ในห้องนอนขนาดใหญ่มีเตียงขนาดคิงไซซ์ตั้งอยู่กลางห้องพร้อมหมอนหนุนนุ่มนิ่มจำนวนมาก
ด้านหนึ่งของห้องคือคอนโดแมว พร้อมทั้งเหล่าอุปกรณ์ของเล่นแมวทั้งหลายที่พี่เจซื้อมาบรรณาการเ้านายโมชินั่นเอง
ดรีมยังไม่ง่วงนอน ยังอยากเล่นกับโมชิอีกสักพัก
เขาหยิบลูกบอลและตุ๊กตาหมูน้อยมาล่อเ้าเหมียวจอมซน แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้เ้าแมวส้มหน้าตึงเมินเฉยไม่แยแสของเล่นเลยแม้แต่น้อย
หลังจากเล่นกันอยู่นานสองนานสุดท้ายเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจอุ้มเ้าเหมียวขนปุยมานั่งตักเกาคางสบายใจเฉิบซึ่งโมชิดูจะให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ไม่ดิ้นไม่ร้องงอแงเลย
แชะ แชะ
เสียงซัตเตอร์สมาร์ตโฟนของหนุ่มลูกครึ่งดังขึ้นเป็ระยะเจจับภาพเด็กหนุ่มในชุดนอนของเขาขณะกำลังอุ้มโมชินั่งบนตักด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขได้อย่างพอดิบพอดี
ดรีมรู้ตัวว่ากำลังถูกถ่ายรูปก็ส่งยิ้มหวานพร้อมโพสต์ท่าคู่กันกับเ้าแมวส้มจอมอ้วนเสียเลยใบหน้าบูดบึ้งของโมชิช่างดูตรงข้ามกับใบหน้ายิ้มแป้นแล้นของคนอุ้มราวฟ้ากับเหว
“ไหนดูหน่อยสิฮะ” เด็กหนุ่มซบใบหน้ากับไหล่หนาระหว่างขอชายหนุ่มเ้าของห้องเลื่อนดูรูปที่เพิ่งถ่ายไป
“ดูซิใคร ทำไมทำตัวน่ารักอย่างนี้” ร่างสูงหันไปหอมแก้มใสอีกฟอด
หลังจากโดนเ้าของห้องขโมยหอมมานับครั้งไม่ถ้วนั้แ่ก้าวเข้ามายังคอนโดนี้เด็กหนุ่มเริ่มเคยชินกับนิสัยสกินชิพของอีกฝ่ายบ้างแล้ว จนกำแพงแห่งความเขินอายค่อยๆพังทลายลง บางครั้งดรีมก็เป็ฝ่ายหันแก้มตนเองให้อีกฝ่ายหอมเสียเอง
“หน้าผมตลกจังเลย ฮ่าฮ่า” เสียงใสหัวเราะร่า
“ถ่ายกับโมชิแล้ว ไม่ถ่ายกับเ้าของโมชิบ้างเหรอครับ” เสียงทุ้มออดอ้อน
“เอาสิฮะ ผมเองก็อยากมีรูปคู่กับพี่เจบ้างเหมือนกัน!” เด็กหนุ่มนักศึกษากระดี๊กระด๊าทำเอาชายหนุ่มในวัยสามสิบพลอยรู้สึกกระปรี้กระเปร่าสดชื่นตามไปด้วย
ทั้งสองถ่ายรูปคู่กันจำนวนมาก ดรีมดึงโมชิเข้ามาร่วมเฟรมแต่เหมือนเ้าแมวสก็อตทิชจะไม่ยอมเล่นด้วยเสียแล้ว
“ม๊าววว!”
เ้าเหมียวผละตัวออกจากเด็กหนุ่ม ะโหนีขึ้นคอนโดแมวของตนเองอย่างว่องไว
“อ้าว โมชิไม่อยากถ่ายรูปแล้วเหรอ” ดรีมรู้สึกเสียดายเป็ที่สุด
“โมชิไม่เป็ไรหรอกครับ เขาติดที่นอนน่ะ แล้วก็คงไม่อยากรบกวนเวลาสวีทของพ่อเขามากกว่า”
คราวนี้พี่เจหอมแก้มใสพร้อมถ่ายรูปเก็บไว้เป็ที่ระลึกขณะที่ดรีมเผลอเป็การสแน๊ปทีเผลอของแท้
แต่ปรากฏว่าภาพหอมแก้มนั้นช่างดูละมุนละไมน่ารักจนกลายเป็ภาพโปรดของเด็กหนุ่มไปซะงั้น
“ผมตั้งเป็รูปวอลล์เปเปอร์ดีกว่าเวลาเปิดมือถือจะได้เห็นหน้าพี่เจเหมือนได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาไงฮะ”
“เอาสิครับ พี่เองก็จะใช้รูปนี้เป็วอลล์เปเปอร์มือถือเหมือนกัน”
“พวกเราใจตรงกันเลยเนอะ”
“ครับ พี่รักดรีมนะครับ”
“...ฮะ ผมเองก็...” เสียงหวานกระซิบ “รักพี่เจนะฮะ”
“อะไรนะครับ พี่หูไม่ดีไม่ค่อยได้ยินเลยครับ”หนุ่มลูกครึ่งเอาหูเข้าไปใกล้ๆ แหย่หนุ่มน้อยหน้ามน
“...ก็บอกว่ารักพี่เจไงฮะ...”
“ไม่ได้ยินเลยครับ สัญญาณไม่ดีเลย ไหนพูดอีกทีซิ” เสียงทุ้มกระเซ้าเย้าแหย่
“รัก! พี่เจ! นะ! ฮะ!”
คราวนี้ดรีมะโเสียงดังเต็มกกหูจนเ้าของห้องสะดุ้งโหยงถอยหนี
“ใหมด! ความรักของดรีมรุนแรงจนพี่ปวดหูแล้วเนี่ย”นิ้วหนาแคะหูตัวเอง เช็กว่าหูยังได้ยินเสียงปกติดีหรือไม่
“ฮะฮะฮะ ก็พี่เจชอบแกล้งผมดีนัก” ใบหน้าหวานยิ้มทะเล้น
ตึ๊ง
เสียงข้อความไลน์ดังขึ้นก่อนที่รูปถ่ายคู่ดรีมกับโมชิจะถูกส่งมาจากแชทของเพื่อนนักบาสฯ
“...พี่เจส่งรูปให้ไอ้เต้มันเหรอฮะ” เด็กหนุ่มถามเสียงเรียบ
“ครับ เต้กังวลมากเลยนะ ไลน์ถามพี่ตลอดเลยว่าเราโอเครึเปล่า พี่บอกไปแล้วล่ะว่าอยู่คอนโดพี่ให้เต้สบายใจได้”
“แย่ละสิ... เ้านั่นไม่เข้าใจสูตรแคลคูลัสเลยจะอ่านหนังสือรู้เื่ได้ยังไงละเนี่ย...” เสียงหวานแสดงถึงความเป็ห่วงเป็ใยแม้นจะโกรธแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจมองข้ามปัญหาการสอบของเพื่อนไปได้
“เป็ห่วงก็ไปหาสิครับ คุยกันดีๆ เพื่อนแท้น่ะตัดกันไม่ขาดหรอก”
“ฮะ แต่ว่าไอ้เต้มันเป็คนพูดเองว่าให้ห่างกันพวกเราคงไม่สนิทเหมือนเมื่อก่อน คงกลับไปเป็เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วล่ะฮะ...” หน้ามนจ๋อยลง
“พี่ไม่รู้หรอกนะว่าระหว่างเรากับเต้เกิดเื่อะไรขึ้น แต่พี่เล่าเื่ของพี่สมัยมหาลัยให้ฟังดีกว่าจำไอ้เชษฐ์ได้ใช่มั้ยที่เป็เ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราเจอกันครั้งแรก...นั่นก็เพื่อนมหาลัยของพี่เหมือนกัน เริ่มต้นจากการเป็คู่อริต่างคณะเคยชกต่อยกันต่างคนแอดมิดโรงพยาบาลทั้งคู่ มีเื่ขึ้นโรงขึ้นศาลถึงขั้นไม่เผาผีกันมาแล้ว...แต่ไปๆ มาๆ พอได้ลองจับเข่าคุยกันก็พบว่าเป็คนจริงใจนิสัยดีมากคนหนึ่งเลยล่ะถ้าวันนั้นพี่เอาแต่ถือมานะทิฐิก็คงไม่ได้เพื่อนแท้อย่างเชษฐ์ที่คบกันมาจนถึงทุกวันนี้หรอก”
“โห เพิ่งรู้ว่าสมัยก่อนพี่เจกับพี่เชษฐ์ก็เอาเื่เหมือนกันนะฮะ”เด็กหนุ่มกล่าว คนเราดูกันที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
“เื่สมัยก่อนนานมาแล้วครับ พี่เองก็เคยใจร้อนพี่เห็นเรากับเต้ทะเลาะกันถึงพอจะเข้าใจไง”
“แต่พวกเราทะเลาะกันเื่งี่เง่ามากเลยฮะผมยังไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับมันยังไงดี...”
“อย่างน้อยก็เริ่มจากพิมพ์ไลน์บอกเต้ว่า ‘ขอเวลาอยู่กับตัวเองให้เย็นลงสักพักเดี๋ยวจะกลับไปติวสอบให้แน่ๆ’ ดีมั้ย?”ผู้าุโกว่าเสนอ
แขกผู้มาเยือนตัวน้อยครุ่นคิดพิจารณาก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยดรีมพิมพ์บอกเพื่อนซี้ตามที่ได้รับคำแนะนำมา
สักพักเสียงไลน์ดังขึ้น พร้อมข้อความตอบกลับของไอ้เต้
“กูขอโทษถ้าพูดอะไรผิดไป กูไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะมึงก็พักอยู่กับพี่เจไปก่อนจนกว่าจะสบายใจนั่นแหละจะรอมึงมาติวหนังสือให้นะไอ้ฝันเฟื่อง” เสียงหวานอ่านข้อความแชทจากเพื่อนซี้
“เต้ก็พูดดีนี่ครับ” พี่เจกล่าว
“...ปกติเป็คนใจร้อน ปากเสียขนาดนั้นแท้ๆพูดขอโทษก็เป็นี่นาไอ้บ้าเต้” ร่างบางบ่นอุบ น้ำเสียงอ่อนลงในที่สุด
“เพราะเป็ดรีมหรอกครับ เพราะดรีมเป็เพื่อนคนสำคัญยังไงล่ะเต้ถึงกระวนกระวายใจยอมอ่อนข้อให้... ดรีมลองอ่านแชทที่เต้ส่งไลน์มาหาพี่สิแล้วเราจะเข้าใจอะไรมากขึ้น”
ดรีมรับสมาร์ตโฟนของหนุ่มนักธุรกิจมาอ่านอย่างสนใจใคร่รู้ดวงตากลมโตนั้นเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
นับั้แ่ดรีมรุดออกจากหอพักของเพื่อน ไอ้เต้ก็โทรหาพี่เจแทบจะทันที พิมพ์ถามความเป็ไปของเขามาตลอดทั้งคืนั้แ่ถามว่าดรีมอยู่ที่ไหนแล้วครับ ดรีมยังร้องไห้อยู่มั้ย ดรีมปลอดภัยรึเปล่าดรีมอาบน้ำกินข้าวรึยังและคำถามอีกมากมายสารพัดเกินยี่สิบข้อความที่พิมพ์ส่งมาทุกสิบห้านาทีด้วยความห่วงใย
เด็กหนุ่มพอจะจินตนาการภาพเพื่อนซี้ที่เดินงุ่นง่านวกไปวนมาเพียงลำพังในห้องออกพอมีเื่กลัดกลุ้มกังวลใจไอ้เต้มักจะทำนิสัยเช่นนี้ประจำ ท่าทางพิมพ์ไลน์มาคงเดินพล่านเป็หนูติดจั่นอยู่ในห้องเป็แน่
พี่เจพิมพ์ตอบตลอดว่าดรีมมาถึงคอนโดเขาอย่างปลอดภัยแล้วทว่าไอ้เต้ก็ยังไม่วางใจส่งคำถามกลับมารัวๆจนชายหนุ่มลูกครึ่งส่งรูปดรีมเล่นกับโมชิด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไปให้การยิงคำถามมาราธอนของเต้จึงยุติลง
ข้อความสุดท้ายที่ส่งมาก่อนจะเงียบไปคือ “ขอบคุณมากครับพี่ฝากดูแลมันด้วยครับ”เด็กหนุ่มผิวเข้มเห็นรูปเพื่อนยิ้มได้คงจะสบายใจโล่งอกแล้วกระมัง
“...ไอ้บ้านั่นไม่ยักกะเคยเรียกชื่อเล่นผมด้วยซ้ำ เรียก’ดรีม’ดีๆ สักครั้งก็ไม่เคยกวนประสาทผมอยู่ได้...” เด็กหนุ่มงอนปากจู๋
อดน้อยใจที่เพื่อนซี้ไม่ยอมเรียกชื่อเขาต่อหน้าแม้แต่สักหนเดียวทีพิมพ์หาพี่เจละยอมเรียก’ดรีม’ แต่เวลาอยู่ด้วยกันละเรียกแต่ ’ไอ้ฝันเฟื่อง’ยิ่งรู้ว่าเขาไม่ชอบก็ยิ่งเรียก ชอบกวนประสาทอยู่ตลอด...
“ถึงอย่างนั้นเต้ก็เป็เพื่อนที่ดีนะ ดรีมว่ามั้ย?” ชายหนุ่มลูกครึ่งถาม
“ฮะ... มันเป็เพื่อนที่ดีที่สุดที่ผมเคยมีเลยฮะ”
“เขาเป็ห่วงดรีมขนาดไหนลองคิดดูสิ ไลน์ถามพี่อยู่ตลอดเวลาเลย”
“ผมไม่เคยเห็นมันในด้านนี้มาก่อนเลยฮะไม่ยักกะรู้ว่ามันมีเวอร์ชันเป็ห่วงเป็ใยคนอื่นเขาด้วย”
“มันเป็วิธีการแสดงออกความรักเพื่อนในแบบของเต้เขาน่ะ ไว้พอดรีมอยู่กับตัวเองสักพักก็ลองเปิดใจให้ตัวเองกลับไปคุยกับเต้ดีๆ เถอะนะ พี่ว่าคนที่แคร์เราถึงขนาดนี้ไม่ได้มีเยอะนักหรอก”
พี่เจพูดในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่กว่า
“ฮะ... ผมชักจะเริ่มใจอ่อนแล้วสิ” เสียงหวานกล่าว พอเห็นข้อความแชทที่เพื่อนซี้พิมพ์หาร่างสูงเท่านั้นใจเขาก็อ่อนยวบเหลวเป๋วลงทันทีทันใด ความโกรธเคืองค่อยๆ จางมลายหายไป
“ค่อยเป็ค่อยไปเถอะครับ หายโกรธค่อยกลับไปก็ได้ส่วนคืนนี้ห้าทุ่มแล้วเราเข้านอนกันดีกว่า”
“ดีเหมือนกันฮะ พี่เจ” เด็กหนุ่มเห็นดีด้วย
เ้าของห้องตรวจดูสภาพที่นอนของสัตว์เลี้ยงแสนรัก จึงห่มผ้าให้น้องดรีมสุดที่รัก
สวิตช์ไฟถูกปิดลงจนความมืดมิดเข้าครอบคลุมทั่วห้องนอนมืดสนิทถึงขั้นที่ว่าดรีมมองไม่เห็นกระทั่งมือตัวเองตรงหน้า
รู้ตัวอีกทีเด็กหนุ่มก็ถูกหอมแก้มเข้าอีกแล้วพร้อมกับวงแขนแกร่งที่โอบกอดเขาไว้แน่นหนุ่มน้อยหัวเราะคิกคักซุกใบหน้าของตนเข้ากับแผ่นอกกว้างท่ามกลางความมืดนั้นอย่างปลอดโปร่งสบายใจ
เด็กหนุ่มผล็อยหลับไปขณะหนุนแขนของหนุ่มลูกครึ่งตลอดคืนเสียงหายใจสอดประสานรับกันเป็จังหวะ
อ้อมกอดของพี่เจ ให้ความรู้สึกสงบเป็สุขใจเหลือเกิน
ฟู่ ฟู่ ฟู่
เสียงไดร์เป่าผมดังจากภายนอกห้องนอนปลุกร่างบางให้ตื่นจากภวังค์นิทราอันอบอุ่นนุ่มสบาย
ดวงตาใสกะพริบถี่ ปรับสายตาเข้ากับแสงสว่างที่ลอดผ่านบานประตูห้องเข้ามาเพียงเล็กน้อย
ดรีมขยี้ตาปรือพร้อมบิดี้เีไปมา เขาทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งกับเตียงนอนอันอบอุ่นนุ่มนิ่มฟูกคุณภาพสูงที่เด็กหนุ่มนอนอยู่นี้ัักำลังดีนอนเพลิน ไม่เหมือนฟูกแข็งเป้กที่หอทำเขาปวดหลังประจำพอได้มีโอกาสยืดเส้นพักผ่อนร่างกายสบายๆ เด็กหนุ่มก็ชักจะอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอย่างนี้อีกนานเท่านาน
หากแต่อีกใจก็อยากรู้ว่าชายหนุ่มสุดหล่อที่หายตัวไปจากห้องนอนกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ดรีมอยากพักผ่อนต่อก็จริงแต่ก็เสียดายโอกาสที่จะได้เห็นพี่เจใน่เวลาอยู่บ้านในวันสบายๆยิ่งนัก
หลังจากชั่งใจอยู่นานว่าจะลุกดีหรือไม่ ร่างบางตัดสินใจสะบัดผ้าห่มออกเก็บเตียงอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย จึงผลักเปิดประตูห้องนอนออกไป
ภาพแรกที่เห็นคือร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มลูกครึ่งกำลังยืนใช้ไดร์เป่าเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเปียกชื้นอยู่
พี่เจในขณะนี้สวมเพียงกางเกงยีนขายาวที่ไม่ได้รูดซิปดีโชว์กล้ามเนื้ออกแน่นเป็ลอนสวยงาม ซิกแพคที่ได้รูปทรงสวยกำลังดีราวกับนายแบบนิตยสารแฟชั่นเชิญชวนให้มองตามอย่างใหลหลง
เลื่อนลงมาคือ่สะดือและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่มีไรขนสีน้ำตาลบางๆกระจายอยู่ทั่วภายในกางเกงยีนที่ไม่ได้รูดซิปดีนั้นคือกางเกงในสีเข้มที่โอบอุ้มปกปิดส่วนสงวนเอาไว้แม้นจะมองเพียงผ่านตาก็พอจะอนุมานได้ว่าขนาดนั้นคงจะมโหฬารใหญ่โตเกินกว่ามาตรฐานชายไทยเป็แน่
ดรีมไม่รู้ตัวเลยว่ากลืนน้ำลายดังเอื้อกจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มเพียงใด
ทันใดนั้นเอง ดวงตาสีควันบุหรี่พลันหันมาหาเด็กหนุ่มที่เพิ่งตื่นนอนหัวกระเซิงด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“หน้าพี่อยู่ตรงนี้นะครับ น้องดรีมไม่มองหน้าพี่บ้างเลย” เสียงทุ้มแซวจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยงได้สติ
“ผมก็...มองหน้าพี่เจอยู่นะฮะ...” ั์ตาสวยเลื่อนขึ้นมาสบตาอีกฝ่ายในที่สุด
“ใช่เหรอครับ นึกว่ากำลังจ้องอย่างอื่นตาไม่กะพริบอยู่ซะอีกเห็นจ้องเอาๆ จนตรงนั้นของพี่จะทะลุแล้วครับ”
“ก็มองทุกส่วนของพี่เจนั่นแหละฮะ...” ใบหน้าหวานเริ่มแดงระเรื่อ
“เราเล่นพูดอ่อยพี่แต่เช้าแถมมองด้วยสายตาแบบนั้นเดี๋ยวก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกกันพอดี” ชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีกล่าว
“บ้า”
“ใช่ครับ พี่บ้าดรีมมากๆ เลย”
ไดร์เป่าผมถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อย มือใหญ่รูดซิปกางเกงยีนของตนก่อนจะเดินมาหาหนุ่มน้อยหน้ามน
เจตรึงอีกฝ่ายไว้กับผนังห้องด้วยลำแขนแกร่ง สายตาของทั้งสองสอดประสานกันหวานซึ้ง
ดรีมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องนักเมื่อกล้ามเนื้อซิกแพคของชายหนุ่มแสนเซ็กซี่เบื้องหน้าประชิดตัวเขาจนใจเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ
“โทษที พี่ลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว เผลอแต่งตัวไม่เรียบร้อยซะได้”ริมฝีปากหนาหอมพวงแก้มใส เลื่อนลงมาจูบต้นคอขาวแ่เบา
“ไม่เป็ไรฮะ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร...”
“เพิ่งรู้ว่าเราชอบร่างกายพี่ขนาดนี้นะครับ”ริมฝีปากหนายังคงคลอเคลียซอกคอขาวต่อไป
“ก็แค่มองเฉยๆ นี่ฮะ ผมไม่ได้...อื้อ...”
เสียงหวานครางในลำคอเมื่อริมฝีปากบางถูกอย่างเอาแต่ใจ
มือหนาบีบบั้นท้ายกลมกลึงอย่างท้าทาย หากแต่ัันั้นทั้งนุ่มนวลหนักแน่นในเวลาเดียวกันเร้าตะกอนอารมณ์ร่างบอบบางเสียจนไม่อาจจะปัดป่ายปฏิเสธได้
ลิ้นอุ่นสอดเข้ามาในโพรงปากทำเอาสติของดรีมกระเจิดกระเจิงอีกครั้งเพียงจินตนาการว่ากำลังถูกร่างกายอันเซ็กซี่ขยี้ใจตรงหน้ากกกอดอยู่ ก็จุดประกายไฟราคะในกายเด็กหนุ่มให้ลุกโชนอย่างง่ายดาย
มือขาวทั้งสองกอดคอพี่เจแน่นดังที่ถูกสอนไว้เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา บัดนี้ดรีมเริ่มเปิดใจยอมโอนอ่อนต่อการรุกรานของอีกฝ่ายอย่างหมดหัวใจเสียแล้วร่างสูงรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่าการฝึกของเขาได้ผลเป็ที่น่าพอใจ
“อื้อ...อ๊ะ...”
“ขอลิ้นหน่อยครับ ดรีม”
เสียงทุ้มออกคำสั่งนักธุรกิจหนุ่มกำลังสอนบทเรียนรักเบื้องต้นให้แก่เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก โดยเริ่มต้นจากวิธีการจูบที่ถูกต้องเสียก่อน
ใบหน้าเรียวสวยที่ตอนนี้ไม่อาจจะประคองตัวได้แล้วส่งปลายลิ้นนุ่มเข้าช่องปากหนาอย่างว่าง่ายและแล้วลิ้นของทั้งสองก็พัวพันดูดดื่มกันอย่างเร่าร้อนเป็ทวีคูณปลุกเร้าเสียจนขาเรียวทั้งสองข้างของดรีมสั่นสะท้าน
พี่เจผู้มากประสบการณ์สอดเข่าเข้ามาระหว่างขาเรียวที่กำลังหุบเข้าหากันอย่างสั่นเทาปานคนเป็ไข้จับสั่นหากแต่ท่าทางหนุ่มน้อยผู้ไร้เดียงสาเห็นจะเป็ไข้ใจเสียมากกว่า ด้วยพ่ายแพ้ต่อจุมพิตแสนหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าที่หวานจนแสบคอแต่ก็ไม่อาจถอดถอนตัวออกมาได้
“อ๊ะ... พี่เจ...”
“เพราะเป็่เช้ารึเปล่าครับ ดรีมเลยเซนซิทีฟกว่าปกติ”
“ฮ๊า...พี่เจเองเป็ผู้ชายก็น่าจะเข้าใจนี่ฮะ ว่าเช้าๆมัน...รู้สึกมากกว่าปกติ...”
“งั้นพี่ก็ยิ่งต้องเร่งทำคะแนนแล้วสิ”
“ทำคะแนนอะไร...อ๊ะ...อ๊า...”
มือหนาสอดเข้าไปภายใต้เสื้อนอนซาตินตัวหลวม ผ้าซาตินชั้นดีลื่นไหลไปตามผิวเนื้อนวลเนียนของผู้สวมใส่บังเกิดเป็รสััที่น่าลิ้มลองเป็อย่างยิ่ง
ยอดอกขนาดเล็กพอดีมือถูกแตะต้องอย่างแ่เบาจนน้องดรีมที่รักสะดุ้งเฮือกเจไม่ลืมที่จะมอบจุมพิตลึกซึ้งต่อไปจนคนในอ้อมกอดสั่นสะท้านยิ่งขึ้นจนแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่
วินาทีนั้นเองร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกอุ้มลอยอย่างง่ายดายดรีมรับรู้ได้ว่ากำลังถูกนำพาไปยังห้องนอนที่เมื่อคืนทั้งคู่ก่ายกอดกันตลอดคืน
เมื่อร่างกายขาวนวลถูกปล่อยลงกลางเตียง เสียงสปริงส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเล็กน้อยขณะรองรับน้ำหนักของคนทั้งสองในเวลาเดียวกัน
“ถ้าไม่ชอบก็บอกให้พี่หยุดได้นะครับ”ริมฝีปากหนาจูบหน้าผากบางปลอบประโลม
“พี่เจ... อื้อ...”
มือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงนอนผ้าลื่นที่ตอนนี้ถูกถอดออกไปที่ปลายเตียงอย่างรวดเร็วแก่นกายของเด็กหนุ่มซึ่งอยู่ในสภาพตื่นตัวปรากฏต่อหน้าชายหนุ่มผู้หล่อเหลาสีสันของส่วนลับนั้นอมชมพูดูน่ารักน่าลิ้มลองเป็อย่างยิ่ง
ใบหน้าคมสันเลื่อนลงไปเบื้องล่างหมายจะบริเวณอ่อนไหวนั้นไว้ด้วยริมฝีปากแต่มือเรียวก็ดันใบหน้าเขาออก ดรีมส่ายศีรษะขมวดคิ้วราวกับจะร้องไห้
พี่เจเลียริมฝีปากอย่างกระหายอยาก แต่ยั้งความ้าไว้ได้ทันเพราะไม่อยากให้เด็กหนุ่มขี้อายต้องตื่นกลัวไปมากกว่านี้
ดรีมรีบเอามือปกปิดส่วนที่น่าอายนั้นไว้ หากแต่มือบางทั้งสองก็ถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะส่วนแข็งขืนกลางลำตัวบางถูกมือหนาอีกข้างกระตุ้นเร้าอย่างแ่เบา ประหนึ่งเกรงว่าจะสร้างความชอกช้ำหรือบุบสลายได้หากกระทำรุนแรงเกินไป
ส่วนปลายแสนน่ารักถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวลด้วยปลายนิ้ว ต่อด้วยการบดคลึงโดยฝ่ามือใหญ่อย่างทะนุถนอมเป็ที่สุดจนสะโพกบางส่ายไปมาระบายอารมณ์เสียวซ่านเกินห้ามใจเรียวขาขาวบิดเกร็งเข้าหากันช่างรัญจวนปลุกอารมณ์ผู้อยู่เบื้องบนเสียเหลือเกิน
หนุ่มน้อยสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกกอบกุมเร่งเร้ามือของชายหนุ่มลูกครึ่งช่างอบอุ่นและเก่งกาจเหลือเกินจนดรีมไม่อาจสกัดกั้นเสียงครางแห่งความยินดีเอาไว้ได้
“อ๊ะ...อ๊ะ....อ๊า...”
ชายหนุ่มวัยสามสิบเร่งจังหวะแก่นกลางนั้นจนอารมณ์ของเด็กหนุ่มตรงหน้าทะยานพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อพบว่าร่างบางไร้ซึ่งความพยายามจะขัดขืนอีกต่อไปข้อมือบางที่ถูกพันธนาการไว้ก็ถูกปล่อยออกเป็อิสระ น้องดรีมโผกอดคอพี่เจที่รักไว้แน่นราวกับ้าหาที่พึ่งยึดเหนี่ยวปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเป็ธรรมชาตินั้นช่างกระตุ้นเร้าอารมณ์ร่างสูงใหญ่เป็ทวีคูณ
“ชอบมั้ยครับ คนดี”
“ชอบฮะ...อ๊ะ...พี่เจ...ดี...อีกฮะ...”
“ช้ากว่านี้มั้ยครับ”
“ไม่ฮะ...เร็ว...เร็วอีกสิฮะ...”
น้องดรีมผู้ตกเป็ทาสแห่งกามอารมณ์ที่ถูกหยิบยื่นให้ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาไร้เดียงสาความเขินอายที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ครอบงำอยู่เท่านั้นรับรู้เพียงว่าปรารถนาชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น
“อ๊ะ...จะถึง...แล้ว...อ๊า...”
“ถึงเลยครับ พี่จะทำให้เรามีความสุขนะ”
“อ๊ะ...พี่เจ...อ๊า...”
สิ้นคำกล่าวนั้นแผ่นหลังบอบบางก็แอ่นลอยจากเตียงด้วยรสััแห่งไฟราคะแผดเผาเร่าร้อน มือหนากอบกำส่วนอ่อนไหวนั้นแน่นเร่งจังหวะจนดรีมคลุ้มคลั่งเล็บน้อยๆ นั้นจิกลงกับลำแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างทุกข์ทรมานเนื่องด้วยไม่อาจอดทนอดกลั้นต่อความเสียวซ่านมหาศาลนี้ได้
ดวงตาหวานฉ่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งอารมณ์เย้ายวนใจ ดูแล้วช่างปลุกเร้ายิ่งนักจนเจเป็ฝ่ายกัดฟันกรอดไม่มั่นใจว่าตนเองจะอดทนต่อภาพเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่แสนยั่วยวนเชิญชวนเขาได้อีกนานแค่ไหนแต่ที่แน่ๆ เวลานี้เขาจะทำให้ดรีมผู้น่ารักสำเร็จความหฤหรรษ์จนติดบ่วงเพศรสของเขาให้จงได้
“อ๊ะ...อ๊า...พี่เจ!...อ๊..อ๊า..!!!”
เสียงแหลมสูงนั้นกรีดร้องสั่นเครือเป็ครั้งสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะจบลงพร้อมกับกับเมล็ดพันธุ์แห่งอารมณ์ของเด็กหนุ่มถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
“อื้อ....แฮ่ก....ฮ๊า...”
ดรีมยังคงสั่นสะท้านกอดลำแขนแกร่งไว้แน่นด้วยความหวาดหวั่นรสััที่พี่เจมอบให้มันช่างสุดยอดและเกษมสันต์เสียจนเขาที่ััตัวเองมาตลอดนั้นไม่อาจเทียบได้เลยความกลัวเริ่มเข้ากอบกุมจิตใจของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งตอนนี้เริ่มกลั่นเป็สายน้ำตาไหลรินไม่หยุด
“ฮือ ฮือ....ฮึก...” เสียงสะอื้นร้องไห้ดังขึ้น
“ดรีมเป็ไปอะไร ร้องไห้ไม่ชอบเหรอครับ?” ชายหนุ่มลูกครึ่งถามอย่างร้อนรน
“ไม่ใช่ฮะ...ฮึก...เมื่อกี้มันรู้สึกดีมากเลย รู้สึกดีเหมือนขึ้น์จนผมกลัว... ถ้าไม่มีพี่เจทำให้ผมแล้ว...ใครจะทำแบบนี้ให้ผมล่ะฮะ...”
คำตอบแสนสัตย์ซื่อนั้นทำเอาคนฟังพ่นหัวเราะออกมา
“ฮะฮะ โธ่! พี่ตกอกใหมดนึกว่าเื่อะไร”หนุ่มลูกครึ่งถอนหายใจโล่งอก ”ดรีมยอมคบพี่ก็สิ้นเื่เดี๋ยวพี่จะทำให้เรามีความสุขแบบนี้เรื่อยๆ ไงครับ”
“จริงเหรอฮะ?”
“คิดว่ามีครั้งแรกแล้วพี่จะยอมปล่อยเราไปงั้นเหรอ”
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีจูบซับน้ำตาบนแก้มใสอย่างแ่เบา ดรีมหลับตาพริ้มน้อมรับััจากพี่เจอย่างเต็มอกเต็มใจ
“พี่เจเก่งจังฮะ คือ... ผมไม่เคยเสร็จรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย...”
“นี่เพิ่งใช้มือเองครับ ตอนแรกพี่กะจะให้ปากให้ซะหน่อย แต่เราทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้วเลยตัดสินใจค่อยเป็ค่อยไปดีกว่าพวกเรายังมีเวลาเรียนรู้กันอีกเยอะ”
“ฮะ คือดรีมยังไม่เคยถูก...เอ่อ ใช้ปากฮะ ดรีมกลัว...”
“ไม่เป็ไรเลยคนดี ใช้มือก็ดีครับแต่ปากน่ะสุดยอดกว่านี้อีกนะ"
“หา!ยังมีที่สุดยอดกว่านี้อีกเหรอฮะ!” เด็กหนุ่มมหาลัยอ้าปากค้างเมื่อครู่นับว่าเสียวสะท้านมากแล้วยังจะมีขั้นกว่าอีกเรอะ!
“ไว้ค่อยว่ากันครับ พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ”
“เอ๋...เอ่อ... หรือว่าพี่เจเองก็...” หนุ่มน้อยอึกอัก
“ครับ พี่ชอบดรีมนะ ยิ่งทำให้เราก็ยิ่งรู้สึก บอกตามตรงเมื่อกี้พี่ก็เกือบยั้งใจไม่อยู่เหมือนกัน”ร่างสูงใหญ่ตอบพร้อมเสียงระบายลมหายใจอย่างอัดอั้น
เ้าของห้องลุกไปเข้าห้องน้ำ ทว่าโดนมือเล็กดึงรั้งไว้
พี่เจหันกลับมามองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
“ดรีมครับ?”
“เอ่อ...ไหนๆ พี่เจก็ทำให้ผมแล้ว...” เสียงหวานเอ่ย สั่นไหวกว่าที่เคย
“ให้ผมช่วยพี่ปลดปล่อยบ้างจะได้มั้ยฮะ...”
วาจาสั่นเครือที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากบางอีกทั้งใบหน้างามที่บัดนี้ร้อนผ่าวแสนน่ารักนำมาซึ่งความเปรมปรีดิ์แก่หนุ่มนักธุรกิจเป็อย่างยิ่ง
เจรูปซิปกางเกงยีนของตน ก่อนดรีมจะถูกจู่โจมด้วยจุมพิตดูดดื่มอีกครั้ง