นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 84 คนตะกละ

    ตอนที่ 84 คนตะกละ

     

    ตอนนี้เสี่ยวเฉาเหลือแต่อาหารตุ๋นที่แยกชนิดไว้แค่ไม่กี่ห่อเท่านั้นและนางสัญญากับหัวหน้าคนงานซุนไว้ก่อนแล้วว่าจะเหลือไว้ให้เขา 1 ห่อ ดังนั้นนางจึงเหลือแค่หูหมู1 ห่อ,ปากหมู 1 ห่อ และไส้หมู 2 ห่อ

     

    “ได้เจ้าค่ะ ! ทั้งหมด 4 อีแปะเจ้าค่ะ ! ”เสี่ยวเฉาใช้กระดาษมันห่ออาหารตุ๋นทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันทันทีฉีโตวแบมือออกมารอรับเงิน

     

    เจ้าของร้านจินอึ้งไป 4 อีแปะเองรึ ?เขาเชิญมหาบัณฑิตหยวนกินอาหารราคา 4 อีแปะงั้นรึ ? น่าละอายยิ่งนักนี่ไม่ใช่การแสดงความเคารพที่เหมาะสมต่อมหาบัณฑิตหยวนเลย  เขาจะทำเยี่ยงไรดี ?อาจารย์หยวนยังรอเขาอยู่ตรงนั้น อ่า เหตุใดเขาต้องอาสามาวิ่งทำอะไรเช่นนี้ด้วย ?

     

    “ขอโทษนะเจ้าคะ ท่านยังต้องการอาหารตุ๋นพวกนี้อยู่หรือไม่? ” เสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าตอนที่ชายคนนี้เอื้อมมือไปหยิบเงินที่กระเป๋า เขามีท่าทีราวกับมีใครมาแช่แข็งเขาให้ขยับไม่ได้นางจึงถามขึ้นเบา ๆ ด้วยความสับสนงุนงงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเขา

     

    ฉีโตวทำสีหน้า ‘ข้าเข้าใจดี’ แล้วเอ่ยอย่างสงสารว่า “พี่สามคิดว่าท่านลุงคนนี้ถูกขโมยเงินไปหรือไม่? ได้ยินว่าที่ท่าเรือมีพวกล้วงกระเป๋าอยู่ด้วย...พี่สาม เขาน่าสงสารมากนะ  พวกเราให้อาหารตุ๋นเขาไปห่อหนึ่งฟรี ๆ ดีหรือไม่...? ”

     

    คนงานท่าเรือที่มาถึงช้าและไม่ได้ซื้ออาหารตุ๋นเลยก็ถามชายคนนั้นซ้ำว่า“ท่านยังอยากได้อยู่หรือไม่ ? เสี่ยวเฉา ถ้าเขามิเอาก็เอามาให้ข้าห่อหนึ่ง นี่เงิน! ”

     

    เจ้าของร้านจินกัดฟันแล้วกระทืบเท้า“ใครว่าข้ามิเอา เจ้ายังมีเหลืออยู่ในตะกร้าอีกนี่  เอามันมาให้หมดเลย”

     

    เสี่ยวเฉารีบตอบว่า “ขอโทษด้วยเจ้าค่ะสองห่อนี้มีคนอื่นจองเอาไว้แล้ว ข้าเหลืออยู่เพียงแค่ 4 ห่อนี้จริง ๆต้องขอโทษด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะมาขายอาหารตุ๋นทุกวัน ราคาห่อละ 1 อีแปะ ถ้าท่านชอบก็กลับมาอุดหนุนอีกได้นะเจ้าคะ”

     

    เจ้าของร้านจินกลัวว่าอาจารย์หยวนจะรอนานจนหมดความอดทนเขาจึงหยิบอาหารตุ๋นมาและโยนเงินให้ 1 ก้อนที่มีค่าเท่ากับ 100 อีแปะเขาหันกลับและวิ่งจากไปทันทีราวกับมีไฟเผาอยู่ที่ก้นเสี่ยวเฉาถือเงินก้อนนั้นไว้แล้วคิดว่าจะทำเยี่ยงไรดีเพราะเงินจากการขายอาหารวันนี้ไม่มากพอจะทอนให้เขาเมื่อนางเห็นชายร่างอ้วนวิ่งจากไป นางจึงเรียกเขาทันที “ไอหยา ! ข้ายังมิได้ทอนเงินให้ท่านเลย ! ”

     

    “มิต้องทอน เจ้าเก็บที่เหลือไว้ได้เลย” เจ้าของร้านจินมักจะใช้เงินก้อนแบบนี้เป็นรางวัลให้กับคนรับใช้ระดับต่ำในบ้านของเขาในสายตาของเขาเงินนี้ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าเงิน 1 อีแปะ

     

    หยวนซือเหนียนกับหลานชายของเขานั่งลงที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ๆ พวกเขาสั่งก๋วยเตี๋ยว 2 ชามและกำลังรอให้เจ้าของร้านจินกลับมา

     

    “เหตุใดถึงไปนานนัก ? ถ้ามันถูกขายไปจนหมดแล้วเล่า? ไอหยา รู้หรือไม่ว่าปู่แกคนนี้อยากกินมากแค่ไหน ฮึ่ม ! ถ้าข้ามิได้ลองกิน ‘อาหารตุ๋น’ นี่ล่ะก็คอยดูเอาไว้เถิด”

     

    ถึงจุดนี้หยวนซือเหนียนได้สลัดคราบบัณฑิตออกไปหมดแล้วและเริ่มแสดงท่าทางคล้ายกับเด็กดื้อจอมเกเรมากขึ้นทุกที หยวนหยุ่นซีพยายามจะไม่กรอกตามองบนใส่ท่านปู่และถอนหายใจอยู่เงียบๆ ...แต่ทว่าเขารู้สึกว่าเด็กผู้หญิงที่ขายอาหารตุ๋นผู้นั้นดูคุ้น ๆ อยู่ชอบกล...

     

    “มาแล้ว !มาแล้ว ! ” หยวนซือเหนียนยืดหลังตรงเปลี่ยนท่าทีทันควันเขากลับมามีท่าทางสง่างามและลึกลับอย่างบัณฑิตอีกครา หยวนหยุ่นซีถึงกับปากกระตุกเขาก้มหน้าลงมองด้านล่างทันที

     

    เจ้าของร้านจินยิ้มแย้มแจ่มใสเขาขอยืมชามจากร้านก๋วยเตี๋ยวและใส่อาหารตุ๋นลงไปอย่างละชาม แล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านมีน้ำมันงาหรือไม่? เติมน้ำมันงาลงไปหน่อยน่าจะช่วยทำให้รสชาติดีขึ้น...”

     

    เสี่ยวเฉาที่วิ่งตามมาเมื่อได้ยินคำพูดของเขาจึงยิ้มขึ้น“ความคิดดีนะเจ้าคะ ถ้าใส่น้ำมันงาลงไปหน่อยแล้วโรยกระเทียมอีกนิด ต้องอร่อยขึ้นอย่างแน่นอน! ข้าเอาเงินทอนมาให้เจ้าค่ะ 96 อีแปะ...”

     

    อาจารย์หยวนมองเงินในมือนางแล้วเอ่ยว่า“เขาบอกแล้วว่าให้เก็บเงินทอนไว้ก็เก็บไปเถอะ ชายผู้นี้รวยจะตายไป เงินมากกว่านี้ก็มิทำให้เขาสะเทือนหรอก”

     

    เจ้าของร้านจินสั่นกลัวอยู่ในใจเขาไปล่วงเกินชายชราผู้นี้อีกแล้วรึ ? มีเงินเยอะแล้วมันผิดหรือเยี่ยงไร ?ถ้าอาจารย์หยวนยอมรับลูกชายของเขาเข้าโรงเรียนอีกคราเขาจะยอมทิ้งความร่ำรวยของครอบครัวแล้วไปอยู่อย่างยากจนข้นแค้นก็ยังได้...

     

    “อ่า...อาจารย์หยวน พวกเขามิมีน้ำมันงา ประเดี๋ยวข้าไปหาจากที่อื่นมาให้ก็แล้วกัน...” เจ้าของร้านจินใช้โอกาสนี้หลบออกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เขาหาร้านที่ขายอาหารผัดและโยนเงินให้พวกเขาอีกก้อนเพื่อแลกกับน้ำมันงาที่เหลือมาซึ่งเหลืออยู่แค่ครึ่งขวดเล็กๆ เท่านั้น

     

    เมื่อเสี่ยวเฉาสังเกตเห็นว่าทั้งชายอ้วนและบัณฑิตแก่เป็นคนประเภทที่ไม่ต้องการทำอะไรด้วยตนเองมากนักนางจึงเริ่มทุบกระเทียมอย่างชำนาญและจัดการปรุงอาหารตุ๋นด้วยน้ำมันงา หลังจากนั้นนางก็เอ่ยว่า“เชิญกินได้เลยเจ้าค่ะ ! ”

     

    “ได้ !” หยวนซือเหนียนใช้พลังใจทั้งหมดต้านทานความอยากและยื่นตะเกียบออกไปคีบหูหมูขึ้นมาชิ้นหนึ่งจากนั้นก็ค่อย ๆ เอาใส่ปากอย่างช้า ๆ

     

    หยวนหยุ่นซีที่อยู่ข้าง ๆ เขาต้องห้ามตนเองไม่ให้กรอกตาอีกครั้งไม่มีใครเข้าใจท่านปู่ได้ดีเท่าเขาหรอก หากไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ เขาคงสวาปามอาหารตรงหน้าเขาทั้งหมดไปนานแล้ว...แต่เด็กผู้หญิงคนนี้ดูคุ้นๆ เยี่ยงไรก็ไม่รู้เหมือบกับเคยพบมาก่อน

     

    หยวนหยุ่นซีพูดแดกดันกับตัวเองไม่ทันจบเขาก็เห็นท่านปู่ของเขาทิ้งมาดอันสง่างามไปแล้ว มีน้ำตาคลออยู่ในดวงตาของชายชราส่วนปากของเขาก็ขยับไม่หยุด ตะเกียบในมือของท่านปู่คีบอาหารราวกับเป็นเครื่องจักรมันส่งอาหารเข้าปากด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าเหมือนกลัวว่าใครจะมาแย่งเขากิน

     

    “ท่านปู่ขอรับ ช้า ๆ ลงหน่อยเถิดขอรับ ! หูหมูต้องเคี้ยวช้า ๆ ละเอียด ๆ จึงจะได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงได้”ฉีโตวน้อยผู้น่ารักและใจดีรู้สึกสงสารขึ้นมาเมื่อเห็นมหาบัณฑิตยัดอาหารตุ๋นใส่ปากจนเต็ม‘ท่านปู่คนนี้คงมิได้กินเนื้อมานาน ดูหิวเอามาก ๆ และดูตะกละยิ่งนัก’ เสียงเตือนของฉีโตวช่วยให้มหาบัณฑิตหยวนรู้ตัวว่ามีคนอยู่รอบ ๆ ! แต่ในสายตาของเขาภาพลักษณ์และชื่อเสียงภายนอกไม่ได้สำคัญเท่าการได้เพลิดเพลินกับอาหารอร่อยๆ อย่างเต็มที่ แต่เขาก็รู้ว่าการโยนภาพลักษณ์ทิ้งไปก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดเช่นกัน

     

    เขาค่อย ๆ ลดความเร็วในการกินลงและเริ่มเคี้ยวแต่ละคำอย่างละเอียดก่อนจะกลืน  ขณะที่กินเขาก็ตบโต๊ะชมเชยว่า “แม่หนูน้อยนี่เรียกว่า ‘หูหมูราดน้ำมันพริก’ ใช่หรือไม่ ? ยอดเยี่ยมมาก ! สีแดงสดใส สัมผัสนุ่มเด้งรสชาติจัดจ้านเข้มข้น... อืม อันนี้เล่า เรียกว่าอะไรรึ ? ”

     

    “อันนั้นเรียกว่าไส้หมูตุ๋นเจ้าค่ะ ! ” เสียงของเสี่ยวเฉาดังชัดเจนสดใสเป็นพิเศษ หยวนซือเหนียนคีบไส้หมูเข้าปากเขาลิ้มรสชาติของมันอย่างช้า ๆ พร้อมกับพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง 

     

    “รสชาติเข้มข้น สัมผัสนุ่มเหนียว มันแต่มิเลี่ยนเยี่ยงนี้กินได้ทุกวันมิมีเบื่อ...ดีมาก ดีมาก !ไส้หมูตุ๋น หืม ? เยี่ยงนั้นเจ้าก็ใช้เครื่องในสัตว์มาทำน่ะสิ”

     

    “ท่านปู่ฉลาดมากเลยเจ้าค่ะ ข้าใช้ไส้หมูกับเครื่องปรุงหลายๆ ชนิดมาทำ มันมีรสชาติเผ็ดและเข้มข้น เป็นอาหารที่เข้ากันได้ดีกับเหล้า ไส้หมูตุ๋นมีความหลากหลายมากเลยนะเจ้าคะกินเย็น ๆ กับเครื่องปรุงก็ได้ เอาไปผัดร้อน ๆ ก็ได้ ใช้เคี่ยวซุปก็ได้แต่ละแบบก็จะมีรสชาติพิเศษของตนเอง”เมื่อเสี่ยวเฉาเห็นว่าชายชราดูจะยอมรับเรื่องกินเครื่องในได้  นางจึงบอกส่วนผสมกับวิธีปรุงอาหารให้เขารู้อย่างตื่นเต้น

     

    ตอนแรกเจ้าของร้านจินก็พยักหน้าไปเรื่อย ๆตามคำวิจารณ์ของชายชรา แต่พอได้ยินว่ามันคืออะไร เขาจึงตัวแข็งทื่อขึ้นทันทีไส้หมูรึ ? เขาเชิญมหาบัณฑิตหยวนกินไส้หมูเยี่ยงนั้นรึ ? จบกัน จบสิ้นแล้ว ! โอกาสในการกลับเข้าเรียนของลูกชายของเขาหมดสิ้นแล้วเป็นแน่ !

     

    ไอหยา !ลูกของเขามีพ่อโง่ ๆ เช่นนี้ได้เยี่ยงไร ? เจ้าของร้านจินอยากเอาหัวโขกกับโต๊ะให้ตายไปเสียประเดี๋ยวนี้เลย!

     

    “ดี ! ดี ! ข้าเคยได้ยินว่าฮ่องเต้องค์ก่อนทรงคิดถึงอาหารจากบ้านเกิดของเขาของโปรดของพระองค์คือ ‘ไส้หมูเผ็ด’ตอนที่ได้ยินพระองค์ตรัสถึงไส้หมูเผ็ดว่านุ่มละเอียดมากเพียงใด รสชาติอันน่าเหลือเชื่อที่กระจายอยู่ในปากนั้น...ฟังแล้วทำเอาข้าน้ำลายสอเกือบจะหยดออกมาจริง ๆ แล้วด้วย...”

     

    “อะแฮ่ม อะแฮ่ม ! ” พอหยวนหยุ่นซีเห็นว่าท่านปู่ของเขาลืมมารยาทผู้ดีไปแล้วเมื่อเอ่ยถึงเรื่องอาหารเขาก็กระแอมไอออกมาสองสามครั้งเพื่อเตือนชายชราให้นึกถึงสถานะของตนเอง

     

    หยวนซือเหนียนทำตาโตเป็นไข่ห่านแล้วบ่นพึมพำออกมาอย่างเคืองๆ “มาไออะไรตอนนี้ ? อาหารคือพระเจ้าของผู้คน ฮ่องเต้องค์ก่อนยังเคยตรัสเลยว่า ‘กองทัพต้องเดินด้วยท้อง’ พูดเรื่องอาหารมันผิดตรงไหนกัน? ชอบกินอาหารดี ๆ อร่อย ๆ มันน่าอายรึเยี่ยงไร ? ไปห่าง ๆ ข้าเลยไป จะได้มิต้องเห็นหน้าเจ้าเสียอารมณ์ข้าหมดพอดี ! ”

     

    “ไอหยา ? ท่านคนนั้น...คนนั้น...”พอหยูเสี่ยวเฉามองหน้าเด็กคนนั้นดี ๆ นางจึงจำได้ว่าเขาเป็นใคร แต่นางจำชื่อเขาไม่ได้“ท่านคือเพื่อนของคุณชายสามโจวใช่หรือไม่ ? เพิ่งลงเรือมารึเจ้าคะ ? ”

     

    ในที่สุดหยวนหยุ่นซีก็นึกออกว่าเขาเคยเจอเด็กผู้หญิงคนนี้ที่ไหนเขายิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยว่า “คุณหนูหยูนี่เอง...”

     

    “หลานรัก เจ้ารู้จักแม่หนูน้อยคนนี้ด้วยรึ? เหตุใดปู่มิเคยได้ยินหลานพูดถึงเรื่องที่มีเพื่อนทำอาหารเก่งเช่นนี้เลยเล่า ? ”หยวนซือเหนียนมองหลานชายของเขาแล้วหันไปหาหยูเสี่ยวเฉาพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร“แม่หนูน้อย ไส้หมูตุ๋นของเจ้าอร่อยยิ่งนัก บ้านเกิดของเจ้าอยู่ที่ใดรึ ?เป็นคนบ้านเดียวกับฮ่องเต้องค์ก่อนหรือไม่ ? เจ้ารู้วิธีทำหัวหมูอร่อย ๆ หรือไม่ ?” หยวนหยุ่นซีขมวดคิ้ว ด้วยสีหน้าจนปัญญา

     

    หยูเสี่ยวเฉากลั้นขำกับการตอบโต้ระหว่างปู่จอมเกเรกับหลานชายวัยประถมของเขานางมองทั้งสองคนต่อล้อต่อเถียงกันอย่างสนุกปาก แต่แล้วคำถามที่ไม่คาดคิดก็ทำให้นางเย็นวาบไปทั้งสันหลังทันทีรอยยิ้มของนางแข็งค้างไปแวบนึง แล้วรีบส่ายหน้าทันที “บรรพบุรุษของข้าอยู่ที่หมู่บ้านประมงเล็กๆ แถวนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้วเจ้าค่ะ ทุกคนหาเลี้ยงชีพด้วยการตกปลา ครอบครัวของข้ายากจนยิ่งนักข้าเลยต้องหาวิธีทำอาหารจากของที่ผู้อื่นมิกินกัน ก็เลยได้วิธีทำหูหมูกับไส้หมูมา ข้าก็เป็นพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาจะมาจากบ้านเกิดเดียวกันกับฮ่องเต้องค์ก่อนได้เยี่ยงไรกันเจ้าคะ...”

     

    นางแน่ใจแล้วว่าฮ่องเต้องค์ก่อนเป็นคนที่ย้ายร่างมาเช่นเดียวกันกับนางมีเพียงคนที่ย้ายร่างมาเท่านั้นถึงจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์และก่อตั้งราชวงศ์หมิงที่แตกต่างจากที่นางรู้จักในชาติก่อนของนางได้ตลกสิ้นดี นางวางแผนจะหาเงินเงียบ ๆ และไม่อยากทำให้ตนเองเป็นเป้าสายตา ไม่ได้อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ย้ายร่างมาเลยแม้แต่น้อย

     

    ตรงกันข้ามกับฉีโตวที่ตอบอย่างภูมิใจว่า“อาหารตุ๋นของพี่สามอร่อยที่สุดแล้วขอรับ ท่านปู่ เราขายหัวหมูตุ๋นที่ท่านปู่พูดถึงหมดไปแล้วแต่ปากหมูพวกนี้ก็อร่อยมากเช่นกันนะขอรับ มันแต่ไม่เลี่ยนแล้วก็เผ็ดอร่อย ถ้าท่านปู่มิเชื่อลองชิมดูได้นะขอรับ”

     

    “ฮ่า ๆ !ดีมาก ๆ ! เจ้าหนู พูดจาดีใช้ได้เลยนี่ เจ้ากี่ขวบแล้วล่ะ ?เริ่มหัดอ่านหนังสือบ้างแล้วหรือยัง ? ” หยวนซือเหนียนคีบเอาผักกับเส้นก๋วยเตี๋ยวบางส่วนออกจากชามแล้วใส่ปากหมูลงไปด้วยเขาคลุกมันเข้าด้วยกันแล้วเริ่มกินก๋วยเตี๋ยวกับอาหารตุ๋นคำใหญ่

     

    ฉีโตวยิ้มกว้าง “6 ขวบแล้วขอรับพี่สามบอกข้าว่าพอหาเงินได้จากการขายอาหารตุ๋น ท่านพี่ก็จะส่งข้าเข้าไปเรียนโรงเรียนในเมือง หมู่บ้านของเรายากจน ที่นั่นมิมีโรงเรียนหรอกขอรับแต่เพื่อนบ้านของเรา พี่เสี่ยวเหวิน กลับบ้านตอนวันหยุดบ่อย ๆ แล้วสอนข้ากับพี่เสี่ยวหวู่จำตัวอักษรตอนนี้ข้าเขียนชื่อตนเองได้แล้ว และก็อ่านตัวอักษรได้ 156 ตัวแล้วขอรับ ! ”

     

    “โอ้ ?รู้จักตัวอักษรอยู่บ้างกับเขียนชื่อตนเองได้แล้ว ดี ดี ! เยี่ยงนั้นเขียนชื่อของเจ้าให้ตาแก่คนนี้ดูหน่อยได้หรือไม่ ? ” มหาบัณฑิตหยวนสนใจเด็กน้อยคนนี้อย่างชัดเจน โรงเรียนของเขาเริ่มมีชั้นเรียนเริ่มต้นสำหรับเด็ก ๆ ที่ฉลาดหัวไวในพื้นที่มาได้ราว2 ปีแล้ว

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734