ตอน จอมขมังเวทย์
ราตรีมาเยือน…
กลุ่มเมฆสีดำน้อยใหญ่เคลื่อนตัวลอยผ่านบดบังดวงจันทราแล้วเคลื่อนผ่านไปก้อนแล้วก้อนเล่าตามกระแสลมเบื้องบนเสียงนกกลางคืนแผดร้องราวกับ้าส่งข่าวบางอย่างผ่านน้ำเสียงของพวกมันไปถึงพวกพ้องที่อยู่ห่างไกลบรรดาสัตว์ร้ายที่มักหลบอยู่ในเวลากลางวันก็เยี่ยมหน้าปรากฏตัวออกมาหากินตามวัฏจักรแห่งชีวิต
ชายป่าห่างจากหมู่บ้านชนบทออกไปหลายกิโลเมตรยังมีเงาร่างหนึ่งเดินผ่าบุกป่าผ่าดงเข้าไปเพียงลำพังจุดหมายปลายทางคือถ้ำใหญ่ที่ซุกซ่อนหลบเร้นห่างไกลสายตาผู้คนความมืดมิดอันน่าสะพรึ่งรวมถึงสรรพสัตว์ใหญ่น้อยทั้งมีพิษและคมเขี้ยวเป็อาวะร้ายซึ่งคนธรรมดาสามัญล้วนหวาดกลัวไม่ได้ทำให้หัวใจอันแข็งแกร่งของเขาเกิดประหวั่นพรั่นพรึงแต่อย่างใดส่วนหนึ่งเกิดจากมนตราอันกล้าแข็งและดวงจิตอันเดี่ยวของเ้าตัว
สายตาคมกล้าทอดมองออกไปอย่างสงบนิ่งไม่ยำเกรงต่อสิ่งใด
ร่างสูงใหญ่เดินลัดเลาะผ่านสุมทุมพุ่มไม้น้อยใหญ่ผ่านไปหลายชั่วโมงจนมาถึงลานหินปากถ้ำจังหวะนั้นเองบริเวณปากถ้ำปรากฏเงาสีดำทมึนขึ้นขวางหน้าหลายสิบเงา พวกมันพากันจ้องเขม็งมายังชายหนุ่มด้วยจิตมาดร้าย
พรหมเมศรู้ดีว่าพวกมันไม่ใช่ภูติใช่พราย หรือผีป่าซาตานธรรมดาหากพวกมันทั้งหมดคือพยนต์อันเกิดจากคาถาเวทย์มนต์ที่อาจารย์ของเขาปลุกเสกขึ้นมาเพื่อให้คอยคุ้มกันปากถ้ำแห่งนี้ให้พ้นจากสายตาของชาวบ้านทั่วไป ที่ขึ้นมาหาของป่าอีกทั้งยังคอยอารักษ์ป้องกันบรรดาผู้มีวิชาทั้งหลายที่มักจะส่งบริวารของตนมาเพื่อลองดี
“พวกมึงถอยไปกูชื่อพรหมเมศ กูมาเยี่ยมอาจารย์กูพวกมึงไม่เกี่ยว”
สิ้นคำประกาศก้องเงาดำเ่าั้ก็ค่อยๆจางหายไปทีละตน ราวกับพวกมันรับรู้ด้วยจิตอันเป็ทิพย์ว่าผู้มาเยือนเป็มิตรหรือศัตรู
พรหมเมศยกมือขึ้นแสดงความเคารพหน้าปากถ้ำ
“อาจารย์ไอ้พรหมมากราบเยี่ยมครับ”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะหายหัวไปนานเลยนะมึงไอ้พรหม เข้ามาสิวะ”
เสียงชายสูงวัยดังก้องกังวานออกมาจากด้านในของถ้ำพรหมเมศคลี่ยิ้มมองไปรอบๆ บริเวณลานหินปากถ้ำซึ่งบัดนี้สภาพที่เห็นคือม่านหมอกสีดำอันเกิดอาคมที่อาจารย์เฒ่าร่ายพระเวทย์บดบังเอาไว้ค่อยๆคลี่คลายออก เขาสาวเท้าเดินเข้าไปด้านในจนพบกับแสงไฟจากกองฟืนส่องสว่างออกมา
บนโขดหินใหญ่มีร่างชายชราแต่งกายคล้ายฤษีนั่งอยู่แตกต่างเพียงสีเครื่องนุ่งหมนั้นเป็สีแดงสดหาใช่สีผ้าลายเสือเหมือนพวกฤษีชีไพรใช้นุ่งห่มกัน
“กราบอาจารย์ครับ”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะอะไรกันวะไอ้พรหมที่ทำให้มึงเข้าป่ามาหากูได้”
“เื่ผู้หญิงครับอาจารย์… ผม… เจอเธอแล้ว”
“เฮ้ออ… ช้างสาร งูเห่า ข้าเก่า เมียรักมึงนี่นะไอ้พรหมเอ้ย”