ระหว่างทางไต้เหว่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านไต้ให้กับคนกลุ่มนี้ฟังหมดแล้ว
ด้วยเหตุนี้พอได้ยินคำถามของหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับสะใภ้ใหญ่ตระกูลไต้พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า“จ้าวชุนฮวา เธอทำเรื่องชั่วร้ายพวกนี้แล้วยังจะลากพวกเราไปเกี่ยวข้องด้วยอีกหรือ!”
“นั่นน่ะสิ!” หญิงอีกคนเบะปาก “วันนั้นพวกเราเห็นกันหมดผู้ชายคนนั้นแค่มาถามทางหลินเฉวียน พวกเขาสองคนไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านั้นทำไมพอเธอเอาไปเล่า กลับบอกว่าพวกเขาสองคนคบชู้กัน?คำพูดพวกนี้จะพูดส่งเดชไม่ได้!”
“ยังจะเพราะอะไรได้ล่ะก็เพราะถูกใจจักรเย็บผ้าที่ไต้เหว่ยซื้อให้หลินเฉวียนน่ะสิ! ฉันว่านะถ้าเธอชอบก็บอกให้สามีของเธอซื้อให้สิ ทำไมจะต้องเอาแต่จ้องอยากได้ข้าวของของบ้านเหล่าซานด้วย?”
สะใภ้ใหญ่ตระกูลไต้อ้าปากค้าง
เธอเคยนึกว่าตนสนิทกับพวกผู้หญิงในหมู่บ้านขอแค่ส่งสายตาให้ พวกเขาก็จะยอมเข้าข้างและเข้าใจเองว่าเธอต้องการอะไร สุดท้ายก็จะช่วยกันกล่าวหาว่าร้ายหลินเฉวียนในที่สุด
ส่วนเรื่องนั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ไม่สำคัญขอเพียงดูหมิ่นเหยียดหยามหลินเฉวียนได้ก็พอ
แต่ใครจะไปคิดว่าคนพวกนี้จะไม่ยอมลงเรือลำเดียวกันกับเธอ ทั้งยังหันมาแว้งกัดอีกต่างหาก
“หวงซูหัวพูดให้ดีๆ ฉันไปอยากได้ของของบ้านเหล่าซานตอนไหน แล้วเรื่องที่หลินเฉวียนคุยกับชายแปลกหน้ามันไม่ใช่เรื่องจริงหรือไง”
“อ้อคุยกับชายแปลกหน้าแค่คำเดียวก็เท่ากับคบชู้งั้นหรือ ถ้าเป็นอย่างที่เธอพูดทั้งหมู่บ้านหมิงกวงจะมีคนบริสุทธิ์ไร้มลทินเหลืออีกสักกี่คน? จ้าวชุนฮวา เธออยากเล่นงานหลินเฉวียนอย่างไรก็ช่าง มันเป็นเรื่องในครอบครัวเธอคนนอกอย่างพวกฉันคงไปก้าวก่ายไม่ได้แต่ถ้าคิดจะทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านหมิงกวงเสียหาย ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
บ้านของหวงซูหัวมีเด็กผู้หญิงที่ถึงวัยแต่งงานอยู่หลายคนและตอนนี้กำลังดูตัวกับทางฝ่ายชาย
ยุคสมัยนี้การเลือกครอบครัวที่จะมาดองเป็นญาติกันไม่ใช่แค่ต้องศึกษาอุปนิสัยของสมาชิกภายในครอบครัวอีกฝ่ายเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเพื่อนบ้านของครอบครัวนั้นๆ ด้วย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า
เพราะฉะนั้นหากหมู่บ้านไหนมีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นชื่อเสียงของทั้งหมู่บ้านก็จะเสียหายไปด้วยและจะส่งผลกระทบต่อหนุ่มสาวในหมู่บ้านที่ยังไม่ได้แต่งงานด้วยเหตุนี้ใครจะกล้ายอมเสี่ยงเพื่อตระกูลไต้?
“พวกเธอ...”
“ท่าทางเรื่องจะกระจ่างแล้ว” จู่ๆ หลินอันก็พูดตัดบทสะใภ้ใหญ่ตระกูลไต้ “หลินเฉวียนของเราไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแต่นอกจากถูกว่าร้ายจนเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว ยังถูกทุบตีอย่างรุนแรงด้วยเหตุการณ์นี้ผมคงให้อภัยไม่ได้!”
“หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่เฉินผู้ใหญ่บ้านจ้าว พวกคุณว่าเรื่องนี้ควรจัดการอย่างไรดีครับ”
“เอ่อ......”
หัวหน้าเฉินกับผู้ใหญ่บ้านจ้าวมองหน้ากัน
เมื่อก่อนใช่ว่าไม่เคยมีเหตุการณ์ครอบครัวฝ่ายชายรังแกลูกสะใภ้แต่ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีใครเห็น ก็เพราะครอบครัวฝ่ายหญิงไม่คิดจะเอาเรื่องดังนั้นกรณีแบบนี้จึงไม่เคยกลายเป็นเรื่องใหญ่
ว่ากันว่าหลินอันจากตระกูลหลินมีตำแหน่งสูงในกองทัพและมีความสัมพันธ์อันดีกับตำรวจ เรื่องนี้เกรงว่าคงจะไม่จบง่ายๆ
ทั้งคู่ปรึกษากันสักพักสุดท้ายหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ก็ตอบหลินอันว่า “ฉันว่าหลินเฉวียนอาการดูไม่สู้ดีพาเธอไปส่งโรงพยาบาลก่อนเถิด ค่ารักษาพยาบาลให้ตระกูลไต้เป็นคนรับผิดชอบนอกเหนือจากนี้ ฉันจะให้คนตระกูลไต้เขียนเอกสารรับรองคนละฉบับว่าต่อจากนี้จะไม่รังแกหลินเฉวียนอีกแล้ว”
“แค่นี้หรือครับ”
“ยังมีจุดไหนที่ไม่พอใจอีกหรือพวกเราแก้ไขได้”
หลินอันกวาดตามองคนตระกูลไต้แล้วกล่าวเสียงเย็น “คำขอของผมง่ายมาก ถ้าไม่ให้หลินเฉวียนหย่ากับไต้เหว่ย พวกเขาสองคนจะต้องแยกบ้านกับบ้านใหญ่ตระกูลไต้ย้ายไปอยู่ที่บ้านอีกหลัง”
“ไม่หย่าให้ตายผมก็ไม่หย่า!”ไต้เหว่ยกลัวพี่ชายภรรยาจะตัดสินใจเด็ดขาด จึงรีบกล่าวว่า “ผมเห็นด้วยกับการแยกบ้านผมจะไม่หย่ากับหลินเฉวียน!”
“ไต้เหว่ย!” แม่ใหญ่ตระกูลไต้ถลึงตาใส่ลูกชายคนที่สาม “ใครอนุญาตให้แกแยกบ้าน?”
“ตอนพวกแม่รังแกหลินเฉวียนก็ควรคิดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมีวันนี้!”
ไต้เหว่ยวิ่งไปยืนด้านหลังหลินอันหนึ่ง เพราะเขาอยากได้ความอุ่นใจ สองเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน
“น่าเสียดายที่ผมคนเดียวไม่อาจสู้กับพวกแม่ที่มีกันหลายคนได้ผมได้แต่ทนมองเฉวียนเฉวียนถูกพวกแม่รังแกแต่ช่วยอะไรไม่ได้! ผมไม่เข้าใจพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำไมถึงอยู่ร่วมกันดีๆ ไม่ได้?อีกอย่าง ในบ้านมีสะใภ้อยู่สี่คน ทำไมถึงพุ่งเป้ารังแกเฉวียนเฉวียนคนเดียวด้วย!”
“บ้านหลังนี้ผมทนอยู่ต่อไม่ไหวแม้แต่วันเดียว!”
คนตระกูลไต้หน้าเสียกันหมด
ชาวบ้านมามุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพลางชี้หน้าวิพากษ์วิจารณ์คนตระกูลไต้
เมื่อก่อนแม่ใหญ่ของตระกูลไต้อาศัยที่ตนมีลูกชายหลายคนมักจะทำตัวกร่างกับคนในหมู่บ้าน ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงไม่ชอบขี้หน้าเธอสักเท่าไร
ในที่สุดทุกคนก็มีโอกาสหัวเราะเยาะแม่ใหญ่ตระกูลไต้มีหรือที่พวกเขาจะปล่อยโอกาสนี้ไป
“ฉันว่านะรีบแยกบ้านดีกว่า! ไต้เหว่ยพูดถูก สะใภ้มีตั้งมากมายแต่รังแกหลินเฉวียนแค่คนเดียวหลินเฉวียนเคยไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลพวกเธอหรือยังไง”
“ใช่!ฉันเห็นหลินเฉวียนมีแผลตามเนื้อตัวเป็นประจำ เคราะห์ดีที่เธอเป็นคนมีความอดทนถ้านิสัยแบบฉัน ป่านนี้คงพังบ้านตระกูลไต้ไปแล้ว!”
“พี่ชายของหลินเฉวียนมาถึงที่นี่แล้วยังไม่รีบแยกบ้านกันอีกหรือว่าอยากเข้าคุกจริงๆ กันเล่า ฉันขอเตือนพวกเธอไว้ตรงนี้ฉันไม่สนว่าคนตระกูลไต้จะถูกจับเข้าคุกหรือไม่ แต่ถ้าพวกเธอทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านหมิงกวงเสียหายฉันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด!”
“พวกเธอ...พวกเธอ...”
หลินอันเห็นบรรยากาศเดือดพล่านจึงพูดต่อว่า“ผมกำลังแจ้งให้พวกคุณทราบ ไม่ใช่ปรึกษากับพวกคุณในเมื่อไต้เหว่ยไม่ยอมหย่าร้าง ก็เหลือตัวเลือกเพียงข้อเดียว”
“ตามประมวลกฎหมายของประเทศการสร้างข่าวเท็จหรือกุข่าวลือเพื่อทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงมีโทษจำคุกอย่างต่ำสามปีการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นหรือส่งผลให้บุคคลอื่นได้รับบาดเจ็บมีโทษจำคุกขั้นต่ำสองปี”
“อีกอย่างพี่ใหญ่ไต้ เรื่องที่ลูกชายพี่ก่อไว้ที่โรงเรียนเพราะยังไม่มีใครเอาเรื่องเขาถึงรอดไปได้ พี่รองไต้ พี่เล่นพนันหลายต่อหลายครั้งและติดหนี้อยู่ไม่น้อย...”
ตั้งแต่ลูกชายคนโตยันลูกชายคนที่หกหลินอันแจกแจงความลับของพวกเขาออกมาทีละคน
เดิมทีพวกเขาทั้งห้ายกเว้นไต้เหว่ยตั้งใจว่าจะใช้คนหมู่มากกดดันอีกฝ่ายแต่ตอนนี้กลับต้องเหงื่อตก
หลินอันประจำการอยู่ในกองทัพตลอดมิใช่หรือทำไมถึงรู้เรื่องพวกเขาดีขนาดนี้?
นอกจากเรื่องที่พูดออกมาหลินอันยังรู้อะไรอีกหรือเปล่า?
ห้าพี่น้องตระกูลไต้สบตากันแล้วตัดสินใจว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็แยกบ้านเถิดให้เหล่าซานแยกออกไปอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว”
“เหล่าต้า! [1] ” แม่ใหญ่ตระกูลไต้มองหน้าลูกชายคนโตอย่างไม่เห็นด้วย “พ่อกับแม่ยังไม่ตาย จะแยกบ้านได้อย่างไรถ้าลือกันออกไปคนอื่นจะนินทาบ้านเราได้!”
“พอเถอะแม่บ้านพวกเรามีเรื่องกันน้อยนักหรืออย่างไร เราถูกคนนินทามาตั้งเท่าไรมีเรื่องนี้เพิ่มมาอีกเรื่องก็คงไม่เป็นไร”
“ผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้อาวุโส หนังสือดำเนินการแยกบ้านคุณช่วยเขียนแทนพวกเราทีเถิดแต่พวกเรามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง...”
เชิงอรรถ
[1]คำเรียกลูกชายคนโต