[จบแล้ว]ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90

    ตอนที่ 32 ช่วยเหลือป้าผาง

    17 1-2

                ตอนที่ 32 ช่วยเหลือป้าผาง

                เป็นอีกครั้งที่จู้หยานยื่นมือเข้าช่วยเหลือหลินจิงซู เพราะหากจู้หยานไม่เอ่ยปากขอร้องด้วยตนเองเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางที่หลินจิงซูจะเจรจากับคนอย่างศาสตราจารย์หวังได้ราบรื่นเพียงนี้แน่

                ถูกนักวิชาการพูดจาประชดประชันเหน็บแนมใส่ไม่ยั้งเช่นนี้ นับตั้งแต่ที่หลินชิงอี้ก้าวออกจากบ้านศาสตราจารย์หวังมา สีหน้าท่าทางของเขาก็ดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย มีแต่ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลอัดแน่นอยู่ทั่วร่าง หน้าตาของเขาเวลานี้ไม่ต่างจากมะเขือม่วง และแน่นอนว่าทันทีที่กลับถึงบ้าน เขาก็จัดการด่ากราดตั้งแต่อู๋ซิ่วเหลียน ย่าอู๋ไปจนถึงหลินเสวี่ยเรียงตัวเลยทีเดียว

                ส่วนทางด้านหลินจิงซูนั้น เธอย่อมไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายช่วยเหลือโดยไร้สิ่งตอบแทนอย่างแน่นอน เธอได้ขอให้ติงเสวี่ยเหม่ยช่วยปรุงอาหารอร่อยๆ จัดทำเป็นมื้อพิเศษเพื่อนำไปส่งให้บ้านตระกูลหวัง

                ขากลับจากบ้านตระกูลหวัง หลินจิงซูจะต้องเดินผ่านทางเดินแคบๆหน้าบ้านตระกูลหลิน และบังเอิญได้เหลือบไปเห็นหลินชิงอี้กำลังเลื่อยไม้อยู่ที่สนามหน้าบ้าน เหงื่อไคลไหลท่วมตัวจนถึงกับต้องถอดเสื้อออกปล่อยร่างท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อหนาแน่นราวกับนักเพาะกายที่ลงน้ำมันบนร่างไว้ บริเวณหน้าท้องและแผ่นอกทั้งแน่นทั้งแข็งแกร่ง เคียงข้างกายของเขาปรากฏร่างของอู๋ซิ่วเหลียนที่กำลังยืนถือผ้าขนหนูคอยซับเหงื่อตามเรือนร่างให้ด้วยความพิศมัยหลงใหล และคอยหันไปรินน้ำชายกให้อีกฝ่ายจิบดื่มเป็นครั้งคราว ชั่วขณะที่สายตาของคนทั้งสองสบผสานกัน เผยให้เห็นถึงความลุ่มหลงระคนเร่าร้อนที่ไม่อาจบรรยายได้ปรากฏออกมา

                หลินจิงซูถึงกับกัดฟันกรอด นัยน์ตาคู่สวยเย็นยะเยือกประหนึ่งน้ำแข็ง

                ผู้ชายทุกคนล้วนชอบอะไรเช่นนี้ ตรงกันข้าม ผู้หญิงดีๆกลับไม่ชอบพฤติกรรมเล่นหูเล่นตาทำนองนี้แบบที่อู๋ซิ่วเหลียนกำลังทำอยู่

                เมื่อครั้งที่เธอทำงานอยู่ในโรงงานอาหารกระป๋องแมว หลินจิงซูได้พบเห็นพฤติกรรมเช่นนี้จนชินตา และตระหนักดีว่า สิ่งที่ผู้ชายรักจริงๆคือตัวเอง เมื่อเริ่มเบื่อหน่ายหญิงหนึ่ง ก็เกี้ยวพาราสีหญิงอื่นต่อ สร้างความสัมพันธ์ลับๆขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์เดิมกับคนปัจจุบัน ยิ่งต้องใช้ความท้าทายมากเท่าไหร่ กลิ่นของมันก็ยิ่งหอมหวนน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ทว่า ผู้ชายเหล่านี้กลับไม่เคยคำนึงแม้เพียงนิดว่า จะมีใครบ้างที่ต้องเดือดร้อนกับการกระทำที่เห็นแก่ตัวของตนเอง?

                ในกรณีของหลินชิงอี้ เขาทำให้ลูกสาวแท้ๆของตัวเองต้องหมดอนาคต ส่วนภรรยาก็ฆ่าตัวตายหนีจากโลกนี้ไป…

                เวลานี้ ยิ่งได้เห็นภาพฉากตรงหน้าตอกย้ำ หลินจิงซูก็ยิ่งรู้สึกว่า จะต้องจริงจังกับเรื่องการหย่าร้างระหว่างแม่ของเธอกับหลินชิงอี้ให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว 

                แต่ปัญหาสำคัญก็คือ ติงเสวี่ยเหม่ยไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอสำหรับการฟ้องหย่า หรือต่อให้มีก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะกล้าฟ้องหย่าสามีจริงหรือไม่? ผู้หญิงที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ล้วนมีชุดความคิดที่ว่า การที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่านั้น นับเป็นเรื่องอัปยศและน่าอับอายยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างแม่ของเธอด้วย ดูเหมือนจะยิ่งไปกันใหญ่

                แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ในกรณีที่การฟ้องหย่านั้นไม่มีหลักฐานเอาผิดฝ่ายชายได้มากพอ เรื่องการขอแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาก็จะยิ่งเป็นไปได้ยากมากขึ้นด้วย นั่นเพราะทรัพย์สินมีค่าส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในกำมือของย่าอู๋ กระทั่งชุดเครื่องไม้ตกแต่งภายในบ้านทั้งหมดที่เคยเป็นของติงเสวี่ยเหม่ยแต่เดิม เมื่อย้ายเข้าบ้านตระกูลหลิน สิ่งของเหล่านี้กลับถูกขนย้ายไปไว้ที่ห้องของย่าอู๋ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว นี่เท่ากับว่าสิ่งของเหล่านั้นได้กลายไปเป็นสินทรัพย์ของอีกฝ่ายโดยสมบูรณ์ จะถามหาหลักฐานความเป็นเจ้าของเดิมก็ไม่มี

                พูดง่ายๆก็คือ แม้จะสามารถทำการหย่าร้างได้สำเร็จ แต่ก็ทำได้เพียงเปลี่ยนสถานะของตนเองเท่านั้น ท้ายที่สุด ผู้ที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็คือติงเสวี่ยเหม่ย

                เธอไม่มีวันปล่อยให้หลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียนได้เสวยสุขในบั้นปลายแน่ เพราะทั้งสองคนต่างข่มเหงรังแกแม่ของเธอมาอย่างมากมายสารพัด!

                หลินจิงซูระดมสมองใช้ความคิดอย่างหนักตลอดทางกลับบ้าน แต่จู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังผ่านหูเข้ามา

                “ฮืออ…ฉันไม่ไหวแล้ว! ฮืออ…ฮือออ…เงินของฉัน! เงินของฉันไม่เหลือแล้ว! ต่อจากนี้ ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง ฉัน…ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว…”

                นั่นมันเสียงของป้าผางไม่ใช่เหรอ?

                หลินจิงซูเดินตามเสียงร้องไห้นั่นไปจนกระทั่งเห็นป้าผางกำลังนั่งชันเข่าร้องห่มร้องไห้อยู่ที่ขั้นบันได โดยปกติเธอไม่ใช่พวกที่มีนิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อบ้านขี้นินทา ‘มือวางอันดับหนึ่ง’ ประจำหมู่บ้านเลยทีเดียว เธอคนนี้มีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนขาวให้เป็นดำ หรือเปลี่ยนดำให้เป็นขาวได้ด้วยปากของเธอเพียงอย่างเดียว!

                ในอนาคต หากติงเสวี่ยเหม่ยและหลินชิงอี้หย่าร้างกันจริงๆ ผู้หญิงที่มีกรอบความคิดและทัศนคติโบราณอย่างติงเสวี่ยเหม่ย ย่อมไม่สามารถทานทนต่อฝีปากของป้าผางได้อย่างแน่นอน

                ต่อให้จะมีเหตุผลในการหย่าร้างที่ฟังดูดีสักเท่าใด หรือสามีที่ทนอยู่ด้วยกันมาจะเลวทรามต่ำช้าเพียงใด แต่เมื่อใดที่เรื่องเล่านั้นผ่านริมฝีปากของคนที่ราวกับนรกส่งมาเกิดเหล่านี้แล้วล่ะก็ จะกลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสุดซึ้งทุกครั้งไป

                ยุคสมัยนี้ ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึง ข้อมูลทุกอย่างล้วนมาจากการพูดปากต่อปากทั้งนั้น หากใครเผลอทำให้บุคคลผู้ทรงอำนาจด้านข่าวสารอย่างป้าผางไม่พอใจขึ้นมาแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่า ชีวิตของคนๆนั้นคงต้องพังพินาศอย่างไม่ต้องสงสัย

                เช่นนี้แล้ว… ทำไมถึงไม่ลองสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเธอแทนล่ะ?

                คิดได้เช่นนั้น หลินจิงซูก็เดินปรี่เข้าไปทักทาย และสอบถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที

                “ป้าผางคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ? ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? ให้หนูพาไปโรงพยาบาลมั้ยคะ?”

                ป้าผางอารมณ์เปลี่ยนแทบจะในทันที เงยหน้าขึ้นมองหลินจิงซูด้วยแววตาประหลาดใจ ลืมที่จะร้องไห้ไปชั่วขณะหนึ่ง หวนนึกย้อนไปถึงสาวน้อยเย็นชาที่ชอบเก็บตัวเงียบในภาพความทรงจำของเธอ โดยปกติแล้ว สาวน้อยคนนี้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆเธอก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน สำหรับความรู้สึกประหลาดใจที่เกิดขึ้นนี้ ป้าผางเองก็ได้แอบเอาเรื่องนี้ไปซุบซิบกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆอยู่เหมือนกัน

                แต่ใครจะไปคาดคิดว่า จู่ๆก้อนน้ำแข็งน้อยคนนี้ กลับดูใจดีต่อเธออย่างมากในยามที่เธอกำลังลำบากเช่นนี้

                ป้าผางยกไม้ยกมือขึ้นเช็ดน้ำหูน้ำตาพร้อมสั่งน้ำมูกเสียงดัง เธอปาดน้ำตาเสียจนแป้งหนาทั่วใบหน้าติดมือเป็นแพออกมา และพูดขึ้นทั้งน้ำตาว่า

                “ถ้าป้าบอกหนูแล้ว…หนูจะไม่หัวเราะเยาะป้าใช่มั้ยจ๊ะ? เอ่อคือ…ป้าเพิ่งเสียเงินก้อนใหญ่ไป…มิหนำซ้ำยังเอาเครื่องประดับอย่างสร้อยทองไปจำนำจนหมดอีกด้วย นี่ถ้าสามีของป้ารู้…ป้าต้องตายแน่ๆ!”

                  “คะ?!” หลินจิงซูรู้ดีอยู่เต็มอกว่า ป้าผางมีนิสัยชอบเล่นไพ่นกกระจอกเป็นชีวิตจิตใจ แต่ไม่ยักรู้มาก่อนว่าจะเธอจะเป็นผีพนันมือหนักเล่นดุเดือดถึงเพียงนี้!

                “ป้าผาง ครั้งนี้ทุ่มเงินไปกับไพ่นกกระจอกหนักขนาดนี้เลยเหรอคะ? ถึงกับต้องเอาของมีค่าไปจำนำมาเล่นเลยเหรอคะเนี่ย?”

                “ครั้งนี้ป้าไม่ได้เล่นไพ่นกกระจอกหรอกจ้ะ เอ่อ…ป้าเล่นโป๊กเกอร์น่ะ… ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวป้าที่โลภมากเอง ตอนแรกป้าก็เล่นได้เงินมาตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว แต่พอได้มาแล้วก็อยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตาต่อไปป้าก็เลยทุ่มหมดหน้าตัก แล้วพอแพ้ก็หัวเสียอยากเอาคืนใจจะขาด ยิ่งเล่นต่อก็ยิ่งเสียหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่พอได้สติรู้ตัวอีกทีก็…หมดตัวแล้วล่ะจ้ะ ทั้งเนื้อทั้งตัวป้าตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเลย”

     

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498