ตอนที่ 20 เตรียมการ (1)
ช่วงนี้เหล่าสตาฟของหวนอวี๋เอนเตอร์เทนเมนต์มักรู้สึกว่าแอร์ในออฟฟิศซีอีโอเย็นเยือกเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เข้าไปรายงานเรื่องงาน ต่างรู้สึกหนาวสะท้านกันแทบแย่
นับแต่ครั้งก่อนที่ไปบ้านสกุลกู้ การนอนหลับของกู้อู๋เหยียนก็ย่ำแย่ลง เขาไม่อาจหลับตลอดทั้งคืน เหมือนว่ายาที่หลินเชินให้ก็ไม่มีผลเท่าไรแล้ว ขอแค่หลับตาลง มักเห็นสีหน้าอันสะอิดสะเอียนของกู้เฉิงเฟิง ไม่ก็เสิ่นซีโหลวกำลังโอบกอดและจุมพิตอย่างดูดดื่มกับชายอื่น ทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของเขาเริ่มสั่นคลอน กลายเป็นไบโพลาร์
ลี่เฟิงสังเกตเห็นว่าประธานกู้นวดคลึงขมับอยู่บ่อยครั้ง แถมสภาพจิตใจยังดูย่ำแย่เป็นพิเศษอีกด้วย ใต้ตาดำคล้ำ จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ประธานกู้ไม่สบายหรือเปล่าครับ อยากให้แจ้งลุงหยางช่วยเตรียมหมอส่วนตัวมาตรวจดูไหมครับ”
กู้อู๋เหยียนโบกมือว่าไม่ต้อง “ร่างกายฉัน ฉันจะตัดสินใจเอง ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการร่วมงานกันระหว่างหวนอวี๋กับผู้กำกับเจี่ยงเฮ่า”
เขามองรายงานการเงินบนโต๊ะ พลางนวดหว่างคิ้ว แม้ว่าหลังปฏิรูปบริษัทจะมีนักลงทุนสามสี่รายประสงค์จะร่วมลงทุนกับทางบริษัท แต่การลงทุนนี้เมื่อเทียบกับ ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ แล้วก็ยังไม่เพียงพอจริงๆ
ผู้กำกับเจี่ยงเฮ่ามีความต้องการทางด้านการผลิตและนักแสดงในภาพยนตร์ ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ สูงมาก ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบฉาก ฝ่ายศิลป์ และทีมถ่ายทำต่างต้องเชิญทีมของกู้หฺวาที่เคยได้รับรางวัลหลิงฮวาในสาขาช่างถ่ายภาพ ฝ่ายศิลป์ และการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมมาร่วมด้วย ความอลังการของราชสำนักและฉากใหญ่แห่งการทำสงครามในตอนสุดท้ายนั้นผลาญเงินมากที่สุด
ตอนแรกเขาอยากสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพื่อทำกำไรให้มากที่สุด แต่เขาประเมินความต้องการของผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าต่ำเกินไป ตอนนี้จึงทำได้แค่ผลิตผลงานร่วมกับบริษัทภาพยนตร์อื่นๆ กินรวดเดียวคงไม่กลายเป็นคนอ้วนไปหรอก[1] นี่เพิ่งเริ่มต้น ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ลี่เฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองประธานกู้ซึ่งเคาะเรียวนิ้วกับโต๊ะก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องพบปัญหายุ่งยากอย่างแน่นอน ภาพยนตร์ของผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าเรื่องนี้มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ
เรียวนิ้วของกู้อู๋เหยียนที่เคาะโต๊ะหยุดลงกะทันหัน ดวงตาเบื้องหลังกรอบแว่นสีทองเป็นประกาย ก่อนออกคำสั่งอย่างใจเย็น “ปล่อยข่าวที่พวกเราจะสร้างภาพยนตร์ที่เจี่ยงเฮ่ากำกับออกไป”
ลี่เฟิงพูดอย่างไม่เข้าใจเล็กน้อย “ทำไมเราต้องปล่อยข่าวออกไปเร็วขนาดนี้ด้วยครับ”
“เงินทุนในตอนนี้ของหวนอวี๋ จะกินเนื้อติดมันอย่าง ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ ชิ้นนี้ยังไม่ได้เลย ทำได้แค่ร่วมผลิตกับบริษัทอื่นๆ และพวกเราจะเป็นฝ่ายไปเสนอถึงที่ไม่ได้ ต้องให้พวกเขามาหาเอง แบบนี้พวกเราถึงจะกุมอำนาจในการตัดสินใจได้”
กู้อู๋เหยียนพูด พลางดันแว่นตาบนสันจมูก สายตาฉายแววเฉียบแหลม “บริษัททำหนังพวกนั้นเห็นหนังเรื่องนี้ จะต้องอยากมาร่วมแบ่งผลประโยชน์ด้วยอย่างแน่นอน”
“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้ฝ่ายการตลาดตรวจทานเนื้อข่าวแล้วเผยแพร่ให้เรียบร้อย”
“นายไปทำตามที่เห็นสมควร ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปทำงานเถอะ!”
คิดไม่ถึงว่าเวยป๋อทางการของหวนอวี๋เพิ่งเผยแพร่ข่าวที่จะร่วมมือกับผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าในการถ่ายภาพยนตร์เรื่อง ‘ลำนำแห่งการลาจาก’ ก็ปลุกเร้าความคิดเห็นของผู้คนจากภาคส่วนต่างๆ ส่วนใหญ่กังวลว่าหวนอวี๋จะสามารถผลิตและประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ได้ดีหรือไม่ โดยหลักยังเป็นเพราะปูมหลังอันเลวร้ายในอดีตของหวนอวี๋ที่มีมากเกินไป ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่ไว้วางใจ
แม้เสียงตั้งคำถามจากชาวโซเชียลจะค่อนข้างมาก แต่กู้อู๋เหยียนก็ได้ในผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว เพิ่งเผยแพร่ข่าวไม่กี่วัน บริษัทหยางหวาอิ่งฟิล์มแอนด์เทเลวิชั่น และป๋อจยาฟิล์มแอนด์เทเลวิชั่น ผู้นำในวงการภาพยนตร์และละครต่างก็ส่งคนติดต่อมา แจ้งเจตจำนงว่าอยากจะร่วมผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ทั้งยังมีหวงอวี๋มีเดีย บริษัทตัวแทนศิลปินรายใหญ่ที่สุด อยากจะยัดศิลปินเข้ามาในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่ออาศัยชื่อเสียงของผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าดันศิลปินตนเองให้ดัง
คนเหล่านี้ที่มาติดต่อ กู้อู๋เหยียนล้วนต้อนรับทั้งหมด ตอนนี้บริษัทเขาขาดทั้งคนและเงิน หากอาศัยภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อร่วมมือกับบริษัทตัวแทนศิลปิน หรือสตูดิโอดารารายใหญ่ได้ จะเป็นการอำนวยความสะดวกในการพัฒนาบริษัทของพวกเขาในวันข้างหน้าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ภาพยนตร์ของผู้กำกับเจี่ยงเฮ่า ศิลปินทุกคนต่างช่วงชิงกันชนิดหัวร้างข้างแตกเพื่อให้ได้ร่วมงาน
เชิงอรรถ
^ อุปมาว่า ทุกเรื่องต้องค่อยๆ ดำเนินไป ไม่อาจเร่งรัดให้สำเร็จโดยเร็วได้