ป่าสัตว์อสูรหมื่นอสรพิษ
เวลาผ่านไปห้าชั่วโมง เฟิงเฟยได้พาหวังเหว่ยมาถึงยังหน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
“นายท่านขอรับ สมุนไพรเซียนอยู่ภายในต้นไม้ใหญ่ต้นนี้หรือขอรับ ?” เฟิงเฟยได้กล่าวถามหวังเหว่ย
“ใช่แล้ว เฟิงเฟยเจ้าสัมผัสถึงอะไรได้บ้างหรือไม่? ขณะเข้ามาใกล้กับต้นไม้ใหญ่ต้นนี้” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเฟิงเฟย ในขณะกำลังจ้องมองต้นไม้ใหญ่
“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรที่คล้ายคลึงกับพลังปราณอสูรของข้าขอรับ” เฟิงเฟยได้กล่าวตอบหวังเหว่ย
“เจ้าปรากฏตัวออกมาได้แล้ว ข้าเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยความบังเอิญไม่ได้มีความคิดที่จะทำร้ายเจ้า” หวังเหว่ยได้กล่าวกับต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าของตนเอง
หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าของหวังเหว่ยได้เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นหญิงสาวนางหนึ่ง ที่มีรูปโฉมงดงามอย่างไร้ที่ติ บวกกับท่าทางที่ดูสง่างามของนาง ทำให้ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้พบเจอกับนาง ต่างก็ต้องพากันหลงใหลในความงดงามของนางราวกับต้องมนตร์สะกด!
“สวัสดีท่านผู้ถูกเลือกข้ารอคอยท่านมานานกว่า300ปีแล้ว ในที่สุดท่านก็มาพบข้า” หญิงสาวได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง
“ข้าบุกรุกสถานที่อยู่อาศัยของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงได้กล่าวกับข้าเช่นนี้ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ
“ท่านปราชญ์แห่งการทำนายได้เคยบอกกับข้าเอาไว้เมื่อราว300ปีก่อนว่า ในอีกไม่ถึงหนึ่งพันปีข้างหน้าพิภพแห่งนี้จะได้พบกับเหตุวุ่นวายครั้งใหญ่ และจะมีผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยเหลือพิภพแห่งนี้ เมื่อได้ผลทำนายเช่นนั้นท่านปราชญ์แห่งการทำนายจึงได้ให้ข้ามารอพบท่านผู้ยิ่งใหญ่ ณ ป่าแห่งนี้ ท่านปราชญ์แห่งการทำนายได้บอกกับข้าเอาไว้ว่า เมื่อใดที่มีผู้ที่สามารถมองเห็นข้าได้ปรากฏตัวขึ้น คนผู้นั้นก็คือท่านผู้ยิ่งใหญ่ตามคำทำนายของท่าน” หญิงสาวได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“ท่านปราชญ์แห่งการทำนายให้เจ้ามารอพบกับข้าทำไมกัน ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามหญิงสาวอีกครั้ง
“เพื่อให้ข้าติดตามรับใช้ท่านเจ้าค่ะ! ตัวข้าได้รับสืบทอดศาสตร์วิชาการทำนายมาจากท่านปราชญ์แห่งการทำนาย เนื่องจากในเวลานั้นอายุขัยของท่านปราชญ์แห่งการทำนายใกล้หมดลงแล้ว ท่านปราชญ์แห่งการทำนายจึงได้ตัดสินใจถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดของท่านให้กับข้า เพื่อให้ข้าทำหน้าที่ช่วยเหลือท่านปกป้องพิภพแห่งนี้อีกแรงเจ้าค่ะ”
“เจ้าอาศัยอยู่ภายในป่าแห่งนี้มานานกว่า300ปี เพื่อรอวันที่จะได้ติดตามรับใช้ข้า! ช่างน่าสนใจ เช่นนั้นเจ้าสามารถทำนายเรื่องอะไรได้บ้างล่ะ”
“ข้าสามารถทำนายได้ทุกเรื่องที่ท่านต้องการเจ้าค่ะ เพียงแต่ความแม่นยำอาจจะมากน้อยตามความยากของเรื่องที่ท่านให้ทำนายเจ้าค่ะ และข้ายังสามารถทำหน้าที่อื่นตามที่ท่านมอบหมายให้ได้ทุกอย่างเจ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไรให้ข้าเชื่อใจเจ้าได้กันล่ะ ?” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้คิดในใจตนเองว่า "ปราชญ์แห่งการทำนายของยุคสมัยนี้ คงเข้าใจดีว่าข้าไม่คุ้นเคยกับยุคสมัยนี้ เห็นทีข้าคงปฏิเสธของขวัญที่ท่านตั้งใจมอบให้ไม่ได้สินะ"
“ข้าน้อยจะทำสัญญาสัตว์อสูรกับท่านเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“เจ้าแน่ใจแล้วรึ ที่จะทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้า ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามหญิงสาว
“ข้าแน่ใจเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้กล่าวตอบรับหวังเหว่ยด้วยสีน้ำเสียงที่จริงจัง
“ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มการทำสัญญาสัตว์อสูรกันเลย” หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ หญิงสาวได้เริ่มต้นสร้างสัญญาสัตว์อสูรขึ้นด้านหน้าของหวังเหว่ย
“นายท่านยินดีทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าหรือไม่เจ้าค่ะ ?”
“ข้ายินดีทำสัญญาสัตว์อสูรกับเจ้า”
วิ้ง วิ้ง
หลังจากทำสัญญาสัตว์อสูรเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยจึงได้ทราบข้อมูลของนาง
ราชินีพฤกษาอสูรพงไพร ระดับเลเวล71
ทักษะ การรักษา การทำนาย
ความสามารถพิเศษ สามารถทำให้ต้นไม้และสมุนไพรเติบโตขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ
“เจ้าคือราชินีพฤกษาอสูรพงไพรสินะ ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่า จิวซื่อ ตั้งใจทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี ในอนาคตข้ามีเรื่องมากมายให้เจ้าช่วย”
“ข้าจะทำหน้าที่รับใช้นายท่านอย่างสุดความสามารถของข้าเจ้าค่ะ”
“อืม ในตอนนี้พวกเรายังพอมีเวลาว่าง เจ้าลองทำนายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับข้าดู”
“เจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ จิวซื่อได้เรียกอุปกรณ์ "ศิลาทำนาย" ออกมาจากฝ่ามือของนาง ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ปราชญ์แห่งการทำนายได้สร้างขึ้นด้วยตนเองและได้ใช้ทำนายเรื่องราวต่างๆ ตลอดทั้งชีวิตของเขา และเมื่ออายุขัยของปราชญ์แห่งการทำนายใกล้หมดลง เขาจึงได้มอบอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้กับจิวซื่อ เพื่อให้จิวซื่อได้สืบทอดเจตนารมณ์ของเขา
“อุปกรณ์ชิ้นนี้คือ "ศิลาทำนาย" ข้าจะเริ่มทำการทำนายแล้วเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ จิวซื่อได้โยน "ศิลาทำนาย" ออกไปทางด้านหน้า จากนั้นได้เริ่มท่องคาถาของศาสตร์แห่งการทำนาย เมื่อนางท่องคาถาจบ "ศิลาทำนาย" ได้เกิดแสงสว่าง วูบ วาบ อยู่ครู่หนึ่งและได้ปรากฏตัวอักษรสีทองขึ้นมาบน "ศิลาทำนาย"
“ผลของคำทำนายได้บอกเอาไว้ว่า ทางทิศตะวันตกห่างจากที่นี่1,000กิโลเมตร มีโชคชะตาบางอย่างรอคอยนายท่านอยู่เจ้าค่ะ” จิวซื่อได้กล่าวกับหวังเหว่ย
“ข้าเข้าใจแล้ว หลังจากที่ข้าจัดการเรื่องราวต่างๆ ภายในป่าแห่งนี้เสร็จเรียบร้อย พวกเราจะออกเดินทางไปที่นั่นในทันที”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ในขณะที่จิวซื่อกำลังจะเรียกอุปกรณ์ "ศิลาทำนาย" กลับมา ได้มีควันสีขาวล่องลอยออกมาจาก "ศิลาทำนาย" จากนั้นควันสีขาวได้รวมตัวกันเกิดเป็นภาพร่างของชายชราผู้หนึ่ง ชายชราผู้นี้ได้ยิ้มให้กับจิวซื่อ และได้หันหน้ามามองหวังเหว่ย จากนั้นภาพร่างของชายชราได้โค้งคำนับหวังเหว่ยเล็กน้อย ก่อนที่ภาพร่างนั้นจะจางหายไป หลังจากนั้นอุปกรณ์ "ศิลาทำนาย" ได้กลายเป็นลำแสงพุ่งกลับเข้าไปภายในฝ่ามือของจิวซื่อ
“ท่านอาจารย์ข้าจะทำหน้าที่ของข้าให้ดีที่สุด” จิวซื่อได้กล่าวออกมาเบาๆ พร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาจากนัยน์ตาของนาง หวังเหว่ยและเฟิงเฟยเมื่อได้เห็นดังนั้นจึงได้ยืนดูอยู่เงียบๆ ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา
เวลาผ่านไปห้านาที
“ท่านนายเจ้าค่ะ นี่คือสมุนไพรเซียนหญ้าหยกเมฆา ที่ท่านกำลังตามหา สมุนไพรเซียนต้นนี้ มีผลช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในและฟื้นฟูพลังได้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ” จิวซื่อได้กล่าวกับหวังเหว่ยขณะที่ถือสมุนไพรเซียนต้นหนึ่งเอาไว้ในมือ
“เจ้าคงจะเก็บรักษาสมุนไพรเซียนหญ้าหยกเมฆาต้นนี้เอาไว้กับตัวนานแล้ว ข้าจะให้เจ้าเก็บสมุนไพรเซียนต้นนี้เอาไว้ก็แล้วกัน” หวังเหว่ยได้กล่าวกับจิวซื่อ
“ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่าน” จิวซื่อได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกับนำสมุนไพรเซียนหญ้าหยกเมฆาเก็บเอาไว้เช่นเดิม
“เอาล่ะ พวกเราหมดธุระกับที่นี่แล้ว ได้เวลากลับไปยังทะเลสาบที่นัดพบของพวกเรา”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเฟยกับจิวซื่อได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกัน
จากนั้นทั้งสามคน ได้เดินทางกลับไปยังทะเลสาบพร้อมกับพูดคุยเรื่องราวต่างๆ กันอย่างสนุกสนานไปตลอดทาง ทำให้ทั้งสามคนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
เวลาผ่านไปแปดชั่วโมง หวังเหว่ย เฟิงเฟย จิวซื่อ ได้เดินทางมาถึงยังทะเลสาบ เมื่อมาถึงหวังเหว่ยก็ได้พบเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่มากมายที่ถูกโค่นลงแต่ยังคงเหลือรากเอาไว้ เพื่อนำต้นไม้ขนาดใหญ่เหล่านี้ไปปลูกภายในมิติแดนอสูร อีกทั้งยังมีสมุนไพรอีกจำนวนมากมายถูกวางกองเอาไว้ในจุดต่างๆ ทำให้จิวซื่อตะลึงจนตาค้างในทันทีเมื่อได้เห็นภาพดังกล่าว
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก หลังจากเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยข้ามีรางวัลให้กับพวกเจ้าทุกคนแน่นอน ตั้งใจทำงานกันให้ดี”
“ขอบคุณ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยที่อยู่ภายในบริเวณโดยรอบได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน
หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้หันหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้า ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจ้องมองบนท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวของหวังเหว่ยได้หยุดนิ่งไปคล้ายเวลาได้ถูกหยุดเอาไว้ จากนั้นได้มีแสงสีขาวสาดส่องลงมาข้างหน้าของหวังเหว่ยและมีเสียงพูดดังขึ้นว่า
“เจ้าอยากพบข้าเพื่อขอพรข้อที่สองอย่างนั้นรึ ?”
“ใช่แล้วขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง พรข้อที่สองที่ข้าอยากจะขอ... ข้าต้องการโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญที่เป็นของข้าเพียงคนเดียว และให้โลกของสัตว์อสูรอัญเชิญส่วนตัวของข้าเชื่อมต่อกับมิติแดนอสูร และให้สัตว์อสูรที่ทำสัญญากับข้าสามารถเข้าออกโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญส่วนตัวของข้ารวมถึงมิติแดนอสูรได้อย่างอิสระ”
“อืม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองรึ เจ้าจะได้ตามที่เจ้าขอ หลังจากนี้เป็นต้นไป”
“ช้าก่อนขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่งข้ายังกล่าวไม่จบเลยขอรับ !”
“หือ นี่ยังไม่หมดอีกรึ ?”
“ขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่งยังเหลืออีกนิดขอรับ”
“อืม เช่นนั้นเจ้าก็กล่าวมาให้หมดข้าจะได้ให้พรเจ้าได้ถูกต้อง”
“ขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่งต่อจากเมื่อกี้ ข้าอยากให้สัตว์อสูรที่ทำสัญญากับข้ารวมถึงตัวข้าเองสามารถไปหากันและกันได้ ผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและมิติแดนอสูร ด้วยประตูมิติที่ท่านได้สร้างให้ขอรับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าจะมีโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญที่เป็นของเจ้าเพียงคนเดียว และโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญของเจ้าจะเชื่อมต่อกับมิติแดนอสูรของเจ้า และสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับเจ้าทั้งหมดจะสามารถเข้าออกโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญรวมถึงมิติแดนอสูรของเจ้าได้อย่างอิสระ อีกทั้งสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับเจ้ารวมถึงตัวเจ้าจะสามารถไปหากันและกันได้ผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและมิติแดนอสูรของเจ้าด้วยประตูมิติที่ข้าได้สร้างให้! นี่คือพรข้อที่สองที่เจ้าต้องการจะขอถูกต้องหรือไม่ ?”
“ถูกต้องขอรับท่านผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง”
“เจ้าจะได้ตามที่เจ้าปรารถนา”
ขณะที่ผู้สร้างทุกสรรพสิ่งกล่าวจบ แสงสีขาวที่สาดส่องลงมาได้จางหายไป จากนั้นเวลาก็เริ่มกลับมาเดินเป็นปกติอีกครั้ง
หวังเหว่ยได้ติดต่อสื่อสารทางจิตกับพยัคฆ์ครามเพื่อทดสอบผลของพรข้อที่สองที่ได้ขอกับผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
“นายท่านมีอะไรหรือขอรับ” พยัคฆ์ครามได้พูดคุยกับหวังเหว่ยด้วยการสื่อสารทางจิต
“พยัคฆ์ครามเจ้าลองหาที่ลับตาคนภายในคฤหาสน์องครักษ์และกลับไปยังโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญจากนั้นลองเข้าไปภายในมิติแดนอสูร และมาหาข้าผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญหรือมิติแดนอสูรผ่านประตูมิติภายในสถานที่ทั้งสองแห่ง”
“ขอรับนายท่าน พยัคฆ์ครามถึงแม้จะยังไม่เข้าใจเรื่องราวแต่ก็ได้เริ่มทำตามคำสั่งของหวังเหว่ยในทันที” หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน พยัคฆ์ครามได้ติดต่อสื่อสารทางจิตกับหวังเหว่ยและกล่าวว่า
“นายท่านขอรับ ข้าสามารถเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญได้ขอรับ นี่มันยอดเยี่ยมไปเลยขอรับนายท่าน แบบนี้ข้าก็สามารถเข้าไปฝึกฝนภายในมิติแดนอสูรเมื่อใดก็ได้ !”
“ยอดเยี่ยม! เจ้าลองมาหาผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญหรือมิติแดนอสูรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เวลาผ่านไปไม่นาน พยัคฆ์ครามได้มาปรากฏตัวอยู่ข้างหวังเหว่ย จากการเดินเข้าไปภายในประตูมิติ ที่อยู่ในมิติแดนอสูร
“นี่มัน !” พยัคฆ์ครามได้ตกตะตึงในทันทีเมื่อได้เห็นหวังเหว่ยและภาพตรงหน้า
“ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องแปลกใจไป เอาล่ะ เจ้ากลับไปทำหน้าที่ของเจ้าภายในคฤหาสน์องครักษ์ต่อได้แล้ว วิธีกลับไปให้เจ้าใช้วิธีเดียวกันกับที่เจ้าใช้มาหาข้าที่นี่”
“ขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบพยัคฆ์ครามได้เดินทางกลับผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ จากนั้นได้เข้าไปภายในประตูมิติเพื่อกลับไปหาพยัคฆ์ขาว สร้างความตกตะลึงให้กับพยัคฆ์ขาวในทันทีที่ได้เห็นพยัคฆ์ครามปรากฏตัวออกมาตรงหน้าของตน
หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เริ่มต้นใช้การสื่อสารทางจิตกับสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับตนเองทั้งหมดว่า
“พวกเจ้าทุกคนฟังข้าให้ดี หลังจากนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าทุกคน สามารถเข้าออกมิติแดนอสูรได้ด้วยตนเองผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ อีกทั้งพวกเจ้ายังสามารถไปหากันและกันได้ทันทีผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญและมิติแดนอสูร ด้วยประตูมิติที่อยู่ภายในสถานที่ทั้งสองแห่ง สำหรับงานที่พวกเจ้าทำอยู่ในตอนนี้จะถูกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จากนี้เป็นต้นไปให้พวกเจ้าขนย้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในป่าแห่งนี้ เข้าไปปลูกภายในมิติแดนอสูร และขนย้ายสมุนไพรทั้งหมดภายในป่าแห่งนี้ที่พวกเจ้าหาพบ เข้าไปปลูกภายในมิติแดนอสูร รวมถึงนำปลาทุกตัวที่พวกเจ้าหาพบจากทะเลสาบทุกแห่งภายในป่าแห่งนี้ที่เป็นปลากินพืชเป็นอาหาร เข้าไปเลี้ยงภายในทะเลสาบในมิติแดนอสูร พวกเจ้าเข้าใจที่ข้าพูดทั้งหมดหรือไม่”
“พวกเราเข้าใจแล้ว ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน พวกเราจะทำตามที่นายท่านได้สั่งขอรับ” สัตว์อสูรทั้งหมดของหวังเหว่ยรวมถึงฉิงเหม่ยที่อยู่ภายในมิติแดนอสูรได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกันด้วยการสื่อสารทางจิต
“ดีมาก! ตั้งใจทำหน้าที่ของพวกเจ้าให้ดี” หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้หยุดการติดต่อสื่อสารทางจิตกับสัตว์อสูรทั้งหมดของตนเอง จากนั้นได้เริ่มสื่อสารทางจิตกับอี้หลิวราชินีอสรพิษอสูรวารี และจิวซื่อราชินีพฤกษาอสูรพงไพร ทั้งสองคนพร้อมกัน
“อี้หลิวข้ารู้ว่าเจ้าชอบปลูกสมุนไพร จากนี้เป็นต้นไปให้เจ้ารับหน้าที่ดูแลสมุนไพรทั้งหมดภายในมิติแดนอสูรร่วมกับจิวซื่อ นางพึ่งทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าไม่นานมานี้ ข้าฝากเจ้าดูแลนางด้วยเพราะนางไม่มีทักษะในด้านการต่อสู้”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” อี้หลิวได้กล่าวตอบหวังเหว่ยด้วยการสื่อสารทางจิต
จากนั้นอี้หลิวได้ทำการสื่อสารทางจิตพูดคุยทำความรู้จักกับจิวซื่อเป็นการส่วนตัว หวังเหว่ยที่รับรู้ได้จากสีหน้าของจิวซื่อที่กำลังใช้การสื่อสารทางจิตอยู่จึงได้กล่าวผ่านการสื่อสารทางจิตกับหญิงสาวทั้งสองว่า
“ข้าให้พวกเจ้าทั้งสองเลือกคนทำหน้าที่ช่วยเหลือพวกเจ้าดูแลสมุนไพรตามที่พวกเจ้าต้องการ หากมีปัญหาอะไรพวกเจ้าสามารถบอกกับข้าได้ตลอดเวลา”
“ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่าน พวกข้าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ” อี้หลิวราชินีอสรพิษอสูรวารีและจิวซื่อราชินีพฤกษาอสูรพงไพร ได้กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิตพร้อมกัน
“ดีมาก ตั้งใจทำหน้าที่ของพวกเจ้าให้ดี” หวังเหว่ยได้กล่าวกับหญิงสาวทั้งสองด้วยการสื่อสารทางจิต
“พวกเจ้าทุกคนฟังข้าให้ดี หลังจากนี้เป็นต้นไปอี้หลิวราชินีอสรพิษอสูรวารีและจิวซื่อราชินีพฤกษาอสูรพงไพร มีหน้าที่ดูแลสมุนไพรทั้งหมดภายในมิติแดนอสูร ข้าได้มอบหมายให้นางคัดเลือกคนทำหน้าที่ช่วยดูแลสมุนไพรภายในมิติแดนอสูรตามที่พวกนางทั้งสองต้องการ ข้าจะกลับไปฝึกฝนทักษะการต่อสู้ต่อภายในมิติแดนอสูร หากมีเรื่องอะไรพวกเจ้าทุกคนสามารถบอกกับข้าผ่านการสื่อสารทางจิตได้ทันที” หวังเหว่ยได้ใช้การสื่อสารทางจิตกับสัตว์อสูรทั้งหมดของตนเอง
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” สัตว์อสูรทั้งหมดของหวังเหว่ยได้กล่าวกับหวังเหว่ยพร้อมกันด้วยการสื่อสารทางจิต
หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยหวังเหว่ยได้บอกให้เฟิงเฟยอยู่ดูแลจิวซื่อ เนื่องจากนางไม่มีความสามารถในด้านการต่อสู้ จากนั้นหวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร
วูบ