บทที่ 9
การลงทุนล้มเหลวที่น่ายินดี
ณ แม่น้ำอู๋เยว่ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวังของาาอสูรมากนัก ซุนเย่และหานจิวฝูได้มาดักซุ่มรอราชสีห์สีดำกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ในคราแรกคุณชายรองหาน้าวางแผนและเตรียมกับดักให้ดีเสียก่อน แต่ซุนเย่กลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า ยิ่งมากคนก็ยิ่งสูญเสีย ยิ่งมากแผนการก็ยิ่งผิดพลาด กับสัตว์ร้ายที่สังหารอสูรได้มากมายขนาดนั้น เตรียมกับดักหรือกำลังพลไว้มากแค่ไหนก็พังพินาศสิ้นเปลืองอยู่ดี สุดท้ายย่อมไม่พ้นต้องใช้กำลัง
ตอนนี้กำลังจะเข้ายามจื่อแล้วก็ยังไม่มีวี่แววของราชสีห์ออกมาเลย ทำเอามารสองตนที่รั้งรออยู่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเริ่มเบื่อหน่ายขึ้นมา โดยเฉพาะซุนเย่ เขาง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องทำงานจนค่ำมืดขนาดนี้ แข็งแกร่งแล้วอย่างไร? เขาไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้เสียหน่อย เป็แค่มารชาวบ้านหาใช่ทหารมารไม่
“เ้ายังไหวรึเปล่า? คืนนี้พอก่อนดีรึไม่?” คุณชายรองหานหันมาถามด้วยความเป็ห่วง ในใจนึกก่นด่าตัวเองไปแล้วแปดร้อยครั้งที่พาน้องน้อยมาลำบากด้วยเช่นนี้
“ข้าง่วง แต่ข้าจะทนเพื่อราชสีห์สีดำ”
“อยากได้ขนาดนั้นเลยหรือ? ข้าจับมาให้เ้าคนเดียวก็ได้นะ ข้าแค่พาเ้ามาที่นี่ด้วยกันไม่ได้ตั้งใจพามาเจ็บตัวเสียหน่อย”
“สัตว์เลี้ยงของข้า ข้าต้องหามันมาด้วยตัวเอง” สายตาที่มองไปยังแม่น้ำเบื้องหน้ามีความมั่นใจและกระตือรือร้นขึ้นมาทันใด หานจิวฝูคร้านจะห้ามแล้วจริง ๆ
ตึก! ตึก! เสียงย่ำเท้าหนักหน่วงดังขึ้นบนสะพานเหนือศีรษะ ฟังจากเสียงแล้วไม่น่าใช่อสูรธรรมดาแน่ ๆ !
หานจิวฝูหันมามองซุนเย่ว่าจะเอาอย่างไรต่อดี? ในใจซุนเย่นั้นคิดว่า แค่สัตว์ร้ายธรรมดาเขาเอาชนะได้สบาย ๆ อยู่แล้ว แต่การเจรจานี่แหละคือสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ถ้าเป็ ‘สัตว์อสูร’ ก็แล้วไป อย่างน้อยก็พอพูดคุยได้ แต่ถ้าเป็สัตว์ธรรมดาทั่วไปคงเป็ปัญหาน่าดู
โกรวววว เสียงขู่เบา ๆ ดังอยู่ใกล้มาก เขาไม่คิดโจมตีก่อนแต่อย่างใด เพียงรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือเพื่อเตรียมพร้อมรับการโจมตีเท่านั้น
ตึก! ตึก! เสียงย่ำเท้าดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นก็!
ตู้ม!! ราชสีห์ตัวนั้นก็ะโลงมายังแม่น้ำเบื้องล่าง!
โฮกกกก ตู้ม!! การโจมตีเกิดขึ้นเร็วมาก! เขากับหานจิวฝูะโหลบไปคนละทาง สัตว์ร้ายตรงหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง มันกำลังคิดว่าจะโจมตีใครก่อนดี!?
“เ้าคือราชสีห์ธรรมดาหรือสัตว์อสูร?” ซุนเย่ยังคงความเยือกเย็นไว้แล้วถามมันออกไปตรง ๆ เพื่อความแน่ใจ
“เ้าคือมารเกอ?” เสียงตอบกลับมาเป็ที่แน่ชัดแล้วว่ามันคือสัตว์อสูร!
โฮกกกก ตึง! มันหันไปโจมตีหานจิวฝูทันที! แต่เ้าตัวใช้แขนสองข้างกันไว้ได้ทัน ร่างถูกดันถอยหลังครูดไปกับน้ำจนเกือบเสียสมาธิแล้วปล่อยตัวจมลงไป! ซุนเย่เห็นดังนั้นจึงะโขึ้นไปบนหลังของราชสีห์
“เ้าต้องมากับข้า!”
“ลงไปเดี๋ยวนี้! ไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารเ้าไปด้วย!” มันพยายามสะบัดเขาลงจากหลังแต่เขาขยุ้มแผงคอของมันเอาไว้แน่นมาก ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยหรอก!
“ซุนเย่! มันอันตราย!” ด้วยความเป็ห่วง หานจิวฝูจึงเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาห้วน ๆ
“เ้าตอบมาว่าสังหารอสูรทำไม!?”
ตู้ม!! นอกจากจะไม่ตอบแล้วยังะเิพลังปราณกระจายไปทั่วบริเวณอีกต่างหาก โชคดีที่ม่านพลังซึ่งถูกใช้เป็เกราะของซุนเย่นั้นแข็งแกร่งมากทำให้ไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย
“คุณชายรองหานท่านไม่ต้องเข้ามายุ่ง! นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วรอรับรางวัลจากาาอสูรไปก็พอ!”
“ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันเล่า!?” แต่ถึงจะไม่พอใจอย่างไร ยามนี้ก็ไม่สมควรเข้าไปแทรกกลางระหว่างศึกตรงหน้าทั้งสิ้น
ราชสีห์สีดำะโขึ้นไปยืนบนสะพานก่อนจะวิ่งเข้าหาขอบสะพานอย่างแรง
ตึง! ซุนเย่ที่รู้ทันว่ามัน้าจะทำอะไร จึงใช้ฝ่ามือยันขอบสะพานไว้ในทันก่อนจะชนโครมเข้าเต็ม ๆ !
“ยังไม่ยอมลงจากหลังของข้าอีก!?”
“ข้าอยากเจรจา! อ๊ะ! อย่าดิ้นให้มากนักสิ!” ด้วยความหงุดหงิดเนื่องจากว่าที่สัตว์เลี้ยงดิ้นไปมาไม่ยอมหยุด เขาจึงซัดพลังไปที่กลางหัวมันเต็ม ๆ
ตึง!! โกรวววว ความหนักหน่วงของฝ่ามือที่กระแทกลงมาทำให้มันมึนหัวไปไม่น้อย ั้แ่เกิดมายังไม่เคยรับััที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อนเลย!
“ข้าบอกว่า! ้าเจรจา!” ซุนเย่หยุดใช้กำลังและเปลี่ยนไปใช้วิธีแผ่จิตสังหารเข้มข้นพร้อมกับก้มไปจ้องดวงตาของมัน การขู่ครั้งนี้นับว่าได้ผลที่น่าพอใจ เพราะราชสีห์รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นกว่ามาก คงไม่เป็การดีแน่ถ้ายังฝืนดันทุรัง
“พูดมา!”
“สังหารอสูรทำไม?” ระหว่างสอบถามก็แผ่จิตสังหารกดดันไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เป็การประมาท
“มันเอาชีวิตลูกของข้าไป!”
“เพื่อนำขนมาขายสินะ” ซุนเย่เข้าใจในคำตอบเดียว
าาอสูรจินเพ่ยฉีพยายามยั่วยุหานจิวฝูเื่ขนของราชสีห์ แต่ลูกของจอมมารจากแผ่นดินหานเวียนสลับกันมาซื้อขนอสูรทุกปี าาอสูรคงไม่ถึงขั้นยั่วยุทุกปีหรอก ไม่เช่นนั้นหานจิวฝูคงมีวิธีรับมือการเจรจาเมื่อเช้าได้ดีกว่านี้ ไม่อารมณ์เสียจนกลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบ และยังพิสูจน์ได้ว่าราชสีห์หาได้ยากในแผ่นดินจิน ดังนั้นขนของราชสีห์ที่ว่าต้องไม่พ้นเป็ขนของลูกราชสีห์ตัวนี้
“ข้าพาเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัยให้เขารออาหารจากข้า แต่พวกมันกลับล่าเอาชีวิตลูกข้าไปถลกหนังตัดขน!” เสียงของผู้เป็บิดาช่างแสนเ็ปยิ่งนัก
ซุนเย่รู้สึกอิจฉาลูกราชสีห์ตัวนั้นจริง ๆ ที่มีบิดาที่รักตนเองถึงขั้นตามสังหารอสูรทุกตนที่เอาชีวิตลูกตัวเองไป “แล้วที่สังหารมาร เพราะรู้ว่าขนของลูกเ้าจะถูกขายให้มารสินะ”
“ใช่! เ้ามารตรงนั้นข้าจำหน้ามันได้! มันเข้าไปในวังอสูรเมื่อเช้านี้!” ราชสีห์หันไปขู่คำรามใส่หานจิวฝูด้วยความโกรธแค้น
“จริงอยู่ที่ข้ามาซื้อขนสัตว์ที่นี่ทุกปีเวียนกันไปกับพี่น้องคนอื่น แต่ข้าเจรจากับาาอสูรแล้วนะว่าไม่้าซื้อขนของราชสีห์ เพราะมารทุกตนล้วนนับถือราชสีห์เป็สัตว์มงคล” หานจิวฝูพยายามอธิบาย
“หากไม่เชื่อเ้าดูนี่ก็ได้” ซุนเย่กล่าวแล้วยื่นข้อมือไปให้ราชสีห์ดู เป็ข้างที่สวมกำไลของบิดาเอาไว้ มันมีลายราชสีห์สีดำที่สวยงามมาก “นี่เป็ของของบิดาข้าเพียงชิ้นเดียวที่ติดตัวข้ามาั้แ่เกิด หากไม่รักและชื่นชมในราชสีห์ก็คงไม่สลักลายเช่นนี้ไว้หรอก” เขารับรู้ได้ถึงอารมณ์ความโกรธของราชสีห์ที่ค่อย ๆ เบาลง “แล้วทำไมเ้าจึงไม่สังหารมารเกอ?”
“เพราะมารเกอคือภรรยาของข้า”
“!!!” ฉับพลัน ซุนเย่ก็หันไปเบิกตากว้างกับหานจิวฝู มารกับสัตว์อสูรเนี่ยนะ!? ขอถามหน่อยเถิดว่าไปร่วมหอกันท่าไหนถึงคลอดลูกราชสีห์ออกมาได้!? แค่รูปลักษณ์ภายนอกก็แตกต่างกันขนาดนี้แล้ว!
ฟุบ! ไม่ทันได้หายสงสัย ราชสีห์ที่เขาขี่หลังอยู่ก็ยอบกายลงไปนอนหมอบกับพื้นสะพาน สายอารมณ์แห่งความเศร้าได้หลั่งไหลผ่านมาถึงตัวซุนเย่
“ภรรยาของข้าเป็มารเกอกำพร้า ข้าเลี้ยงดูเขามาั้แ่ยังเป็เด็ก พอโตมาก็ได้ครองคู่กัน น่าเสียดายที่ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป การคลอดลูกของอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งทำให้เขารับมันไม่ไหวและตายจากไปอย่างสงบ ข้าสัญญาว่าจะปกป้องลูกแต่ข้ากลับผิดสัญญาเสียแล้ว”
“มารกับสัตว์อสูรอาจจะรักกันได้ แต่มีลูกด้วยกันนี่ น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยนะ” คำพูดของหานจิวฝูนับว่าตรงใจเขาอย่างยิ่ง
“เฮ้อ! เพราะข้าไม่ใช่สัตว์อสูรน่ะสิ......ข้าเป็อสูรต่างหาก”
“อ้าว! / อ้าว!”
“ลูกของข้าเป็ครึ่งมารครึ่งอสูร ยามแรกเกิดเป็ราชสีห์สีดำที่หายากมากเหมือนกับข้า แต่พอเริ่มโตมาก็กลายร่างได้เหมือนอสูรทั่วไปแต่ก็มีความสามารถเหมือนกับมารบางส่วน เขายังสูงไม่ถึงเอวข้าเลยด้วยซ้ำ กลับมาหายตัวไปหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มารู้อีกที พวกอสูรก็ลือกันว่าาาอสูรจับราชสีห์มาถลกขนขายให้มาร!”
“......”
“......”
“อยากเจอาาอสูรหรือไม่? เขาบอกให้พวกข้าจับเป็เ้าแทนที่จะจับตาย บางทีการพูดคุยก็เป็ทางออกที่ดี เขาออกตามหาเ้าทุกคืนเลยด้วยซ้ำแต่ไม่เคยเจอเ้าเลย”
“เพราะข้าไม่อยากเจอหน้ามันน่ะสิ ถึงได้หลบหนีไปก่อน!”
“ไปเจอเถอะ ไม่เช่นนั้น ข้าจะหักขาเ้าแล้วลากไป!”
ครืนนนน แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ตัวราชสีห์ทันที มารบ้าอะไรพลังกดดันมหาศาลขนาดนี้!?
“กะ ก็ได้! แต่ถ้าข้าสังหารมันทิ้งจะมาโทษข้าไม่ได้นะ!”
ในค่ำคืนนั้นเอง ทั่วทั้งวังาาอสูรได้พบเห็นมารเกอ ขี่หลังราชสีห์สีดำเข้ามา ต่างก็พากันพูดคุยถึงเื่นี้ไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวันอย่างไม่หยุดหย่อน
ซุนเย่ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด กลับกัน ยังจะพาเข้าไปนอนกอดด้วยกันด้วยซ้ำไป! โชคดีที่หานจิวฝูห้ามปรามไว้เสียก่อนจึงจำต้องขังไว้ในกรงปราบอสูรจนถึงเช้าวันใหม่
ส่วนาาอสูรที่ได้พบราชสีห์สีดำตัวใหญ่ในเช้าวันต่อมา อีกทั้งผู้ที่จับมาก็ไม่ได้มีรอยาแหรือรอยช้ำใด ๆ ก็ยิ่งหัวเราะชอบใจจนราชสีห์ในกรงนึกอยากจะแหกกรงออกไปกัดมันให้ตาย!
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ข้าว่าแล้วว่าเ้าต้องไม่ธรรมดา นี่เกินความคาดหมายไปไกลจริง ๆ แบบนี้สิยิ่งถูกใจข้านัก!”
“ขอบคุณท่านาาอสูร แต่ตอนนี้ข้าอยากรู้มากกว่า ว่าขนราชสีห์ที่ท่านตั้งใจจะขายให้คุณชายรองหานเป็ขนสีอะไร?”
“อ้อ! สีดำน่ะ”
ตึง! โกรวววว ราชสีห์ในกรงใช้หัวชนกับกรงอย่างแรง ยิ่งเห็นรอยยิ้มของาาอสูรก็ยิ่งรู้สึกอยากฆ่าให้ตายมากขึ้น!
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ พยศน่าดูเชียว”
“เ้ากล้าสังหารลูกข้า! ยังจะมีหน้ามาหัวเราะสบายใจอยู่บนบัลลังก์สูงส่ง!”
“หึ! พูดได้เสียทีนะ ‘น้องชาย’ ข้านึกว่าจะเป็ใบ้ไปแล้วเสียอีก”
“ข้าไม่มีพี่อย่างเ้า! เ้ากล้าสังหารได้แม้แต่หลานในไส้ของตัวเอง!”
“พี่? น้อง? หลาน?” หานจิวฝูพึมพำออกมาด้วยความสงสัย
ซุนเย่เองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงเค้าลางความน่าปวดหัว นี่คงไม่แคล้วโดนหลอกใช้ให้มาจัดการปัญหาครอบครัวของบ้านอื่นหรอกนะ? บ้านตัวเองเขายังจัดการไม่ได้เลย
“ไม่เอาน่า ข้าหรือจะกล้าสังหารเด็กคนนั้น น่ารักจะตายไป เอ้า! ไปตามหลานข้ามาเร็ว!” าาอสูรหันไปสั่งข้ารับใช้ ท่าทางไม่ได้รู้สึกตึงเครียดเหมือนสถานการณ์ตอนนี้เลย “เ้าไม่สงสัยบ้างรึ? ว่าอสูรที่สังหารไปในแต่ละคืนไปทำอะไรที่แม่น้ำอู๋เยว่กลางดึกเช่นนั้นกัน?”
โกรวววว สิ่งที่ได้รับกลับไปมีเพียงเสียงขู่ที่พยายามระงับโทสะเท่านั้น
าาอสูรพูดต่อ “เ้าพวกนั้นคือพวกอสูรที่ลักลอบล่าสัตว์อสูรในป่า ก่อนหน้านี้ข้าบังเอิญไปเจอลูกราชสีห์สีดำที่กำลังาเ็ สอบถามจนได้เื่ว่าเป็ลูกของเ้า แหม! ชะตาช่างลิขิตให้ข้าได้หลานหน้าตาน่ารักมาเชียว ส่วนพวกที่วางกับดักล่าอสูรในป่า ข้าก็แค่ลงโทษด้วยการส่งไปที่แม่น้ำอู๋เยว่คืนละตนสองตนเท่านั้นเพื่อให้เ้าได้ระบายความโกรธแค้น มารที่ตายไปก็เป็ผู้ที่้ารับซื้อหลานข้าเหมือนกัน”
“เ้าโกหก! อสูรข้างนอกบอกว่าเ้าถลกขนเขาไปแล้ว!”
“เช่นนั้นก็ดูเอาเถิด” แอ๊ด! สิ้นคำ ประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง จากนั้น......
ฟิ้ว! ซุนเย่กับหานจิวฝูก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วจนชายผ้าสะบัดปลิว
“เอ๊ะ? ตัวอะไรดำ ๆ น่ะ?” หานจิวฝูได้สติก่อนกะพริบตามองไปยังจุดที่ก้อนดำ ๆ วิ่งผ่านไปเมื่อครู่ ในขณะที่ซุนเย่นั้นกำลังมองเ้าก้อนขนสีดำบนตักของาาอสูรตาเป็ประกาย!
“ท่านลุง! ข้าวิ่งเร็วขึ้นตั้งเยอะเลย ข้าะโสูงด้วย ะโทีเดียวก็ขึ้นมาบนขาท่านได้แล้ว!”
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ต้องแบบนี้สิถึงสมเป็หลานข้า!” าาอสูรหัวเราะชอบใจพร้อมกับลูบหัวของ ‘ลูกราชสีห์สีดำ’ บนตักด้วยความเอ็นดู
“จะ เ้า ‘เพ่ยเพ่ย!’ ลูกยังอยู่!”
ตึง! ตึง! ตึง! ยามที่ได้เห็นลูกรักอยู่ในสายตา ราชสีห์ตัวใหญ่จึงออกแรงกระแทกกรงหวังจะเข้าไปโอบกอดลูกชายให้หายห่วง
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อจริง ๆ ด้วย! ท่านลุง เหตุใดท่านพ่อต้องอยู่ในนั้นขอรับ? ข้าอยากกอดท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านพ่อ!” ราชสีห์ตัวน้อยเอาหัวถูไถกับผู้เป็ลุงอย่างออดอ้อน
“เพราะพ่อของเ้าเกเรน่ะสิ เลยต้องขังเอาไว้ให้สำนึกผิดเสียหน่อย มีอย่างที่ไหน หนีออกจากบ้านไปตั้งหลายปีจนมีลูกมีเมียไม่บอกไม่กล่าว ทั้งยังปล่อยให้เพ่ยเพ่ยาเ็อีก”
“งั้นหรือขอรับ”
“เ้า! เ้าอสูรหน้าไม่อาย! ปล่อยลูกข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ! เ้ามาร! มาเปิดกรงข้าเสียทีสิ!”
“ข้าเป็มารต่างถิ่นนะขอรับ ถึงจะเป็บุตรของจอมมารก็ไม่อาจทำตามใจตัวเองที่นี่ได้” หานจิวฝูตอบ แต่ทว่า! ซุนเย่กลับเดินเข้าไปเปิดให้อย่างง่ายดาย “ซุนเย่! มันอันตรายนะ!”
“ไม่หรอก บิดาที่คิดว่าลูกตายไปแล้วควรได้กอดลูกของตัวเองเสียที หากเป็ข้า ข้าก็อยากกอดบิดาที่คิดว่าข้าตายไปแล้วเหมือนกันในตอนนี้”
“......” หานจิวฝูถึงกับพูดไม่ออกเพราะทุกสิ่งที่ซุนเย่กล่าวล้วนเป็ความจริง
เขายังจำใบหน้ายามแรกเกิดของซุนเย่ดี ยามที่รู้ว่าน้องน้อยหายตัวไปหัวใจก็แทบสลาย พอได้เจอกันอีกครั้งก็อยากเข้าไปกอดให้หายคิดถึงแต่ก็ทำไม่ได้ในตอนนี้ ยิ่งบิดาของเขาร้องไห้ไปตั้งหลายคืนหลังจากที่รู้ว่าซุนเย่ยังมีชีวิตอยู่ เขาคิดน้อยไปจริง ๆ
ทันทีที่กรงถูกเปิดออก ราชสีห์สีดำสองตัวก็โผเข้ากอดกันด้วยความรักและความคิดถึง ผู้เป็บิดาพยายามสอดส่องดูว่าลูกน้อยมีาแตรงไหนหรือไม่พร้อมกับใช้ลิ้นเลียขนไปทั่วตัวเพื่อแสดงความรัก ซุนเย่นึกสะท้อนในใจ ว่าบิดาของเขาจะเข้ามากอดด้วยความรักเหมือนอย่างอสูรตรงหน้านี้หรือไม่นะ? หานจิวฝูที่มองสายตาของน้องน้อยออกก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก......รอเท่านั้น
“ท่านาาอสูร” ซุนเย่หันไปเรียกอสูรที่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “หากราชสีห์ตัวนี้คืออสูรที่เป็น้องชายของท่าน เห็นทีคงให้เป็สัตว์เลี้ยงของข้าไม่ได้แล้วกระมัง ไม่เท่ากับว่าท่านผิดคำพูดั้แ่งานยังไม่ได้เริ่มแล้วหรือ?”
“อ้อ! ข้าไม่ได้ผิดคำพูดเสียหน่อย น้องชายข้า ‘จินเพ่ยซาน’ หนีออกจากวังไปนานหลายปีแล้ว เขาไม่ชอบหน้าข้าก็เลยไม่อยากอยู่ใต้อำนาจของข้า เ้าบอกเองนี่ว่าอยากปราบพยศเอง เชิญตามสบายเลย ถึงอย่างไรเพ่ยซานก็ไม่มีทางกลับมาอยู่ในวังอยู่แล้ว”
“ข้าสงสัยอีกเื่ ที่ท่านไม่ยอมคืนหลานให้น้องชายั้แ่แรกเป็เพราะ้าสั่งสอนพวกที่ทำร้ายหลานของท่าน?”
“ใช่ ป่าเถื่อนไปรึ?”
“ไม่ขอรับ มารมีกฎของมาร อสูรย่อมต้องมีกฎของอสูร ข้าไม่อาจก้าวก่ายเื่นี้ แค่คิดว่าน่าจะทำในที่ลับตามากกว่านี้เสียหน่อย อสูรตนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องล้วนอกสั่นขวัญหนีไปจนหมด”
“อ้อ! ก็แค่คำเตือนน่ะ ผู้คนต่างรู้ดีว่าพวกที่ตายไปคืออสูรที่ลักลอบล่าสัตว์อสูรไปขายในต่างแดน มีหนึ่งย่อมมีสอง มีสองย่อมมีสาม สี่ และห้า แต่ถ้าเชือดคอให้ดูเป็ตัวอย่าง เหล่าอสูรที่กล้าเย้ยกฎแผ่นดินข้ามันต้องขวัญกระเจิงกันบ้างเป็ธรรมดา แม้ไม่อาจกวาดล้างได้หมดแผ่นดินแต่น้อยลงสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี”
ดูภายนอกเหมือนจะดีแต่ใช้กำลังและอำนาจ แต่ก็เป็การใช้ที่ชาญฉลาดยิ่งนัก สมกับเป็เ้าแห่งอสูรผู้ครองแผ่นดิน ทั้งรอบคอบและรู้จักใช้ประโยชน์จากผู้คนรอบด้าน
เพียงแค่การเก็บหลานไว้กับตัวโดยปล่อยข่าวลือว่าถลกหนังถลกขนพร้อมขายให้มาร ก็ได้ทั้งยั่วยุคุณชายรองหาน ได้การเจรจาการค้าที่ตัวเองได้เปรียบ ได้ตัวน้องชาย ได้แก้แค้นพวกที่ทำให้หลานาเ็ ได้ข่มขวัญพวกทำผิดกฎในแผ่นดิน เรียกได้ว่า ยิงเกาทัณฑ์เพียงครั้งเดียวก็ได้ผลประโยชน์มาอยู่ในมือนานัปการในระยะเวลาอันสั้น
“แล้วว่าอย่างไรเล่า? เ้าอยากได้เพ่ยซานไปเป็สัตว์เลี้ยงรึไม่?” เขามองไปทางจินเพ่ยซานที่กำลังนอนเลียขนให้จินเพ่ยเพ่ยโดยแทบไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างเลยก็ได้คำตอบในทันที
“ข้าอยากได้ราชสีห์มาเลี้ยงสักตัว แต่คงไม่ใช่กับจินเพ่ยซานหรือจินเพ่ยเพ่ย แยกพ่อลูกออกจากกันคงได้เฉาตายในบ้านข้าก่อน ไว้ข้าจะหาตัวอื่นมาเลี้ยงแทน” การลงทุนครั้งนี้ล้มเหลว แต่อย่างน้อยก็ได้สร้างประโยชน์ที่ดีให้กับผู้อื่น
เอาเถอะ เพราะเป็ประโยชน์ที่สะท้อนลึกเข้าไปในใจของเขาหรอกนะ ถึงได้ยอมเสียให้
“เ้าดูเป็มารที่เ็านะ แต่กลับยอมทำเพื่อผู้อื่น”
“เพราะข้าไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นต้องมาเจ็บช้ำในสิ่งที่ข้าเคยได้รับ ตัวข้าไม่เคยเจอหน้าบิดาด้วยซ้ำยังอยากตามหามากมายขนาดนี้ กับลูกที่เคยเจอหน้าบิดาแล้วจู่ ๆ ก็มาหายจากกันไปย่อมเ็ปกว่า ส่วนตัวข้าคิดว่า เป็ท่านมากกว่านะที่นิสัยไม่ดี”
“โอ๊ะ!”
“ซะ ซุนเย่! เราอยู่วังาาอสูรนะ!” หานจิวฝูแม้จะรู้สึกสะใจอยู่ลึก ๆ แต่ถ้าหากทำให้าาอสูรโกรธขึ้นมาคงไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ข้าชอบเ้า! ชอบเ้าจริง ๆ ! เ้ายังไม่ได้รางวัลตอบแทนเลยนี่ เอาล่ะ! ไข่ของสัตว์อสูรขั้นสูงสามใบ เ้าอยากได้ใบไหน อยากได้ตัวอะไรก็เอาไปได้เลย พาคุณชายซุนเย่ไปเลือกไข่อสูรที่ห้องของข้า!”