณ์ตึงเครียดหลังบ้านในค่ำคืนวันเดียวกันนั้นเอง... เวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นเข้าสู่่ดึกสงัดประมาณตีสองเศษอันแสนมืดมิด
สภาพแวดล้อมโดยรอบบ้านสวนแห่งนี้เงียบงันจนน่ากลัว มีเพียงเสียงลมโชยเป่าใบไผ่สีกันดังสวบสาบอยู่นอกหน้าต่างเบาบาง และเสียงแมลงกลางคืนกรีดร้องระงมโชยตามกระแสลมเย็นชื้น
แมนที่ยังคงนอนกอดกุมความสับสนและคาใจอย่างรุนแรง พลิกตัวไปมานอนกระสับกระส่ายไม่หลับมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดเขาก็ค่อยๆ พลิกกายดึงอ้อมแขนออกจากร่างของฉันที่กำลังแสร้งทำเป็หลับสนิท
เขาพยุงร่างลุกขึ้นจากเตียงนอนใหญ่ ก้าวเดินย่องเท้าลงบันไดบ้านไม้สักชั้นล่างอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฉันตื่น โดยแมนตั้งใจจะเดินไปดื่มน้ำเย็นชะโลมใจในครัวเพื่อแก้อาการนอนไม่หลับที่รุมเร้า
ทว่า... ในจังหวะที่เขาเดินก้าวพ้นโถงบันไดไม้และกำลังเดินผ่านห้องโถงนั่งเล่นรับแขกอันมืดสลัว
สายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มก็สะดุดกึกเข้ากับแสงสว่างวาบสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนวับๆ ออกมาจากบริเวณโต๊ะทำงานไม้สักทองของข้าราชการำาญคุณพ่อณรงค์
มันคือโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสไตล์ปุ่มสแกนจอของคุณพ่อณรงค์ที่วางทิ้งไว้เด่นหราบนกองเอกสารราชการ และทิ้งระบบเปิดค้างไว้โดยที่ไม่ได้ล็อกรหัสความปลอดภัยใดๆ หน้าจอกำลังแผ่แสงสีฟ้าอ่อนแสดงผลค้างอยู่ที่ระบบคลังภาพและวิดีโออัลบั้มส่วนตัวที่ซุกซ่อนไว้ลึกสุด
และชื่อโฟลเดอร์ไฟล์มีเดียบนหัวกระดาษหน้าจอนั้น... กลับเขียนสลักระบุชื่อชัดเจนด้วยตัวหนังสือสีดำเข้มว่า...
"ฝ้าย"
แมนขมวดคิ้วแน่นปึ๋งเข้าหากันทันที สองมือหนากำแน่น หัวใจของชายหนุ่มพลันเต้นระรัวแรงและเร็วขึ้นปานเสียงกลองรบด้วยความตระหนกปนลางสังหรณ์อันตรายที่จู่โจมเข้ากระแทกสมองจนชาวาบ
เขาก้าวเท้าสั่นเครือเดินตรงเข้าหาโต๊ะทำงานช้าๆ ราวกับเครื่องจักรที่โดนสะกดจิต ยิ่งขยับเข้าใกล้ แสงสว่างหน้าจอก็ยิ่งสาดส่องเห็นรายละเอียดแจ่มชัดขึ้น
ดวงตาคมเข้มของสามีเบิกกว้างค้างแข็งทื่อเมื่อจ้องมองภาพขนาดเล็กย่อส่วน (Thumbnails) นับสิบรูปที่เรียงรายอยู่ภายในโฟลเดอร์ลับนั้น
มันคือภาพสกรีนช็อตร่างเปลือยเปล่าอวบอัดของภรรยาแสนดีของเขาขณะกำลังอาบน้ำลูบครีมสบู่ตามเนื้อตัวขาวผ่องในห้องน้ำไม้โบราณ และภาพเรือนร่างนุ่มนิ่มไร้เสื้อผ้ากางเกงนอนหลับสนิทคาเตียงนอนหวิวโดยมีรอยจูบช้ำประปราย!
สองมือของแมนสั่นริกๆ ด้วยความช็อกสุดขีดระคนโกรธเกรี้ยวสับสนงงงวยเต็มสมอง จิตใต้สำนึกก้องะโว่านี่คือความจริงหรือความฝันอันโหดร้ายทารุณ
นิ้วชี้หนาของเขาสั่นเทาเอื้อมแตะต้องเข้าใกล้ปุ่มหน้าจอัั หวังจะกดคลิกเปิดวิดีโอคลิปแรกเพื่อรับฟังและพิสูจน์เสียงสะอื้นหวานหูที่เล็ดลอดออกมาจากภาพลับเ่าั้ทันทีให้กระจ่างแก่ใจในค่ำคืนคาวบาปนี้!