ดวงนารีปกป้อง ขอเป็นผู้กล้าสักครั้ง

    นอร์น ฟาลามี

    เสียงฝูงหมาของชิอะจัง ใกล้เข้ามาทุกทีทุกทีแล้ว ผมกับอาสึกะ คลานหนีเข้าไปในพุ่มไม้อย่างยากลำบาก ถ้าหนีไปด้วยกันสองคนแบบนี้ไม่รอดแน่ๆ ทำให้อาสึกะมีความคิดหนึ่ง และกล่าวกับผมสั้นๆ


    " ชั้นจะออกไปล่อพวกมันเอง นายไปหาคนมาช่วยเถอะ "
    แล้ว อาสึกะก็ผลักผมลงไปในพุ่มไม้ ก่อนจะวิ่งออกไปล่อหมาทั้งฝูง รวมถึงพวกชิอะจังด้วยให้ตามเขาไป ผมน้ำตาไหลในความกล้าหาญของเขาด้วยความซึ้งใจ ทำให้ผมพูดอย่างไม่รู้ตัวด้วยเสียงอันแผ่วเบาในลำคอ
    " อาสึกะ อิมาม่าเดะ อาริกาโตะ ( อาสึกะ ขอบคุณสำหรับเรื่องที่ทำตลอดมา ) "
    หลังจากนั้นผมก็ หันหลัง หนี และก็หนีต่อไป เพื่อให้พ้นจากการตามล่าของพวกชิอะจังผมหลงทาง เพียงแต่ใช้ใจเป็นเครื่องนำทางเพื่อไปหาคนช่วยเหลือ
    ผมเดินทางมาหลายชั่วโมง ทั้งหิวและกระหายน้ำมาก ในใจก็ภาวนาให้ อาสึกะ หนีไปได้ จนโผล่พ้นแนวเขตป่าแต่ไม่เจอเมือง กลับเจอ ก็อบลินบาดเจ็บนอนอยู่ที่ทางเดิน
    " ....มนุษย์ แกจะมาฆ่าข้าเหรอ " ก็อบลินตัวนั้นพูดด้วยเสียงสั่นและยกกระบองขึ้นมาป้องกันตัว ดูเหมือนมันจะถูกกลุ่มโบเก็นฉะที่ผ่านมาแถวนี้ทำร้ายเอา
    " ข้ามาดีไม่ได้มาร้าย " ผมกล่าวแก่ก็อบลิน แต่ดูเหมือนมันจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ผมเลยก้มลงไปใช้เวทย์ฮีลที่ครูพักลักจำมาได้รักษาบาดแผลที่ขาของมันจนหายสนิท
    " .....ขอบใจ มนุษย์มาก แล้วเจ้าต้องการอะไรตอบแทน " ก็อบลินตัวนั้นกล่าว
    " ช่วยบอกทางไปเมืองทีสิ ก็อบลินน้อย " ผมพูดด้วยความรีบร้อน ก็อบลินตัวนั้นก็ชี้มือไปทางทิศตะวันออก
    " มนุษย์ เดินไปทางนั้นก็จะถึงเมือง ข้าเป็นก็อบลิน เข้าเมืองไม่ได้ " ว่าแล้วก็อบลินก็เดินจากไป แต่ก่อนจากมันได้ให้แผนที่กับผมไว้ ผมไม่มีเวลามาคิดว่าก็อบลินตัวนั้นพูดโกหกหรือเปล่า รีบวิ่งไปทางเมืองหลวงทันที
    3 ชั่วโมงผ่านไป.....
    ผมมาถึงเมืองหลวงได้อย่างทุลักทุเล และรีบนำข่าวไปแจ้งแก่ทหารที่เฝ้าประตูเมือง
    " พี่ชาย ช่วยรีบไปช่วย อาสึกะด้วย เธออยู่ที่หมู่บ้านแห่งผู้กำเนิด พวกนั้นเป็นมนุษย์กินคน ที่หลอกคนเดินทางมากิน...." แต่ผมพูดไม่ทันจบ ก็ถูกทหารเฝ้าประตูถีบจมดิน พวกมันสามสี่คนวิ่งเข้ามารุมซ้อมผม อย่างไร้ปรานี เพราะรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าผม ที่หน้าตาหล่อกว่าพวกมัน
    " พวกข้าเป็นทหารเฝ้าประตูเมืองนะโว้ย ไม่ได้มีหน้าที่ไปจับโจร นอกเมือง ถ้าจะให้ไปจับละก็ เจ้าต้องไปแจ้งพวกอัศวินนู้น ถ้าขืนพูดอีกเดี๋ยวข้าก็โยนเข้าคุกเสียเลย" ทหารคนหนึ่งพูด และโยนผมเข้าไปในเมือง อย่างตั้งใจให้โดนขี้หมาที่มีหมามาอึทิ้งไว้
    ในขณะที่ผมกลิ้งลงไปหน้าจิ้มขี้หมา ก็มีสาวน้อยคนหนึ่งปรากฏตัว เธอเป็นสาวน้อยนักบวช อายุ 16ปี ผมสีชมพู ตาสีฟ้า นามว่าทีน่า เธอเข้ามาประคองผมอย่างเมตตา และเอาผ้าเช็ดหน้า เช็ดจนหน้าผมสะอาด โดยที่ผมไม่ได้ขอร้องเลย โธ่เว้ยเจ้าคำสาป เฮงซวยของพระเจ้าเนี่ย ผมเซ็งจริงๆ
    " พี่ชาย ไม่เป็นไรนะ " ทีน่าสาวน้อยนักบวช พูด พร้อมกับเอากระบอกน้ำมากระดกเข้าคอผม ตอนนั้นผมหิวน้ำมากจึงหน้ามืดดื่มน้ำที่ได้จากมือของผู้หญิงอย่างไม่ตั้งใจ ผมรีบสะบัดมือของเธอออกไป และวิ่งหนีไปทาง วิหารอัศวินเพื่อแจ้งความ
    เมื่อมาถึงวิหารอัศวิน ผมก็รีบเข้าไปพูดกับอัศวินที่เคาเตอร์ เขาเป็นหนุ่มหล่อ นาม โจน ฮาคอน เขานั่งรับฟังเรื่องราวของผมอย่างตั้งใจเป็นชั่วโมง และเมื่อฟังจบ เขาก็กล่าวว่า
    " ตอนนี้เราคนไม่พออยู่อะครับ ทำไมไม่แจ้งทหารยามที่ประตูเมืองล่ะครับ เรื่องเล็กๆอย่างงี้ไม่น่ามาแจ้ง แผนกอัศวิน เลยนะ"
    ' ตรูเพิ่งมาจากทหารยามนอกเมือง พวกมันบอกให้มาแจ้งพวกมึงไง แล้วนี่พวกมึงบอกให้ตรูไปแจ้งพวกมัน นี่มันหมายความว่ายังไง ' ผมคิดแต่ก็รุ้ว่าไม่ควรพูดออกไป หนทางสุดท้าย ผมคงต้องไปพึ่ง นอร์น เสียแล้ว ทั้งๆที่ผมไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นเลย เพราะโผล่มาถึงก็อวดเก่ง หวดซะสิงโตเพลิงนรกวิ่งหนี
    ในระหว่างที่ผมออกจากวิหารอัศวินด้วยใบหน้า บู้บี้ และหงุดหงิดอย่างมาก ผมก็เจอกับสาวน้อย เรียโอ เด็กนักเรียน ม.2เดินสวนมา เรียโอพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายผม
    " พี่ชายไม่เจอกันหลายวัน จะไปไหนเหรอ "
    " จะไปคฤหาสต์ ของอัศวินสาว ที่มีนามว่า นอร์น นะ "
    " โห พี่ชายรู้จักคนใหญ่คนโตด้วยเหรอเนี่ย พี่สาว นอร์น ฟาลามี เป็นหัวหน้าอัศวินหลวง แล้วก็เป็นเจ้าของ คฤหาสต์ มรกตด้วยนะ หนูอยากเจอเธอจัง ให้หนูไปด้วยนะ "
    แค่ผุ้หญิงคนเดียวผมก็คันมากอยู่แล้ว ยิ่งมาเพิ่มเด็กคนนี้อีก ผมคงทนไม่ไหว แต่ผมก็ต้องทน ให้เรียโอ เดินนำทางไปยังคฤหาสต์ ของนอร์น
    เมื่อมาถึง คฤหาสต์ของนอร์น ทหารเจ้ากรรม เจ้าของฉายาธนูหักปักขาอ่อน ซึ่งเป็นทหารยามคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ผมเห็นแล้วหน้าตาคุ้นๆ เห้ยมันเป็นคนยิงธนู ใส่ตรูนี่หว่า
    ทหารยามคนนั้นเห็นผมก็จำได้ มันรีบเรียกพวกเข้ามาล้อมผมในทันที จนเรียโอ ตกใจเข้ามาหลบที่หลังผม ทำให้บริเวณนั้นของผมเป็นผื่นคัน
    'หนีเสือ ปะจระเข้ หรือเนี่ย ' ผมคิด แต่ในขณะที่กำลังจะบวกกัน ก็มีเสียงใสๆดังขึ้น
    " พวกเจ้าหยุดก่อน " เป็นเสียงของ นอร์นนั่นเอง เธอขี่ม้าตัวงามสีขาวใส่เกราะทั้งตัว และยังใส่หมวกเหล็กสีน้ำเงิน ข้างๆมีเมดสาวทรงโตคอยรับใช้อยู่
    ผมรุ้สึกไม่ถูกชโลกกับเธอเลย ไม่รุ้ส่วนไหนของผมไปต้องใจเธอ พวกทหารยามเมื่อเห็นเธอ ก็รีบแยกย้ายกันกลับไปประจำที่
    " พี่สาว ฟาลามี ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ " เรียโอ รีบวิ่งไปด้วยความดีใจที่เห็นคนดังมาปรากฏตัวให้เห็น เพราะ นอร์น ฟาลามีคนนี้ เคยพิชิตมังกรมาแล้ว