ตอนที่1 ฉันชื่อหลิวเย่
หลิวเย่ชายหนุ่มอายุ 17 ปี สูง 185 เิเ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สันจมูกโด่งสวยงาม เหมือนอย่างที่ใครๆเรียกกันว่า “เบ้าหน้าฟ้าประทาน” เวลาใกล้ค่ำ เขากำลังปั่นจักรยานข้ามสะพานไม้ที่ทอดยาวข้ามลำธารจากเชิงเขาเข้าสู่หมู่บ้านโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่ามีลูกไฟเล็กๆจากบนท้องฟ้าพุ่งตรงดิ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วเหนือแสง
ฉับพลันนั้นเขารู้สึกหน้ามืดทันใดเป็ผลให้ทั้งตัวเขาและจักรยานตกลงไปในลำธารปรากฏว่ามีคลื่นน้ำซัดตัวเขาและจักรยานเข้าสู่ฝั่งที่ซึ่งมีกอหญ้าขึ้นเต็มไปหมดแต่เขายังหมดสติอยู่
เวลาผ่านไปราวสามชั่วโมง
หลิวเย่เริ่มรู้สึกปวดหัวและมึนงงเขาค่อยๆลืมตาช้าขึ้นอย่างช้าๆ เหลียวมองรอบตัวด้วยความแปลกใจ “มันเกิดอะไรขึ้น”เขาพึมพำด้วยความสับสนงุนงง
“ฉันกำลังขี่จักรยานจะกลับบ้านแล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่” เขาพูดกับตัวเองทันใดนั้นก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องกุมขมับและส่งเสียงกรีดร้องออกมา“อ๊ากกกกก” ราวสิบวินาทีต่อมาความเ็ปเริ่มเบาลงและหายไปจากนั้นเกิดเสียงดังขึ้นในใจของเขาว่า
“ในที่สุดข้าก็พบกับผู้ที่มีโชคชะตา” เสียงแหบทุ้มที่ไม่ใช่เสียงของเขาดังขึ้นเสมือนมีอีกร่างอยู่ภายในร่างกายของเขา“คุณเป็ใคร คุณอยู่ที่ไหน” หลิวเย่ถามด้วยเสียงอันสั่นเทา
“ไม่ต้องกังวลข้าเป็เพียงเศษเสี้ยวจิติญญาของจักรพรรดิะหลิวเย่ข้าเพียงรอคอยใครบางคนที่มีโชคชะตาเพื่อให้มาช่วยข้าในที่์แห่งนิรันดร์”หลิวเย่ ชื่อเหมือนกับของเขา เพียงแต่เื่ราวที่ได้ยินมันน่าเหลือเชื่อเกินไปเหมือนในนิยายแนวแฟนตาซีหรือเซียน จักรพรรพดิะงั้นเหรอ อยู่ที่ไหนล่ะหลิวเย่ทั้งกระหายใคร่รู้และกังวลปะปนกัน สุดท้ายเขาจึงถามขึ้นว่า
“แล้วทำไมท่านถึงเลือกผม”
“โชคชะตามาพร้อมกับโชคลาภหน้าที่ของเ้านั้นยิ่งใหญ่นักเศษเสี้ยวจิติญญาของข้าเดินทางไปหลายดวงดาวและหลายกาแลคซี่แล้วข้าหวังเพียงให้มีใครสักหนึ่งคนที่จะมาช่วยข้าได้”
"ผมยินดีถ้าช่วยท่านได้ ผมต้องทำอะไรบ้าง” หลิวเย่ถามเพิ่มเติม
“เ้ายังมีเวลาแต่ไม่มากนัก ข้าจะบอกเ้าเป็ลำดับไป พรแรกที่จะให้เ้าคือร่างกาย์”
“ตู้มมมมมม”เมื่อเสียงแหบทุ้มกล่าวจบ ร่างกายของหลิวเย่เกิดการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็เืเนื้อ กระดูกเส้นเอ็น เส้นขนอวัยวะทุกส่วนเหมือนย้อนเวลากลับไปและมีการปรับเปลี่ยนรูปร่าง ปฏิกิริยาดังกล่าวแน่นอนว่าเป็เสมือนการเกิดใหม่
“อ๊ากกกกกกกกก”เสียงกรีดร้องก้องไปทั่วเชิงเขา หลิวเย่รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงนับไม่ถ้วนมันเ็ปราวถูกไฟไหม้และถูกแช่แข็งในคราวเดียวกันสิบนาทีให้หลังหลิวเย่หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อชุ่มโชกเต็มตัว แต่ผลที่ได้ตามมาคือ สายตาของเขามองเห็นได้ไกลถึงบ้านของเขาซึ่งอยู่ห่างจากตรงนี้มากกว่าหนึ่งไมล์มองเห็นรายละเอียดเล็กๆบนก้อนหินและทะลุผ่านก้อนหินลงไปมองได้ลึกถึงรากกอหญ้าริมฝั่ง เห็นชัดถึงใต้โคลนในลำธาร
หูของเขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงมดเดินนกที่บินอยู่ไกลออกไป เสียงรถยนต์ที่กำลังแล่นเข้ามาในหมู่บ้านเสียงคนกระซิบกันที่หน้าร้านค้าทางเข้าหมู่บ้านได้กลิ่นแม้กระทั่งควันไฟเล็กๆจากบนเขาเอื้อมมือขวาของเขามาแตะทรวงอกซ้ายเขาััได้ถึงเสียงหัวใจที่ดังเป็จังหวะชัดเจนัันี้บอกได้แม้กระทั่งว่ากล้ามเนื้อมัดใดตำแหน่งใดเต้นหรือเคลื่อนที่แบบไหนอ่า....มันช่างวิเศษเสียจริง
“ตอนนี้ฉันไม่กลัวใครแล้วฉันจะเตะตูดไอ้หมาบ้าที่คอยมารบกวนฉันกับแม่ คอยดูสิจะสอนบทเรียนให้หนักเลย”
หลิวเย่กล่าวกับตัวเองด้วยความดีใจกับการเปลี่ยนแปลงร่างกายอันประเสริฐนี้
จากนั้นเขาสำรวจและดึงจักรยานที่ยังคงใช้งานได้แล้วก้าวขึ้นไปบนทางเดินเพื่อปั่นกลับบ้านความจริงเขาสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงได้อย่างง่ายดายจากสภาพร่างกายอันแข็งแกร่งนี้แต่เขายังไม่้าสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ใครๆในหมู่บ้านร่างกายใหม่นี้เขาอาจจะแสดงที่อื่นที่เหมาะสม
หมู่บ้านของหลิวเย่เป็หมู่บ้านหนึ่งในเขตทางเหนือเมืองต้าถง มณฑลซานซี หมู่บ้านไห่หนาน ถนนทางเข้าหมู่บ้านแคบและขรุขระ สองข้างทางเป็ทุ่งนาสวนผลไม้ และป่าไม้
ทั้งหมู่บ้านมีรถยนต์เพียงสามคันนั่นคือบ้านผู้ใหญ่บ้าน บ้านร้านค้าประจำหมู่บ้าน และบ้านลุงญาติพ่อของเขา ซึ่งลุงป้าและลูกพี่ลูกน้องไม่มีใครชอบแม่และตัวเขาเลย
ดังนั้นแม่ของหลิวเย่จึงอาศัยอยู่อย่างลำบากั้แ่พ่อของเขาเสียชีวิตเนื่องจากพลัดตกเขาหลังหมู่บ้านเมื่อสองปีก่อนพ่อของหลิวเย่เป็หมอยาสมัยโบราณที่สืบทอดมาจากปู่ ตอนนี้ปู่ย่าเสียชีวิตกันหมดแล้วปู่มีลูกเพียงสองคน คือลุงหลิวฮั่นกับหลิวซ่งซึ่งเป็พ่อของหลิวเย่ พ่อเขามักชอบไปหาสมุนไพรบนูเาอยู่เสมอชาวบ้านก็ได้อาศัยพ่อของหลิวเย่ช่วยรักษาโรคง่ายๆทั่วไป
แต่ลุงของหลิวเย่มีนิสัยเ้าเล่ห์ทะเยอทะยานเขามักไปสมาคมกับกลุ่มพ่อค้าและอันธพาลในตัวอำเภอบ่อยๆ จนตอนนี้เขามีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลางในตัวอำเภอลูกชายและลูกสาวของลุงก็มีนิสัยเย่อหยิ่งอวดดีเช่นเดียวกับลุงเขาแม่ของหลิวเย่ไม่ชอบสุงสิงกับครอบครัวของลุงเพราะพวกเขาจะดูถูกครอบครัวของหลิวเย่เสมอ
“แม่ ผมกลับมาแล้ว” หลิวเย่ะโบอกแม่เขาเมื่อปั่นจักรยานมาถึงหน้าบ้านแล้วบ้านของเขาอยู่ท้ายหมู่บ้าน มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงสองหลังโชคดีที่เพื่อนบ้านนิสัยดี ไม่มาวุ่นวายหรือพูดจาไม่ดีให้ครอบครัวของเขา
“เย่เอ๋อเกิดอะไรขึ้น ทำไมกลับมาเสียค่ำขนาดนี้” หญิงวัยกลางคนใบหน้ามีเค้าโครงว่าเป็คนสวย แต่เริ่มมีริ้วรอยมากจากการขาดบำรุงที่ดี
“โอ้.....แม่ ผมขอโทษ พอดีผมปั่นจักรยานเสียหลักเลยตกลงไปในลำธาร” ด้วยสภาพที่ร่างกายเปียกปอนและสกปรกเลอะเทอะเขาจึงสารภาพไปตามจริงแต่ไม่ได้บอกแม่เขาทั้งหมด
“ไหน.....ให้แม่ดูที เจ็บตรงไหน มีแผลหรือไม่” เจียงหรานหรานเดินเข้าไปดูซ้ายทีขวาทีและจับตัวหลิวเย่หมุนไปมาด้วยน้ำเสียงและสายตาที่เป็กังวล
“ผมสบายดีไม่เป็ไร” เขารีบตอบเพื่อให้แม่คลายกังวล
“ได้ๆงั้นไปอาบน้ำจะได้มาทานข้าวกัน” เมื่อเธอตรวจสอบร่างกายของเขาครบถ้วนแล้วจึงวางใจปล่อยให้เขาไปอาบน้ำ
ขณะอาบน้ำหลิวเย่ก็คุยกับเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่คร่าวๆรายการต่อไปที่เขาจะต้องทำคือการออกเดินทางไปหามิติเคลื่อนย้ายหรือเทเลพอร์ตแต่เขาก็ประท้วงเพราะเขายากจน เขาไม่มีเงินมากพอเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่จึงบอกให้เขาใช้ความสามารถจากร่างกาย์
“แม่ ผมจะต้องออกเดินทางไปหางานทำเพื่อเตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย”หลิวเย่แจ้งแม่ของเขาเพื่อเตรียมงาน
“เย่เอ๋อแม่พอจะมีเงินให้ลูกอยู่บ้าง ถ้าไม่พอก็เอานาฬิกาของพ่อไปขายก็คงพอได้เงินมาบ้าง”แม่ของเขาเสนอหนทางช่วยเหลือเขา เธอเองก็ไม่มีเงินเก็บมากนัก เธอต้องทำนาปลูกข้าวโพดและผลไม้บางส่วน บนที่ดินเพียงสี่เอเคอร์ แถมั้แ่พ่อของเขาเสียชีวิตแม่เขาก็สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง อาการปวดหลังเป็พักๆมักจะรบกวนเธออยู่เสมอจำเป็ต้องใช้การรักษาขั้นสูงและมีค่าใช้จ่ายมาก
“ไม่ ไม่แม่นาฬิกานั้นเป็ของพ่อ แม่เก็บไว้เถอะ ผมจะหาหนทางเอง อย่ากังวลเลย”หลิวเย่ปลอบใจแม่ของเขา
เจียงหรานหรานมองใบหน้าของลูกชายด้วยน้ำตารื้นขอบตาเธอเศร้าที่ไม่สามารถช่วยอะไรลูกของเธอได้มากไปกว่านี้
“แม่สบายใจเถอะ ผมจะดูแลแม่ให้ดีขึ้นเอง” เมื่อหลิวเย่สบตาแม่ของเขา ความเ็ปใจแผ่ซ่านทั่วกายเขาแอบตัดสินใจกับตัวเองว่าวันข้างหน้าของครอบครัวจะต้องดีขึ้นมากกว่านี้เป็สิบเท่าร้อยเท่า
“แม่ไปพักเถอะ ผมจะล้างชามเอง” หลิวเย่กลัวว่าแม่เขาจะเศร้ามากไปกว่านี้จึงตัดบทให้เธอไปพักผ่อน
“ได้ ได้แม่ไปพักแล้ว” เธอลุกหันหลังและปาดน้ำตาเงียบๆ เดินเข้าห้องไป
หลิวเย่มองดูและกำหมัดแน่นเขาเชื่อมั่นว่าตอนนี้เขามีโชคชะตาแล้ววันข้างหน้าของแม่และตัวเขาจะต้องดีอย่างแน่นอน
สมัยที่พ่อของเขายังอยู่ด้วยกันพวกเขาไม่รวยแต่ก็ไม่จน ชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรพ่อเขามีรายได้เป็ระยะจากค่ารักษาโรคให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงรวมถึงรายได้จากการขายสมุนไพรหายากที่นานๆจะมีสักครั้งพ่อเป็คนจิตใจดีซึ่งตรงกันข้ามกับลุงของเขาป้าของเขาก็เป็หญิงสาวในหมู่บ้านนี้เช่นกัน เธอเป็คนสวยแต่ใจแคบใจร้ายนิสัยที่ไม่ดีจึงถ่ายทอดไปยังลูกทั้งสองของพวกเขา
“แม่ ผมไปแล้วนะ”หลิวเย่กล่าวลาแม่เขาเมื่อทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“มีอะไรก็โทรมานะ”เธอบอกเขาด้วยความห่วงใย
“ผมจะโทรมา”หลิวเย่เข้ามากอดแม่ของเขา ให้กำลังใจแก่เธอ เพราะเขาอาจต้องไปหลายวันบางทีอาจจนถึงวันเปิดเทอมมหาวิทยาลัยซึ่งเหลือเวลาอีกราว 20 วัน
หลิวเย่ขึ้นรถบัสประจำทางมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอเมื่อคืนนี้เขาแอบขึ้นูเาไปหาสมุนไพรหายากและโชคเขาก็ดีเช่นกัน เขาค้นพบ“ถั่งเช่า” สมุนไพรหายากราคาแพงในหุบเขาลึกที่ซึ่งพ่อของเขาเคยตกลงไปแต่จำนวนมีเพียงแค่ครึ่งกิโลกรัมเขาค้นหาในอินเทอร์เน็ตพบว่าราคามันแพงมากถึงกิโลกรัมละ 800,000-1,000,000 หยวน
ด้วยเงินจำนวนนี้คงมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อค้นหาเทเลพอร์ตและค่าเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหากเหลือมากพอเขาวางแผนไว้ว่าจะมอบให้แม่ของเขาไว้เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป
“น้องชายนั่งด้วยคนสิ” หญิงสาวสวยผมยาวคนหนึ่งก้าวเข้ามายืนใกล้ๆ หลิวเย่ เห็นได้ชัดว่าเธอแสดงความสนใจเขานั่นคืออีกหนึ่งปัญหาที่เขามักพบเจอ หน้าตาดีก็ลำบากแบบนี้แหละ
“น้องชายรูปหล่อจะไปไหนเหรอ”สาวสวยคนดังกล่าวไม่รอให้เขากล่าวอะไรเธอนั่งลงข้างเขาทันทีเหมือนกลัวเขาจะกล่าวปฏิเสธ
“ถ้าคุณจะนั่งก็นั่งเฉยๆ”พูดจบเขาก็หันหน้ามองออกไปทางหน้าต่างด้วยความรำคาญสิ่งที่น่าเบื่อมากที่สุดคือผู้หญิงพูดมาก
“น้องชายชื่ออะไรเหรอ้าไปกับพี่สาวคนนี้ไหม” หญิงสาวเริ่มชวนคุยและเขยิบเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทันใดนั้นเธอก็นั่งนิ่งไม่ขยับอีก เขาถอยมือที่เพิ่งจะกดจุดให้เธอหยุดนิ่งไม่มีใครบนรถสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆมีเพียงดวงตาของหญิงสาวกรอกไปมาเหมือนอยากพูดอยากะโแต่ทำไม่ได้
เมื่อรถมาถึงตัวอำเภอเขากดจุดปล่อยคลายหญิงสาวและรีบเดินลงจากรถอย่างรวดเร็วก่อนที่ปัญหาจะตามมาเขาเดินหาร้านขายยาจีนซึ่งอยู่ไกลนัก ร้านชื่อ “โถงยาร้อยั” ชื่อโอ่อ่าทีเดียว
หลิวเย่ก้าวเข้าไปในร้านพลางกวาดสายตามองหาคนขายเมื่อพบเขาเดินเข้าไปหาและกล่าวว่า “ผมมาขายสมุนไพร รับซื้อไหม”ชายวัยกลางคนสวมแว่นตามองหน้าเขาครู่หนึ่งแล้วกวักมือให้เขาเดินไปอีกทาง ที่ตรงนั้นมีชายชรานั่งประจำอยู่เขาเงยหน้าจากหนังสือที่อ่านอยู่เมื่อมีคนเรียก
“ขายสมุนไพรอะไรรึพ่อหนุ่ม”ชายชราเหลือบมองหลิวเย่แล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ผมมีสมุนไพรบางส่วนที่ค่อนข้างหายาก”หลิวเย่ตอบ
“โอ้.....เอามาให้ดูที”ชายชรากวักมือเรียกให้เขานำเสนอสมุนไพรที่โต๊ะ
หลิวเย่หยิบถั่งเช่าออกมาบางส่วนแต่เพียงแค่นั้นชายชราก็ตาโตอย่างตื่นเต้นเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบถั่งเช่ามาดูอย่างใกล้ชิด “โอ้ ของดีพ่อหนุ่มมีเท่าไหร่ข้าเอาหมด”
“คุณให้ราคาเท่าไหร่ ผมมีไม่มาก” หลิวเย่ตอบเสียเรียบ
“อืมสภาพสมุนไพรดี แต่มันยังสดอยู่ไม่ใช่แบบแห้ง เอาอย่างนี้แล้วกันเพื่อมิตรภาพของเราข้าให้ราคากิโลกรัมละ 600,000 หยวน”ชายชราครุ่นคิดครู่หนึ่งจากนั้นตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ
หลิวเย่คิดในใจว่าเขาไม่น่าจะเสียเปรียบเกินไปเพราะราคาแบบแห้งจะแพงกว่านี้ แต่เขาไม่มีเวลาตากแห้งอีกแล้วดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและตอบไปว่า “โอเค ผมมีอยู่เพียงครึ่งกิโลกรัมมันค่อนข้างหายาก”
“ดี ดี!” ชายชราตบเข่าหัวเราะด้วยความพอใจและกล่าวเสริมว่า“พ่อหนุ่ม ถ้ามีอีก ก็มาขายให้ร้านเรานะ”
“แน่นอน” หลิวเย่หยิบสมุนไพรทั้งหมดออกจากกระเป๋าเป้ของเขาวางไว้บนโต๊ะ
เมื่อเขาก้าวออกจากโถงยาร้อยัเขาเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางไปสนามบิน ตอนนี้เขามีเงินสดติดตัว 10,000 หยวนและอีก290,000 หยวนในบัญชีธนาคาร
เขาส่ายหัวด้วยความเศร้าใจหากบนูเาใกล้บ้านเขามีสมุนไพรหายากมากกว่านี้ ครอบครัวเขาคงไม่ลำบากอีกต่อไปแต่ตอนนี้มีเพียงแค่นี้ อนาคตค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน
ตอนนี้เขาอยู่บนเครื่องบินกำลังเดินทางไปสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้เมืองซีอาน มณฑลส่านซีนั่นคือสถานที่ที่เขาอาจจะพบกับเทเลพอร์ตจากคำบอกเล่าของเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่จักรพรรดิโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยมาเยือน ณ ที่แห่งนี้เมื่อสองพันปีก่อน
แต่เื่ราวที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับหลิวเย่มากที่สุดคือเื่ราวของมนุษย์ต่างดาวที่เคยมาเยือนโลกและการเชื่อมโยงกับสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆเช่น มหาพีระมิดแห่งกีซา กำแพงเมืองจีน สวนลอยแห่งบาบิโลน วิหารอาร์ทิมีสแห่งตุรกีมาชูปิกชูแห่งเปรู นครเพตราแห่งจอร์แดน เป็ต้น
จะเกิดอะไรขึ้นหากวันใดวันหนึ่งมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้บุกยึดโลกเป็อาณานิคม ไม่ใช่เพียงแค่มาเยือน
หลิวเย่หลับตาลงเพื่อทบทวนแผนการในอนาคตของเขาต่อไปโชคดีที่คราวนี้บนเครื่องบินมีเพียงชายชรานั่งข้างเขา
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินหลิวเย่มีเพียงกระเป๋าเป้ใบเดียวดังนั้นเขาจึงใช้เวลาผ่านด่านตรวจไม่นานเมื่อเดินออกมาแล้วเขาพบกับแท็กซี่คันหนึ่งที่จะนำเขาไปยังโรงแรมมิราเคิลเพื่อเข้าพักก่อนออกเดินทางไปยังสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีในพรุ่งนี้เช้า
ั้แ่เขาได้รับเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่ทุกคืนที่เขาต้องทำคือการฝึกฝนและฝึกฝน ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีร่างกาย์แล้วแต่อาจไม่เพียงพอในการดำรงอยู่ในโลกที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอแต่เดิมเขาเป็คนมองโลกในแง่ดีแต่ภายหลังที่ได้เรียนรู้เื่ราวหลายสิ่งอย่างจากเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่เขาพบว่าเขาเป็เพียงกบในก้นแม่น้ำ มีเพียงความเข้มแข็งและแข็งแกร่งเท่านั้นที่เขาจะปกป้องคนที่เขารักได้
แสงสีทองสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างห้องนอนหลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้น เขารู้สึกถึงความเบาสบายโปร่งของร่างกายและจิติญญาศิลปะที่เขากำลังฝึกฝนอยู่มีชื่อว่า “ศิลปะแห่งดวงดาว” เศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่กล่าวว่ามันเป็ศิลปะฝึกฝนะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบรรยากาศโลกที่ขาดแคลนพลังจิติญญา
ขณะหลิวเย่กำลังทานอาหารเช้าในโรงแรมระดับห้าดาวพนักงานต้อนรับคนสวยเมื่อวานนี้เดินมาหาเขาและกล่าวว่า
“ท่านผู้มีเกียรติคณะทัวร์ที่จะพาท่านไปชมสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี จะพร้อมในอีกครึ่งชั่วโมง”เธอกล่าวเสร็จก็ก้มตัวแสดงความเคารพก่อนหันหลังเดินจากไปหลิวเย่ประทับใจกับบริการของที่นี่มากมันแตกต่างจากโรงแรมประจำอำเภอที่เพื่อนๆเขาเคยรวมตัวจัดงานฉลองเรียนจบมัธยมปลายก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายไปเรียนยังวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ตนเลือก
“ลงทะเบียนที่นี่ได้เลยสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปชมสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีอีกสิบนาทีเราจะเคลื่อนกันแล้ว มาเร็ว”เสียงะโของหญิงสาวสวยผมสั้นสวมชุดสูทท่าทางคล่องแคล่วคนหนึ่งดังขึ้นที่มุมหนึ่งของลอบบี้โรงแรม
“หยูหยู มาเร็วเราจะได้เลือกที่นั่งบนรถบัสที่ดีดี”หญิงสาววัยรุ่นผมยาวคนหนึ่งพูดและวิ่งออกตัวไปยังรถมินิบัสที่จอดหน้าโรงแรม
“อาเจิ้นไม่ต้องรีบหรอก คณะทัวร์มีสิบกว่าคนเอง” หญิงสาววัยรุ่นผมยาวหยักศก ใบหน้าวงไข่ดวงตาโตเป็ประกายยิ้มสวยก่อนกล่าวตอบเพื่อนพลางหัวเราะเบาๆ
“ว้าว คนสวยคนนี้ฉันจอง ฉันหาสะใภ้ให้แม่ได้แล้ว” วัยรุ่นชายหน้าตาดีที่นั่งอยู่บนรถมินิบัสกล่าวอย่างตื่นเต้นกับเพื่อนชายที่นั่งข้างๆ
“ไอ้บ้าฉันต่างหากเป็แฟนของเธอ” วัยรุ่นชายอ้วนอีกคนก็กล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
“โอเค ตอนนี้ทุกท่านคงพร้อมกันแล้วขอแนะนำตัว ฉันชื่อ อ้ายจิน ทำหน้าที่เป็ไกด์วันนี้ คณะเรามีทั้งหมด 18 คนเราจะใช้เวลาเดินทางเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นขอให้ทุกท่านเพลินเพลินไปกับบริการของเรา” อ้ายจินยิ้มทักทายลูกทัวร์อย่างเป็กันเองก่อนเริ่มการดูแลไม่ว่าจะเป็น้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม ขนม และผ้าเย็น
หลิวเย่เลือกที่นั่งหลังสุดเพราะไม่มีใครเลือกถึงแม้ว่าจะมีสาวๆหลายคนส่งสายตาให้เขารวมถึงสองสาวที่หนึ่งในนั้นส่งสายตาและหน้าแดงเขินอายเมื่อสบสายตาเขาแต่เวลานี้เขาสนใจเพียงการค้นหาเทเลพอร์ตว่าจะพบหรือไม่ในสถานที่ดังกล่าว