ตอนที่ห้า
ใกล้ฝันแค่เอื้อมดาว
หลังจากวันที่คุณหมอปลายดาวสงค์ประภาสลาป่วยในวันนั้น ไม่รู้ว่าเป็เพราะร่างกายแข็งแรง หรือได้ยาใจชั้นดีทำให้อาการป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากกินข้าวกินยาเสร็จแล้วนอนหลับอีกหนึ่งตื่นพอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง่กลางดึก ก็หายดีเป็ปลิดทิ้ง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการปวดหัวและไม่มีร่างบางของใครบางคนที่เคยนั่งเฝ้าอีกด้วย
แม้จะรู้สึกแปลกที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้เห็นหน้าของละอองฝันแต่ปลายดาวก็เข้าใจได้ว่า เวลาดึกดื่นป่านนี้อีกคนก็คงอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้านนั่นก็เป็เื่ที่ถูกต้องแล้ว
เวลาล่วงเลยมาอีกหนึ่งสัปดาห์แพทย์สาวรู้สึกห่อเหี่ยวในใจไม่น้อยเพราะไม่มีข่าวคราวของคนในความคิดผ่านหูบ้างเลยแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังทำหน้าที่คุณหมอที่ดีของเหล่าคนไข้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับว่าดีกว่าครั้งแรกและครั้งที่สองที่ได้พบหน้าละอองฝัน
ตอนนั้นปลายดาวรู้สึกไม่เป็ตัวเองเลยสักวันพะว้าพะวงนึกถึงแต่เื่ของเ้าของใบหน้าสวยหวานนั่นจนต้องตั้งสติหลายครั้งต่อวันแต่ตอนนี้เธอกลับควบคุม และจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ดีกว่าครั้งก่อน แพทย์หญิงวัยยี่สิบเก้าปีสามารถใช้ชีวิตได้เช่นเดิมโดยไม่ผิดแผกไปแม้แต่น้อย
เธอไม่ต้องคอยทำสมาธิระหว่างวันบ่อยๆ ไม่ต้องพยายามสลัดเื่ของละอองฝันออกจากความคิด ไม่แน่ใจว่าสาเหตุของการที่ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติมันเกิดจากอะไรแต่คุณหมอคนเก่งคิดเอาเองว่า มันอาจเป็เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอและฝันค่อย ๆดีขึ้น ช่องว่างและกำแพงที่ััได้ ณ ครั้งแรกที่เรากลับมาพบกันก็น้อยลงนี่เรียกว่าเป็การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้หรือเปล่า
อีกประการหนึ่งก็อาจเป็เพราะแพทย์หญิงปลายดาว สงค์ประภาสกำลังวุ่นอยู่กับการทำเื่ย้ายเคสคนป่วย นับว่าเป็โชคดีที่ถึงแม้โรงพยาบาลแห่งนี้จะอยู่ในจังหวัดเล็กๆ แต่กลับมีแพทย์เฉพาะทางโรคข้อและรูมาติสซัมถึงสองจากสามร้อยคนทั่วประเทศนั่นก็คืออาจารย์หมอพิพัฒน์ และเธอ คุณหมอปลายดาวนั่นเอง
แม้ว่าเธอจะอายุเพียงยี่สิบเก้าปีและเพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ แต่เพราะความเก่งและความสามารถอันเป็ที่ประจักษ์ต่อสายตาทุกคนก็ทำให้ปลายดาวได้เข้าร่วมทีมวิจัยกับแพทย์อีกหลาย ๆ ประเทศในฐานะ “หัวหน้าทีม” ดวงตาเรียวรีที่แสดงออกถึงความมั่นใจตลอดเวลาบัดนี้กลับมีแต่ความเหนื่อยล้าและอ่อนไหว
“คนเก่งแบบหมอปลายดาวมีเหตุผลอะไรให้ย้ายเคสผู้ป่วยมาที่ผม”
ประโยคสนทนาระหว่างเธอกับอาจารย์หมอที่เคารพเมื่อวานยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในโสตประสาทจนถึงวันนี้ เธอไม่รู้ว่าควรตอบออกไปว่าอย่างไรแน่นอนว่าอาการป่วยของละอองฝันไม่คณนามือแพทย์มากความสามารถแบบเธอ แต่จะให้ตอบออกไปได้อย่างไรว่าเื่ของความรู้สึกลึก ๆ ในใจมันดันสำคัญกว่าเื่ของหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเสียแล้ว
พอเป็เื่ของละอองฝันทีไรปลายดาวยอมรับว่ามันทำให้เธอเป๋และเสียศูนย์ได้ไม่ยากจากที่เคยคิดว่าควบคุมทุกอย่างให้เป็ไปตามแบบแผนที่ตัวเองวางไว้ได้มาตลอด ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดแค่มีละอองฝันเข้ามาเอี่ยว จะมากหรือน้อยก็ทำให้คนคนนี้ไขว้เขวได้เสมอ
เธอบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์หมอพิพัฒน์และไม่ได้ไปมือเปล่า คุณหมอปลายดาวเตรียมเอกสารทุกอย่างโดยละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เข้าไปคุยกับอีกฝ่ายแต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้รับข้อสรุปในทันที บทสนทนาของเราจบลงที่เธอโดนไล่กลับมาคิดทบทวนดูอีกทีว่า้าย้ายเคสไปอยู่ในการดูแลของหมอพิพัฒน์จริง ๆ ไหม
ถ้าให้ตอบกันตามตรงปลายดาวก็ไม่ได้เต็มใจให้ละอองฝันไปอยู่ในการดูแลของแพทย์ท่านอื่นนักแต่ด้วยเธอรู้ตัวเองดีว่า ความรู้สึกที่มีต่อคนตัวเล็กมันเริ่มมากขึ้น ๆ ทุกวันขณะที่ศีลธรรม และจรรยาบรรณแพทย์ที่เคยเรียนมาก็ตามหลอกหลอนไปพร้อม ๆ กันด้วยทำให้เธอเลือกที่จะทำเช่นนี้ ด้วยที่ปลายดาวเองก็เคยได้ยินความเก่งกาจของอาจารย์หมอพิพัฒน์มาบ้างทำให้เธอวางใจได้เปลาะหนึ่งว่า ละอองฝันจะปลอดภัยภายใต้การดูแลของคุณหมอท่านนี้
“หมอดาวคะวันนี้กินอะไร” เสียงคุ้นเคยของพยาบาลประจำคลินิกดังขึ้น
เธอยื่นใบหน้าโผล่มาหลังบานประตูที่เลื่อนออกเพียงเล็กน้อยเป็มุมประจำที่ปลายดาวเห็นในทุก ๆ วันที่มาทำงาน มัวแต่คิดอะไรเพลิน ๆพลางทำหน้าที่รักษาคนไข้จนลืมเวลา พอเหลือบตามองตัวเลขเล็ก ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์จึงได้รู้ว่าขณะนี้เป็เวลาเกือบเที่ยงครึ่งแล้ว เพราะใช้เวลาติดตามอาการกับคนไข้รายสุดท้ายนานเป็พิเศษ
“หมูทอดกระเทียมไข่ดาวสุกๆ ค่ะ”
“เอ๊ะ่นี้หมอดาวกินเมนูนี้บ่อยนะคะเนี่ย ไม่เบื่อเหรอคะ”
คนถูกทักได้ยินอย่างนั้นหางคิ้วก็ยกขึ้นเล็กน้อยเพราะแทบไม่รู้ตัวเองเลยว่า สั่งเมนูนี้ซ้ำไปมากี่วันแล้วจิตใต้สำนึกมันะโบอกว่า หมูทอดกระเทียมเพิ่มไข่ดาวสุก ๆจนสุดท้ายก็ทนเสียงรบเร้าภายในใจตัวเองไม่ไหวแล้วเลือกสั่งเมนูนี้ออกไปเสียจนได้
ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ตัวว่ากินเมนูเดิมซ้ำมาหลายวันแล้วแต่แพทย์หญิงประจำห้องตรวจหมายเลขสองกลับรู้ตัวเป็อย่างดีว่าเพราะอะไรเธอจึงเลือกเมนูนี้
“ไม่เบื่อค่ะพอดีไม่รู้จะกินอะไร” เสียงหวานติดทุ้มเอ่ยตอบ ท้ายประโยคแกมเสียงหัวเราะแห้ง ๆติดไปด้วย
“ถ้าอย่างนั้นพี่สั่งให้เอาไหมคะเห็นหมอดาวกินแบบนี้ทุกวันแล้วกลัวจะขาดสารอาหารจริง ๆ”พยาบาลชุดขาวเอ่ยขึ้นด้วยความหวังดี
ปลายดาวหัวเราะออกมาเบาๆ กับประโยคนั้น จริงอยู่ที่เธอกินแต่หมูทอดกระเทียมในมื้อเที่ยงแต่ก็ใช่ว่ามื้ออื่น ๆ เธอจะยังสั่งแบบเดิม ไม่มีทางที่คุณหมอเ้าระเบียบแบบเธอจะขาดสารอาหารได้หรอก
“ไม่เป็ไรค่ะเอาแบบเดิม” คนเด็กกว่าตอบกลับอีกครั้งด้วยความสุภาพปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่้าเมนูอื่นเพราะต่อให้มีของอร่อยมากกว่าหมูทอดกระเทียมอีกกี่จาน มันก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันไม่ได้ความรู้สึกที่ราวกับว่าละอองฝันอยู่ใกล้ ๆ ไม่มีอาหารชนิดไหนทำได้อีกแล้ว
แค่เผลอนึกถึงคนที่ไม่ได้อยู่ณ ที่ตรงนี้ พลันริมฝีปากก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเป็สิบปีละอองฝันก็ยังเป็คนเดียวที่มีอิทธิพลต่อความคิด และความรู้สึกของเธอไม่รู้ว่ามันเป็เพราะความทรงจำที่สร้างมาด้วยกันั้แ่จำความได้มันสวยงามจนไม่อาจลบออกไปได้หรือเปล่าที่ทำให้ปลายดาวยังคงเป็คนยึดติดกับความสนิทระหว่างเราสองคนจนถึงวินาทีนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องตรวจเรียกสติของคนในห้องกลับมาอีกครั้งใบหน้าสวยเฉี่ยวคมเงยขึ้นทอดสายตาไปที่ต้นเสียง แปลกใจไม่น้อยที่มีคนมาเคาะประตูเวลานี้เพราะหากเป็พี่พยาบาลเอาข้าวมาให้ ก็จะต้องแง้มประตูออกแล้ว หรือหากเป็คนไข้ก็ต้องส่งใบประวัติเข้ามาก่อนไม่มีทางที่จู่ ๆ จะเดินมาเคาะประตูเองได้แน่นอน ถ้าอย่างนั้นใครกันที่อยู่หลังบานประตู
“ใครคะ”ปลายดาวพูดขึ้นด้วยเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย เพราะกลัวว่าคนข้างนอกจะไม่ได้ยิน
“หมอดาวว่างไหมคะขอเข้าไปได้ไหม” น้ำเสียงแหลมเล็กฟังดูคุ้นหู แต่ถึงอย่างนั้นปลายดาวก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าเคยได้ยินจากที่ไหน
“ค่ะ”
บานประตูเลื่อนค่อยๆ เลื่อนออก ปรากฏร่างของหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาภายในห้องตรวจด้วยท่าทางประหม่าดวงตาคมของคนที่นั่งอยู่ก่อนไล่สำรวจั้แ่รองเท้า กางเกงขายาว เลื่อนขึ้นมาที่กาวน์สีขาวซึ่งสวมทับเสื้อยืดที่นุ่งทับใน
“สวัสดีค่ะหมอดาวกินอะไรรึยังคะ” ยังไม่ทันที่ปลายดาวจะได้เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของผู้มาเยือนเ้าตัวก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
คุณหมอเฉพาะทางคนเก่งนึกออกแทบทันทีว่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็คือหมอทอรักที่เป็แพทย์ประจำบ้าน เพราะอะไรถึงต้องมาหาเธอถึงห้องตรวจ
“อ๋อฝากพี่พยาบาลซื้อแล้วค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ” คนตัวสูงที่นั่งประจำเก้าอี้สำหรับตรวจคนไข้ก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง
ปลายดาวลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ สายตาและสีหน้าของเธอแสดงออกอย่างปิดไม่มิดว่าเบื่อหน่ายเต็มทน เพราะเธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามล้ำเส้นอยู่
“แย่จังคิดว่าหมอดาวยังไม่ได้กินอะไร เราซื้อก๋วยเตี๋ยวหลอดมาฝากค่ะ” อีกฝ่ายยกถุงหิ้วสีใสขึ้นโชว์ข้างในมีกล่องบรรจุอาหารอยู่อีกที
ร่างเล็กของคุณหมอทอรักส่งยิ้มแหยอย่างคนที่กำลังทำใจดีสู้เสือให้กับคู่สนทนาก่อนจะมาที่คลินิกเฉพาะทางก็ต้องรวบรวมความกล้าทั้งชีวิตแล้ว ยิ่งมาอยู่ต่อหน้าของแพทย์หญิงปลายดาวเธอยิ่งรู้สึกตัวเล็กลงจนทำอะไรไม่ถูก
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะแต่ว่าเก็บไว้เถอะค่ะ พอดีว่าไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวหลอด เอาไว้ก็จะเสียของเปล่า ๆหรือถ้าหมอทอรักไม่กิน ก็เอาไปให้คนอื่น ๆ ดูนะคะ” น้ำเสียงทุ้มหวานของปลายดาวตอบกลับราบเรียบใบหน้าสวยของเธอไม่แสดงอารมณ์แต่รอบกายแผ่รังสีบางอย่างออกมาจนคนที่เพิ่งมาเหยียบห้องตรวจหมายเลขสองใจเสียไปไม่น้อย
“กะก็ได้ค่ะ งั้นไว้วันหลังเราเอาอย่างอื่นมาฝากนะคะ”
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ”
“ไม่ได้ลำบากเลยค่ะ”
แพทย์หญิงปลายดาวสงค์ประภาสกัดฟันกรอด มือเรียวของเธอจับปากกาบนโต๊ะขึ้นมาหมุนควงอย่างคนกำลังสงบสติอารมณ์ที่บอกว่าไม่ต้องลำบาก มันยังไม่ชัดเจนมากพอหรือไงว่าเธอไม่้าของอะไรจากอีกฝ่ายเลย ไม่ว่าอีกกี่สิบเมนูปลายดาวก็ไม่อยากรับ
คิ้วสองข้างขมวดเข้ามาชิดกันจนแทบจะผูกเป็โบได้คนตัวสูงเบือนหน้าหนีคู่สนทนาอีกครั้งแล้วเผลอใช้ลิ้นดุนข้างแก้มอย่างไม่สบอารมณ์โดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษนะคะถ้าหมอทอรักมาเพราะเื่แค่นี้ คราวหลังอย่าเสียเวลาอีกเลยนะคะ เราไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น”พูดออกไปพร้อมส่งสายตาจริงจัง
ปลายดาว้าเตือนให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าการกระทำนี้กำลังทำให้เธออึดอัดและเธอไม่ได้รู้สึกดีกับการที่คนตรงหน้าพยายามเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเธอปลายดาวไม่รู้จุดประสงค์ของการที่อีกฝ่ายมาทำดีและเข้าหาตัวเองแต่เธอไม่ต้อนรับใครหน้าไหนเข้ามาในชีวิตอีกทั้งนั้นถ้าไม่ใช่ละอองฝันต่อให้ตอนนี้เธอจะกลายเป็คนใจร้าย และไร้น้ำใจกับเพื่อนร่วมงานไปแล้วปลายดาวก็ไม่ได้ใส่ใจ
“งะงั้นเราขอโทษที่มารบกวนหมอดาวนะคะ” แพทย์ประจำบ้านตัวเล็กพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้น
เธอรีบหมุนตัวเดินออกไปทางประตูเพราะรู้สึกอายเกินกว่าจะสู้หน้าใคร ในตอนที่คุณหมอทอรักวิ่งออกไปพร้อมของในมือก็เป็จังหวะเดียวกับที่พยาบาลคนเดิมกลับมาส่งข้าวให้คนในห้องพอดี
“อ้าวมาแล้วค่ะหมอดาว เมื่อกี้หมอทอรักนี่คะ”
“ค่ะ”ปลายดาวตอบออกไปแบบไม่ใส่ใจนัก
เธอหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวพยาบาลที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูทำไมการพูดคุยกับคนที่ไม่สนิทใจเพียงไม่กี่นาที มันถึงเหนื่อยกว่าการตรวจร่างกายคนไข้ทั้งวันเสียอีก
“เขามาทำอะไรคะ”
“ไม่รู้สิคะขอบคุณนะคะ เดี๋ยวโอนเข้าบัญชีเดิมนะ” ปลายดาวเลือกตอบแบบส่ง ๆเพราะเธอไม่อยากนึกอะไรเกี่ยวกับแพทย์หญิงทอรักอีกแล้ว
ร่างสูงสมส่วนของคุณหมอปลายดาวรับกล่องข้าวมาถือไว้ในมือก่อนเดินออกมาจากห้องตรวจอย่างคนไม่ค่อยชอบใจนัก
ปลายดาวตั้งใจจะไปที่ร้านกาแฟร้านโปรดเพื่อซื้อกาแฟเพิ่มอีกสักแก้วปริมาณคาเฟอีนที่รับเข้าร่างกายแต่เช้าเหมือนไม่พอหล่อเลี้ยงจนหมดวันปกติแล้วเธอดื่มกาแฟวันละสองถึงสามแก้ว แม้จะรู้ดีว่าไม่ดีต่อสุขภาพมากนักแต่สุดท้ายก็เลิกไม่ได้ เพราะมันเสพติดไปแล้ว
หลังจากรับกาแฟแก้วใหม่ส่งยิ้มลาและจ่ายเงินให้บาริสตาคนเดิมแล้ว คุณหมอคนเก่งก็เดินกลับเข้ามาในอาคารตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องประชุมทีมวิจัยและจัดการงานประจำวันของตัวเองให้เสร็จแล้ว
เวลาหลายชั่วโมงผ่านไปจากแสงแดดสว่างจ้าสาดแสงทั่วฟ้า ก็เหลือเพียงแสงอุ่น ๆ ทอประกายบนผืนนภากว้างแทนดวงอาทิตย์คล้อยลงจนแทบหายลับไปจากขอบฟ้าในเวลานี้แพทย์หญิงปลายดาวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เป็เวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
เ้าของร่างสูงสมส่วนเก็บสัมภาระทุกอย่างให้เข้าที่เธอสะสางงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลากลับไปนั่งทำงานต่อที่บ้านพักชีวิตของคุณหมอไม่เคยได้พักผ่อนอย่างจริงจังเลยสักวัน แต่ถึงต้องทำงานหนักทุกวันมันก็เป็ความเหนื่อยที่ปลายดาวเต็มใจรับเอาไว้ และพร้อมเผชิญในทุกวัน
สองขาวยาวก้าวเดินไปตามทางเดินวันนี้เธอไม่ได้มุ่งหน้าตรงไปที่บ้านพักโดยทันที แต่ตั้งใจว่าจะเดินย้อนกลับไปทางข้างหน้าโรงพยาบาลเพื่อหาซื้ออะไรบางอย่างสำหรับมื้อเย็นกลับบ้านพักด้วยคุกกี้ที่ละอองฝันนำมาให้เมื่อวันนั้นก็เหลืออยู่ก้นโหลแล้ว จะมีโอกาสได้กินขนมฝีมือเพื่อนรักอีกเมื่อไรก็ไม่รู้
ทันทีที่เดินมาถึงบริเวณหน้าแผนกฉุกเฉินก็ได้ยินเสียงสัญญาณของรถฉุกเฉินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไฟกะพริบสีแดงสลับน้ำเงินสาดส่องปะทะกับดวงตาคมของคุณหมอวัยยี่สิบเก้าปีจนต้องหันหน้าหนีเป็เื่ปกติของโรงพยาบาลที่มักมีผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามาได้ตลอดเวลา สิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์จะทำได้มีเพียงการเตรียมตัวรับมืออย่างมีสติ และถูกวิธีเท่านั้น
เ้าของร่างสูงแตะร้อยเจ็ดสิบเิเชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อยจู่ ๆ ก็รู้สึกแปลบ ๆ ตรงอกข้างซ้ายอย่างไม่มีสาเหตุ ปลายดาวหันหน้ากลับมา ณจุดเกิดเหตุตอนที่ไฟกะพริบดับลงแล้ว มีเ้าหน้าที่เข้าไปเปิดประตูรถแล้วค่อย ๆนำร่างของผู้ป่วยลงมา
หัวใจของหญิงสาววัยเกือบสามสิบปีกระตุกวูบครู่หนึ่งก่อนจะเต้นกระชั้นเป็จังหวะถี่รัวขึ้น แววตาไหววูบยามที่ทอดมองไปยังร่างไร้สติบนเตียงที่ปลายสายตาขอให้เธอแค่จำผิดไป หรือไม่ก็ขอให้เป็แค่ความตื่นตระหนกของตัวเธอเท่านั้นได้ไหม
ปลายดาวไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังแสดงสีหน้าหรือท่าทางแบบไหน แต่พอรู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่หน้าห้องฉุกเฉินแล้วไหนที่พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าคนในนั้นไม่ใช่คนที่เธอกังวลอยู่ แต่สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัวใจจนต้องวิ่งมาดูให้รู้ความจริงอยู่ดี
“ผู้ป่วยฉุกเฉินเมื่อกี้เป็อะไรมาคะ”คุณหมอตัวสูงก้าวขาเดินตรงดิ่งไปหาเ้าหน้าที่ประจำรถฉุกเฉินที่ยืนอยู่ตรงประตู
“อ้าวหมอ มีคนโทรแจ้งว่าหมดสติครับ น่าจะเป็ลมไปหลายชั่วโมงแล้วกว่าจะมีคนไปเจอ”ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้มสั่นระริก มือสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บเพราะปลายเล็บจิกเข้ากับเนื้อตรงฝ่ามือ
“ผู้ป่วยชื่ออะไร”
“ไม่แน่ใจนะหมอเห็นแม่เขาเรียกอะไรฝัน ๆ นี่แหละ ตอนนี้ญาติกรอกประวัติอยู่ล่ะมั้ง”
วินาทีนั้นราวกับโลกทั้งใบของคุณหมอปลายดาวพังทลายลงต่อหน้าต่อตาขณะที่ลมหายใจของเธอติดขัดคล้ายกับลืมวิธีหายใจไปครู่หนึ่ง ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกลับเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาร่างกายชาวาบจนไม่สามารถตอบสนองต่ออะไรได้อีก ตอนนั้นเองที่ปลายดาวเพิ่งเข้าใจคำว่าเสียใจจนพูดไม่ออกว่ามันเป็อย่างไรหูสองข้างปิดการรับรู้หมดสิ้น แม้รอบตัวจะมีรถฉุกเฉินคันใหม่เข้ามาจอด ตามด้วยเสียงโวยวายของเหล่าเ้าหน้าที่ดังขนาดไหน
ปลายดาวก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไปแล้ว…
เจอกันที่ปลายดาวละอองฝัน