บทที่ 23
ใช่แล้วมันคือเสียงของคนที่วุ่นวายมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตของโอ๊ตเลยก็ว่าได้ กิตติพ่อบ้านใหญ่ของคุณตา ถ้าเขาเพียงแค่มาเฉยๆ โอ๊ตจะไม่ว่าเลยสักคำ นอกจากจะตะโกนเสียงดังแล้ว ยังมีสิ่งแปลกปลอมที่โอ๊ตไม่ต้องการมันอยู่นั้นก็คือรถยนต์คันหนึ่ง แถมมันยังเป็นรถสปอร์ตที่หรูหรากว่าเดิมอีกด้วย ‘อะไรมันจะวุ่นวายตั้งแต่เช้ากันล่ะเนี่ย..’ โอ๊ตคิดในใจพร้อมกับมองไปที่กิตติอย่างจนปัญญา ลุงเกษมเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกัน และแน่นอนว่าโอ๊ตจะต้องคิดหาทางแก้ตัวให้ได้“หยุดเรียกผมว่าคุณหนูได้แล้ว ไม่เห็นเหรอว่าผมกำลังลำบาก..” โอ๊ตกล่าวกับกิตติเบาๆ ในขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาหาโอ๊ต“ทราบแล้วขอรับคุณ..ห..คุณโอ๊ต..” กิตติกล่าวพร้อมกับตบหน้าตัวเองเบาๆแก้เขิน โอ๊ตที่เห็นก็ถึงขั้นต้องถอนหายใจ ดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันที่ไม่สงบสุขสำหรับเขาไปเสียแล้ว“แล้วนายมีอะไรล่ะถึงได้มาตั้งแต่เช้าขนาดนี้ เร็วๆหน่อยก็ดีนะ ผมต้องไปเรียนต่อ” โอ๊ตกล่าวถามออกไป และเขาก็ไม่อยากจะวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากนัก กิตติที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้ยื่นซองเอกสารให้กับโอ๊ตด้วยกันสองชุด และเริ่มอธิบายในทันที“ผมมามอบเอกสารตามที่นายท่านใหญ่สั่งเอาไว้ขอรับคุณโอ๊ต เอกสารชุดแรกเป็นเอกสารที่ได้จากองค์เหนือหัว เกี่ยวกับการแต่งตั้งแบบพิเศษให้กับคุณโอ๊ตเป็นหม่อมหลวงขอรับ.. แน่นอนว่าถ้าคุณไม่รับมันก็เท่ากับการขัดพระบรมราชโองการของกษัตริย์โดยตรง หรือถ้าคุณหรือใครก็ตามกล้าที่จะทำลายเอกสารนี้ ก็มีความผิดทางอาญาด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณโอ๊ตโปรดระวังให้ดีนะขอรับ” กิตติกล่าว“ห๊ะ! หม่อมหลวง.. ได้ยังไงกัน” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างตกใจไม่น้อย เขารู้ดีว่าต้นตระกูลของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับสายเลือดราชวงศ์ ทวดๆของเขาเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินก็จริง แต่ตำแหน่งพวกนี้มันควรจะจบสิ้นลงที่รุ่นของตาของเขาแล้ว เพราะตำแหน่งพวกนี้จะถูกส่งมาตามลำดับ เริ่มจากพระองค์เจ้า หรือก็คือลูกของพระมหากษัตริย์ คือคุณทวดของคุณตา รุ่นต่อไปจะรับตำแหน่งเป็นหม่อมเจ้า คือคุณปู่ของคุณตา ต่อมาคือหม่อมราชวงศ์ เป็นรุ่นของคุณพ่อของคุณตา จากนั้นลำดับสุดท้ายจะเป็นหม่อมหลวงที่คุณตาใช้ ส่วนรุ่นต่อไปต่อจากคุณตา จะถูกมองจากราชวงศ์ปัจจุบันว่าเป็นสามัญชนคนธรรมดาแล้ว มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่เขาจะได้รับตำแหน่งนี้มา เพราะมันควรจะหมดไปตั้งแต่รุ่นของคุณแม่แล้วด้วยซ้ำ อีกอย่างหนึ่งตำแหน่งพวกนี้จะถูกสืบทอดจากตระกูลของผู้ชายเท่านั้น แม่ของเขาที่เป็นผู้หญิงก็ยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับมันเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเหตุผลที่เขาแปลกใจ แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว กิตติกล่าวว่ามันได้รับมาแบบ ‘พิเศษ’ นั่นก็หมายความว่าตาแก่นั่นคงจะเป็นคนจัดการต่อรองกับทางราชวงศ์อะไรสักอย่างแน่นอน“เรื่องนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับคุณโอ๊ต คุณควรรับเอาไว้นะครับ.. ต่อไปเป็นเอกสารชุดที่สองขอรับ เอกสารเกี่ยวกับรถคันนี้ มันคือ BMW Z4 นั่นเอง...” กิตติกล่าวพร้อมกับทำมือเหมือนกับพวกเซลล์แมนตอนแนะนำสินค้าอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้าของโอ๊ตในเวลานี้มันอธิบายได้เหมือนกับอิโมจิ ‘มองบน’ ไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว“นายเอามันมาอีกทำไม.. ไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” โอ๊ตกล่าวถาม กว่าที่เขาจะคิดแผนสละรถยนต์เจ้าปัญหานั้นมาได้ มันก็ลำบากไม่น้อย แล้วครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะยากมากขึ้นกว่าเดิมอีก นอกจากจะมีเรื่องของหม่อมหลวงแล้วยังจะมีเรื่องรถให้น่าปวดหัวอีก“มันเป็นของทดแทนกันน่ะขอรับ คุณท่านใหญ่กล่าวไว้ว่า เมื่อของขวัญที่ท่านมอบให้มีมลทิน ก็แค่ส่งอันใหม่ที่ค่ามากกว่าคืนมาให้แทน เหมือนเป็นการขอโทษอะไรทำนองนี้แหละขอรับ เออ.. เอาเป็นว่าคุณท่านกลัวว่าจะเสียคำพูดที่ให้เอาไว้ก่อนหน้านี้น่ะขอรับ แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้ารถคันนี้มีตำหนิอีกล่ะก็คุณท่านจะทำการเปลี่ยนให้ในทันทีเลยล่ะขอรับ” กิตติกล่าวโอ๊ตที่ได้ยินก็ถึงกับกัดฟันอย่างเจ็บแค้น เขาไม่สามารถคืนอะไรที่ตาแก่นั่นให้ได้ด้วยวิธีอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว แต่ละอย่างที่ให้มามันเป็นอะไรที่ทำลายยากเสียจริงๆ โอ๊ตสะบัดหน้าหนี้ด้วยความโกรธแค้นตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ก่อนจะโบกมือไล่กิตติให้ไปไกลๆ เพราะตอนนี้เขาไม่สบอารมณ์เอามากๆ“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปไกลๆได้แล้ว เห็นแล้วมันเกะกะลูกตา..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับโบกมือไล่ ลุงเกษมที่เห็นว่าบรรยากาศมันค่อนข้างแปลกประหลาด และเขาไม่ต้องการยุ่งกับคนพวกนี้ ชายชุดดำหลายคนที่ดูลึกลับ ในความคิดของเขามันค่อนข้างน่ากลัวเอามากๆ“เออ.. งั้นข้าไปขายของก่อนนะตาโอ๊ต เอ็งก็พยายามเข้าล่ะ ข้าไปล่ะ..” ลุงเกษมกล่าว“ครับลุง.. ขอให้ขายดีๆนะครับ..” โอ๊ตกล่าว กิตติที่ได้ยินชายคนนี้กล่าวกับนายน้อยของเขาอย่างไม่ค่อยจะสุภาพสักเท่าไร เขาก็หรี่ตามองที่เกษมเล็กน้อย แต่สีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของเกษม“ขายดีแน่นอนอยู่แล้ว.. ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะแพนเค้กของเอ็งนั่นแหละ ถ้าอย่างนั้นข้าไปก่อนนะ” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับขอทางจากเจ้าพวกชายชุดดำ เพื่อที่จะได้ออกจากประตูหอพักไป กิตติหันไปมองลูกน้องคนสนิทของเขาก่อนจะส่งซิกให้ไปหยุดตาแก่ขายไอติมคนนั้นไว้ เพราะว่าชายคนนั้นมีแพนเค้กที่แสนจะอร่อยของคุณหนูอยู่ โอ๊ตมองตามลุงเกษมไปเล็กน้อย และในหัวของกำลังคิดว่าจะอธิบายกับแกยังไงดีกับเรื่องของพวกกิตติที่มาหาเขาตั้งแต่เช้าอย่างนี้ ยิ่งคิดก็ต้องยิ่งถอนหายใจ และแน่นอนว่าเขาไม่มีที่ลงให้กับอารมณ์ที่มันกำลังเสียอยู่ หวยจึงมาตกที่กิตติที่ยืนปั้นหน้ายิ้มระรื่นอยู่“ทำไมแกยังไม่ไปอีกล่ะ.. เห็นแล้วมันอารมณ์เสียนะเฟ้ย” โอ๊ตกล่าว“เออ.. คือว่านะครับคุณหนู.. เมื่อคืนผมได้ลองเอาแพนเค้กที่คุณหนูทำไปให้กับคุณท่านได้ลองชิมดู.. คุณท่านก็เลยฝากกระผมให้เป็นธุระในการซื้อ-ขายกับคุณหนูน่ะขอรับ..” กิตติกล่าวเข้าประเด็นหลักในทันที มันเป็นอีกเรื่องที่คุณท่านได้ไหว้วานให้เขาทำ จริงๆก็เกือบจะลืมมันไปแล้ว ดีที่ชายขายไอติมนั้นพูดขึ้นมาก่อน“หือ.. ตาแก่นั่นอย่างนั้นเหรอ.. ถ้าเป็นเขา ผมจะขายให้ในราคาชิ้นละ 50,000 บาท ไม่สิ! 100,000 บาทต่อชิ้นไปเลย แค่นี้คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงหรอกจริงไหม ไปแจ้งราคากับตาแก่นั่นด้วย ถ้าจะซื้อก็ซื้อ ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นอีก..” เมื่อโอ๊ตเห็นโอกาสที่จะเอาคืนตาของเขาแล้ว แน่นอนว่าเขาอัพราคาที่ดูเว่อร์วังอลังการเอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันเป็นการซื้อที่ไม่คุ้มค่า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิดไป“ได้ขอรับคุณหนู.. ผมจะแจ้งราคาตามที่คุณหนูได้แจ้งเอาไว้ให้กับคุณท่าน ถ้าอย่างนั้นออเดอร์แรกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของข้อตกลง ผมเชื่อว่าคุณท่านจะเข้าใจเหตุผล ผมขอสั่งซื้อเป็นจำนวน 200 ชิ้นขอรับคุณหนู..” กิตติกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม“เห่อ! นึกว่าจะสั่งเยอะกว่านั้นซะอีก...ตะ..ตะ..เอ๊ะ! 200 ชิ้น มันก็เท่ากับ... 20 ล้านบาท นายจะบ้าไปแล้วหรือยังไง” โอ๊ตคิดคำนวณในตอนแรก 200 ชิ้นเขาทำมันได้แบบปกติๆที่ขายให้กับเหล่านักเรียน บางทีมันอาจจะมากกว่านั้น แต่เขาลืมไปว่าเขาขายมันในราคา 100,000 บาทไม่ใช่ราคา 30 บาทกับคุณตาของเขา“ใช่ครับคุณหนู.. 20 ล้านบาท มีอะไรผิดพลาดอย่างนั้นเหรอขอรับ หรือว่าคุณหนูต้องการเงินก่อน แน่นอนว่าได้ขอรับ เราได้เตรียมเงินสดครบตามจำนวนติดตัวมาด้วย เชิญคุณหนูเช็กมันก่อนได้เลยขอรับ..” กิตติกล่าวพร้อมกับกำลังจะเรียกเหล่าบอดี้การ์ดให้ยกกระเป๋าที่ใส่เงินมามอบให้กับคุณหนูตรวจสอบ แต่โอ๊ตก็ต้องยกมือห้ามเอาไว้ก่อน เขาแค่คิดจะแกล้งตาแก่นั้น แต่ทำไมมันกลายเป็นเขาล่ะที่ถูกแกล้ง“นายจะจ่ายเงินสดทำไมกันเล่า.. ทำอย่างนั้นห้องพักของผมก็เป็นแหล่งเงินแหล่งทองให้กับเจ้าพวกโจรผู้ร้ายน่ะสิ!.. ผมไม่ขายมันแล้วเฟ้ย” โอ๊ตกล่าว ไม่ว่าทางไหนเขาก็ไม่สามารถหาทางเอาคืนตาแก่บ้านั่นได้เลย กิตติที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม เรื่องนี้เขาคิดเอาไว้อยู่แล้ว เขาจึงพูดจี้ใจดำคุณหนูของเขาไปเล็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นแปลว่าคุณหนูจะผิดคำพูดของตัวเองที่กล่าวออกมาเมื่อสักครู่อย่างนั้นสินะขอรับ.. ถ้าอย่างนั้นผมจะแจ้งอย่างนั้นกับคุณท่านว่าคุณหนูไม่สามารถดูแลตัวเอง หรือแม้แต่คำพูดของตัวเองได้ แล้วถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง คุณท่านคงได้หัวเราะเยาะคุณหนูตายเลย.. คงจะนึกหน้าของคุณท่านเวลานั้นออกสินะขอรับ..” กิตติกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็รู้ว่าตัวเองโดนเล่นงานเข้าให้แล้ว กิตติมันหยิบยกเอาเรื่องศักดิ์ศรีของเขามาพูดเล่น มีหรือที่โอ๊ตจะยอม“เออๆๆ ก็ได้ๆ พวกนายมาหลังหกโมงเย็นก็แล้วกัน เดี๋ยวจะทำให้ ส่วนเรื่องเงินนั่นก็โอนมา ไม่รับเงินสดเฟ้ยย” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกัดฟันอย่างเจ็บใจ เจ็บแล้วเจ็บอีก กิตติที่เห็นอย่างนั้นก็ก้มหัวให้กับคุณหนูเล็กน้อย พร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชนะ..