หมื่นบดินทร์ประหลาดใจกับคำถามของคนผู้นี้ที่ตีหน้าตาเมินเฉยทั้งยังเอ่ยถามด้วยวาจาแปร่งหูฟังดูผิดแปลกนัก หากไม่ใช่ว่าเขานั้นเคยรู้จักมักจี่กับชายผู้นี้มาก่อนคงนำตัวส่งให้ทางการควบคุมตัวไปสอบสวนครั้นเกรงว่าจักเป็ข้าศึกปลอมแปลงกายมาสืบเสาะข้อมูล แต่เหตุใดคุณกล้าที่อยู่เบื้องหน้าเขาคนนี้กลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปราวกับว่าเป็คนละคน
ด่างเงยหน้าขึ้นมองไปที่หมื่นบดินทร์อย่างพินอบพิเทา โดยที่ท่านหมื่นก็กำลังจ้องหน้าคุณกล้าซึ่งเป็นายเหนือหัวของมันอย่างพิจารณา มิใช่แค่ท่านหมื่นที่รู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีผิดแปลกของคุณกล้าตัวด่างเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“ท่านหมอมาคอยอยู่ที่หน้าเรือนแล้วขอรับหมื่นท่าน”
“ดี ให้หมอเข้ามาตรวจพ่อกล้าเถิด ส่วนเอ็งออกไปรอนอกหอนอนกับข้า”
“เอ้า... อะไรอ่ะ สรุปผมอยู่ที่ไหน เห้... คุณ! คุณหมื่นกลับมาตอบคำถามผมก่อนดิคุณ คุณ...” กล้าร้องเรียกเสียงหลงเมื่อเห็นว่าคุณหมื่นหันหลังกลับแล้วเดินออกจากห้องไป
หมื่นบดินทร์เดินออกมารออยู่บริเวณหน้าประตู ส่วนอ้ายด่างบ่าวของคุณกล้ารีบลงไปเชิญท่านหมอให้ขึ้นมาบนเรือนเพื่อตรวจอาการของคนที่กำลังโวยวายอยู่บนเตียงในหอนอน
“เชิญท่านหมอตรวจดูอาการของพ่อกล้าเถิด แลมิได้เจ็บไข้กระไร กระผมจักเกรงว่าพ่อกล้านั้นจักต้องคุณไสยมนต์ดำเป็แน่”
“ขอรับ” ท่านหมอรับคำแล้วเดินเข้าหอนอนเพื่อตรวจดูอาการคุณกล้าพร้อมกับบ่าวที่ตามมาอีกสองคน
หมื่นบดินทร์เดินไปเดินมาอยู่หน้าหอนอนอย่างกระวนกระวาย สายตาเ็าจ้องมองลงไปที่ด่างบ่าวรับใช้ใกล้ชิดของพ่อกล้าที่นั่งหมอบอยู่ใกล้ ๆ ทั้งยังก้มหน้าก้มตาจนปลายจมูกแทบจะชิดติดแป้นไม้กระดานบนเรือน
“ไอ้ด่าง! เอ็งเล่าความจริงมาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อวานพ่อกล้าไปทะเวนที่ไหน เจอผู้ใดแลเหตุใดจึงมีอาการเยี่ยงนี้ หากเอ็งมิเล่ากูจักให้ท่านเ้าคุณโบยเอ็งเสียให้หลาบจำ”
“ความจริงอันใดขอรับหมื่นท่าน มิมีอันใดขอรับ”
“เอ็งมัน...”
ไม่ทันทีท่านหมื่นจะได้เค้นถามความจริงจากด่าง หญิงสูงวัยสวมใส่สไบสีกรมท่าตัดกับผ้าถุงสีทองเลื่อม ในมือถือพัดขนนกเดินขึ้นบันไดเรือนมาโดยที่ด้านหลังมีบ่าวคนสนิทอีกสองคนเดินตามขึ้นมา
“น้องเป็อันใดมากฤๅไม่หมื่นบดินทร์ ดีฉันเห็นไอ้ด่างวิ่งหน้าตาตื่นแลกลับเรือนมาพร้อมท่านหมอ เกิดกระไรกับพ่อกล้าฤๅ”
“ไหว้ขอรับคุณหญิงชื่น พ่อกล้าแลมีเจ็บไข้ทั้งนี้ยังสำรอกออกมาขอรับ”
“ว้าย ตาเถรแล้วตอนนี้เป็เยี่ยงไรบ้างเล่า”
“ยังมิทราบขอรับ ท่านหมอพึ่งจะเข้าไปตรวจไข้ขอรับ แลพ่อกล้ายังพูดจาด้วยภาษาแปร่งหูนักขอรับ”
“แปร่งหูอย่างนั้นรึ หมื่นบดินทร์ฟังมิผิดแน่ฤๅ”
“มิผิดแน่ขอรับคุณหญิงชื่น จริงฤๅไม่ไอ้ด่าง”
“เป็เยี่ยงนั้นขอรับคุณหญิงแลคล้ายคุณกล้าถูกผีเข้าขอรับ”
“ผีเข้า!”
คุณหญิงชื่นได้ฟังความว่าบุตรของตนเจ็บไข้ แถมยังมีอาการเหมือนคนถูกผีเข้าสิงก็เกิดอาการตกอกใ หากเป็คำพูดจากคนอื่นเธออาจจะปรามาสด่าทอไปแล้ว แต่คำกล่าวอ้างเหล่านี้มาจากหมื่นบดินทร์และไอ้ด่างบ่าวที่คอยเฝ้ารับใช้ใกล้ชิดตามติดลูกชายของตนั้แ่เยาว์ ทำเอาหัวอกคนเป็แม่ถึงกับร้อนรนกังวลใจยิ่ง คุณหญิงคล้ายจะหน้ามืดจนเกือบจะล้มลงแต่ก็ถูกบ่าวในเรือนเขาไปช่วยพยุงได้ทันแล้วค่อย ๆ พาคุณหญิงไปนั่งเอนหลังที่ตั่งไม้กลางเรือนและมีบ่าวคอยพัดวีให้สติสงบลง หมื่นบดินทร์เดินตามมาดูอาการของคุณหญิงท่านเช่นกัน
“โอ้ยยยย อะไรเนี้ย พวกคุณจะทำอะไร ผมบอกแล้วว่าผมสบายดี ผมแค่อ้วก” เสียงเอะอะโวยวายดังออกมาจากหอนอนของคนป่วย กล้าวิ่งเตลิดออกมากลางเรือนเขาสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวปิดกระดุมและโจงกระเบนสีเืนก ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบไทยเดิม นุ่งผ้าแถบ โจงกระเบน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นบุคคลที่กล้ามั่นใจได้ว่าเป็แม่ของตัวเอง เขาวิ่งตรงไปหาคุณหญิงชื่นในทันที
“แม่มาทำอะไรที่นี่อ่ะ กลับบ้านกันเถอะ ป่ะ ที่นี่มีแต่คนแปลก ๆ พูดภาษาอะไรกันก็ไม่รู้”
กล้าตรงเข้ามาจับคว้าเข้าที่แขนของคุณหญิงชื่นแล้วดึงให้ลุกชึ้นจากตั่งนั่ง แต่ยังไม่ทันที่กล้าจะได้ออกแรงมากกว่านี้ คุณหญิงชื่นก็ใช้ด้ามพัดตีลงมาที่หัวของคนที่ก่อความวุ่นวายจนเกิดเสียงดังโป๊ก
“กลับรึ ที่นี่ก็เรือนของเ้านะพ่อกล้าจักกลับไปที่ใด แลมีลูกบ้านใดมายืนค้ำหัวผู้หลักผู้ใหญ่เยี่ยงนี้เล่า กิริยามิงาม เข้ามาจับดึงทึ้งแขนแม่เช่นนี้ได้เยี่ยงไร ฮึ... หากผู้ใดมาพบเห็น เขาจักว่าพ่อแม่มิสั่งมิสอนได้ ทั้งยังวิ่งเสียงดังตึงตังไปเสียทั่วเรือน นั่งลง!” คุณหญิงชื่นเอ่ยวาจาสั่งสอนลูกชายของตนไปเสียยกใหญ่ กล้าได้แต่ทำหน้างงงวยออกมาแบบปิดไม่มิด ถ้อยคำของหญิงสูงวัยคนนี้ผิดแปลกไปจากภาษาในยุคปัจจุบันเป็อย่างมาก ต่อให้รูปร่างหน้าตาจะเหมือนแม่ของเขาแต่ภาษาที่พูดออกมารวมทั้งท่าทางที่หญิงคนนี้แสดงออกมานั้นไม่ใช่แม่ของตนแน่นอน กล้าทำตัวไม่ถูกจนกระทั่งมีฝ่ามือหนา ๆ เข้ามากดไหล่ให้เขายอมนั่งลงไปบนตั่งข้าง ๆ กับหญิงสูงวัยแต่โดยดี
“ดู๊! กิริยามิงามนัก ใครเห็นเขาก็จักโจษจันเอาได้ว่าพ่อแม่มิสั่งสอน เหลือคณาจริง ๆ เ้าลูกคนนี้ ตัวเ้าเจ็บไข้พาลพาให้ผู้อื่นเป็ห่วง ไฉนเลยตัวเ้าตัวกลับทำกิริยามารยาทเยี่ยงนี้ มันน่ารักษาให้ฤๅไม่” หญิงสูงวัยที่หน้าตาคล้ายแม่ของกล้ายังคงเอ่ยตำหนิออกมากับการกระทำที่ไม่ถูกไม่ควรของกล้า จนเขาต้องค่อย ๆ นั่งลงตามคำสั่งของเธออย่างจำยอม
“กราบขอโทษคุณหญิงแม่เสียพ่อกล้า” หมื่นบดินทร์กระซิบบอกเสียงเบาอยู่ข้างหลัง
“ผะ.. ผมขอโทษครับ” กล้ายกมือขึ้นประณมพร้อมกับขอโทษคุณหญิงแม่ที่ท่านหมื่นเรียกด้วยท่าทางสำนึกผิด เธอหันหน้ากลับมารับไหว้ของกล้า ใบหน้าดุเริ่มอ่อนลงกลับมาเป็ปกติ อย่างไรเสียนี่ก็ลูกชายของเธอ ต่อให้จะดุด่าหรือโกรธเคืองแค่ไหนก็ทำได้เพียงประเดี๋ยว
“เงยหน้าขึ้นเสีย แลเหตุใดเจ็บไข้ใยมิให้หมอท่านดูอาการ วิ่งเตลิดออกมานอกหอนอนได้เยี่ยงนี้ พ่อคงหายดีแล้วกระมัง”
กล้าค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาตามที่หญิงสูงวัยที่ตนเองเข้าใจผิดว่าเป็แม่บอก ถึงแม้วาจาจะฟังแล้วเหมือนโดนดุแต่กล้ากลับััได้ถึงความห่วงใยอยู่ในน้ำเสียง และยังเจือไปด้วยความรักใคร่ผูกพัน
“ครับ หายดีแล้ว คะ ขอรับ” กล้าเอ่ยตอบออกไปตะกุกตะกัก แถมยังคงพิจารณาดูใบหน้าของหญิงสูงวัยคนนี้
“ดู๊! เหตุใดเ้ามองหน้าแม่อย่างกับมิเคยเห็นมาก่อน สงสัยจะจริงดั่งไอ้ด่างว่าที่พ่อกล้าถูกผีเข้า”
“บ่าวก็ว่าจริงเ้าค่ะคุณหญิง” หญิงสวมผ้าแถบสีเทาหม่น โจงกระเบนสีเดียวกันเห็นด้วยกับนายหญิงของมัน ก็ท่าทางของคุณกล้าถ้าไม่โดนผีเข้าก็คงวิปลาสเป็แน่
“หากพ่อกล้าผีเ้าจริงดั่งว่า จักทำเยี่ยงไรดีอีแย้ม”
“ให้ไปเชิญหลวงพ่อมาพรมน้ำมนต์ฤๅไม่เ้าคะ” บ่าวคนเดิมเสนอความคิดเห็น
“ขอประทานโทษขอรับ กระผมจักขออาสาพาพ่อกล้าไปพรมน้ำมนต์ที่วัดเ้าทองเองขอรับ เกรงว่าหากปล่อยไว้นาน...”
“เป็เช่นนั้นย่อมได้ ดียิ่ง!... เช่นนั้นน้าฝากหมื่นบดินทร์ดูแลน้องด้วยนะพ่อ”
กล้านั่งกะพริบตาปริบ ๆ มองไปซ้ายทีขวาทีด้วยความมึนงง ทำไมคนที่นี่แปลกขนาดนี้เมื่อกวาดสายตามองดูสิ่งรอบกายเหมือนตนเข้ามาในกองถ่ายละครหรือหนังไทยพีเรียดสักเื่ไม่มีผิด การแต่งกายภาษาสำเนียง คำพูดบางคำแม้จะไม่ถูกใช้แล้วแต่ก็ยังฟังแล้วเข้าใจความหมาย ทั้งผู้คนบนเรือนไม้หลังนี้ต่างให้ความสนใจเขามากเป็พิเศษ โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อหมื่นบดินทร์
“ก่อนพากันไปพรมน้ำมนต์ รับพระองค์นี้ไว้คุ้มครองระหว่างทางเถิด” คุณหญิงชื่นถอดสร้อยพระที่สวมอยู่ยื่นให้กล้าที่ทำหน้างง ๆ
“ผู้ใหญ่ให้ของยังมิรับไว้ แลกล่าวขอบคุณอีกฤๅพ่อกล้า” หมื่นบดินทร์ดุคนที่ยังคงมีท่าทางมึนงง ทั้งยังสะกิดแขนให้กล้ารับของที่ผู้เป็แม่หยิบยื่นให้
“แต่มัน...”
“มิมีแต่”
กล้ายื่นมือไปรับสร้อยพระทองคำตรงหน้าด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนที่หมื่นบดินทร์จะช่วยคล้องสร้อยพระให้
“เช่นนั้นหลานกราบลาขอรับคุณหญิงชื่น”
“ไหว้พระเถิดพ่อ”
หมื่นบดินทร์สะกิดหลังกล้าอีกครั้ง
“ผมลาครับ”
“ไปๆ รีบพากันไป อกอีแป้นจะแตก ดู๊... ดู ๆ” คุณหญิงชื่นคลี่กางพัดขึ้นมาวี สายตาจับจ้องไปที่ลูกชายตัวดีของเธอที่เดินตามหลังหมื่นบดินทร์ต้อย ๆ ครั้นเมื่อเธอเห็นแววตาใส ๆ ของพ่อกล้าก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะมีิญญาผีร้ายเข้าสิ่งสู่อย่างผู้อื่นว่า แลเ้ากล้าคงมิแม้แต่จะสู้หน้าแลรับพระเครื่องพระราชทานที่ผ่านการปลุกเสกมาสวมใส่ไว้บนคอ แต่กระนั้นด้วยวาจาแลท่าทางแปลกประหลาดที่เ้ากล้ากระทำออกมาก็มิอาจสืบหาที่มาได้เช่นกัน
หมื่นบดินทร์เดินจูงมือกล้าลงเรือน บรรยากาศรอบ ๆ มีต้นไม้ร่มรื่น ห่างไปไม่ไกลนักมีท่าน้ำสายใหญ่เมื่อมองจากตรงนี้จะเห็นเรือพายสัญจรผ่านไปผ่านมา
“ไอ้เข้ม... ไปเอาเรือออก กูจักพาพ่อกล้าไปวัดเ้าทอง”
“ขอรับ”
บ่าวชายชื่อเข้มและด่างรีบวิ่งไปเตรียมเรือ หมื่นบดินทร์หันหลังกลับมาจ้องหน้ากับกล้าที่ยังคงมึน ๆ กับเื่ราวที่เกิดขึ้น
“คุณจะพาผมไปวัดทำไมอ่ะ เห็นไหมผมใส่พระแล้ว และผมก็บอกไปแล้วว่าไม่โดนผีเข้า” กล้าเอ่ยขัดคนตรงหน้าทันที
“หากพ่อโดนฤทธิ์ของผีร้ายฤๅคาถาอาคมคุณไสยอย่างไรเสียพ่อก็ต้องไปถอนที่วัด”
“เอ่อ... บอกไปกี่รอบก็ยังจะไม่เชื่อกันอีก คอยดูเอาเถอะ ไปถึงวัดเดี๋ยวก็ได้รู้ว่าเสียเวลาเปล่า”
“เตรียมเรือเสร็จแล้วขอรับหมื่นท่าน” เข้มรีบวิ่งเข้ามาแจ้งแก่นายของมัน
“ตามพี่มาทางนี้เถิดพ่อกล้า จักมีฤๅไม่ก็ให้หลวงพ่อที่วัดท่านดู”
“เห้อ” กล้าถอนหายใจออกมาอย่างแสนเบื่อหน่าย เหนื่อยที่จะต้องต่อล้อต่อเถียงกับคนพูดภาษาโบราณตรงหน้านี้เป็อย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินตามแรงจูงไปขึ้นเรือ
แต่จะว่าไปแล้ว... นี่มันรายการวาไรตี้ซ่อนกล้อง หรือกองถ่ายละครพีเรียดกันนะ ทำไมไม่มีใครเฉลยสักที
เห้อออออ....