ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 69 การลงทัณฑ์อันโหดร้ายทารุณในยุคสมัยโบราณ

            เซียวจิ่นเก็บงำท่าทีอบอุ่นอ่อนโยนซึ่งมีอยู่เสมอเมื่ออยู่ในตำหนักซวี่หยางเวลานี้บนร่างของเด็กน้อยกลับปรากฏความน่าเกรงขามของฮ่องเต้ออกมาสองส่วน“คงมิใช่แม้แต่ขันทีน้อยของเจิ้นก็เข้าตาเสด็จอาสาม?”

            สาม...เสด็จอา?

            หลินชิงเวยรู้สึกสับสนยุ่งเหยิง ได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ

            ชายหนุ่มคนนั้นเพียงแต่หัวเราะและปล่อยผ่านไปดูท่าแล้วไม่ได้เก็บคำพูดของเซียวจิ่นไปคิดอันใด“เซ่อเจิ้งอ๋องไม่ยินดีต้อนรับเสด็จฝ่าบาทมาที่นี่ ทว่ากระหม่อมยินดีต้อนรับพ่ะยะค่ะเชิญฝ่าบาทประทับนั่งพ่ะยะค่ะ”

            ในเมื่อมาแล้วไหนเลยจะมีเหตุผลที่จะล่าถอยกลับไป ต่อให้สีหน้าของเซียวเยี่ยนบึ้งตึงยิ่งกว่านี้หลินชิงเวยยังคงได้แต่เข็นเก้าอี้รถเข็นของเซียวจิ่นผ่านร่างของเขาและเดินตามการเชื้อเชิญของชายหนุ่มคนนั้นไปนั่งลงยังตำแหน่งที่เซียวเยี่ยนนั่งอยู่ก่อนที่นั่งของเซียวเยี่ยนจึงเลื่อนมาด้านข้าง หลินชิงเวยยืนอยู่ข้างหลังเซียวจิ่น ผู้ที่นั่งอยู่ด้านซ้ายมือคือเซียวเยี่ยนส่วนผู้ที่นั่งอยู่ด้านขวามือคือบุรุษคนนั้น

            เมื่อเทพองค์ใหญ่ทั้งสามองค์นั่งลงในตำแหน่งของตนบรรยากาศในยามนั้นเต็มไปด้วยพลังและบารมีอำนาจ ขุนนางอื่นๆ ได้แต่ชิดขอบอยู่ด้านข้าง

            เวลาค่อยๆ ล่วงเลยกระทั่งถึงเวลายามอู่สามเค่อ ทั้งลานประหารพลันบังเกิดบรรยากาศกดดันที่ไม่อาจบรรยายได้ชีวิตคนเป็นๆ มากมายอยู่บนลานประหาร ในที่สุดราวกับความอดทนอดกลั้นและความหวาดกลัวต่อความตายของพวกเขาได้สิ้นสุดลงบรรดาสตรีต่างพากันส่งเสียงร่ำไห้เสียงดัง

            เหล่าขุนนางที่ต้องการประจบประแจงด้วยเกรงจะเป็นการรบกวนฮ่องเต้จึงตบโต๊ะและตวาดลั่น “เงียบ!”

            แต่ใครบ้างเล่าที่จะไม่หวาดกลัวต่อความตาย? หลินชิงเวยลำพังแค่ยืนมองมือเพชฌฆาตที่แบกดาบเล่มใหญ่ไว้บนหลังท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยงวันที่ส่องให้คมดาบนั้นวาววับส่งให้บาดตาอยู่หลายส่วนนางพลันรู้สึกต้นคอของตนเย็นวาบเป็นพักๆ

            ในที่สุด ขุนนางที่อยู่ด้านข้างก็ลุกขึ้นกราบทูลว่า “ทูลฝ่าบาทเซ่อเจิ้งอ๋อง เซี่ยนอ๋อง ถึงเวลายามอู่สามเค่อแล้วพ่ะยะค่ะ ประหารได้แล้วพ่ะยะค่ะ”

            ชั่วขณะ บนลานประหารเกิดเสียงวุ่นวายขึ้น เด็กน้อยอายุไม่ถึงสิบขวดร้องไห้จ้าเรียกหาบิดามารดาน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังต่อโลกใบนี้

            การลงโทษอันโหดร้ายทารุณในยุคสมัยโบราณ เห็นแล้วหัวใจและลำคอ ดวงตาของหลินชิงเวยพลันรู้สึกเย็นเยียบ

            เซ่อเจิ้งอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงแยกแยะอารมณ์ไม่ออก“ถามคำสั่งเสียของเขา”

            ขุนนางถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ “นักโทษ กู้เทียนหลินเจ้ายังมีอะไรจะพูดหรือไม่?”

            ชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปีที่ก้มหน้ามาโดยตลอดค่อยๆ เงยหน้าขึ้นแม้ใบหน้านั้นจะอยู่ในสภาพสกปรกและน่าอเนจอนาถอย่างยิ่งหลินชิงเวยแทบจะมองใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจนทว่าแววตาของเขากลับทำให้หลินชิงเวยรู้สึกตื่นตระหนก

            นั่นมิใช่แววตาของผู้ที่หวาดกลัวต่อความตาย

            แต่เป็นความรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ชนิดหนึ่งความรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ต่อทุกคนในลานประหาร

            เขาเอ่ยออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “กระหม่อม ถูกปรักปรำพ่ะยะค่ะ”หลินชิงเวยคิ้วกระตุก พลันรู้สึกว่าแสงแดดในยามนี้แสบร้อนยิ่งนัก“กระหม่อมยินดีตายเพียงคนเดียว แต่ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับคนในครอบครัวกระหม่อมขอฝ่าบาทโปรดเมตตา ละเว้นโทษตายให้กับลูกหลานของกระหม่อมด้วยพ่ะยะค่ะ”

            ยามนั้นทั่วทั้งลานประหารมีเพียงความเงียบงันหลินชิงเวยมองมือที่เซียวจิ่นประคองเอาไว้ หลังมือของเขาเกร็งเส้นเลือดสีเขียวกำลังเต้นริกนั้นเปิดโปงว่าเขากำลังข่มกลั้น

            ในใจของหลินชิงเวยเต้นโครมคราม นางเห็นไม่ชัดเจนนัก นางไม่แน่ใจแต่เมื่อนางได้ยินกู้เทียนหลินกล่าวว่าเขาถูกปรักปรำ นางกลับรู้สึกได้ว่าเขาพูดความจริง

            มีเพียงการเข้าใกล้เขาเพื่อดูสีหน้าท่าทางบนใบหน้าของเขาจึงจะตัดสินใจได้อย่างแน่ใจว่าเขากำลังพูดเท็จหรือกำลังพูดความจริง

            ชีวิตคนมากมายเช่นนี้เพียงตวัดคมดาบลงมาเพียงครั้งเดียวย่อมไม่เหลืออะไร

            เวลานี้เซี่ยนอ๋องผู้นั่งอยู่ทางด้านขวาของเซียวจิ่นกลับหันหน้ามาเขามองสีหน้าของหลินชิงเวย แต่กลับอ่านไม่ออกถึงความหมายบนสีหน้าของนางและคิดว่านางหวาดกลัวจึงเอ่ยขึ้นอย่างหยอกล้อว่า“ขันทีน้อยคนนี้อาจจะไม่เคยเห็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้กระมังอีกประเดี๋ยวหากเจ้าหวาดกลัวละก็ จดจำไว้ว่าต้องหลับตาลง”

            หลินชิงเวยไม่ได้แยแสเขาแม้แต่น้อย เพียงกล่าวว่า “ฝ่าบาทเซ่อเจิ้งอ๋อง ให้หม่อมฉันขึ้นไปดูบนลานประหารสักครู่จะได้หรือไม่เพคะมีความเป็นได้ว่า...”

            เซียวเยี่ยนขัดจังหวะคำพูดของนาง น้ำเสียงนั้นราวกับสิ้นสุดความอดทน“มีความเป็นได้ว่าอะไร?”

            เวลานี้นางเป็นขันทีน้อยคนหนึ่งมีคุณสมบัติอันใดที่จะขึ้นไปดูบนลานประหาร?นางยังคิดว่าตนเองก่อเรื่องไม่มากพอหรือไรจำต้องออกมาปรากฏกายต่อหน้าสายตาของทุกคนเพื่อให้ผู้อื่นจดจำนางได้ใช่หรือไม่?

            ไม่รอให้หลินชิงเวยเอ่ยอะไรอีก เซียวเยี่ยนหยิบป้ายคำสั่งบนโต๊ะสะบัดแขนเสื้อโยนป้ายคำสั่งนั้นลงบนพื้นอย่างเย็นชา ขุนนางผู้ตัดสินขานขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า“ประหาร--”

            มือเพชฌฆาตหยิบป้ายนักโทษที่อยู่บนหลังของนักโทษทุกคนโดยพร้อมเพรียงกันจากนั้นถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือของตนครั้งหนึ่งแล้วถูมือไปมาด้วยใบหน้าอันดุดันพวกเขามองข้ามการวิงวอนขอความเมตตาด้วยเสียงร่ำไห้ของนักโทษสิ่งเหล่านี้สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา พวกเขาเงื้อดาบขึ้นสูงแสงแดดในยามเที่ยงตรงสาดส่องลงบนคมดาบ ราวกับกำลังให้พลังอันชอบธรรมแก่พวกเขาจากนั้นคมดาบตวัดลงมาหนักๆ...

            “ช้าก่อน...”

            ขวั่บ ขวั่บ

            เสียงนั้นราวกับการเล่นมายากลอย่างไรอย่างนั้น ดวงวิญญาณของแต่ละคนไม่มีใครได้เสียงร้องตะโกนของหลินชิงเวย เสียงของนางไร้ซึ่งน้ำหนักใดๆ

            ดังนั้นโลหิตที่ไหลนองลงบนลานประหารกลายเป็นแม่น้ำ ดวงตาทั้งคู่ของหลินชิงเวยเบิกโตนางมีดวงวิญญาณของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ชีวิตคนหนึ่งได้พบเห็นเรื่องราวๆต่างบนโลกนี้มาจนเคยชินแต่ไม่เคยได้พบเห็นสถานการณ์น่าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อนเด็ดขาด

            นางถูกทำให้ตื่นตระหนกตกใจ ตกใจจนพูดไม่ออก

            ศีรษะของคนแต่ละคน ถูกย้ายออกมาจากลำคอ โลหิตสดๆ ฉีดพ่นไหลย้อยลงมาบนพื้นมีดวงตาบางคู่ยังไม่ทันได้ปิดลง ตายตาไม่หลับ

            ชีวิตคนร้อยกว่าคน ดาบที่เงื้อขึ้นและตวัดลงมาศีรษะของพวกเขาถูกโยกย้าย ร่างกายนั้นล้มลงมาข้างหน้า ศพนอนขวางบนลานประหาร

            ดูเหมือนทุกคนที่อยู่ในลานประหารต่างถูกภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ตื่นตะหนกแม้กระทั่งเซี่ยนอ๋องก็หัวเราะไม่ออกอีก

            ในใจของหลินชิงเวยเกิดความรู้สึกหลากหลายประดังประเดถาโถมเข้าใส่แต่กลับหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ นี่เป็นการลงทัณฑ์อันโหดร้ายทารุณในยุคสมัยโบราณและนางในเวลานี้อยู่ในยุคสมัยนี้ ชีวิตเสมือนต้นหญ้า เพียงนางล่วงเกินอำนาจของราชวงศ์มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องมีจุดจบเช่นเดียวกับพวกเขา

            ต่อให้นางต่อต้านมากกว่านี้ ย่อมเป็นเช่นแขนที่ไม่อาจต้านทานต้นขาได้นอกเสียจากว่านางจะเป็นราชวงศ์ด้วยเช่นกัน

            ต่อมาหลินชิงเวยไม่รู้ว่าพวกเขาเก็บกวาดลานประหารอย่างไรนางตกอยู่ในสภาวะมึนงง เมื่อนางได้สติขึ้นมาอีกครั้งนางและเซียวจิ่นต่างเดินอยู่ระหว่างทางกลับตำหนักซวี่หยางมีเซียวเยี่ยนเดินมาพร้อมกันด้วย ระหว่างทางล้วนไม่มีการเอ่ยวาจาแม้สักประโยค

            หลินชิงเวยเพิ่งจะได้สติและรับรู้ว่าไม่ควรมาไม่ว่าเซียวจิ่นจะมีบัญชาอย่างไรต่อนาง นางล้วนไม่ควรมาเป็นเพราะเซียวเยี่ยนกังวลว่าเซียวจิ่นจะต้องมาเห็นภาพเช่นนี้ เขากำลังปกป้องเซียวจิ่นนาทีก่อนหน้านี้หลินชิงเวยรู้สึกว่าการปกป้องเซียวจิ่นของเขานั้นออกจะเกินเลยไปบ้างทว่าเวลานี้ดูแล้วไม่เกินเลยไปแม้สักกระผีก

            ภายในตำหนักซวี่หยางทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมดอกไม้ในฤดูวสันต์บานสะพรั่ง แสงแดดเจิดจ้า อากาศอบอุ่น

            นางกำนัลต่างกำลังทำงานมือเป็นระวิงจนถึงบัดนี้เซียวจิ่นยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารมื้อเที่ยง

            สีหน้าเซียวจิ่นซีดขาวมาตลอดทางมาถึงตำหนักซวี่หยางเขาทนไม่ไหวในที่สุด เอียงหน้าแล้วอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย

            ภาพเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดติดอยู่ในสมองของเขาไม่อาจลบทิ้งไปได้ทุกครั้งที่เขาย้อนคิดถึงก็ทำให้เขารู้สึกตกอยู่ในสภาพเวียนศีรษะราวกับอยู่พลิกคว่ำอยู่กลางทะเล

            เซียวจิ่นอาเจียนเสียสิ้นไส้สิ้นพุงโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังแม้กระทั่งน้ำย่อยในกระเพาะก็อาเจียนออกมาเส้นเลือดสีเขียวข้างขมับนูนขึ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะรับไหว

            ท้ายที่สุดแม้กระทั่งน้ำย่อยก็อาเจียนออกมาไม่ได้ ทว่าเขายังคงอาเจียนไม่หยุดอยู่นั่นเองเซียวเยี่ยนรีบอุ้มเขากลับไปนอนลงในตำหนักบรรทม หลินชิงเวยฝังเข็มให้เขาช่วยให้เขาสงบลง

            เซียวจิ่นพูดยิ้มๆ อย่างอ่อนแรง “เจิ้นไม่เป็นไร” หรือเขาไม่ควรไปเรื่องราวที่เขาซึ่งอยู่ในวัยนี้รับไม่ไหวยังมีอีกมากเซียวเยี่ยนหันมามองหน้าหลินชิงเวย สายตานั้นเคียดแค้นชิงชังยิ่งนักที่ไม่อาจหักนางเป็นสองท่อนได้เซียวจิ่นรีบกล่าวอีกว่า “เสด็จอา ท่านอย่าได้กล่าวโทษนางเป็นเจิ้นที่ดื้อดึงจะไปให้ได้”

             

    คล้ายกับเรื่องตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199