บทที่ 8 เข้านอน
หลังจากที่ส่งน้องชายตัวน้อยของตนเองขึ้นห้องแล้ว ต้นหนาวก็นั่งหน้าขรึมอยู่ในห้องทำงานของเขาที่ชั้น 2 สำหรับตัวเขาที่ทิ้งเื่งานมาอย่างไม่ใส่ใจนั้นน่าจะทำให้เหล่าคนงานเป็กังวลอย่างมากแน่นอน ไหนจะเหล่าผู้ถือหุ้นที่้ารู้ทางออกของเขาให้ได้เร็วที่สุดอีก
ดีที่ได้ไอเดียจากเ้าเด็กน้อยจอมซึนที่อุตส่าห์เอางานของเขาไปช่วยคิด ดังนั้นจึงพอจะมีแนวทางอย่างอื่นบ้าง เขารู้ว่าการเสียเวลาไปกับการเร่งให้ทางการช่วยเหลือนั้นมันเป็เื่ยาก แล้วก็ยอมรับด้วยว่าตอนแรกเขาหัวเสียไปกับการทำงานของคนของเขามากที่ไม่ทำอะไรให้รอบคอบ ไม่มีแผนสำรอง ดังนั้นเขาจึงใช้อารมณ์ไปกับการกดดันพวกลูกน้องให้รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ
แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่เ้าตัวเล็กของเขาได้ทำ เขาก็ได้แต่โทษที่ตนเองมองอยู่ในมุมเดียว เหมือนกับที่ชอบคิดว่าปลายฝนนั้นกำลังอยู่ในวัยต่อต้าน ่นี้อาจจะทำให้ติดเพื่อนติดแฟนแล้วก็ต่อต้านครอบครัว ทั้งๆที่ในความเป็จริงแล้วเด็กน้อยของเขานั้นกำลังทำเพื่อเขา ต้องทรมานเพื่อเขาอยู่แท้ๆ
เมื่อจัดการสั่งงานกับเชษเพื่อให้ส่งเมล์ไปแจ้งเหล่าผู้จัดการเพื่อให้เตรียมเข้าประชุมในตอนเช้าของอีกวัน เขาก็นั่งจัดเตรียมพรีเซนต์งานให้ลูกค้าแทน แม้ว่าจะใช้ให้เหล่าผู้จัดการทำมันอย่างเร่งรีบก็ได้ แต่เขาก็ไม่้าเป็หัวหน้าที่ใช้งานลูกน้องกระทั่งเวลาเลิกงานหรอกนะ
ต้นหนาวจัดทำมันด้วยตนเอง เขาใส่รายละเอียดขึ้นมา พรุ่งนี้เช้าจะลองเสนอให้พวกทีมงานของเขารับฟังก่อนในที่ประชุม หลังจากนั้นก็ไปหารือกันในบอร์ดแล้วค่อยส่งข้อเสนอถึงลูกค้า ด้วยวิธีการนี้จะทำให้พวกเขาแก้ปัญหานี้ไปได้ ต่อให้กรมศุลกากรจะปล่อยของในอีก 10 วันข้างหน้าก็ไม่เป็อะไรที่ต้องกังวลอีก
หลังจากที่จัดการข้อมูลเสร็จและปิดหน้าจอโน้ตบุคของตนเอง เขาก็รู้สึกปวดเมื่อยที่ลำคอเล็กน้อย เชษที่อยู่กับเขาทั้งวันทั้งคืนมองมาอย่างเป็กังวล
“ประธานพักผ่อนก่อนเถอะครับ” เชษเอ่ยบอกคนเป็นายด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไม่เป็ไร ฉันบอกให้นายไปพักก่อนแล้วไม่ใช่หรอ” ต้นหนาวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ตอนที่เขาอยู่ในสมาธิทำงานนั้นไม่ได้มองไปรอบๆว่าเชษยังรอรับคำสั่งอยู่ ทั้งๆที่เขาก็บอกให้อีกฝ่ายกลับไปแล้วแท้ๆ
เชษยิ้มแหยๆ เขาไม่ได้มีภาระทางครอบครัวอะไรที่ต้องไปจัดการ นอกจากนี้นายของเขานั้นมีเงินมากกว่าตนเองตั้งเยอะก็ยังคิดทำงานไม่เลิก ตัวเขานั้นดูเหมือนจะติดนิสัยบ้างานจากนายไปเสียแล้ว ดังนั้นงานที่ได้รับมอบหมายมา เมื่อไปหาข้อมูลมาได้แล้วก็เลยรอที่จะรายงานข้อมูลให้ประธานรับรู้เลย
เพราะอย่างไรเื่นี้ก็เป็เื่ใหญ่จริงๆนั่นแหละ
“ผมยังได้อยู่ครับประธาน แต่ว่าเื่ของคุณชายรองที่ให้ไปสืบมา” เชษเหลือบมองสีหน้าของคนเป็ประธานที่มืดครึ้มลงในทันทีที่ได้ยินเื่ที่เขาให้คนไปสืบ
“ว่ามา”
“เอ่อ ดูเหมือนคุณชายรองจะคบกับผู้ชายที่ชื่อคีย์หลังจากที่เป็เพื่อนกับผู้หญิงที่ชื่ออิมแล้วจริงๆครับ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าอิมกับคีย์ สองคนนี้นั้นคบกันอยู่ลับๆ แต่เบื้องหน้าให้แสดงออกว่าเป็แฟนกับคุณชายรอง ดูเหมือนคุณชายรองก็น่าจะรู้เื่นี้ด้วยเช่นกันครับ เพียงแต่แค่ไม่ได้พูดออกมา เพราะมีหลายครั้งที่คุณชายรองไปเจอสองคนนั้นเดตกัน แต่คนขับรถบอกว่าคุณชายรองให้ขับผ่านไปเท่านั้น” ข้อมูลนี้ บางส่วนได้มาจากลุงกบที่ขับรถให้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่อย่างที่ชายวัยกลางคนคิดทั้งหมด ที่จริงแล้วปลายฝนเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันจริงๆ แต่ว่าอิมเคยบอกว่าคีย์มาปรึกษาตัวเองว่าปลายฝนชอบอะไร จะได้ซื้อมาเป็ของขวัญให้ ซึ่งมันก็มีของขวัญจากร้านที่เขาเคยเห็นอยู่ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นคนโง่อย่างปลายฝนจึงได้เชื่อเพื่อนรักและแฟนของตนเองอย่างไม่คิดสงสัยอะไร แถมเมื่อเจอก็แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอีก
นี่ต่างกันกับที่ลุงกบเข้าใจ หลังจากที่ลุงกบได้รู้เื่ว่าคุณชายรองของเขาร้องไห้ทำไม รวมกับเื่ราวต่างๆที่เขาเคยเจอ เขาก็เลยคิดเองเออเอง ให้บทสรุปที่สมเหตุสมผลกับตนเองเสียอย่างนั้นว่าแท้จริงแล้วคุณชายรองไม่ได้รักคนที่ชื่อคีย์ แต่เป็เพราะผู้หญิงคนนั้นบอกให้คบเพื่อที่จะได้ไม่ให้สังคมตราหน้าคุณชายใหญ่
คนแก่กลับมองว่านี่เป็ความเสียสละอย่างมากของคุณชายรอง ดังนั้นเขาจึงไม่มองหาเื่น่าสงสัยอื่นๆ แต่เอาความคิดที่เอนเอียงของตนเองมาตัดสิน
รวมกับคำพูดของเชษที่กลั่นมันออกมา นี่จึงดูเหมือนกับว่าปลายฝนแท้จริงแล้วไม่ได้เป็เด็กไม่ดีจริงๆั้แ่แรกแล้ว ทั้งหมดก็แค่การแสดงละครเพื่อให้สังคมเข้าใจว่าตัวเขานั้นมีคนรักอยู่ภายนอก ทั้งยังไม่ค่อยจะถูกกับพี่ชายของตนเองอีกด้วย
“ผู้หญิงคนนั้นมีจุดประสงค์อะไร”
“เอ่อ เื่นี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ด้วยว่าประธานเป็พี่ชายของคุณชายรอง เธอรู้ว่าคุณชายรองเป็เด็กกำพร้า และจึงใช้โอกาสนี้ในการกล่อมคุณชายรองให้เข้าใจอะไรผิดๆ แต่ว่าคนที่ไปสืบเื่ราวมาก็พบว่าผู้หญิงคนนี้มีคนรักอยู่ 3 คนนะครับ ทั้ง 3 คนนี้ไม่ได้คบแบบเปิดตัว เข้าใจว่าการที่ให้คุณชายรองคบกับคนรักของเธอนั้นก็เพื่อให้คนที่เหลือไม่สังเกตถึงความผิดปกติอะไร” เชษวิเคราะห์ต่อ
และมันเป็โชคดีที่อิมเป็ผู้หญิงแบบที่คบคนเผื่อเลือกจริงๆ หากว่าเธอเป็ผู้หญิงจริงใจั้แ่แรก ความสงสัยนี้ก็จะไม่ถูกโยนไปที่เธออย่างแน่นอน
หลังจากที่เชษพูดข้อมูลของตนเองจบ เขายังมีเอกสารเกี่ยวกับประวัติของอิมและคีย์ให้กับคนเป็ประธานอีกด้วย ไม่ว่าจะทางต้นตระกูลทำอะไร เป็ลูกหลานของใคร ประกอบอาชีพอะไร ทั้งหมดล้วนอยู่ในประวัติที่นักสืบของเขาได้หามาแล้ว
ปกติแล้วครอบครัวเล็กๆอย่างต้นตระกูลของอิมและคีย์นั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของตระกูลอธิบรักขณกุลเลย ทว่าเมื่อพวกเขากล้าที่จะมายุ่งกับคนสำคัญที่สุดในตระกูล พวกเขาก็ต้องรับผลหลังจากนี้เอาเอง
บรรยากาศเงียบๆบวกกับเสียงการพลิกหน้ากระดาษเป็จังหวะนั้นดูน่ากลัวอย่างมาก ใน่เวลาเที่ยงคืนกว่าๆเช่นนี้ยังทำให้อากาศดูหนาวเหน็บลงไปอีกมาก เชษไม่รู้ว่าตนเองคิดถูกหรือผิดที่ไม่ยอมไปพักผ่อนตามคำสั่งของคนเป็นายก่อนหน้านี้ ท้ายที่สุดเขาจึงได้แต่ยืนนับนิ้วของตนเองไปมาเพื่อรอคำสั่งต่อไป
เมื่อแฟ้มเอกสารปิดลง เป็อันว่าคนเป็นายได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงคำสั่งที่ต้องมอบให้ ปากหนาของคนเป็นายกำลังขยับ แต่กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน
คิ้วของต้นหนาวขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ เขาเหลือบมองดูเชษซึ่งเ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเป็ใครเหมือนกัน
“พี่ชาย ผมเข้าไปได้ไหมครับ” เสียงใสราวกับระฆังแก้วดังขึ้นที่หน้าประตู ทำเอาคนที่อารมณ์ขุ่นมัวในตอนแรกได้แต่เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว
เชษที่กำลังจะเดินไปดูว่าใครมาก็ชะงักไป เขาเหลือบมองคนเป็นายที่ลุกยืนขึ้นแล้วเดินนำหน้าเขาไปเปิดประตูด้วยตนเองราวกับถูกพายุพัดไป ความเร็วแบบนี้ทำให้เชษอยากจะหัวเราะออกมา แน่นอนว่าถ้าเขาไม่กลัวตายล่ะก็นะ....
“ยังไม่นอน?” คนเป็พี่เปิดประตูออกไป ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าของเขา
ปลายฝนนั้นอยู่ในชุดนอนสีเหลือง รูปนกที่มีผม 3 เส้น พร้อมกับแครอทสลับกันไป เด็กน้อยอยู่ในสภาพยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผมของเขามีชี้โด่ชี้เด่อยู่ข้างหลังทำให้ดูเหมือนกับเพิ่งตื่นนอนขึ้นมาใหม่ๆ ชุดที่สวมอยู่ดูเหมือนจะหลวมไปเล็กน้อยทำให้เผยไหปลาร้าเนียนขาวของเ้าตัวปรากฏต่อสายตาของเสือหนุ่มจนยากที่จะละสายตา ดวงตาปรือปนง่วงงุนแต่พยายามที่จะขยี้มันเพื่อที่จะมองคนเป็พี่ให้ชัดเจนนั่นยิ่งทำให้ดูน่ารักมากขึ้นไปอีก
ในความคิดของคนที่มอง ตอนที่ตนเองเพิ่งตื่นนอนนั้นดูไม่ได้เลย แต่ทำไมเด็กน้อยตรงหน้าของเขาจึงได้น่ารักน่ากอดขนาดนี้กัน
แน่นอนว่าคนที่เพิ่งตื่นนอนจะมีใครที่น่ารักน่ามองแบบนี้ได้ ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน บางส่วนที่ไม่น่ามองก็ยังไม่น่ามองทว่าตอนนี้อดีตราคาดังคนหนึ่งแค่อยากจะแสดงภาพที่งดงามออกมาหลังตื่นนอน มันไม่ใช่เื่ยากเลย เขาสามารถเซ็ตผมให้ดูดีและน่ารัก กระทั่งจัดองค์ประกอบต่างๆของร่างกายก็ทำให้มีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้นได้ง่ายๆ
คนยังกอดตุ๊กตาตัวใหญ่ของตนเองออกมาอีกด้วย มันทำให้ตัวของเขาดูเล็กลงและน่าทะนุถนอม ตอนที่ยกคางออกมาจากตุ๊กตาตัวใหญ่แล้วส่งสายตามองคนตรงหน้า ภาพนั้นทำให้หัวใจของคนอายุมากกว่าสั่นไหวอย่างรุนแรงเลย
“ผมนอนไปบ้างแล้ว แต่พี่ยังไม่ได้นอนเลยหรอครับ” ปลายฝนเอียงคอมองคนเป็พี่ สีหน้าของเขาแสดงออกว่าไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก
เชษชะงักไปเมื่อเห็นสายตาแบบนั้น เขาคิดกับตนเองว่า คนที่กล้าใช้สายตาแบบนี้กับประธานบริษัท เห็นทีจะมีแค่คุณชายรองเท่านั้นแล้ว ส่วนคนที่เหลืออาจจะถูกควักลูกตาออกมาแทนแล้ว
เขาเหลือบมองไปที่คนตัวโตซึ่งกำลังตกอยู่ในห้วงต้องมนต์สะกด สายตาของคนเป็นายที่ทอดมองไปยังคุณชายรองนั้นไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย เมื่อก่อนเขาก็รู้ว่าประธานของเขาคนนี้คิดไม่ซื่อกับน้องชายบุญธรรม แต่ก็ยังเห็นความพยายามที่จะปกปิดมันเอาไว้ ทว่าตอนนี้เขาไม่เห็นร่องรอยของความพยายามที่จะซ่อนมันเลย ยิ่งคุณชายรองทำตัวน่ารักน่าเอ็นดูมากกว่าเมื่อก่อน ประธานของเขาก็ยิ่งหลงใหล
ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าอยากจะภาวนาให้คุณชายรองเป็เด็กดีหรือเป็คนร้ายกาจเหมือนเดิม คิดไปคิดมาแล้วตอนเป็คนร้ายกาจ อย่างน้อยๆคุณชายรองก็ยังดูจะปลอดภัยกว่าตอนนี้
“พี่! ดึกแล้วนะครับ พี่ต้องไปนอนได้แล้ว” เมื่อเห็นต้นหนาวไม่ได้พูดอะไร ปลายฝนก็เอ่ยย้ำอีกคำด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดขึ้น ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความจริงจัง คิ้วขมวดเข้าหากัน ปากก็ยู่ลงอย่างไม่ชอบใจอีกด้วย
“อืม เดี๋ยวไป” ต้นหนาวรับคำเมื่อเห็นท่าทางจริงจังอย่างนี้ เขารู้สึกมีความสุขเหมือนกับอยู่ในฝัน
“ผมไม่เชื่อพี่ ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้ว พี่นอนดึกทุกวัน ครั้งก่อนพี่ก็เข้าโรงพยาบาลไปกลางดึกแล้วรอบหนึ่งไม่ใช่หรอ” คนทิ้งตุ๊กตาไปไว้ข้างๆ ถือแขนของมันด้วยมือเดียวทำให้ตุ๊กตาตัวใหญ่ลากไปกับพื้น ส่วนอีกมือหนึ่งของเขานั้นเท้าเอว ทำท่าทางเหมือนกับคนที่กำลังโกรธจัด
ต้นหนาวเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ครั้งก่อนหรือก็คือเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว เขาได้เข้าโรงพยาบาลเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอจริงๆ แต่ว่าเช้ามาเขาก็ไปทำงานเหมือนปกติ ตอนนั้นปลายฝนก็ไม่ได้รับรู้เื่นี้ด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาถึงได้พูดมันออกมาเหมือนกับรู้เื่นี้ดีกัน
“เธอรู้?” เห็นคนเป็พี่มองมาที่ตนเองด้วยความแปลกใจ ปลายฝนก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาหน้าซีดลงด้วยความใ
“ผะ ผมไม่ได้แอบรอดูพี่นอนทุกวันหรอกนะ ก็แค่....แค่วันนั้นทุกคนเสียงดังกันไปหมด ผมก็เลยตื่นขึ้นมาเท่านั้นเอง” คำพูดโกหกของคน แสดงออกเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยความลับว่าตนเองนั้นแอบรอคนเป็พี่เข้านอนในทุกๆวันนั้นล้วนแต่มีจุดไม่ตรงเยอะไปหมด
มันทำให้คำแก้ตัวนี้ถูกมองออกโดยง่ายว่าคนไม่ได้บังเอิญตื่นมาเจอ แต่รอเขาอยู่ทุกวัน
เริ่มจากคืนวันนั้นที่เขาหมดสติไป มันไม่ได้มีคนเยอะอยู่แล้วที่จะทำงานกับเขาถึงตีสามตีสี่ มีเพียงเชษที่นั่งหลับที่โซฟาในห้องทำงานเขาเผื่อว่าคนเป็นายจะเรียกใช้อะไร ดังนั้นตอนที่คนพาเขาไปหาหมอก็ย่อมต้องเร่งรีบที่จะพาไป ตอนนั้นจึงมีแค่คนขับรถกับเชษที่รู้เื่นี้
อีกข้อคือห้องนอนของคนเป็นายทั้งหมดย่อมต้องเก็บเสียงและปิดกั้นไม่ให้เสียงเข้ามาได้ มันเป็ไปไม่ได้เลยที่บอกว่าได้ยินเสียงโวยวายข้างนอกแล้วจึงได้รู้เื่
ทั้งหมดนี้ถูกมองออกว่าเป็คำโกหก!
“ปลายฝน...” คนอายุมากกว่ารู้สึกกังวล เขาทำเหมือนอยากจะดุอีกฝ่ายให้จำเอาไว้ ต่อไปจะได้รีบเข้านอน ถึงอย่างนั้นทั้งหมดที่ปลายฝนทำ ก็เป็การทำเพื่อเขาอีก ต้นหนาวไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือควรจะเข้มงวดกับเ้าตัวน้อยดี
“แต่ว่าพี่อย่ามาเปลี่ยนเื่ พี่ไม่เข้านอนอีกแล้ว” ปลายฝนชี้หน้าของคนตัวสูงกว่า แสร้งโมโหกลบเกลื่อน ดึงเอาวิธีที่เขาชอบหาเื่คนเป็พี่เมื่อก่อนมาใช้ ถ้าสู้ด้วยเหตุผลไม่ได้ก็แค่ใส่อารมณ์ให้โกรธจนมันเป็เื่ใหญ่โตไปเสีย
การทำเช่นนี้จะทำให้ทุกคนคิดว่าที่ผ่านๆมา ปลายฝนนั้นแสดงมันขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้สิ่งที่ชายหนุ่มทำนั้นคือการแสดงทั้งหมด เขาอาศัยสิ่งที่ตนเองรู้จากในอนาคตมาเล่นละครตบตาพี่ชายแสนดีของตนเอง เขาไม่้าให้ทุกคนยังมีเื่สงสัยในตัวของเขาอยู่ ดังนั้นตอนนี้จึงทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ กระทั่งตั้งนาฬิกาปลุกหลังจากนอนไปแล้ว 2 ชั่วโมงด้วย
เมื่อถูกน้องชายชี้หน้าดุตนเองเช่นนี้ ต้นหนาวกลับหัวเราะมันออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แมวน้อยตรงหน้าของเขานี้มันน่ารักน่าหยิกจริงๆนั่นแหละ
“กำลังจะไปนอนแล้ว”
“ผมไม่เชื่อพี่หรอก ต่อไปนี้....ตอนสี่ทุ่มพี่จะต้องเข้านอนพร้อมผม ถ้าพี่ยังไม่นอน ผมก็จะมากวนพี่ที่นี่แน่ๆ” ปลายฝนพูดขึ้นมาก่อนจะลากตุ๊กตาตัวโปรดเข้าห้องทำงานของพี่ชาย แย่งโซฟาตัวประจำของเชษแล้วทิ้งตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น เด็กน้อยยังนอนตะแคงยกขากอดตุ๊กตา แต่ใช้แขนของตัวเองหนุนหัวเพื่อที่จะได้มองไปยังโต๊ะทำงานของต้นหนาวได้สะดวกๆด้วย
“ทำอะไร ไปนอนที่ห้องดีๆ”
“ไม่ครับ ผมจะเข้านอนพร้อมพี่” ปลายฝนส่ายหน้าดิกจนผมของเขาสะบัดไปมา ต้นหนาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเจอเด็กดื้อเวอร์ชั่นนี้ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายรับมือได้ยากกว่าเด็กดื้อคนเดิมเสียอีก
…………………………………………..