ภายในมิติ เป็นห้องห้องหนึ่ง ที่ผนังห้องจะมีโคมไฟติดโดยรอบ ตรงกลางจะมีเตียงและโต๊ะอยู่หนึ่งชุด
จ้าวหลงเดินเข้ามาภายในห้อง เขายืนอยู่ตรงกลางห้อง ด้านหลังจะเป็นประตู
ตามกำแพงจะมีตู้หนังสือวางอยู่เรียงรายตามผนังห้องด้านละหนึ่งตู้ แต่ละตู้จะมีทั้งหมดสามชั้นตู้ด้านขวาจะมีตัวหนังสือเขียนว่า ตำราวัสดุ ตู้ติดผนังด้านใน จะมีตัวหนังสื่อเขียนว่า ตำราการปรุงยาตู้ด้านซ้ายจะมีตัวหนังสือเขียนว่า ตำราค่ายกลตู้ด้านหลังติดประตูมีตัวหนังสือเขียนว่า ตำราผู้ผนึกเทพอสูร
จ้าวหลงเดินไปที่ตู้ตำราการปรุงยา เขาหยิบหนังสือชั้นบนสุดขึ้นมาเล่มหนึ่งเขียนว่าตำรายาสวรรค์ขั้นสูงเขาพยายามเปิดหนังสือแต่หน้าปกกับไม่ขยับเขาวางหนังสือเล่มนั้นลงและหยิบหนังสือที่ชั้นล่างสุดขึ้นมาหนึ่งเล่มที่หน้าปกเขียนด้วยตัวหนังสือว่า ตำรายาขั้นพื้นฐาน
เขาเปิดหนังสือออก
"หน้าแปลก ทำไมเล่มนี้ข้าถึงเปิดได้ ทำไมเล่มก่อนหน้า ข้าถึงเปิดไม่ได้"
จ้าวหลงให้ความสนใจกับการเปิดหนังสือเล่มแลกที่เขาเปิดไม่ได้ กับอีกเล่มที่อยู่ชั้นล่างสุดเขากลับเปิดมันได้ เขาเปิดอ่านไปทีละหน้าโดยที่เวลาเดินผ่านเลื่อยๆ จากเวลาที่หมดไปเขาคาดการณ์หน้าจะหมดไปหนึ่งวัน ภายในห้องเขาก็นอนพักบนเตียงที่อยู่ภายในห้องเมื่อเขาเหนื่อยจากการอ่านเขาก็จะนอนพักโดยที่ผ่านไปวันแล้ววันเล่า
วันที่24 ตั้งแต่เขาเข้ามาภายในห้อง เขาวางหนังสือเล่มนั้นลง" ตำราเล่มนี้เป็นตำราการปรุงยา กายาขั้นพื่นฐาน หากข้าสามารถหาวัสดุตามที่ตำราว่าไว้นำมาปรุง ข้าก็จะได้ยาที่ใช้เพิ่มพลังในการฝึกกายาขั้นพื่นฐานได้ สวนขั้นตอนในการปรุ่งยามีทั้งหมดสามวีธีที่ตามตำราว่าไว้"
วิธีที่หนึ่งใช้จิตวิญญาณธาตุ ข้าไม่มีจิตวิญญาณธาตุในการหลอม แล้วเจ้าจิตวิญญาณธาตมันก็หาได้ยากยิ่งนักจากที่ตำราได้บอกไว้
วิธีที่สองต้องใช้เต่าปรุงยา แต่ข้าไม่มีเตาปรุงยาในอนาคตข้าคงต้องหามาใช้บ้าง
วิธีที่สามทำได้โดยการกลั่นถึ่งมีวิธีนี้จะเป็นวิธีที่โบราณและต้องใช้เวลา แต่ก็ทำให้ได้ตัวยาที่บริสุทธิ์เป็นอย่างมากและตัวยาบางชนิดก็ทำได้แค่เฉพาะวิธีนี้เท่านั้น เมื่อข้ากลับออกไปข้าต้องทดลองกลั่นตัวยาดู
ตอนนี้ข้าคงต้องออกไปข้างนอกก่อน ป่านนี้แม่เฒ่าคงเป็นหวงข้าแย่แล้ว ข้าหายไปตั้ง 24วัน
ภายในห้องจ้าวหลงกลับออกมาจากมิติ เขาเดินไปที่กล่องและปิดฝากล่องเก็บไว้ที่เตียงทางช่องเก็บของ แล้วเดินออกไปด้านนอก
"เจ้ามาแล้ว รึ เจ้าหายไปใหนมาทั้งวัน วันนี้ทั้งวันข้าไม่เห็นเจ้าเลย เจ้าทำให้ข้าเป็นกังวลนะ"
แม่เฒ่านังอยู่ที่โต๊ะภายในห้องนางกำลังเย็บซ้อมเสื้อที่ขาดเสียหายของเขาอยู่เมื่อเห็นจ้าวหลงเดินเข้ามานางถามด้วย ความเป็นหวงระหว่างยายหลาน
"พักนี้เจ้าชอบหายไปนานๆ คลาวหลังจะหายไปใหน ก็บอกข้าด้วยเวลาที่เจ้าจะไปใหนนานๆมันทำให้ข้าเป็นห่วง"
"ครับยาย คราวหลังถ้าข้าจะไปใหนนานๆข้าจะบอกท่านก่อน"
แล้วแม่เฒ่าก็ถามจ้าวหลงว่าเมื่อไรเขาจะไปสมัคเข้าเรียน ที่โรงเรียนในเมืองสักทีตอนนี้เขาก็อายุ 15แล้ว จ้าวหลงจึงบอกกับแม่เฒ่าว่าเดียวข้าจะไปสมัคเข้าเรียนแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดรับสมัค ส่วนที่เขาจะไปสมัคเข้าเรียนโรงเรียนใหนยังไม่ได้คิด แล้วเขาก็ลาผู้เป็นแม่เฒ่าไปนอนเพื่อเตียมตัวเข้าเมืองในตอนเช้าเพื่อเอาปลาไปแลกข้าวและสิ่งของ
เช้ามืดจ้าวหลงเดินแบกปลาเข้าไปในตลาด ซึ่งตลาดจะตั้งอยู่บริเวณทางเข้าประตูเมืองมังกรทอง เมืองนี้จะมีชื่อว่ามังกรทอง คำว่ามังกรทองมีที่มาจากการมองจากด้านบนของท้องฟ้าเมืองนี้จะมีรูปคล้ายมังกร พื้นที่นี้ส่วนมากของพื้นเป็นแร่หิน เมื่อมองจากที่ใกล
จะเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนออกมาเป็นรูปมังกรทองจึงเป็นที่มาแห่งเมืองมังกรทอง ที่หน้าเมืองทุกเช้าจะมีตลาดเพื่อให้ผู้คนได้ทำการแลกเปลี่ยนหรือจับจ่ายซื้อขายของกันไม่ว่าจะอาหารป่า ชิ้นสวนร่างกายอสูร ชุดเกาะ หรือมีแม้กระทั้งเม็ดยา แต่ชิ้นสวนร่างกายสัตว์อสูรที่นำมาขายก็เป็นเพียง สัตว์อสูรระดับต่ำที่หาได้ตามแถบชานเมือง
"วันนี้ได้ ห้าสิบทองแดง สองเหรียณเงินนะ" เสียงพ่อค้าต้าเซิ่งบอกราคาปลากับจ้าวหลง
" ต้าเซิงท่านรับซื้อชิ้นส่วนสัตว์อสรูด้วยใหม"
"เจ้ามีชิ้นส่วนอะไรมาขายข้าอย่างงั้นรึ "จ้าวหลงหยิบเกล็ดนิลยื้นส่งให้ต้าเซิ่ง
" อืม นี้เป็นเกล็ดของสัตว์ อสูรอะไร ทำไม่ข้าไม่เคยเห็นเกล็ดแบบนี้มาก่อนเลยข้าให้เจ้ามากสุด 20 เงินเพราะมันเป็นสัตว์อสูรที่ข้าไม่เคยเห็น แต่มันมีความแข็งแรงและความคมเป็นอย่างมาก ถ้าเจ้าไม่รีบ เจ้าลองนำมันไปขายที่ร้านรับทำอาวุธดูข้าว้ามันจะต้องได้ราคามากกว่านี้เป็นแน่ "
ต้าเซิ่งกับจ้าวหลง ซื้อขายกันมาเป็นเวลานานต้าเซิ่งจึงไม่คิดที่จะโกงราคากับจ้าวหลง
"ได้ข้าจะลองนำมันไปขายที่ร้าน อาวุธหงค์เทียน ในเมืองดู ขอบใจท่านมากที่แนะนำข้า"
จ้าวหลงรับเงินจากพ่อค้าปลาและเดินหายเข้าไปในตลาด เข้าไปภายในเมืองเป้าหมายของเขาคือ ร้านค้าอาวุธหงค์เทียน
ภายในเมืองมีร้านขายอาวุธอยู่หลายร้าน แต่ร้านที่จ้าวหลงกำลังไปคือร้าน หงต์เทียนซึ่งขึ้นชื่อว่าขายของได้ราคาที่สุดแล้วภายในร้านหงค์เทียน จ้าวหลงเดินเข้ามา เขาเดินมองดูไปทั่วร้าน ภายในร้านมีอาวุธวางขายอยู่มากมาย มีทั้งอาวุเวท อาวุธต่อสู้ระยะประชิด อาวุธต่อสู้ระยะไกล
มีดาบและธนู มีหน้าไม้ มีคทาเวท อยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งระดับต่ำ ระดับกลางแต่จะไม่มีระดับสูง เพราะระดับสูง จะถูกขายอยู่บนชั้นสองซึ่งผู้ที่จะขึ้นไปได้ต้องเป็นแขกผู้มีเกียรติหรือผู้ที่สั่งทำ อสวุธชิ้นพิเศษเท่านั้น
ภายในร้านมีลูกค้าเดินดูและแลกเปลี่ยนซื้อขายอยู่ไม่มากนักเพราะ ยังเป็นช้วงเช้าของวัน"ลูกค้าท่านนี้ท่านต้องการ มาซื้อหรือมาขายสิ้นค้า"
พนักงานหน้าร้านเดินมาหาจ้าวหลงพร้อมกับดู ฐานะของจ้าหลงรวมไปถึงพลังยุทธ เมื่อเขาเห็นการแต่งตัวและระดับการฝึกของจ้าวหลงเขามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาดูถูก เพราะจ้าวหลงแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าผื่นๆและยังเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา
"ข้าต้องการขายสินค้า และซื้้อมีดระดับวิญญาณ"
พ่อค้ามองดูจ้าวหลงพร้อมกับพูดว่า
"ร้านของเราไม่รับซื้อขยะหลอกนะ แล้วอาวุธวิญญาณ ระดับต่ำสุดก็หนึ่งเหรีญณทองเจ้ามีปัญญาซื้ออย่างงั้นรึ..... "
พ่อค้าเตรียมตัวที่จะปฏิเศษชายหนุ่มตรงหน้า แต่ก่อนที่พ่อค้าจะพูดจบจ้าวหลงหยิบเกล็กนิลขึ้นมาวางบนโต๊ะ พ่อค้าเพียงมองผ่านๆก่อนจะหยิบขึ้นมาดู
ด้วยอาการของพ่อค้าที่แสดงออกมาเหมือนว่าเกล็ดนี้ไม่มีราคา อย่างจ้าวหลงหวังไว้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังนิดหน่อย
แต่เมื่อพ่อค้าพิจารณาถึงพลังงานที่แผ่ออกมาทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อจ้าวหลงเห็นอากาตกใจของพ่อค้าทำให้เขามีความหวังขึ้นมาบ้าง
"ข้าต้องการขายเกล็ดนี้ ร้านของเจ้าให้ราคาเท่าไหร " จ้าวหลงมองไปทางพนักงานที่ตกใจกับเกล็ดที่เขานำออกมา
"เกล็ด นี้เจ้าได้มาอยางไร คุณลูกค้า "
หลังจากที่พนักงาน เห็นเกล็ดสำเนียงการพูดของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
" ข้าได้มาอย่างไร ไม่ใช้หน้าที่ของท่านที่จะต้องรู้ ข้าอยากรู้แค่ว่าท่านจะรับซื้อและให้ราคาเท่าไหร"จ้าวหลงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแสดงออกถึงอารมณ์ไม่พอใจจากการกระทำก่อนหน้านี้ของพนักงาน
" คุณลูกค้าอย่าได้ถือสาการกระทำก่อนหน้านี้ของข้าเลย ข้าไม่รู้มาก่อนว่าทานจะมีเกล็ดนี้ท่านรู้หรือไม่ว่าเกล็ดนี้เป็นของสัตว์อสูรตัวใด "
พนักงานต้องการจะหยังรู้ว่าจ้าวหลงรู้จักเกล็ดนิลนี้หรือไม่
"มันคือของพญางู แต่ข้าไม่แน่ใจ้ถึงราคาที่แน่นอนของมัน เจ้าบอกข้าได้หรือไม่มันมีราคาอยู่ที่เท่าไดกัน "
" เกล็ดนิลนี้ ข้าให้ท่านได้ หนึ่งเหรีญณทอง" จ้าวหลลงตกใจกับราคา เขาไม่คาดคิดว่ามันจะมีราคาถึงหนึ่ง เหรีญณทอง เขาประมาณว่ามันหน้าจะอยู่ที่ ห้าสิบเหรียณเงินระหว่างที่จ้าวหลงกำลังจะตอบตกลงอยู่นั้นได้มีเสียงดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
" พ่อหนุ่ม ถ้าเจ้าขายให้ข้า ข้าให้หนึ่งเหรียญรทองกับ สิบเหรียญเงิน"
ชายหนุ่มใส่ชุดสีขาวที่หน้าอกปักด้วยตัวหนังสือว่า สำนักมังกรทองเดินมาจากด้านหลัง พร้อมกับคนใช้เขาเดินเข้ามาหาจ้าวหลงพร้อมกับเสนอราคาที่แพงกว่าพนักงานเสนอให้
"ข้าให้เจ้า หนึ่งเหรียญทองกับ ห้าสิบเหรียญเงิน"
มีหญิงสาวที่แต่งตัวด้วยชุดสีเท่า ที่หน้าอกปักตัวหนังสือว่าสำนักมรกตนางมาด้วยกันสามคน
"แม่นางหลิง พวกท่านต้องการจะแย่งชิ่งของสิ่งนี้กับข้า นายน้อยสำนักมังกรทอง อย่างงั้นหรือ"
"เฮอะก็แค่สำนักมังทอง สำนักอันดับสองทำไมข้าจะแย่งไม่ได้ พวกข้าต้องกลัวสำนักเจ้าด้วยรึ"
เฮ่อเยียน หญิงสาวยื่นอยู่ข้างแม่นางหลิง ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงดูถูกเมื่อพูดถึงสำนักมังกรทอง หลังจากนางพูดนางหันหน้าไปทาง จ้าวหลง พร้อมกับเดินไปหาจ้าวหลง
"เฮ่อเยียน เจ้าก็พูดแรงเกินไปถึงสำนักมังกรทองจะเป็นสำนักระดับสอง แต่สำนักมังกรทองก็เป็นถึงสำนักที่ถูกจัดอันดับสุดท้ายจาก การประลองจัดอันดับเชียวนะ"
เฮ่อเป่ย พูดด้วยน้ำเสียงขบขันเมื่อพูดถึงสำนักมังกรทองพร้อมกับเอามือปิดปากหัวเหราะด้วยน้ำเสียงดูถูกด้วยเช่นกัน (สำนักมังกรทองเป็นสำนัก อันดับต่ำสุดจากการจัดระดับ ในเมืองจะมีสำนักฝึกยุธอยู่มากมาย การจัดระดับให้กับสำนักภายในเมือง จะแบ่งออกเป็น 2กลุ่มคือ ระดับ 1 จะมีอยู่ 4สำนัก 1ตำหนัก ได้แก่ สำนักประตูสวรรค์ สำนักประตูมังกร สำนักพฤกษา สำนักศิลาทมิฬ ตำหนักพรรณปักษา ระดับ 2จะมีอยู่ ด้วยกันหลายสำนักแต่อันดับตำสุดจะเป็นของสำนักมังกรทอง ด้วยสาเหตุที่สำนักมังกรทอง ตกไปอยู่อันดับสุดท้ายเพราะ เจ้าสำนัก ไปฝึกวิชาสายสำภะเวสี และยังเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าชั่วช้า จนจะไม่ต่างจากพรรคมาร เข้าไปทุกที ทำให้โดนกดดันจากสักนักฝายธรรมมะทุกสำนัก)