เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 31 จับผิดชิงเว่ยเว่ย

                ‘จริงอย่างที่ตำราค่ายกลว่าไว้พวกเขาอยู่ตามชายป่า อาศัยกลบังตาปิดบังที่พักอาศัย’

                ชิงเว่ยเว่ยค้อมศีรษะย่องตามคนทั้งสามที่เดินพูดคุยกันอยู่เบื้องหน้าฝีเท้าของนางกับไห่ฮ่าวเบายิ่งนักอีกทั้งเคราะห์ดีที่ลมแรงทำให้คนทั้งสามมิได้ใส่ใจจะสังเกตเสียงฝีเท้า ชิงเว่ยเว่ยคิดถูกที่ตนเองมาทางทิศนี้เพราะนางกำลังยืนอยู่เหนือลมทำให้ยากจะจับเสียงเดินเด็กหญิงกับไห่ฮ่าวตามไปห่างๆ กระทั่งถึงเรือนเล็กที่ซ่อนอยู่ไม่ลึกนัก

                “ฝนจะตกแล้วพวกเจ้าเฝ้าให้ดีล่ะ ข้าจะลงไปเรือนข้างล่าง”

                เด็กหญิงพยายามจะชะโงกศีรษะขึ้นดูว่าข้างในมีกี่คนไห่ฮ่าวเกรงคนพวกนั้นจะจับได้จึงต้องคอยกดบ่านายน้อยของตนเอาไว้

                “คุณหนูอย่าเพิ่งโผล่ขึ้นดูขอรับ เรายังไม่รู้ว่าพวกเขามีกันกี่คนแค่ได้เห็นว่าที่นี่มีบ้านซ่อนอยู่ก็เพียงพอที่จะเอาไปหารือกับหัวหน้าจินได้แล้ว”

                วู่! วู่!ลมเริ่มกรรโชกแรงขึ้นไห่ฮ่าวสะกิดให้คุณหนูของตนกลับก่อนเพราะยังไม่รู้ว่าสภาพค่ายกลตรงสนามหญ้าจะเปลี่ยนไปอย่างไรชิงเว่ยเว่ยกำลังจะถอยออกมาตั้งหลักทว่านางกลับชะงักเมื่อชายในชุดน้ำเงินสองคนเข็นรถเข็นที่มีบุรุษนั่งเอนหลังอยู่ข้างใน

                ‘ไต้จี้หลิง!ใช่จริงๆ ด้วย!’

                ไห่ฮ่าวมัวแต่ระวังรอบด้านจึงมิได้มองดูคนที่อยู่ในเรือนอีกเขาเกรงว่าหากต้องปะทะกันจริงๆ พวกตนมีเพียงสองคนช่างเสียเปรียบยิ่งนัก

                ชิงเว่ยเว่ยยอมถอยออกมาจากที่ไห่ฮ่าวบอกเพราะนางจำภาพความเปลี่ยนแปลงของทุ่งหญ้าหลังจากพระอาทิตย์ตกดินได้ป่าจะไหลลามไปทั่วเขา ไข่มังกรหากไม่รีบออกไปในยามนี้อาจจะต้องติดอยู่ในค่ายกลจริงๆ

                ซิวอี้เซิงที่ยืนมองท้องฟ้าด้วยความกลุ้มกังวลถึงกับตบอกอย่างแรงสองสามครั้งเมื่อเห็นร่างตะคุ่มๆทะยานตามกันลงมาจากเนินทุ่งหญ้า

                “เจ้ามาเสียทีเมื่อครู่ฉีเหยียนเห็นรถม้าของอาจารย์ไต้มาที่นี่ พวกเราคงต้องแยกย้ายกันแล้วล่ะ”

                “ขอบใจที่ดูต้นทางแยกย้ายกันเลย เจอกันที่โรงน้ำชาเสียวเหนี่ยว”นางรีบวิ่งหลบไปทางพุ่มไม้ออกไปประตูใหญ่ตรงไปยังโรงเตี๊ยมที่รถม้าจอดอยู่

                สายลับตัวน้อยทั้งสามพากันสลายตัวแยกกันหลบไต้เส้าจวินดูเหมือนจะเห็นหลังของเด็กชายผอมๆ ผู้หนึ่งแต่เพราะฟ้ากำลังจะมืดเขาจึงมองไม่ชัดอีกทั้งฝ่ายนั้นหลบเข้าพุ่มไม้แล้วแวบหายไปทางประตูใหญ่แล้ว

                ‘ดูเหมือนฉีเหยียนนักนี่ย้อนกลับมาทำไมนะ?’

                “ข้าว่าเมื่อครู่เงาที่วิ่งไปเหมือนนักเรียนพวกเราเลย”จงกว้านซีที่มองหน้าต่างรถม้าอีกฝั่งขมวดคิ้ว

                “ทางนี้ข้าเห็นเป็นเด็กผู้ชายนะ”ไต้เส้าจวินหันไปบอกสหาย

                “ข้าเห็นเด็กผู้หญิงน่ะสิ!”

                “ข้าชักจะสังหรณ์ใจไม่ดีแล้ว! ดูเหมือนพวกเราจะพลาดบางอย่างเสียแล้วล่ะ”ไต้เส้าจวินที่มักจะอาศัยนอนในเรือนเล็กหลังสถาบันเค่อเฉิงกับ             จงกว้านซีอยู่บ่อยๆลงจากรถม้าแล้วเดินไปดูด้านหลังหอสมุด

                “สภาพอากาศเช่นนี้คงไม่มีคนกล้าเสี่ยงขึ้นไปหรอก”

                “ก็ไม่แน่!บางทีความเป็นเด็กอาจจะทำให้พวกเขาไม่รู้จักคำว่าหวาดกลัวเจ้าอย่าลืมว่า...ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งกล้าได้กล้าเสีย”ไต้เส้าจวินคิดถึงใบหน้าเด็กน้อยทั้งสี่คนขึ้นมา

                “เจ้าคิดว่าเป็นเด็กพวกนั้นน่ะหรือ?”

                “หากไม่เป็นพวกเขายังจะมีเด็กที่กล้าทำเรื่องพวกนี้อีกหรือ?”

                “ดูนั่น!”

                ไต้เส้าจวินหันไปมองตามนิ้วมือของจงกว้านซีเขาใช้กำลังภายในแตะปลายไม้สองต้นก็ทะยานไปถึงตัวเด็กชายที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้

                “เจ้ามาแอบทำอะไรอยู่ที่นี่?”

                เสียงตวาดของอาจารย์ทำเอาเด็กชายที่แอบอยู่ตอบด้วยเสียงสั่นๆ

                “ขะข้า มาแอบดูสหายร่วมชั้นขอรับ”

                เมื่อไต้เส้าจวินดึงแขนเล็กๆของเด็กชายออกจากพุ่มไม้ จงกว้านซีก็ถึงกับแปลกใจ

                “เป็นเจ้าได้อย่างไร?เฉียนกวนต๋า!”

                อาจารย์หนุ่มทั้งสองนำตัวเด็กชายสกุลเฉียนขึ้นไปบนอาคารซักไซ้ไล่เลียงถึงสาเหตุที่เขาไปซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ข้างหลังหอสมุด

                “ข้าเห็นซิวลู่ถิงย้อนกลับมาในเค่อเฉิงตอนที่กำลังจะกลับก็เลยตามนางมาด้วยขอรับแต่คาดไม่ถึงว่าชิงเว่ยเว่ยจะแอบขึ้นไปบนป่าเขาไข่มังกรกับผู้ติดตามของนางเพียงสองคน”

                ไต้เส้าจวินได้ยินก็หน้ามืด“ชิงเว่ยเว่ยลงมาหรือยัง?”

                “ลงมาแล้วขอรับนางกับผู้อารักขาหายขึ้นไปสักครึ่งชั่วยามได้พอนางลงมาพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปแล้ว เหลือข้าที่กำลังจะกลับอาจารย์ทั้งสองก็มาพอดี” เสียงในตอนท้ายของเฉียนกวนต๋าอ่อยลงอย่างกลัวความผิด

                “เอาล่ะๆเรื่องนี้เจ้ามิได้ทำผิด แต่ข้าขอสั่งให้เจ้าเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับการแอบขึ้นเขาไข่มังกรเจ้าก็รู้ว่ามีความผิดร้ายแรงเพียงใด?ยกเว้นเจ้าอยากจะกลั่นแกล้งสหายให้ถูกไล่ออก” ไต้เส้าจวินทำหน้าดุใส่ลูกศิษย์ตัวน้อยในใจก็นึกโมโหชิงเว่ยเว่ย เด็กหญิงที่มักจะทำหน้าตาเฉยเมยผู้นั้นไม่คิดว่าลับหลังนางจะเป็นคนชอบแหกกฎเช่นนี้

                “มิได้ขอรับ!ข้าไม่ได้อยากให้สหายคนใดถูกทำโทษ” เฉียนกวนต๋าหน้าซีดเขาไม่คิดว่าการที่มาแอบดูเพื่อนลอบขึ้นไปบนเขาไข่มังกรจะทำให้ตนเองกลายเป็นคนที่ต้องช่วยแบกรับเรื่องร้ายแรงเพียงนี้

                ไต้เส้าจวินได้ทีก็รีบสำทับ“เช่นนั้นจำคำของข้าไว้ให้ดี อย่าพูดให้ผู้ใดฟังเป็นอันขาด! กลับบ้านเจ้าไปได้แล้ว”

                “ขอรับ!”เด็กชายผู้อยู่ในกฎระเบียบรีบรับคำแล้วขอตัวกลับ

                จงกว้านซีหันไปมองสีหน้าของไต้เส้าจวิน“ข้าชักสงสัยในตัวลูกศิษย์กลุ่มนี้ของเจ้าแล้วว่าพวกเขาคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?เหตุใดจึงขึ้นไปบนเขาไข่มังกรอีก?”

                “เจ้ามิได้ยินเหรอว่าพวกเขาขึ้นไปและลงมาได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยามทำเช่นนี้เหมือนกับกำลังพยายามขึ้นไปสำรวจเขาไข่มังกร”

                “เจ้ากำลังสงสัยว่าพวกเขาต้องการขึ้นไปดูสิ่งใดใช่หรือไม่?”

                “อืม...นั่นสิ!ชิงเว่ยเว่ยเคยหลงทางในป่านั้นและรู้ว่ามีอันตรายยิ่งนักแต่กลับมิได้หวาดกลัวยังกล้าขึ้นไปอีก ดูนางจะกล้าหาญเกินเด็กไปสักหน่อย”          ไต้เส้าจวินคิดจะสืบเรื่องของเด็กกลุ่มนี้ให้ชัดเจนเพราะเห็นว่าพวกเขาดูท่าจะล้ำเส้นกฎเกณฑ์เค่อเฉิงไปไกล

                จงกว้านซีดูสายตาของไต้เส้าจวินก็รู้สึกว่า...สหายของตนกำลังจะเริ่มแผนบีบคั้นคนแล้ว!

                “เจ้าค่อยๆตะล่อมนางไปก็แล้วกัน อย่างไรนางก็เป็นแค่เด็กหากเจ้าบีบคั้นมากเข้านางก็อาจจะทนไม่ไหว”

                “ไม่ต้องห่วง!ข้าจะหาวิธีจัดการเด็กดื้อคนนี้เอง”

     

    ***********************************

     

    *ครึ่งชั่วยาม เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

     

     

    นิยายแนะนำ