ฟู่ซินหลางรู้สึกหวั่นไหวกับข้อเสนอนี้ ตอนนี้เขาแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาแล้ว ถึงไป๋เหลียนฮวาจะเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางหยาบกระด้าง แต่การมีหล่อนอยู่ที่บ้านก็ช่วยให้เขาได้หลุดพ้นจากงานบ้านและภาระหนักในการดูแลมารดาได้เสียที
เขากลับไปปรึกษาเรื่องนี้กับมารดา พอเหมยเหนียงได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของลูกชาย นางก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล
ดังนั้นฟู่ซินหลางจึงเดินทางไปที่วิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ก่อนกำหนด
เมื่อมาถึงวิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์พร้อมกับสัมภาระง่ายๆ ไม่กี่ชิ้น ฟู่ซินหลางก็ตรงไปหาพี่ชายร่วมสถาบันอย่างหลิวไห่ทันที
หลิวไห่มาเรียนที่วิทยาลัยครูเป็นเวลาหนึ่งปี เขาไว้ผมสั้นแสกกลาง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ ส่วนแขนของเขาก็สวมปลอกแขนสีแดงที่มีตัวอักษรเขียนว่า ‘ฝ่ายป้องกันและดูแล’ ซึ่งดูแล้วสง่างามมาก
ฟู่ซินหลางรีบเข้าไปประจบสอพลอ “พี่หลิวไห่ ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่มากที่คอยช่วยเหลือผม นี่เป็นเนื้อหมูอบแห้งที่ภรรยาของผมทำให้ พี่เอาไปกินเล่นนะครับ”
ไป๋เหลียนฮวาช่วยพ่อฆ่าหมูมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ครอบครัวของหล่อนค่อนข้างมีฐานะ อีกทั้งยังมีเนื้อหมูให้กินแบบไม่อั้น การที่ฟู่ซินหลางจะนำเนื้อหมูอบแห้งมาเอาใจคนอื่น ไป๋เหลียนฮวาก็ไม่ได้สนใจอะไร
แม้ว่าไป๋เหลียนฮวาจะหน้าตาไม่สวย แถมยังเป็นลูกสาวของคนขายหมู แต่เพราะหลังจากฟู่ซินหลางดูแลมารดามาได้สักระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มประสบปัญหาด้านการเงิน แถมยังเหนื่อยสายตัวแทบขาด ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากไป๋เหลียนฮวา ทำให้ฟู่ซินหลางสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้มาได้
เมื่อหลิวไห่เห็นว่าฟู่ซินหลางหยิบเนื้อหมูอบแห้งถุงใหญ่ๆ ออกมา ตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “โอ้โห ซินหลาง ทำไมนายนำมาเยอะขนาดนี้ล่ะ เกรงใจจังเลยแฮะ ฮ่าๆๆ แต่พอดีเลย ตอนเที่ยงเราเปิดเบียร์ดื่มคนละขวด แล้วกินเนื้อหมูอบแห้งไปพลางๆ กันดีกว่า”
หนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ นั้นมักจะเป็นช่วงเวลาที่กำลังกินจุ แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่พอหลิวไห่เห็นเนื้อสัตว์ ตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เมื่อฟู่ซินหลางเห็นว่าวิธีนี้สามารถเอาใจหลิวไห่ได้ เขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นหลิวไห่จึงยิ่งดูเป็นมิตร เขาอธิบายข้อควรระวังในการเป็นฝ่ายป้องกันและดูแลให้ฟังอีกด้วย
อันที่จริงงานนี้ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากมาย แค่ตรวจตราพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยช่วงเช้า กลางวัน และเย็น โดยเฉพาะช่วงกลางคืน บางครั้งอาจจะมีคนเก็บขยะ หรือขโมยแอบเข้ามาในมหาวิทยาลัย พอมีทีมฝ่ายป้องกันและดูแล พวกนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
นอกจากนี้ ชีวิตของฝ่ายป้องกันและดูแลก็แสนสบาย พวกเขาสามารถเล่นไพ่ ฝึกคัดลายมือที่ห้องทำงานของสภานักศึกษาได้ หรือถ้าขยันหน่อย ก็หยิบหนังสือมาอ่านได้เช่นกัน
เมื่อฟู่ซินหลางได้ยินว่างานนี้ไม่ได้เหนื่อยมากนัก เขาก็รู้สึกโล่งใจแล้วเอ่ยตอบรับหลายครั้ง
“ใช่แล้ว ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทางวิทยาลัยให้บริษัทแห่งหนึ่งเช่าห้องเรียนแบบขั้นบันไดเพื่อฝึกอบรมพนักงาน นายก็ต้องช่วยดูแลด้วย เพราะคนเยอะ ย่อมเกิดเรื่องวุ่นวายได้ง่าย ระวังพวกเขาทำโต๊ะเก้าอี้หรือข้าวของทางราชการเสียหายล่ะ แต่ถ้ามีอะไรเสียหาย ก็ต้องให้พวกเขาชดใช้” หลิวไห่กำชับ
“ได้ครับ ผมจะช่วยดูแล แล้วก็จะตรวจสอบทุกวัน” ฟู่ซินหลางกล่าวอย่างว่าง่าย
ต่อหน้าคนอื่น เขามักจะทำตัวเป็นมิตร
จากนั้น ฟู่ซินหลางก็เดินตามหลิวไห่ไปที่ห้องทำงานของสภานักศึกษา เพื่อทำความรู้จักกับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ
หลิวไห่เก็บเนื้อหมูอบแห้งเอาไว้ที่ห้องพักของเขาก่อน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน หอพักชายเหลือแค่เขาคนเดียวที่อยู่ที่นี่เพื่อทำหน้าที่เป็นฝ่ายป้องกันและดูแล ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็พากันกลับบ้านกันหมด หากเขานำเนื้อหมูอบแห้งถุงนี้ไปที่ห้องทำงานของสภานักศึกษา คงถูกคนอื่นๆ แย่งกันกินจนหมดเกลี้ยง เขาคงได้กินไม่กี่ชิ้น
ห้องทำงานของสภานักศึกษาค่อนข้างคึกคัก มีฝ่ายป้องกันและดูแลทั้งหมดสิบคน แบ่งเป็นสองกะ กะกลางวันกับกะกลางคืน วันต่อมาก็ผลัดเปลี่ยนเวรกัน
เมื่อพูดถึงเรื่องราวของฝ่ายป้องกันและดูแล พวกเขาก็ดูมีชีวิตชีวามาก พนักงานฝ่ายป้องกันและดูแลคนหนึ่งกล่าวว่า
“การเป็นพนักงานฝ่ายป้องกันและดูแลตอนกลางคืนมันน่าตื่นเต้นจริงๆ บางที่เราก็จับคู่รักที่แอบมาเดตกันได้ด้วยนะ พวกเขามักจะวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง”
กล่าวจบ เขาก็หัวเราะเสียงดัง
หลิวไห่กล่าว “เจ้าหนูนี่ คงเจอแต่คนขี้ขลาดตาขาวสินะ ถ้าหากนายเจอคนที่กำลังมีความรักจริงๆ แถมยังเป็นคนโหดเหี้ยมอีก เขาอาจจะเอาอิฐปาใส่นายก็ได้ นายก็ระวังตัวหน่อย อย่าไปทำลายความสุขของคนอื่นเขาเลย!”
“พี่หลิวไห่ พวกเราเป็นพนักงานฝ่ายป้องกันและดูแล ไม่ใช่ต้องคอยห้ามไม่ให้คนนอกเข้ามาในวิทยาลัยหรอกหรือ? ทำไมพี่พูดเหมือนกับเป็นความผิดของผมล่ะ?” ชายคนนั้นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
หลิวไห่หัวเราะแห้งๆ สองที แล้วกล่าวว่า “ฉันก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของนายเท่านั้น”
หลิวไห่นี่พูดจาเก่งจริงๆ พอเขาพูดแบบนี้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก
ฟู่ซินหลางรู้สึกว่าหลิวไห่พัฒนาขึ้นมากจริงๆ เขาคงเรียนรู้หลายอย่างในวิทยาลัยครู แต่ก่อนเขาไม่ได้ฉลาดหลักแหลม หรือพูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้ ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะยืดหยุ่นมากขึ้น ดูท่าการเรียนที่วิทยาลัยครูคงจะไม่เลว คงจะช่วยฝึกฝนคนได้มาก
เดิมทีฟู่ซินหลางก็เป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมและทะเยอทะยานอยู่แล้ว ตอนนี้เขายิ่งถ่อมตนมากขึ้น เขาเห็นหลิวไห่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ คาดหวังว่าพอเปิดเทอมแล้ว หลิวไห่จะสามารถช่วยให้เขาได้เข้าสภานักศึกษา แล้วก็ได้เป็นคณะกรรมการสักคน
หลิวไห่แอบบอกกับเขาว่าต้องการจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานสภานักศึกษาในสมัยหน้า จากที่หลิวไห่บอก ประธานสภานักศึกษาทุกคนล้วนได้รับความสนใจตอนที่เรียนจบ ถึงแม้จะเป็นนักศึกษาที่ต้องเป็นครู แต่พอได้เป็นประธานสภานักศึกษาแล้ว พวกเขาก็สามารถใช้ฐานะนี้ เพื่อขอย้ายไปทำงานที่โรงเรียนมัธยมที่อยู่ใกล้ตัวเมืองได้ การเลื่อนขั้นในอนาคตก็จะสะดวกมากขึ้นอีกด้วย
แน่นอนว่าพอฟู่ซินหลางได้ยินแบบนั้น เขาก็รู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เพราะแบบนี้เขาจึงทำงานอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น พอหลิวไห่เคยเน้นย้ำว่ามีคนเช่าห้องเรียนในอาคารเรียน ฟู่ซินหลางคิดในใจว่าเขาจะต้องทำงานให้ดี จากนั้นก็เอาใจอาจารย์เพื่อให้ได้รับความสนใจ
พอฟู่ซินหลางมาถึง เขาก็ถูกจัดให้อยู่กะกลางวันกับหลิวไห่ กะกลางวันนั้นจะตรวจตราพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยเวลาแปดโมงเช้า ตรวจอีกรอบประมาณเที่ยง ส่วนตอนเย็นเป็นช่วงหกโมงเย็น
การตรวจตราครั้งแรกของฟู่ซินหลางในวันนี้ก็คือตอนเที่ยงตรง รวมเขาและหลิวไห่กับพนักงานฝ่ายป้องกันและดูแลอีกห้าคน พวกเขาร่วมกันเดินตรวจตราพื้นที่ภายในวิทยาลัยหนึ่งรอบ ตอนที่พวกเขาเดินมาถึงอาคารเรียน ฟู่ซินหลางก็เห็นคนวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินออกมาจากอาคารเรียน
สีหน้าของคนวัยกลางคนเหล่านั้นดูสับสนและงุนงง พวกเขาเอาแต่พูดคุยกันไม่หยุด
“พวกเราถูกหลอกหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมฉันรู้สึกว่า พอพวกเรายังทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า ก็เหมือนกับเป็นแค่กรรมกรเท่านั้น? แล้วยังมีคำพูดที่ว่า ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ พวกเธอคิดว่ามันสมเหตุสมผลหรือ? แล้วฐานะกับหน้าตาของพวกเราที่เป็นพนักงานของรัฐบาลล่ะ? จะเอาไปไว้ที่ไหน?”
“ยังจะพูดถึงฐานะกับหน้าตาอีกหรือ? ถ้าพวกเราตกงานจริงๆ ถึงเวลานั้นคงได้แต่นั่งร้องไห้แน่ๆ ขอแค่มีที่ทำงานก็ดีแค่ไหนแล้ว อย่างน้อยๆ พวกเราก็ยังได้รับเงินเดือนอยู่นะ” มีคนกล่าวขึ้นมา
“ยอดขายของห้างฯ มิตรภาพในแต่ละปี พวกเราก็รู้ๆ กันอยู่ พวกเธอคิดว่าเพียงแค่ใช้ทฤษฎีของท่านประธานคัง จะสามารถเพิ่มยอดขายได้จริงๆ งั้นเหรอ? ฉันไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เลย” มีคนกล่าวขึ้นมาอีกคน
“ใครจะไปรู้ล่ะ? ค่อยๆ ดูไปก็แล้วกัน! ถ้าไม่ได้ผลค่อยว่ากันอีกที”
ฟู่ซินหลางได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดคุยกันถึงเรื่องพวกนี้ แถมยังมีคำว่า ‘ห้างฯ มิตรภาพ’ ที่เขาคุ้นเคยแว่วมา เขาคิดในใจว่าคนพวกนี้คงเป็นพนักงานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ไม่แปลกที่พวกเขามีอายุมากแล้ว
เห็นไหมล่ะว่าการมีวุฒิการศึกษานั้นดีแค่ไหน ดูพวกเขาสิอายุมากขนาดนี้ ยังต้องกลับมาเรียนหนังสืออีก ฟู่ซินหลางคิดอย่างสะใจพลางเดินตรวจตราห้องเรียนไปด้วย
ในเวลานั้นเอง ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากห้องเรียน กลับดึงดูดสายตาของเขาไว้
ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อน ชุดเดรสตัวนั้นเป็นทรงเข้ารูป ทำให้เอวของเธอดูเล็กเพรียว ส่วนเท้าของเธอก็สวมรองเท้าหนังสีขาวส้นเตี้ย มองดูแล้วสง่างาม เต็มไปด้วยท่าทางอ่อนเยาว์มีชีวิตชีวา
ทันทีที่ฟู่ซินหลางเห็นเธอ ตาของเขาก็ตรงไปที่เธอทันที เป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายมักจะมองผู้หญิงสวยๆ อยู่เสมอ