บทที่ 25 แท่นสอนยุทธ์ระดับดารา
"เฮ้อ!" กวนเซี่ยงถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงเอ่ย “แต่เ้าก็ไม่ได้โชคร้ายนัก อย่างน้อยเ้าก็รับรู้ถึง 'พลังพยัคฆ์' ที่อยู่ในนั้น และสามารถปลดปล่อยมันออกมาได้”
เมื่อวานนี้ โหลวชิงเองก็บอกว่ามันขึ้นอยู่กับวาสนาว่าเขาสามารถรับรู้ถึง ‘พลังพยัคฆ์’ ที่อยู่ในน้ำยาไขกระดูกได้หรือไม่
ในสายตาของกวนเซี่ยง พฤติกรรม ‘ไม่เอาไหน’ ของเซียวนั่วนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ แต่มันก็ไม่เลวเช่นกันที่ได้พลังพยัคฆ์มา
"ไปเถอะ! ไปที่แท่นสอนยุทธ์กัน! มันสายมากแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีที่นั่ง”
กวนเซี่ยงโบกมือไปมา และเดินนำออกไปพลางส่งสัญญาณให้เซียวนั่วรีบเดินตาม
ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออกเล็กน้อยกับศิษย์พี่ผู้นี้ อีกฝ่ายใจร้อนเกินไปและรีบพูดทุกอย่าง ไม่มีช่องเปิดโอกาสให้ตนอธิบายสักนิด
"ช่างเถอะ!" เซียวนั่วส่ายหน้าไปมา จากนั้นจึงเดินตามกวนเซี่ยงออกจากตำหนักนิพพาน
……
สำนักพยับเร้นลับใน่เช้านั้นดูราวกับแดน์
แสงยามเช้าของท้องฟ้าทางทิศตะวันออกส่องผ่านกลุ่มเมฆราวกับลำแสงสีทอง สาดส่องไปที่ยอดเขา
เมื่อมองจากระยะไกล อาคารขนาดใหญ่ดูราวกับถูกย้อมด้วยชั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ ภายในูเา และหุบเขามากมาย อสูริญญาออกมาเคลื่อนไหว นกกระเรียนสยายปีก โบยบินสู่ฟ้า ทั่วสถานที่ทุกหนแห่งเปล่งประกายความงามของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับฝึกฝนออกมา
"แท่นสอนยุทธ์ระดับดาราเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับศิษย์สายในระดับสาม และศิษย์สายนอก..."
ภายใต้การนำของกวนเซี่ยง เซียวนั่วเดินทางมาถึงจัตุรัสขนาดใหญ่
จัตุรัสแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาขนาดมหึมา แท่นทรงกระบอก 72 แท่นยื่นขึ้นไปบนฟ้าล้อมรอบจัตุรัสที่อยู่ตรงกลาง
บางแท่นว่างเปล่า บางแท่นเต็มไปด้วยคนชุดดำ และบางแท่นก็มีคนเพียงไม่กี่คน...
กวนเซี่ยงเอ่ย "ที่นี่มีแท่นสอนยุทธ์อยู่ 72 แท่น ซึ่งเป็ตัวแทนของผู้าุโทั้ง 72 คนของสำนัก ผู้าุโที่ทำการสอนแต่ละคนจะมีระยะเวลาในการสอนภาคปฏิบัติของตัวเอง วันนี้เป็่ต้นเดือน มีผู้าุโมากกว่ายี่สิบคนมาที่นี่ และวันนี้ยังเป็วันที่มีคนมามากสุดของเดือนด้วย ผู้าุโบางคนจะสอนแค่เดือนละครั้งเท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องคว้าโอกาสนี้ไว้"
เซียวนั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง
แรกเห็น แท่นเสาทั้ง 72 แท่น ดูราวกับดอกบัวดอกใหญ่ที่เบ่งบานภายในท้องฟ้า ซึ่งงดงามมาก
แต่ละแท่นสามารถรองรับคนได้หลายพันคน และมีสะพานขนาดใหญ่เชื่อมระหว่างแท่น ดังนั้นศิษย์ของสำนักพยับเร้นลับจึงสามารถเลือกเรียนเคล็ดวิชาที่เหมาะกับตัวเองได้
"แท่นสอนยุทธ์พวกนี้มีระดับหรือไม่?" เซียวนั่วถาม
“แน่นอน เริ่มจากระดับดารา ตามมาด้วยระดับจันทรา และระดับตะวัน..."
กวนเซี่ยงอธิบายอย่างละเอียด
“แท่นสอนยุทธ์ระดับจันทรานั้นสามารถเข้าถึงได้โดยศิษย์สายในระดับสองขึ้นไป ในขณะที่แท่นสอนยุทธ์ระดับตะวันเปิดให้เฉพาะศิษย์สายในระดับหนึ่งเท่านั้น”
ระดับของศิษย์ภายในสำนักพยับเร้นลับเองก็เคร่งครัดเป็อย่างมาก
ระดับต่ำสุดคือศิษย์อย่างเป็ทางการ หรือที่รู้จักในฐานะของศิษย์สายนอก
เหนือศิษย์สายนอกคือศิษย์สายใน
แต่ศิษย์สายในเองก็แบ่งออกเป็ ระดับสาม ระดับสอง และระดับหนึ่ง
ระดับสามคือระดับต่ำสุด ขณะที่ระดับหนึ่งคือระดับสูงสุด
เหนือจากระดับดังกล่าว คือเพดานของศิษย์ภายในสำนักพยับเร้นลับ… ศิษย์ชั้นยอด!
"เอาเถอะ!" กวนเซี่ยงตบไหล่เซียวนั่วเบา ๆ “มาพยายามอย่างหนักและเลื่อนเป็ศิษย์ระดับหนึ่งให้เร็วที่สุด เมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถไปยังแท่นระดับตะวัน เคล็ดวิชาที่สอนที่นั่นแตกต่างจากที่นี่ราวฟ้ากับเหว”
ร่างผอมพยักหน้าและไม่เอ่ยอะไร
หลังจากอธิบายสั้น ๆ กวนเซี่ยงก็ปล่อยให้เซี่ยวนั่วเลือกตามลำพัง
ด้วยเหตุนี้ เซียวนั่วจึงเดินไปยังแท่นสอนยุทธ์ที่อยู่ใกล้ที่สุด
พื้นที่บริเวณขอบของแท่นเป็ทางเดินกว้าง และเวทีสูงความกว้างประมาณหนึ่งร้อยจั้งก็ตั้งอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ศิษย์ของสำนักพยับเร้นลับเข้าเรียน
มีเฉลียงอยู่ทางเหนือของเวที
บนเฉลียงดังกล่าว ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หินตัวใหญ่
"เคล็ดวิชาที่จะสอนในวันนี้มีชื่อว่า ‘ท่าร่างอสรพิษ’ นี่เป็ทักษะการเคลื่อนไหวของศิลปะการต่อสู้ระดับกลาง พวกเ้าควรฟังให้ดี"
เซียวนั่วเดินไปยังแท่นต่อไป
เพลงกระบี่เงาเหินเวหาที่เขาเอามาจากตระกูลเซียวนั้นมีไว้สำหรับการฝึกร่างกายเป็หลัก และยังเป็เคล็ดวิชาระดับสูงด้วย ดังนั้นมันจึงไม่มีความจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้เคล็ดวิชาระดับกลางเพิ่ม
บนแท่นสอนยุทธ์แท่นที่สอง
ผู้าุโผู้รับผิดชอบในการสอนเป็ผู้ฝึกกระบี่วัยกลางคน ถือเขากระบี่ยาวคมกริบเอาไว้ในมือ และมีเสียงกระบี่ดังออกมาเป็ครั้งคราว
" ‘วิชากระบี่วาโย’ ให้ความสำคัญกับ ‘ความเร็ว' กระบี่เหมือนสายฟ้า การโจมตีเหมือนสายลม เล็งหาโอกาส และโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยการโจมตีที่รุนแรง”
ผู้ฝึกกระบี่บนเวทีวาดกระบี่ในมือของตนอย่างงดงาม เกิดเสียงปรบมือมากมายจากด้านล่าง
เซียวนั่วยังคงเดินต่อไป
ในระยะเวลาอันสั้น ชายหนุ่มเดินผ่านแท่นสอนยุทธ์มากกว่าสิบแท่น แต่ก็ยังไม่มีผู้าุโคนใดสามารถหยุดเขาได้
ไม่มีคำตอบที่แน่นอนอยู่ภายในใจ
แต่เขารู้ดีว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นเหมาะกับตนหรือไม่
เวลานี้ เสียงพูดคุยก็ดังขึ้นจากด้านหลังไม่ไกลนัก...
“เร็วเข้า รีบไปที่แท่นสอนยุทธ์หมายเลข 24 เร็ว ผู้าุโซิวกำลังจะเริ่มสอนแล้ว”
"ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่าเขาสอนไปแล้วหรือ? บางแท่นสอนจบแล้วนะ”
"เ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าผู้าุโไม่เคยมาตรงเวลา"
“จริงด้วย เร็วเข้าเถอะ! เขาสอนเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น หากเราพลาดครั้งนี้ไป เราก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเดือนหน้า!”
คนจำนวนมากมุ่งตรงไปยังแท่นสอนยุทธ์หมายเลข 24 ความรู้สึกอยากรู้ปะทุอยู่ในใจของชายหนุ่ม ผู้าุโคนใดกันที่สามารถทำให้ทุกคนตื่นเต้นได้เช่นนี้?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เซียวนั่วก็เดินตามคนทั้งหมดไปยังแท่นสอนยุทธ์หมายเลข 24 ทันที
บนเฉลียงทางเหนือของแท่นสอนยุทธ์ ชายชราคนหนึ่งนั่งหาวอยู่บนเก้าอี้หินอย่างเกียจคร้าน
เขายกแขนขึ้นเท้าคาง ดูราวกับยังไม่ตื่น
“การสอนจะใช้เวลาสองเค่อเท่านั้น เมื่อหมดเวลา ข้าจะไป ดังนั้นจงตั้งใจฟัง หากเ้าไม่เข้าใจ นั่นก็ไม่ใช่ธุระของข้า... ห้าววว..."
ดวงตาของผู้าุโซิวดูเหมือนจะลืมไม่ขึ้น และน้ำเสียงของเขาก็เอื่อยเฉื่อยมาก
แต่ถึงกระนั้น คนจำนวนไม่น้อยก็ยังมารวมตัวกันที่แท่นตรงกลาง
"เคล็ดวิชาที่ข้าจะสอนในวันนี้คือเคล็ดวิชาระดับล่าง..."
ผู้คนจำนวนมากต่างเผยสีหน้าผิดหวังเมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า ‘ระดับล่าง’
แม้แต่เซียวนั่วก็ยังตกตะลึงไปชั่วขณะ
จากนั้น ผู้าุโจึงเอ่ยอย่างเกียจคร้าน "ทำไมถึงเป็เคล็ดวิชาระดับล่าง? เพราะขีดจำกัดขั้นต่ำสุดของมันนั้นค่อนข้างต่ำ แต่มันก็มีสิ่งที่พิเศษมากเกี่ยวกับเคล็ดวิชานี้ นั่นก็คือ ขีดจำกัดสูงสุดของมันสูงมาก ในเวลาเดียวกัน ใครบางคนก็จะถามว่าเหตุใดขีดจำกัดสูงสุดของมันถึงสูง? นั่นก็เป็เพราะมันมีขีดจำกัดสูงสุดที่สูง..."
คนทั้งหมดพูดอะไรไม่ออก
“ผู้าุโซิว กรุณาหยุดพูดเื่ไร้สาระสักที! ทุกครั้งที่สอนมักจะเป็เช่นนี้ สองในสามของเวลาหมดไปกับการพูดเื่ไร้สาระ แม้ท่านไม่รีบ แต่พวกเราทุกคนรีบ!"
ศิษย์บางคนอยากจะร้องไห้ออกมา
"ใช่แล้ว! ผู้าุโซิว หากท่านสอนเสร็จเร็ว ท่านก็จะสามารถกลับไปดื่มและเข้านอนได้เร็ว อย่าทรมานเราด้วยเื่ไร้สาระพวกนี้เลย”
"..."
ทันทีที่ผู้าุโอ้าปาก ศิษย์ทั้งหมดก็บ่นออกมา แต่ก็ไม่มีใครจากไป ซ้ำยังมีผู้คนเดินเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
เซียวนั่วประหลาดใจ และสายตาของเขาก็มองไปที่ผู้าุโด้วยความหวังที่เพิ่มมากขึ้น
ผู้าุโซิวยังคงมีท่าทางเหมือนว่ากำลังจะหลับเต็มที เขาเอ่ยทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา “เคล็ดวิชานี้เชื่อมโยงกับความแข็งแกร่งของบุคคล ผู้อ่อนแอย่อมมีขีดจำกัดต่ำ ผู้แข็งแกร่งย่อมมีขีดจำกัดสูง... ภายในร่างของมนุษย์ มีจุดพลังมากมาย อย่างเช่นจุดตันเถียน ข้อต่อ หน้าอก หลัง คอ กล้ามเนื้อทุกตารางนิ้ว ทุกส่วนสามารถออกแรงได้..."
“มันเริ่มแล้ว มันเริ่มแล้ว..."
พริบตานั้น ทั้งแท่นสอนยุทธ์ก็เงียบเสียงลง ทุกคนต่างตั้งใจฟัง
ผู้าุโซิวเอ่ยอย่างเชื่องช้า “เคล็ดวิชาที่ข้าจะสอนวันนี้มีชื่อว่า ‘กระบวนท่าโจมตีต่อเนื่องเก้าครั้ง’ ซึ่งใช้จุดเก้าจุดในร่างเพื่อะเิพลังออกมา ก่อให้เกิดการโจมตีหลายครั้งไปที่เป้าหมาย..."
“หากร่างกายอ่อนแอเกินไปก็จะไม่สามารถออกแรงได้ ซึ่งเป็เหตุผลว่าทำไมขีดจำกัดขั้นต่ำจึงต่ำ หากเป็ผู้มีความแข็งแกร่งทางกายภาพสูง มันก็จะแสดงการโจมตีต่อเนื่องที่รุนแรงจนถึงขั้นตายได้”