ตอนที่15 โจทย์จากหยางจุ้น
จากนั้นหยางจุ้นทำงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบต่อไปซึ่งเป็งานเกี่ยวกับการตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และฟอกเงินแต่เขาคิดว่าบริษัทดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย จึง้าสืบหาข้อมูลเพื่อช่วยเหลือทางการกวาดล้างกลุ่มคนหรือองค์กรชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป
เมื่อหยางจุ้นออกจากกลุ่มแชตสตาร์ไปโดยมีการแสดงสถานะออฟแล้วบรรดาลูกน้องทีมัดำรีบเปิดห้องสนทนาอีกกลุ่มเป็การลับทันทีเพราะแต่ละคนอดใจที่จะนินทาหัวหน้าไม่ได้เนื่องจากพฤติกรรมที่หยางจุ้นสื่อสารกับเสิ่นลี่อิงนั้น เป็เื่แปลกประหลาดที่ไม่พบเห็นได้บ่อยนัก
ครั้นกลุ่มลับเปิดขึ้นมาแล้วต่างมีเสียงสนทนากันอย่างออกรสจากใครหลายคน ยกเว้นหยางจุ้นคนเดียวว่า
“โอ้!ไม่น่าเชื่อว่าหัวหน้าจะเป็คนดีมีเมตตาแบบนี้”
“นั่นสิ! ใช่หัวหน้าตัวจริงไหม?แต่ตัวปลอมคงเข้ามาในกลุ่มแชตสตาร์ไม่ได้หรอก”
“ผมไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นมุมอ่อนโยนของหัวหน้า”
“เสี่ยวเฉิน.....งานนี้นายทำได้ดีมาก”
“จริงด้วย!หากไม่ใช่เป็เพราะเสี่ยวเฉิน พวกเราจะมีโอกาสเห็นหัวหน้าในมุมนี้หรือ?”
“อย่าชมผมเลยยังไม่รู้ว่าหัวหน้าจะเฉ่งเมื่อไหร่?พวกนายมาร่วมรับชะตากรรมกับผมเสียดี ๆ”
หลีอี้เฉินไม่สามารถรับคำชมจากเพื่อนในกลุ่มได้เขารู้สึกเสียวสันหลังเป็ระยะอย่างหวาดกลัวว่าจะได้รับบทลงโทษจากเ้านาย
อย่างไรก็ดีเมื่อเขาพูดผ่านการสนทนากลุ่มออกไปให้ทุกคนร่วมรับผิดชอบกลับกลายเป็ว่าแต่ละคนพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายแล้วปิดการสนทนากลุ่มไปทันทีว่า
“ไม่!นายรับไปคนเดียวเถอะ”
หลีอี้เฉินฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยากเขาไม่คาดคิดว่าเพื่อนร่วมทีมจะกล้าทิ้งให้เขาเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
ด้านเสิ่นลี่อิงเปิดไฟล์ดูโจทย์ทดสอบที่ได้รับมาจากหยางจุ้นเธอพบว่าเป็โจทย์ยากที่ไม่สามารถคิดหาคำตอบได้ในทันทีจึงอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์จากหลีอี้เฉินแทน พลางพึมพำอย่างมุ่งหมายว่า
“สงสัยอาจารย์ของครูหลีจะเก่งมากๆ ขนาดโจทย์ทดสอบฉันเบื้องต้นยังยากขนาดนี้ แสดงว่าหากเป็ข้อสอบเกาเข่าแล้ว ฉันต้องทำคะแนนให้สูงเพื่อเข้าชิงหวาฉันต้องเอาชนะโจทย์พวกนี้ให้เร็วที่สุดสินะ เฮ้อ!...ยากจริง ๆเอาไว้ก่อนแล้วกัน ยังมีเวลาที่รับปากอาจารย์ไว้อยู่สองวัน ฉันคงทำได้เสร็จทันอยู่หรอกน่า”
เสิ่นลี่อิงกล่าวปลอบใจตัวเองแล้วอ่านหนังสือต่ออีกสักพักจนถึงเวลายี่สิบสองนาฬิกาจึงเข้านอนเพื่อตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายกับน้องชายเช่นเคย
..........
รุ่งเช้าเสิ่นลี่อิงไปฝึกฝนทักษะต่อสู้กับน้องชายต่อเธอและน้องต่างมีความคิดเห็นเหมือนกันว่าทักษะต่อสู้ที่ทั้งคู่ฝึกฝนนั้น ได้ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นรวมทั้งประสาทััรับรู้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
สองพี่น้องฝึกฝนจนใกล้ถึงเวลากินอาหารเช้าต่างพากันรีบกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนตามหน้าที่
เช้านี้เสิ่นลี่อิงเรียนรู้วิชาต่างๆ เหมือนวันอังคารที่เป็วันกลับมาเกิดใหม่
เธอพบว่าครูหลิวเฟยฟาให้ความสนใจตนเป็พิเศษเหตุเพราะเขาสั่งให้ออกไปแก้โจทย์ให้เพื่อนดูบ่อยครั้งเนื่องจากคนเคยเก่งของห้องห้า ไม่ว่าจะเป็หัวหน้าห้องหรือนักเรียนชายหญิงอีกสองคน ทั้งสามคนต่างไม่สามารถแก้โจทย์ที่ครูหลิวนำมาสาธิตได้
“เสิ่นลี่อิงในเมื่อคนเก่งของห้องห้าแก้โจทย์นี้ไม่ได้ งั้นเธอออกมาช่วยแก้โจทย์นี้ให้เพื่อน ๆดูที โจทย์ที่ครูนำมาให้นักเรียนแก้ เป็โจทย์สอบเกาเข่าเมื่อสองปีที่แล้วว่ากันว่าเป็ปีที่มีโจทย์ยากมาก ดังนั้นนักเรียนทั้งหลายต้องฝึกฝนไว้หากแก้โจทย์ได้มากและรวดเร็ว ก็อาจได้คะแนนสูงพอที่จะเข้ามหาลัยชื่อดังได้”
ครูหลิวเฟยฟาอธิบายให้นักเรียนฟังเพิ่มเติมโดยเขาหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนรู้มากขึ้นเพื่อที่จะมีนักเรียนสักหนึ่งหรือสองคนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศได้
“ได้ค่ะ”เสิ่นลี่อิงกล่าวตอบรับครูหลิวอย่างกระตือรือร้น
เธอพบว่าโจทย์คณิตศาตร์จากครูหลิวมีความยากมากกว่าเดิมทว่ายังยากน้อยกว่าโจทย์จากอาจารย์ของครูหลีอี้เฉิน ซึ่งเธอคิดที่จะเอาชนะโจทย์จากกลุ่มแชตสตาร์ให้ได้ทันตามกำหนดเวลา
ระหว่างเขียนวิธีแก้โจทย์ของครูหลิวอยู่นั้นเสิ่นลี่อิงพลันพบทางสว่างในวิธีแก้โจทย์คณิตศาสตร์หนึ่งในห้าข้อของหยางจุ้นได้เธอรีบเขียนแก้โจทย์ของครูหลิวอย่างกระฉับกระเฉงเหมือนคนมีความสุขทันที
ท่าทางเขียนแก้โจทย์แล้วยิ้มไปด้วยของเสิ่นลี่อิงทำให้ครูหลิวเข้าใจผิดทันทีเพราะคิดว่าตนหาโจทย์ง่ายเกินไปสำหรับเธอทำให้เขามีความหวังมากขึ้นว่านักเรียนเสิ่นจะสามารถพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ได้
‘เห็นทีประเทศอาจมีนักเรียนสร้างประวัติศาสตร์เป็คนแรกที่สามารถพิสูจน์สมมติฐานของรีมานน์ได้ หากเป็อย่างนั้นจริงฉันคงกลายเป็ครูคนแรก ที่มีนักเรียนเก่งกาจจนสามารถแก้โจทย์ได้’
ครูหลิวคิดเข้าข้างตัวเองอย่างมีความสุขโดยที่เขาไม่รู้สักนิดว่าอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของตนได้ทำให้นักเรียนในห้องห้ารู้สึกหวาดระแวงและคิดว่าครูหลิวจะหาโจทย์ยากมาใช้ในการสอบประจำเดือนแน่นอน
“ตายละ! หากครูหลิวคิดว่าอิงเอ๋อร์ทำได้และนักเรียนคนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าข้อสอบประจำเดือนจะยากยิ่งกว่าเดิมนะ”
กงเจียหลิงอดไม่ไหวที่ได้เห็นท่าทีของครูหลิวเธอหันหน้าไปแอบกระซิบกับเพื่อนนั่งข้างอย่างกังวลใจ
“จริงด้วย.....ฉันเพิ่งจะมีความหวังเองว่าการสอบประจำเดือนรอบนี้คงได้คะแนนเพิ่มหวังว่าครูหลิวจะไม่ดับความฝันของฉันหรอกนะ”
เพื่อนนักเรียนหญิงตอบกลับกงเจียหลิงอย่างกังวลใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามครูหลิวไม่ได้มอบการบ้านสิบข้อที่ต้องทำส่งพรุ่งนี้ยากเกินไปทำให้นักเรียนห้องห้าต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในตอนนี้กิจกรรมประจำอย่างหนึ่งของนักเรียนห้องห้าคือการร่วมกันทำการบ้านหลังจากพักกินอาหารกลางวันโดยมีเสิ่นลี่อิงทำหน้าที่เป็เหมือนติวเตอร์พิเศษช่วยสอนการบ้านให้กับเพื่อนเกือบทุกวิชาส่งผลให้ความรู้ความเข้าใจของนักเรียนห้องห้าเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
..........
ตอนเย็นเสิ่นลี่อิงรีบทำการบ้านในส่วนที่หยางจุ้นมอบให้อย่างกระตือรือร้นเธอพบวิธีแก้โจทย์หลายวิชาโดยบังเอิญขณะตั้งใจฟังครูแต่ละวิชาสอนสั่ง
เมื่อถึงเวลาแก้โจทย์ของหยางจุ้นแล้วกลับพบว่าง่ายดายกว่าเดิมมากนัก พลางคิดว่าการที่ครูจะสอนนักเรียนได้ดีย่อมสัมพันธ์กับความเก่งกาจในการถ่ายทอดวิชาและประสบการณ์ในการพบหรือแก้โจทย์ของครูเช่นกัน
“แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าจะแก้โจทย์ได้ไม่ทันตามกำหนดเสียแล้ว แต่จะว่าไป.....พวกครูก็มีส่วนสำคัญเหมือนกันนะนี่โชคดีที่โรงเรียนมีครูเก่งมากพอในการสอน”
เสิ่นลี่อิงพึมพำอย่างเข้าใจความเป็เหตุเป็ผลของการทำหน้าที่ครูซึ่งต้องหล่อหลอมนักเรียนออกมาให้เก่งกาจ
เมื่อแก้โจทย์เสร็จเรียบร้อยแล้วเธอไม่รู้ช่องทางติดต่อกับัดำเป็การส่วนตัวเพราะช่องทางสื่อสารกับเขาโดยตรงนั้นถูกปิดกั้นอยู่จึงเลือกส่งคำตอบของตนเองเป็ไฟล์แนบส่งในกลุ่มสตาร์โดยตรง
หยางจุ้นกำลังรวบรวมข้อมูลขององค์กรชั่วร้ายที่สืบค้นมาได้เพื่อส่งต่อให้กับทางการไม่ว่าจะเป็ทางกองทัพหรือตำรวจ โดยให้พวกเขาไปจัดการองค์กรค้ามนุษย์ต่อไปเอง
พลันเหลือบมองเห็นกลุ่มแชตสตาร์มีสัญญาณแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวจึงกดเข้าไปดูข้อมูลการสนทนาภายในกลุ่มเขาเหลือบมองเห็นไฟล์พร้อมข้อความที่ถูกส่งมาจากเสิ่นลี่อิงว่า
“ขอความกรุณาท่านอาจารย์ัดำช่วยตรวจสอบคำตอบด้วยนะคะ ฉันพยายามทำอย่างเต็มที่เลยค่ะ หวังว่าจะถูกต้องทุกข้อ”
หยางจุ้นรู้สึกดีขึ้นทันทีเพราะเสิ่นลี่อิงไมได้ใช้คำว่าผู้าุโที่บ่งบอกว่าเป็คนชราอีกแต่เลือกใช้คำว่าอาจารย์ที่ดูเป็ทางการแต่ไม่น่าเกลียดเกินไปแทน จึงตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า
“ตกลง.....ฉันจะตรวจสอบให้”
จากนั้นหยางจุ้นกดส่งไฟล์งานไปยังองค์กรเป้าหมายให้เรียบร้อยก่อนที่จะดาวโหลดไฟล์คำตอบจากเสิ่นลี่อิงมาตรวจสอบ
บรรดาสมาชิกัดำต่างอยู่ในสถานะออนกันหมดทุกคนซึ่งทุกคนมีความคิดเห็นร่วมกันว่า การมีเสิ่นลี่อิงเข้าร่วมในกลุ่มแชตสตาร์นั้นทำให้บรรยากาศของกลุ่มมีความเป็กันเองและไม่เคร่งเครียดเหมือนเดิม
อีกทั้งพวกเขาสังเกตพบว่าหัวหน้ามักจะสื่อสารกับเสิ่นลี่อิงคล้ายกับคนอารมณ์ดีซึ่งแตกต่างจากการสื่อสารกับบรรดาลูกทีมัดำอย่างเห็นได้ชัดเจน
หยางจุ้นตรวจคำตอบของเสิ่นอี่อิงไปพร้อมกับพยักหน้าเป็ระยะด้วยความพึงพอใจเขาไม่คาดคิดว่าเด็กสาวจะทำให้เขาประหลาดใจได้มากขนาดนี้
“ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะแก้โจทย์ได้ถูกต้องทุกข้อแถมยังใช้เวลาไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ แบบนี้ก็มีโอกาสสอบเข้าชิงหวาได้คู่ควรที่ฉันจะกลับบ้านไปค้นหาโน้ตให้เสียจริง”
หยางจุ้นคิดว่าเขาควรให้การสนับสนุนนักเรียนที่เรียนเก่งกาจจนสามารถแก้โจทย์ยากจากเขาได้ถึงแม้จะไม่ใช่โจทย์ยากที่สุดทว่าเป็โจทย์ที่ไม่ใช่นักเรียนทั่วไปจะแก้ได้ง่ายดายภายในสองวัน
ประการสำคัญเขา้ากลับไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วยเนื่องจากเขาออกจากบ้านมาทำธุรกิจลับที่กำลังเติบโตด้วยดีในชื่อ
“บริษัทสตาร์เทคโนโลยี”
อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้บอกกับทางครอบครัวเกี่ยวกับธุรกิจนี้เหตุเพราะเป็ธุรกิจที่มีความซับซ้อนซึ่งเกี่ยวกับการให้บริการกับลูกค้าเพราะลูกค้าของเขาส่วนใหญ่เป็หน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็กองทัพหรือตำรวจยังมีองค์กรลับของต่างประเทศอีกด้วยกล่าวได้ว่าเป็การทำธุรกิจที่ไม่เหมือนบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป