บทที่ 4 ขายหมดเกลี้ยง
หลี่เก๋อเฟยรีบทานอาหารกลางวันให้เสร็จ ก่อนจากกันก็ส่งจูบลาจิ่งเหวินและเซี่ยวเซี่ยว นางหยิบตะกร้าเล็ก ๆ ใส่ชาดทาปากเตรียมตัวจะเข้าไปในเมือง
แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู ซูจิ่งหยางก็ขวางทางนางไว้ “ข้าจะไปกับเ้าด้วย”
หลี่เก๋อเฟยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ คิดในใจว่าซูจิ่งหยางคงกังวลว่านางจะหลงทางอีกหรือไร
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ข้าไปเองได้” หลี่เก๋อเฟยตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่นางคิดว่าน่ารักที่สุด
แต่รอยยิ้มนี้ในสายตาของซูจิ่งหยางกลับดูตลกอย่างบอกไม่ถูก
นิ้วมือเรียวยาวที่เห็นข้อชัดเจนของเขาเอื้อมไปแตะลงบนใบหน้าของหลี่เก๋อเฟยอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วบีบเบา ๆ
ใบหน้าของหลี่เก๋อเฟยแดงก่ำขึ้นมาทันที นางยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สามีกำลังบีบหน้านาง นี่เขา… กำลังหยอกล้อนางอยู่หรือ?
ซูจิ่งหยางรีบชักมือกลับ พลันรู้สึกได้ถึงความร้อนจากใบหน้าของหลี่เก๋อเฟยแผ่ซ่านจากปลายนิ้วไปจนถึงแก้มของเขา
เขารีบกระแอมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย “ใบหน้าของเ้ามีเนื้อเยอะอย่างที่ข้าคิดไว้จริง ๆ”
ได้ยินดังนั้น หลี่เก๋อเฟยก็ส่งเสียง “หึ” ออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ นางเพิ่งจะจินตนาการถึงฉากโรแมนติกในซีรีส์เกาหลีอยู่เลย
แต่ไม่นึกเลยว่าในสายตาของ ‘พระเอกซีรีส์เกาหลี’ นางจะเป็แค่ก้อนเนื้อ!
“ข้าไปเองได้ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง...”
หลี่เก๋อเฟยยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นซูจิ่งหยางหยิบหนังสือสองเล่มออกมาจากแขนเสื้อ
“ข้าจะแวะไปส่งหนังสือที่คัดลอกเสร็จแล้ว จะได้แลกเงินมาซื้อข้าวและแป้ง”
หลี่เก๋อเฟยไม่อยากพูดอะไรแล้ว นางแค่คิดไปเองจริง ๆ ด้วย เขาไม่ได้เป็ห่วงนางเลยสักนิด แค่ผ่านทางเท่านั้นเอง!
ซูจิ่งหยางมองหลี่เก๋อเฟยที่ทำหน้าบูดบึ้ง รอยยิ้มก็ปรากฏที่หางตาและมุมปาก เขากระแอมเพื่อกลบเกลื่อนน้ำเสียงที่ดูขบขัน “ไปกันเถอะ”
เดินมาเป็เวลากว่าหนึ่งชั่วยาม ทั้งสองจึงมาถึงตลาด
ซูจิ่งหยางและหลี่เก๋อเฟยแยกย้ายกันไป โดยตกลงนัดพบกันที่ทางเข้าตลาดหลังจากเสร็จธุระ
“เถ้าแก่เหลียง ข้าคัดลอกหนังสือมาได้สองเล่ม วันนี้จึงนำมาส่งท่านก่อน” ซูจิ่งหยางหยิบหนังสือสองเล่มออกมาจากแขนเสื้อ
เถ้าแก่เหลียงรับหนังสือมา ยื่นเงินสามสิบเหวินให้ซูจิ่งหยาง
“ปกติเ้ามาห้าวันครั้ง แต่ละครั้งนำหนังสือมาห้าเล่มมิใช่หรือ? วันนี้เป็อะไรไป”
ซูจิ่งหยางหยิบห่อลูกกวาดงานมงคลยื่นให้
“ภรรยาข้ามาขายของที่ตลาด ข้าจึงมาเป็เพื่อนนาง”
ได้ยินดังนั้น เถ้าแก่เหลียงก็ใอย่างมาก
ซูจิ่งหยางผู้นี้ขึ้นชื่อในเื่ไม่สนใจสตรี ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตอนที่เขาเพิ่งสอบจอหงวน*[1] ได้ใหม่ ๆ ไม่รู้ว่ามีตระกูลมั่งคั่งใหญ่โตกี่ตระกลูที่แย่งกันส่งบุตรสาวมาแต่งงานกับเขา
แต่ซูจิ่งหยางไม่ยอมรับปากเลยสักคน ตอนนี้กลับแต่งงานเงียบ ๆ ไปเสียแล้ว?
ดูท่าคู่สามีภรรยานี้คงรักใคร่กลมเกลียวกันดีทีเดียว!
“ยินดีด้วย ยินดีด้วย น่าเสียดาย ข้ายังคิดอยู่เลยว่าอีกสองเดือนลูกสาวข้าจะอายุครบสิบห้าปี อยากให้เ้าได้พบหน้านางสักครั้ง”
ซูจิ่งหยางส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม เขาพูดคุยกับเถ้าแก่เหลียงอีกสองสามประโยคก็รีบจากไป
หลี่เก๋อเฟยเลือกจุดที่มีผู้คนพลุกพล่านในตลาด มือกำชาดทาปากไว้สองสามแท่ง แล้วะโขายเสียงดัง
“เข้ามาชม เข้ามาดูกันเลยจ้า ลิปรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากลิปมันทั่วไป! ราคาเพียงสิบห้าเหวินเท่านั้น!”
“สีแดง สีส้ม สีชมพูกุหลาบ สีถั่วแดง สีอิงเถา แบบด้าน แบบประกายมุก ต้องมีสักแบบที่เหมาะกับทุกท่าน!”
เสียงะโขายของหลี่เก๋อเฟยดึงดูดสตรีในวัยต่าง ๆ มาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่ารอบตัวนางถูกล้อมอย่างแน่นขนัด หลี่เก๋อเฟยจึงหยิบลิปห้าแท่งออกมาทาให้ดูทีละแท่ง
ราคาพอ ๆ กับลิปมันทั่วไป แต่มีสีให้เลือกหลากหลายกว่า แบบนี้ใครจะอดใจไหว!
ไม่นานลิปของหลี่เก๋อเฟยก็ขายหมดเกลี้ยง หลายคนที่แย่งซื้อไม่ทันต่างก็มาจองกับหลี่เก๋อเฟยโดยตรง บอกให้นางขายให้พวกนางก่อนในวันพรุ่งนี้
สุดท้าย แม้แต่ลิปห้าแท่งที่ใช้เป็ตัวทดลองสีก็ถูกซื้อไปด้วย หลี่เก๋อเฟยประสบความสำเร็จในการกอบโกยเงินก้อนแรกอย่างเต็มเปี่ยม สี่ร้อยห้าสิบเหวิน!
[ติ๊งต่อง ขอแสดงความยินดีกับนายหญิงเ้าค่ะ ที่ใช้ปัญญาอันชาญฉลาด ไม่จำกัดตัวเองอยู่กับส่วนผสมที่แลกเปลี่ยนมาจากระบบ แต่ใช้ไม้ไผ่ทำเป็แท่งสำหรับชาดทาปาก น่ายกย่องอย่างยิ่ง จึงขอมอบรางวัลพิเศษเป็คะแนน 10 แต้มเ้าค่ะ!”
[การใช้ปัญญาของตนเองสร้างความร่ำรวยให้มากขึ้น ระบบจะเริ่มกลไกการให้รางวัล เร่งให้ท่านบรรลุเป้าหมายคะแนน 500 แต้มภายในหนึ่งเดือนเ้าค่ะ!]
เสียงระบบที่ดังขึ้นในสมอง ทำให้อารมณ์ดีใจของหลี่เก๋อเฟยพุ่งสูงขึ้นไปอีก แต่นางกลับแกล้งทำท่าทางเศร้าสร้อย เดินคอตกไปที่ทางเข้าตลาด
ไกลออกไป ซูจิ่งหยางเห็นหลี่เก๋อเฟยทำหน้าตาเศร้าหมองมาแต่ไกล
“ขายไม่ออกก็ไม่เป็ไร ข้าว่าเ้าทำออกมาสวยดี เก็บไว้ทาเองก็ได้”
ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มปลอบใจข้างหูตน อารมณ์ของหลี่เก๋อเฟยยิ่งดีขึ้นไปอีก
“แปลกใจน่ะสิ!”
หลี่เก๋อเฟยยิ้มกว้าง ยัดถุงเงินหนักอึ้งใส่มือซูจิ่งหยาง
“ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะใช้เงินสี่ร้อยห้าสิบเหวินนี้อย่างไรดี!”
มองท่าทางตลกของหลี่เก๋อเฟย ซูจิ่งหยางก็อดไม่ได้ที่จะเอามือลูบหัวนาง เขายังเป็ห่วงนางอยู่เลย
“เมื่อครู่ท่านเพิ่งปลอบใจข้า เพราะเป็ห่วงข้าใช่หรือไม่?” หลี่เก๋อเฟยถามยิ้ม ๆ
ซูจิ่งหยางเหลือบมองนางแวบหนึ่ง แทบจะเขียนคำว่าเฉยชาลงบนใบหน้าแล้ว
“ไม่ใช่ ข้าแค่กลัวเ้าจะเสียใจ หากร้องไห้ระหว่างทางจะยุ่งยากเอา”
“อ๋อ” หลี่เก๋อเฟยทำหน้าทะเล้นใส่ซูจิ่งหยาง แล้วคว้าถุงเงินกลับคืนมา
“ข้าี้เีจะเถียงกับท่านแล้ว วันนี้ข้าได้เงินมามาก จะซื้อเนื้อสักสองสามชั่ง กินให้อิ่มไปเลย!”
[คำเตือนเื่น้ำหนัก ก่อนที่น้ำหนักจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์มากเกินไป!]
เสียงติ๊ด ๆ ที่แหลมจนแสบแก้วหู ทำให้หลี่เก๋อเฟยปวดหัว
‘รู้แล้ว หุบปากเถอะ ข้าจะกินให้น้อยลง!’
หลังจากที่หลี่เก๋อเฟยะโประโยคนี้ออกไป นางก็รู้สึกว่าความอยากอาหารลดลงไปไม่น้อย
เกือบจะถูกความดีใจครอบงำจนลืมไปว่าตอนนี้นางอ้วน!
ทั้งสองเดินเที่ยวในตลาด ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงแผงขายเนื้อหมู ก็มีหญิงสาวสองคนที่แต่งกายงดงามมาขวางทางหลี่เก๋อเฟยไว้
“แม่นาง ข้าเป็คนของร้านเครื่องสำอางสวิ่นฟาง นายหญิงของร้านอยากเชิญแม่นางไปนั่งที่ร้านสักครู่”
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เก๋อเฟยจึงเดาว่านายหญิงคนนั้นคงจะเห็นชาดทาปากของนาง แล้วอยากจะร่วมทำธุรกิจกับนางหรือ?
หากสามารถร่วมทำธุรกิจกับร้านเครื่องสำอาง ย่อมดีกว่าที่นางต้องมาลำบากยืนะโขายในตลาดแบบนี้ ทั้งได้กำไรเยอะกว่า ทั้งเหนื่อยน้อยกว่า!
คิดได้ดังนี้ หลี่เก๋อเฟยจึงพยักหน้ารับคำโดยไม่ลังเล
“ได้ ข้าจะไปพบสักครู่ ท่านนี้คือสามีของข้า ไปด้วยกันได้หรือไม่?” หลี่เก๋อเฟยพูดพลางดึงมือของซูจิ่งหยางด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวทั้งสองเพิ่งสังเกตเห็นว่าด้านหลังของหลี่เก๋อเฟยมีชายหนุ่มรูปงามราวกับเทพเซียนยืนอยู่ ชั่วขณะหนึ่งต่างก็มองตาค้าง ไฉนชายที่สง่างามเช่นนี้ ถึงได้มีภรรยาที่ไร้รูปโฉมเช่นนี้เล่า!
“ย่อมได้เ้าค่ะ” หญิงสาวที่เป็ผู้นำยิ้มตอบ
เดินผ่านไปสองถนนก็ถึงร้านขายเครื่องสำอางสวิ่นฟาง ร้านนี้ตกแต่งอย่างหรูหรา ผู้ที่เข้าออกล้วนแต่เป็สตรีที่สวมใส่ผ้าไหมเนื้อดีและผ้าต่วน
หลี่เก๋อเฟยจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ไม่รู้สึกเลยว่าชุดผ้าป่านหยาบ ๆ ของนางดูแปลกแยกผิดจากคนอื่น ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในร้านอย่างเชื่องช้า
“แม่นาง ข้าคือนายหญิงหลิ่ว เ้าของร้านเครื่องสำอางสวิ่นฟาง ไม่ทราบว่าแม่นางนามสกุลอะไรหรือ?”
เพียงก้าวข้ามธรณีประตู ก็เห็นสตรีอายุราวสามสิบปีกว่า ๆ แต่งกายประณีตเดินเข้ามาต้อนรับ
หลี่เก๋อเฟยยิ้มกล่าวอย่างไม่ตื่นเต้น “ข้านามสกุลหลี่ ท่านนี้คือสามีของข้า”
[1] จอหงวน เป็การสอบคัดเลือกคนเข้ารับราชการของจีนในสมัยโบราณ