
ปีวรามาถึงท่าเทียบเรือใน่บ่ายคล้อยแสงตะวันจวนตกกระทบสู่ผืนพสุธา...ทว่าการเดินทางของเธอเพื่อจะข้ามจากฝั่งท่าเรือแหลมหินไปยังเกาะ ‘มุกแก้ว’ อันเป็เกาะส่วนตัวซึ่งอยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไปไม่ไกลนักล้วนมีคนคอยอำนวยความสะดวกทุกเวลา ดังนั้นเพียงแค่ขยับขาก้าวลงจากรถรับจ้างเด็กๆชาวเลผิวสีเข้มสองคนก็รีบวิ่งกุลีกุจอมาช่วยขนกระเป๋าสัมภาระในทันใด
หญิงสาวขยับแว่นตากันแดดกรอบสีขาวเล็กน้อยขณะที่พึมพำคำว่าขอบใจออกไปเบาๆโดยที่กระเป๋าสองใบของเธอถูกเด็กหนุ่มคู่นั้นช่วยกันหิ้วจนตัวเอียงกะเท่เร่เธอจึงได้แต่ก้าวตามไปยังถนนซีเมนต์ ไปหยุดยืนรออยู่ที่ท่าเทียบเรือ
ไม่นานนักเหนือผืนน้ำทะเลสีฟ้าครามซึ่งทอดยาวไกลสุดสายตาก็มีเรือเร็วลำหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบโดยที่กระเป๋าสองใบนั้นถูกลำเลียงลงไปวางอย่างระมัดระวัง เสียงหนุ่มชาวเลผู้ทำหน้าที่พลขับเรือเอ่ยเป็สำเนียงท้องถิ่นว่า
“นายหญิงจะกลับไปที่เกาะเลยใช่ไหมหรือว่าจะให้ผมขับไปส่งที่หน้าฟาร์มไข่มุก”
“ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเรียกฉันว่า ‘นายหญิง’ คำๆนี้ไม่เหมาะกับฉันหรอก”เธอตำหนินายเกลี้ยง จนเ้าตัวหัวเราะฝืดๆ แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น เมื่อนึกขึ้นได้ว่านายเกลี้ยงเอ่ยถามเธอว่าจะแวะลงที่ฟาร์มไข่มุกหรือว่าบ้าน จึงถามกลับไป “เกลี้ยงจะให้ฉันไปที่ฟาร์มฯทำไมกัน”
เสียงเด็กหนุ่มดูตื่นเต้นแสดงถึงความปรีดาจนออกนอกหน้า “เดี๋ยวนายหญิงก็รู้เองนั่นล่ะว่าทำไม...ว่าแต่นายหญิงจะไปที่ไหนกันล่ะ”
นอกจากนายเกลี้ยงผู้ชอบพูดยอกย้อนเธอด้วยความสนิทสนมจะไม่บอกว่ามีเหตุอันใด ถึงคำพูดอันมีลับลมคมในเ้าตัวยังยิ้มยิงฟันขาวซึ่งเด่นชัดตัดกับสีผิวทำให้เธอนึกอยากเขกมะเหงกใส่สักครั้งอย่างที่เคยทำอยู่กับฝ่ายนั้นบ่อยๆเวลาหมั่นไส้
“เรียกนายหญิงอีกแล้ว...เดี๋ยวพอฉันกลับไปถึงเกาะเจอหน้าเกลา น้องชายเรา ก็คงไม่พ้นถูกเรียกแบบเดียวกันอีก”
ทั้งนายเกลา นายเกลี้ยง สองพี่น้องผู้อยู่บนเกาะนี้เมาั้แ่เกิด...ต่างให้ความเคารพต่อทุกคนผู้เป็สมาชิกในครอบครัวเ้าของฟาร์มไข่มุกดังนั้นเขาจึงเรียกปีวราด้วยคำนี้มาั้แ่รู้ความ จะให้เปลี่ยนก็คงยาก
“ผมเรียกจนเคยตัวแล้วล่ะนายหญิง...”เขาลูบผมหยิกขอดแก้เก้อ ก่อนจะท้วงถามถึงคำตอบ “แล้วตกลงนายหญิงจะให้ผมไปส่งที่ไหน”
‘นายหญิง’ ของเด็กหนุ่มจ้องตากลับ“เมื่อเกลี้ยงไม่บอกว่าที่ฟาร์มฯเขามีอะไรกันฉันก็กลับบ้านดีกว่ามาเหนื่อยๆ อยากจะอาบน้ำอาบท่า...ไปเถอะ”
พูดจบ เธอก็ก้าวลงเรือเร็วสีขาวถอยไปนั่งที่เบาะด้านหลัง บอกให้เด็กหนุ่มขับเรือแล่นออกไปส่วนตัวเธอก็นั่งเงียบไปตลอดทาง มองผืนฟ้าสีครามอมส้ม ซึ่งทาบไปจนจรดขอบน้ำทะเลเห็นระลอกคลื่นเป็ริ้วแลสวยงาม เมื่อยามที่แสงตะวันต้องกระทบ นึกแล้วก็ใจหายถ้าเกิดเธอ้าทำตามความคิดของตัวเอง คือ...ไปจากที่นี่
ถึงจะไม่ได้อยู่มาั้แ่เกิดแต่ระยะเวลาสิบเอ็ดปี มันก็นานเพียงพอสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่จะรู้สึกรักและผูกพันกับสถานที่ รวมถึงตัวบุคคล
แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนเมื่อนึกถึงคำพูดของนางสาวิตรีที่ด่ากราดใส่แม่ของเธอเมื่ออาทิตย์ก่อนความเจ็บใจซึ่งฝังแน่นในอกก็ทำให้เธอขบเม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
‘แกสองคนแม่ลูกมันก็แค่กาฝากบุญคุ้มกะลาหัวแค่ไหนแล้ว ที่ตลอดเวลาสิบกว่าปีฉันไม่เคยพูดถึงเื่อัปยศของครอบครัวแก ต้องทนใช้ผัวร่วมกับแกทั้งๆที่ไม่มีเมียหลวงหน้าไหนหรอกที่จะยอมอดทนแล้วก็ใจดีเท่ากับฉันแต่นี่แกคิดจะมาลำเลิกบุญคุณเอากับฉัน...สมองน่ะมีไว้สำนึกบ้างไหมรู้อย่างนี้น่าจะปล่อยให้แกกับลูกตายตกตามผัวเก่าของแกไปให้สิ้นเื่สิ้นราว’
ปากเธอสั่นขึ้น...จนนายเกลี้ยงตะเบ็งเสียงฝ่าลมแรง“นายหญิงหนาวหรือ เห็นนั่งกอดอก ปากสั่น”
เธอจึงรู้สึกตัวว่าเผลอแสดงความรู้สึกต่อหน้าคนอื่นมากไปนี่ถ้านายเกลี้ยงสามารถมองทะลุแว่นตากันแดดเข้าไปได้ก็คงจะเห็นว่าดวงตาสองข้างนั้นมีน้ำใสๆปริ่มอยู่ขอบตา
“หนาวอะไรล่ะเกลี้ยงเล่นขับเร็วขนาดนี้ ลมมันก็แรงเท่านั้นเอง”เธอเบนหน้าหลบไปอีกทาง จึงไม่ทันรู้ตัวว่า่เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงที่นั่งเรือมาตอนนี้เรือเริ่มเข้าเขตเกาะมุกแก้วแล้ว
แต่กระนั้นเส้นทางน้ำก่อนจะอ้อมไปถึงตัวบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็ที่พักอาศัยต้องแล่นเรือผ่านเขตน้ำทะเลซึ่งเป็สถานที่ทำฟาร์มไข่มุกนายเกลี้ยงแกล้งชะลอความเร็วของเรือราวกับรู้ว่าเธอกำลังชะแง้มองเข้าไปยังโรงเรือนบนฝั่งซึ่งอยู่เหนือแผงกระดานไม้สำหรับแขวนหอยมุก มองเข้าไปยังกลุ่มคนหลายสิบซึ่งกำลังยืนออล้อมวงใครบางคนตรงกลาง
เธอเห็นเพียงศีรษะด้านหลังของผู้ที่ยืนเป็‘ไข่แดง’ ด้วยถูกล้อมกรอบจากสาวๆเ่าั้...ได้แต่มองนิ่ง...ขณะที่ดวงความคิดโลดแล่นไปถึงใครบางคน
“ตกลงนายหญิงไม่แวะแน่นะ”
เธอหันขวับไปมองต้นเสียงนึกฉุนที่นายเกลี้ยงพูดยอกย้อนจนน่าโมโห “บอกว่าไม่แวะก็ไม่แวะสิ เกลี้ยงนี่ชักยังไงกัน”
เสียงเขาหัวเราะอย่างมีเลศนัย...
แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปอีกเหมือนว่านายเกลี้ยงจงใจจะแกล้ง กลับเร่งความเร็วของเรือให้ออกห่างจนร่างสูงกลางวงล้อมนั้นเริ่มไกลลิบตาจนลำเรือแล่นมาใกล้ฝั่งที่เป็บ้านพักหลังใหญ่ตั้งอยู่เหนือหาดทรายขาวละเอียดบนเนินสูง
เธอจึงตัดสินใจถามนายเกลี้ยงลอยๆ “เมื่อตะกี้พวกสาวๆเขารุมล้อมใครกัน ยังกับมีดาราแวะมาเที่ยวชมฟาร์มไข่มุก”
หญิงสาวนึกไปถึงขบวนดาราหรือผู้มีชื่อเสียงซึ่งมักจะแวะมาเยี่ยมชมการทำฟาร์มหอยมุกอยู่บ่อยครั้งจนบรรดาสาวๆชาวเลล้อมหน้าล้อมหลัง ขอถ่ายรูปไปใส่อัลบั้มหรือไม่ก็อัดรูปไปติดกรอบฝาผนังบ้านอยู่เป็ประจำ
แล้วนายเกลี้ยงก็ทำให้เธอต้องค้อนตาขวางอีกจนได้เมื่อตอบสั้นๆแบบยียวน พร้อมกับยิ้มแหยๆ “ผมไม่บอกหรอกครับนายหญิง”
...............................................................