่เวลาหลายเดือนต่อมา
วันคืนในโรงงานผ่านไปเหมือนสายน้ำที่ไหลเอื่อย หากแต่เชี่ยวกรากด้วยความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อ เอมิปรับตัวเข้ากับจังหวะชีวิตของสาวโรงงานได้มากขึ้น เธอเรียนรู้งานในสายการผลิตอย่างรวดเร็ว ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้ว่าร่างกายที่กำลังอุ้มท้องจะเริ่มส่งสัญญาณประท้วงบ่อยครั้งขึ้นก็ตาม
ความเหนื่อยล้าที่กัดกิน ความคลื่นเหียนที่จู่โจมเป็ครั้งคราว และหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่นขึ้นเล็กน้อยภายใต้ชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าหลวมๆ คือความลับที่เธอต้องพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ เธอกินอยู่อย่างประหยัด เก็บออมเงินทุกบาททุกสตางค์จากค่าแรงอันน้อยนิด ตั้งเป้าหมายไว้ในใจอย่างเงียบๆ ว่าจะต้องหลุดพ้นจากชีวิตนี้ให้ได้ ต้องสร้างอนาคตที่ดีกว่านี้ให้กับตัวเองและลูกที่กำลังจะเกิดมา
ดาวคือเพื่อนแท้เพียงคนเดียวที่รับรู้เื่ราวทั้งหมดและคอยเป็กำลังใจให้เสมอ เธอมักจะแบ่งปันอาหาร ช่วยดูแลในวันที่เอมิแพ้ท้องหนัก หรือเพียงแค่นั่งฟังเอมิระบายความอัดอั้นตันใจโดยไม่ตัดสิน การมีดาวอยู่เคียงข้างทำให้เอมิรู้สึกว่าเธอยังไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพียงลำพังอย่างแท้จริง
แล้ววันหนึ่ง เอกสารทางกฎหมายฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงเอมิที่หอพักของดาว มันคือเอกสารยืนยันการหย่าร้างระหว่างเธอกับศิวัฒน์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว การอ่านข้อความในเอกสารนั้นไม่ได้ทำให้เธอเสียใจอย่างที่คิด อาจเพราะจิตใจเธอได้ด้านชาไปกับความเ็ปมามากพอแล้ว หรืออาจเพราะลึกๆ เธอก็รู้ดีว่ามันคือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น มันคือจุดจบที่สมเหตุสมผลของการทรยศหักหลังที่เธอได้ก่อขึ้น ในเอกสารระบุทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวที่เธอได้รับคือรถยนต์เก๋งคันที่เธอเคยขับ – อาจเพราะมันเป็ชื่อของเธอ หรืออาจเพราะศิวัฒน์ไม่้าจะยุ่งเกี่ยวกับอะไรที่เป็ของเธออีกต่อไป บ้าน ร้านกาแฟ ทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งหมดตกเป็ของเขาโดยสมบูรณ์
การได้รถกลับมาทำให้เอมิรู้สึกซับซ้อน มันคือเศษเสี้ยวสุดท้ายของชีวิตเก่าที่หรูหราและสะดวกสบาย การมองเห็นรถจอดอยู่ในซอยแคบๆ ข้างหอพักคนงาน ช่างเป็ภาพที่ดูขัดแย้งและตอกย้ำถึงความตกต่ำของเธออย่างเ็ป แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือ "ทุน" ก้อนเดียวที่เธอมี
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เอมิก็ตัดสินใจขายรถคันนั้นทิ้งไป มันเป็การตัดใจที่ยากลำบาก แต่ก็จำเป็เพื่ออนาคต เธอให้ดาวช่วยติดต่อหาเต็นท์รถมือสองที่ให้ราคาดีที่สุด เงินก้อนหนึ่งที่ได้มาจากการขายรถ รวมกับเงินเก็บที่เธออดออมจากการทำงานในโรงงานมาหลายเดือน มันอาจจะไม่มากมายนัก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอเห็นแสงสว่างรำไรที่ปลายอุโมงค์
เธอไม่อยากจะกลับไปทำงานในโรงงานอีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อท้องเริ่มโตขึ้นทุกวัน งานที่ใช้แรงงานหนักๆ มันไม่เหมาะกับสภาพร่างกายของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่เธอรักและถนัดที่สุด – การชงกาแฟ
แน่นอนว่าการจะกลับไปเปิดร้านกาแฟสวยๆ อย่าง "ละมุนใจ คาเฟ่" นั้นเป็ไปไม่ได้เลยด้วยเงินทุนอันน้อยนิด แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา... การเปิดซุ้มกาแฟเล็กๆ เคลื่อนที่ไม่ได้ หรือตั้งเป็แผงเล็กๆ ในทำเลที่มีคนผ่านไปมาเยอะๆ ล่ะ? ดาวเสนอความคิดเื่การไปเช่าพื้นที่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่อยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมมากนัก ซึ่งเธอบอกว่ามีนักศึกษาเยอะ และน่าจะมีช่องว่างสำหรับร้านกาแฟและเครื่องดื่มเล็กๆ ราคาไม่แพง
ความคิดนั้นจุดประกายความหวังในใจเอมิอีกครั้ง เธอเริ่มใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและวันหยุดในการวางแผนอย่างจริงจัง เธอในตอนนี้ แม้จะอยู่ในสภาพของผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอด (ราวๆ 6-7 เดือน) แต่แววตาที่เคยหม่นหมองกลับฉายประกายความมุ่งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอเดินทางไปติดต่อสอบถามเื่การเช่าพื้นที่ในมหาวิทยาลัย จัดการเื่เอกสารขออนุญาตต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ
เธอใช้เงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัดและคุ้มค่าที่สุด สั่งซื้อเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่มือสองสภาพดี หาซื้ออุปกรณ์จำเป็อื่นๆ เช่น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ตู้เย็นเล็กๆ และวัตถุดิบต่างๆ ทั้งเมล็ดกาแฟ นม ผลไม้สำหรับทำน้ำปั่น และแก้วพลาสติก ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความเหนื่อยยาก แต่เอมิกลับรู้สึกมีพลังใจอย่างประหลาด มันคือการได้กลับมาทำในสิ่งที่เธอรักอีกครั้ง คือการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาด้วยสองมือของเธอเอง
ในที่สุด "เอมิกา คอฟฟี่ & สมูทตี้" ซุ้มกาแฟและน้ำปั่นเล็กๆ ก็เป็รูปเป็ร่างขึ้นมา มันเป็เพียงเคาน์เตอร์ไม้ธรรมดาๆ ที่มีหลังคาผ้าใบกันแดดกันฝน ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของทางเดินที่พลุกพล่านไปด้วยนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย มันเทียบไม่ได้เลยกับร้านกาแฟสวยหรูที่เธอเคยเป็เ้าของ แต่สำหรับเอมิแล้ว ซุ้มเล็กๆ นี้คืออาณาจักรใหม่ คือความหวัง และคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่จริงๆ
วันเปิดร้านวันแรก เอมิยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว หน้าท้องที่นูนเด่นภายใต้ผ้ากันเปื้อนผืนใหม่ ทำให้เธอได้รับสายตาอยากรู้อยากเห็นจากลูกค้าบางคน แต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจ เธอยิ้มต้อนรับลูกค้าคนแรก – นักศึกษาสาวหน้าใสที่สั่งคาปูชิโน่เย็น – ด้วยรอยยิ้มที่จริงใจที่สุด
มือที่เคยสั่นเทาด้วยความกลัวและความรู้สึกผิด บัดนี้กลับมาจับด้ามชงกาแฟ เคาะกากกาแฟ สตีมนม และเทเครื่องดื่มลงแก้วได้อย่างมั่นคงและคล่องแคล่วอีกครั้ง กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่เคยทำให้เธอคลื่นเหียน ตอนนี้กลับกลายเป็กลิ่นที่ปลุกพลังใจให้เธออีกครั้ง
มันเป็การเริ่มต้นที่ไม่ง่ายเลย เธอต้องยืนทำงานตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็เื่ที่ลำบากมากสำหรับคนท้องแก่ ต้องบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ั้แ่การซื้อของ จัดร้าน รับออเดอร์ ชงเครื่องดื่ม คิดเงิน ไปจนถึงการเก็บร้านทำความสะอาด รายได้ในวันแรกๆ ก็ยังไม่แน่นอนนัก แต่เอมิก็ไม่ท้อถอย ทุกแก้วที่เธอชง ทุกรอยยิ้มที่เธอมอบให้ลูกค้า มันคือการยืนยันว่าเธอยังคงมีคุณค่า ยังคงมีความสามารถ และยังคงสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง