“แล้วกับดาราคนนั้น ไปถึงไหนละ” ศรุตยังคงถามความเป็ไปของเพื่อนรัก
“ก็ดี แต่เธออยากให้ฉันหย่ากับหนูนาโดยเร็ว”
“อะไรกัน เธอพึ่งหย่ากับสามีได้ไม่ถึงปีนะ คิดจะรวบรัดกันขนาดนี้เลยเหรอ แล้วนายจะทำไง”
“นั่นเป็สิ่งที่ลำบากใจอยู่มาก ถ้าฉันหย่าตำแหน่งรองประธานที่ฉันนั่งอยู่ก็จะหลุดหายวับไป ดีไม่ดีฉันอาจจะเป็แค่พนักงานเดินเอกสารในบริษัทของพ่อตัวเองก็ได้” ศรุตหัวเราะพลางยกน้ำขึ้นดื่มแล้วตั้งใจฟังเพื่อนระบายความอัดอั้นต่อไป
“นายก็รู้พ่อฉันเป็คนเด็ดขาดขนาดไหน เวลาจริงจังขึ้นมาใครก็ห้ามไม่ได้ เื่แต่งงานก็เหมือนกัน”
“แล้วถ้าวิภาเธอไม่ยอม นายจะทำไง” ชานนท์ไม่ตอบคำถาม เพราะหากใครดื้อดึงไม่เชื่อฟัง จุดจบคือการแยกทางเป็เื่ปกติที่เขาทำเสมอมา แม้วิภาได้ชื่อว่าเป็ดาราเบอร์ต้นๆ ชายหลายคนหมายปองก็จริง แต่หากจำเป็ต้องเลือก เธออาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับเขา
“หนูนาเป็อย่างไรบ้าง” น้ำเหนือและเพื่อนอีกสองสามคนเดินทางมาเคารพศพของวิรุณ ด้วยความโศกเศร้า เห็นเพื่อนรักนั่งน้ำตาซึมอยู่ด้านข้าง น้ำเหนือเข้าโอบกอดเพื่อนรักเพื่อปลอบโยนด้วยความเป็ห่วงอย่างถึงที่สุด สายตาโศกเศร้ามองไปรอบๆ งานพลางใช้มือลูบตัวของหนูนาไว้
“ฉันเสียใจด้วยจริงๆ นะ” หนูนาพยักหน้ายิ้มรับทั้งน้ำตา ก่อนที่น้ำเหนือรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง หลังจากััตัวเธอได้สักระยะ
“เธอกินอะไรบ้างหรือเปล่า ดูซูบผอมไปตั้งเยอะ”
“ฉันกินไม่ลง”
“โธ่..หนูนา” น้ำเหนือลากเสียงยาวอย่างเห็นใจ
“กินไม่ลงอย่างไรก็ทนฝืนเอาหน่อย หากเธอเป็อะไรไป พ่อเธอจะเป็ห่วงเอาได้” ชมพู่เพื่อนอีกคนกล่าวเสียงเรียบ เพราะทนไม่ไหวที่เห็นหนูนาอยู่ในสภาพจิตใจอ่อนล้าเช่นนั้น หลังจากเพื่อนๆ ของเธอนั่งอยู่ในงานได้สักระยะ สายตาของน้ำเหนือพยายามมองหาสามีอย่างชานนท์ ที่ในเวลานี้เขาควรอยู่ข้างๆ ภรรยา
“ชมพู่เธอเห็นคุณชานนท์บ้างไหม” หญิงสาวหันมองพลางส่ายศีรษะ
“ฉันมองหาเขามาสักพักแล้ว เห็นแต่คุณราเชนทร์”
“ขออย่าเป็อย่างที่ฉันคิด ว่าเขาไม่มางานเพราะติดแม่ดารานั่นอยู่” ดวงตาแข็งกระด้างจากน้ำเหนือส่อประกายแวววาวออกมาด้วยความคับแค้นใจแทนเพื่อนรัก พิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ได้ดำเนินมาจนจบ แเื่เริ่มทยอยเดินทางกลับเหลือเพียงไม่กี่คน ที่ยังคงนั่งสนทนาอยู่กับราเชนทร์ หลังจากน้ำเหนือนั่งคาใจมานานเธอจึงตัดสินใจถามในสิ่งที่คาใจกับหนูนา
“คืนนี้สามีเธอเขาไม่มาเหรอ ฉันไม่เห็นเขา” หนูนาส่ายศีรษะ
“เขาติดธุระหรือติดอะไร” ชมพู่สะกิดเพื่อปรามการกระทำของน้ำเหนือ ที่กำลังโกรธแทนหนูนา
“ฉันไม่รู้ สมองฉันตอนนี้คิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น คุณชานนท์เขาจะอยู่ที่ไหนทำอะไรมันก็เื่ของเขา ไม่ได้มีผลกับฉันแม้แต่น้อย น้ำเหนือฉันขอร้องอย่าพูดอะไรถึงเขาอีกเลย แค่นี้ฉันก็รับแทบไม่ไหวแล้ว” ชมพู่เห็นดังนั้นจึงวาดสายตามาปรามน้ำเหนือ พลางดึงตัวหนูนาเข้ามาสวมกอด
“โอเคๆ พวกเราจะไม่พูดถึงใครอีกทั้งนั้น พวกเราจะอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนเธอเอง” ในยามที่หญิงสาวเ็ปแสนสาหัส คนที่คอยอยู่เคียงข้างคือเพื่อนๆ ของเธอ หาใช่สามีที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เื่ราวซุบซิบของหนูนาและชานนท์เริ่มเป็ที่สงสัยมากขึ้น
บรรยากาศโศกเศร้าของหนูนาดำเนินมาถึงวันสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลไร้เงาของสามี เขาไม่มาแสดงความเสียใจแม้สักวันเดียว นักข่าวหลายสำนักต่างพูดถึงเื่นี้กันอย่างหนาหู หากแต่ราเชนทร์พยายามหาข้ออ้างว่าลูกชายไปปฏิบัติภารกิจสำคัญของบริษัทที่เมืองนอก อีกทั้งยังใช้เงินจำนวนมากเพื่อปิดปากนักข่าวที่ยังซุบซิบหลุดลอดออกมาว่า แท้จริงแล้วเขากกตัวอยู่ที่คอนโดฯ ของดาราแม่หม้าย
“ไม่ทราบว่าคุณชานนท์จะกลับมาวันไหนคะ”
“อีกประมาณอาทิตย์หนึ่งได้ครับ ส่วนทางนี้ผมจัดการให้กับหนูนาทุกอย่าง ผมบอกชานนท์ตลอดครับว่าให้โฟกัสที่งานไม่ต้องกังวลทางนี้ เพราะเขากังวลเกี่ยวกับหนูนาตลอดเวลา ก็เลยสัญญากับลูกว่าจะดูแลแทนเขาอย่างเต็มที่” ราเชนทร์สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“แล้วตอนนี้สภาพจิตใจของคุณหนูนาเป็อย่างไรบ้างคะ”
“ก็แย่ครับ แต่ผมคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ พยายามไม่ให้อยู่คนเดียว”
“ตอนนี้บริษัทของตระกูลพิยะพันธ์ ขาดเสาหลักใหญ่ไปอย่างกะทันหัน คุณหนูนาอาจจะต้องขึ้นรับตำแหน่งแทน เธอจะไหวเหรอคะ”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมกับวิรุณเราเป็เพื่อนกันมานานมาก ทุกอย่างยังคงเดินหน้าต่อไปได้ วิสัยทัศน์การบริหารผมรู้ใจเขาพอสมควร ดังนั้นผมอาจจะต้องดูแลเอง” คราวนี้เสียงฮือฮาดังขึ้นกว่าเดิม
“แบบนี้ไม่กลัวคำครหาเหรอคะ ว่าจะมาฮุบบริษัทของพิยะพันธ์”
“ไม่ครับ ผมต้องรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อน ผลประโยชน์ทั้งหมดยังเป็ของหนูนา ที่ผมตัดสินใจแบบนี้เพราะวิรุณเคยฝากฝังไว้ เขาไม่้าให้ลูกสาวเข้ามายุ่งกับธุรกิจ เขารู้ดีว่าหนูนาอาจไม่ไหว ดังนั้นผมจะรับผิดชอบและดูแลธุรกิจของพิยะพันธ์ให้เปรียบเสมือนกับทรัพย์ทวี”
“คุณราเชนทร์ทำแบบนี้ ได้ปรึกษาคุณหนูนาหรือยังคะ”