บทนำ
ภายในห้องเรียนสีเบจขนาดใหญ่ นิสิตปีหนึ่งคณะบริหารธุรกิจในชุดลำลองต่างก็นั่งรอเวลาเรียนวิชาแรกของปีการศึกษากันอย่างคึกคัก
ท่ามกลางเสียงจอแจของเพื่อนร่วมห้อง โทรศัพท์ของชายหนุ่มผมสีบลอนด์สว่าง ผู้มีใบหน้าน่ารักน่าชังที่ใครเห็นต้องหวั่นไหวก็ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความขึ้นมา พาให้ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาดูอย่างอารมณ์ดี
‘สู้ๆ นะคนเก่งของพ่อ!’ ดวงตาสีเขียวอันสดใสราวกับผืนน้ำที่ต้องกับแสงแดดอันเจิดจ้าไล่อ่านข้อความที่ผู้เป็พ่อส่งมาอย่างเบิกบาน
“นั่งด้วยได้ไหม?” สุ้มเสียงอันน่าฟังของใครบางคนดังขึ้นมาด้านข้าง พาให้ดวงตาสีเขียวอันสดใสเคลื่อนไปมองเ้าของสุ้มเสียงอันไพเราะอย่างมึนงง
ภาพของชายหนุ่มหน้าตางดงาม ผู้มีเส้นผมสีดำขลับ เ้าของดวงตาสีดำสนิทราวกับท้องนภาในยามราตรีอันเป็ภาพความงามที่สะดุดตาผู้คน พาให้ชายหนุ่มลืมหายใจไปชั่วครู่
ั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าใครแบบนี้มาก่อน…จนกระทั่งได้พบกับความงามที่ไม่อาจพรรณนาได้ของอีกฝ่าย
“ได้สิ” ริมฝีปากสีแดงเรื่ออันชุ่มฉ่ำขานรับอย่างเป็มิตร แม้ว่าเขาจะมองความงามของชายหนุ่มที่ดูเหมือนว่าจะเตี้ยกว่าตนจนตาค้างก็ตาม
ชายหนุ่มผมดำส่งยิ้มจางๆ ที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มให้เขา จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างกัน เมื่อได้สติกลับมา อีกฝ่ายก็วางสมุดหนังสือลงบนโต๊ะเตรียมพร้อมสำหรับการฟังบรรยายแล้ว
“ว่าแต่นายชื่ออะไรเหรอ ฉันเชอร์ริช เชอร์ริชที่หมายถึงที่รักน่ะ” เชอร์ริชกะพริบตาเพื่อไล่ความตะลึงออกไป แต่กระนั้นแล้วเ้าปากน้อยๆ ไม่รักดีของเขาก็เผลอพูดข่มอีกฝ่ายไปโดยไม่รู้ตัว
บางทีอาจเป็เพราะใบหน้าอันงดงาม สุ้มเสียงอันไพเราะ และท่วงท่าอันสง่างามตามแบบฉบับลูกผู้ดีของอีกฝ่ายกระมัง ที่ทำให้เขาเกิดรู้สึกไม่มั่นใจแบบนี้ขึ้นมา
…ตลอดมาเชอร์ริชมักจะเป็ฝ่ายได้รับความชื่นชอบมาโดยตลอด ดังนั้นจึงไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกว่า ตัวเองเทียบไม่ติดแบบนี้มาก่อน
“...ฉันเอเลียส” เ้าของชื่ออันเพราะพริ้งและสูงส่ง เช่นเดียวกับใบหน้าอันงดงามหันมาเอ่ยตอบเชอร์ริชด้วยวาจาอันไพเราะ
คนอะไรหน้าตาก็ดี ชื่อก็เพราะ!
ชั่วเวลานั้นเชอร์ริชรู้สึกอิจฉาอีกฝ่ายนิดหน่อยตามประสาคนที่ถูกสปอยด์จนเคยตัว
“งั้นยินดีที่ได้รู้จักนะ เอเลียส” เชอร์ริชกลืนความรู้สึกไม่ถูกชะตาลงท้องไป เขาเอ่ยกับเอเลียสด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอันจริงใจที่ดูปลอมนิดๆ
เอเลียสเพียงแค่คลี่ยิ้มจางๆ เป็การตอบรับเชอร์ริช จากนั้นก็หันกลับไปสนใจหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะแทน ทำให้เชอร์ริชเอียงคอด้วยท่าทางอันน่ารักน่าชัง แต่ในใจกลับรู้สึกเคืองนิดๆ เพราะท่าทางหยิ่งยโสของอีกฝ่าย
“นั่นเอเลียสนี่นา แย่ชะมัดเลย ทำไมฉันต้องอยู่ห้องเดียวกับคนน่าขยะแขยงแบบนั้นด้วยก็ไม่รู้!” เสียงซุบซิบของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหลังดังลอดเข้ามา ทำให้เชอร์ริชแอบเงี่ยหูฟังเงียบๆ ขณะที่ดวงตาของเขาก็ทำเป็มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย
“นั่นสิ แย่ชะมัดเลยเนอะ หมอนั่นคงนิสัยเน่าในเหมือนกับยัยดาราแก่นั่นน่ะแหล่ะ!” เชอร์ริชหรี่ตาลงด้วยความสนใจพลางทำเนียนแอบฟังเพื่อนข้างหลังซุบซิบกันต่อไป
“ถึงจะบอกว่าเด็กไม่ผิดก็เถอะ แต่ฉันว่าเขาคงไม่ต่างกับคนแม่หรอก!!!” เสียงซุบซิบของเพื่อนที่นั่งอยู่ไกลออกไปซึ่งะโเข้ามาร่วมวงลอยเข้าสู่โสตประสาท ยิ่งทำให้เชอร์ริชอยากรู้มากกว่าเดิม
“อยู่ให้ห่างไว้ดีกว่า พวกภัยสังคม!”
เสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนอีกกลุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก ทำให้เชอร์ริชถึงกับแอบหรี่ตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่เขาจะได้สังเกตท่าทีของเอเลียสอย่างละเอียด อาจารย์ก็เดินเข้าห้องมาเสียก่อน
“เงียบกันหน่อย” อาจารย์หนุ่มหน้านิ่งเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้ากระดาน ทันทีที่อาจารเอ่ยปรามเสียงขรึม เสียงจอแจภายในห้องเรียนก็พลันเงียบลง
ขณะที่อาจารย์กำลังชี้แจงรายละเอียดวิชาอันละเอียดยิบอยู่นั้น หนังตาของเชอร์ริชก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ตัวอีกทีสติของเขาก็หลุดลอยเข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว ขณะที่เอเลียสซึ่งไม่รู้ว่านึกอะไรอยู่ก็เอากองหนังสือจากกระเป๋าหนังราคาแพงมาช่วยบังให้ด้วยความหวังดี
กรุ๊ง กริ๊ง~~~
ท่ามกลางความมืดมิดอันเงียบสงัดพลันมีเสียงกังวานใสของกระดิ่งดังขึ้นมา กลุ่มขนตาสีบลอนด์อันดกหนากระพือไปมา จากนั้นก็ค่อยๆ แยกออกจากกันเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวอันสดใสราวกับเม็ดมณีที่ต้องกับแสง ขณะที่สภาพแวดล้อมรอบตัวค่อยๆ ส่องสว่างทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องหน้าราวกับภาพจากม้วนฟิล์ม
ครู่ต่อมาภาพฝันในม้วนฟิล์มนั้นก็ค่อยๆ ดำเนินไป…
มันเริ่มจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเขาพบเอเลียสในห้องเรียน จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปในทางที่ตัวเขาเริ่มกลายเป็คนที่เลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
เชอร์ริชที่ยังมึนงงกับเหตุการณ์ในฝันค่อยๆ รับรู้ว่า เขาทำร้ายเอเลียส มันช่างน่าตลกตรงที่เขาอิจฉาเอเลียส เพราะอีกฝ่ายมีใบหน้าที่โดดเด่นและมีฐานะร่ำรวยกว่าตน
แม้ว่าในภายหลังเขาจะรู้ว่า สาเหตุที่ทุกคนรังเกียจเพื่อนรักผู้งดงามคนนี้เป็เพราะอีกฝ่ายคือลูกชู้ของนักธุรกิจชื่อดังกับอดีตดาราดาวรุ่ง แต่กระนั้นแล้วเขากลับยังคงก้มหน้าก้มตาริษยาเอเลียสต่อไป
เชอร์ริชมองตัวเองที่กันทุกคนออกจากชีวิตของเอเลียสเพียงเพราะเขาอยากให้เอเลียสเป็ทุกข์ เขามองภาพของเอเลียสที่แอบมองผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งย้ายมาเรียนในคลาสเดียวกันด้วยสายตาอันเพ้อฝัน จากนั้นก็ถูกเขาทำลายด้วยการก้าวไปยืนเคียงข้างผู้ชายคนนั้น
หากจะเอ่ยว่า พวกเขาชอบผู้ชายคนเดียวกัน มันก็ไม่ใช่ เพราะทุกครั้งที่เอเลียสมูฟออนแล้วไปชอบคนใหม่ เชอร์ริชก็จะทิ้งผู้ชายคนเก่าอย่างไม่ใยดี แล้วหันไปแย่งผู้ชายที่เอเลียสแอบชอบทันที ซึ่งเป็เพราะเขาอยากให้ทุกคนสนใจแค่ตนและ้าให้เอเลียสโดดเดี่ยวไปพร้อมๆ กัน
การที่เขาทำแบบนี้ มันเป็เพราะ้าทำโทษที่อีกฝ่ายเหนือกว่าตัวเองในทุกด้าน!
ภาพที่ตัวเขาถูกความริษยากลืนกินจนกลายเป็คนนิสัยเสีย ทำให้เชอร์ริชรู้สึกแย่ที่ตัวเองกลายเป็คนน่ารังเกียจแบบนั้น!
แต่สิ่งที่แย่ที่สุดหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ฉายออกมา…
แม่ของเอเลียสแย่งคู่หมั้นของน้องสาวต่างแม่มาให้เอเลียส ทำให้ครอบครัวฝั่งพ่อของเอเลียสยิ่งรังเกียจสองแม่ลูกมากขึ้นเป็เท่าตัว แม้ว่าคู่หมั้นที่แย่งเขามาคนนั้นจะเป็คนเ้าชู้ก็ตาม
ในเวลานั้นเชอร์ริชก็เกิดอิจฉาเอเลียสขึ้นมาจับใจเพราะอีกฝ่ายได้หมั้นหมายกับชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีฐานะเท่าเทียมกัน
…ด้วยไฟริษยาที่ะเิอยู่ในอก ทำให้เชอร์ริชไม่ลังเลที่จะทำลายชีวิตของเอเลียสด้วยการทำสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า
เขาใช้ความไว้วางใจของเอเลียสเป็อาวุธ เขานัดแนะเอเลียสให้มาร่วมงานปาร์ตี้ของหนุ่มคนหนึ่งที่เขารู้จัก จากนั้นเชอร์ริชก็ไม่ลังเลที่จะให้ผู้ชายในงานมอมเหล้าเอเลียสจนเมาแล้วรุมโทรม ‘เพื่อนรัก’ อย่างไร้ความปราณี
ชั่วเวลานั้นเชอร์ริชทำได้แค่ยืนมองสิ่งร้ายๆ ที่ตัวเองเป็คนก่อ ไปพร้อมกับกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล
ทำไมเขาถึงได้กลายเป็ไอ้สารเลวที่น่าขยะแขยงแบบนี้!!
…ชั่วเวลานั้นชายหนุ่มพลันเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ‘เลวจนยากจะบรรยาย’ นั้นมีหน้าตาเป็อย่างไร
ภาพเหตุการณ์ตัดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความจริงที่ว่า เอเลียสถูกแม่บังคับให้กินฮอร์โมน จึงทำให้มีรูปลักษณ์บอบบางเหมือนกับผู้ชายอย่างเขาถูกเปิดเผยจากบ้านฝั่งคู่หมั้น
ในตอนนั้นเชอร์ริชผู้เลวร้ายคนนั้นก็คอยปลอบโยนเอเลียสด้วยใบหน้าอันเสแสร้งที่น่าขยะแขยง
ความจริงที่ว่า เอเลียสไม่สามารถตั้งท้องได้ ทำให้เขาถูกถอนหมั้นทันที แม่ของเอเลียสกลายเป็บ้าเพราะล้างแค้นไม่สำเร็จ ส่วนเอเลียสที่ทุกคนรังเกียจจนแทบจะแตกสลาย พลันได้พบกับชายที่เขารักอย่างสุดหัวใจเพียงเพราะความดีเล็กๆ น้อยๆ ของชายคนนั้นที่หยิบยื่นให้
แต่เชอร์ริชผู้เลวทรามคนนั้นก็ยังคงขโมยความหวังนั้นไปจากเอเลียสอยู่ดี ทำให้เอเลียสที่ปรารถนาอย่างสุดหัวใจให้มีใครสักคนหันมารักเขาบ้างใจสลาย
…สุดท้ายเอเลียสก็เลือกที่จะดับลมหายใจอันน่าเวทนาของตัวเอง เขาทิ้งชีวิตที่เต็มไปด้วยความอัปยศ ความทุกข์ตรม และาแเ่าั้ไว้เื้ั เหลือเพียงจดหมายฉบับเดียวที่เขียนถึงเพื่อนรักเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา
เชอร์ริชได้รับจดหมายของเอเลียสจากแม่บ้านที่คอยดูแลคฤหาสน์ของสองแม่ลูก เขาเพียงแค่แสร้งเศร้าโศกรับมันมาทั้งน้ำตา ทั้งที่ในใจนั้นแอบคลี่ยิ้มออกมาด้วยความแช่มชื่น
คืนนั้นเชอร์ริชตัดสินใจบอกเลิกผู้ชายที่เขาแย่งเอเลียสมาเพียงเพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องคบหากันอีกต่อไป จากนั้นเขาก็เปิดจดหมายของเอเลียสขึ้นมาอ่านด้วยความเบิกบาน
‘นายเป็เพื่อนคนเดียวที่ฉันรักที่สุด ขอบคุณที่ยอมเป็เพื่อนกับฉันนะเชอร์ริช’
เนื้อความในจดหมายที่กลั่นออกมาจากความจริงใจอันบริสุทธิ์ของเอเลียส ทำให้เชอร์ริชคลี่ยิ้มอันบิดเบี้ยวออกมา
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกไม่รู้หรอกว่า ฉันเกลียดแกแค่ไหน ฉันเกลียดหน้าของแก ฉันเกลียดเสียงของแก ฉันเกลียดความเสแสร้งทำเป็น่าสงสารของแก ฉันเกลียดทุกอย่างที่เป็แก แกมันก็แค่ไอ้คนอ่อนแอ แกคิดว่าฉันจะเสียใจงั้นเหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันโคตรดีใจเลยต่างหาก!’
เชอร์ริชหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาระบายความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาราวกับคนสติหลุด
ทั้งที่คนที่เขาทั้งเกลียด ทั้งริษยาได้ตายจากไปแล้ว แถมเขายังมีส่วนทำลายลมหายใจนั้นทางอ้อมมาโดยตลอด…
…แต่ลึกๆ แล้วตัวเขากลับแตกสลายไม่ต่างกัน
‘ในที่สุดแกก็หายไปสักที ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!’ เชอร์ริชกู่ร้องสุดเสียง จากนั้นก็หัวเราะออกมาราวกับคนบ้า
ชั่วเวลานั้นใบหน้าอันแช่มชื่นที่เต็มไปด้วยความยินดีของเชอร์ริชพลันบิดเบี้ยวจนน่าหวาดผวา หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากหน่วยตาอันแดงก่ำทั้งสองข้างไม่ต่างกับคนเสียสติคนหนึ่งราวกับว่า การจากไปของเอเลียสคือการพรากเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ของเขาไป
บางทีรสชาติของชัยชนะมันอาจไม่ใช่ความยินดี แต่กลับเป็ความบิดเบี้ยวอันน่าพรั่นพรึงที่เบ่งบานอยู่ในหัวใจของผู้ชนะที่ถูกความมืดครอบงำ…
กรุ๊ง กริ๊ง~~~
พรุ่งนี้ลงเพิ่มอีกตอนจ้า