บทที่ 11 การแบ่งแผนก
เวลาสามวันแห่งการปฐมนิเทศสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน เช้าวันนี้ บรรดานักศึกษาแพทย์ฝึกงานต่างมารวมตัวกันที่ห้องประชุมใหญ่ั้แ่รุ่งสาง บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันและเสียงกระซิบกระซาบที่แฝงด้วยความกังวล
วันนี้คือวันชี้ชะตา... วันแห่งการแบ่งแผนก แม้ว่าตลอด่เวลาการฝึกงานจะใช้ระบบหมุนเวียนไปตามแผนกต่าง ๆ ทว่า ‘แผนกแรก’ ที่ได้รับมอบหมายนั้นกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เปรียบเสมือนก้าวแรกที่จะกำหนดทิศทางความรุ่งโรจน์ในวิชาชีพ นักศึกษาทุกคนต่างกระหายที่จะแสดงฝีมือให้โดดเด่นั้แ่เริ่มต้น เพราะหากผลงานเข้าตา โอกาสที่จะถูกคัดเลือกให้บรรจุเข้าทำงานจริงในอนาคตย่อมสูงลิบลิ่ว
ณ โรงพยาบาลเจียงจงแห่งนี้ แผนกที่ถือว่าเป็ระดับแนวหน้าและเปี่ยมด้วยเกียรติยศคือแผนกอายุรกรรม แผนกศัลยกรรมกระดูกและเนื้อเยื่อาเ็ และแผนกกุมารเวชศาสตร์ แม้แต่การได้ไปประจำการที่แผนกฉุกเฉินก็ยังนับว่ามีอนาคตที่รุ่งโรจน์
ทว่า หากต้องถูกส่งไปอยู่ในแผนกการฝังเข็มและนวดทุยหนา หรือแผนกฟื้นฟูสุขภาพ... นั่นแทบไม่ต่างจากการถูกเนรเทศไปสู่จุดอับของอาชีพ
หากหยิบยกคำพูดของเริ่นไห่เฉียงในวันแรกมาพิจารณา ในบรรดานักศึกษาฝึกงานจำนวนมหาศาลเหล่านี้ จะมีเพียงไม่กี่หยิบมือเท่านั้นที่จะได้รับโอกาสให้ยืนหยัดอยู่ในโรงพยาบาลเจียงจงต่อไป ส่วนที่เหลือต้องแยกย้ายไปเผชิญกับพายุแห่งการหางาน ซึ่งเป็กำแพงด่านแรกที่โหดหินที่สุด
โดยสัจธรรมแล้ว ผู้ที่ผ่านการฝึกงานจากแผนกอายุรกรรม หรือแผนกศัลยกรรมกระดูกและเนื้อเยื่อาเ็ มักจะมีแต้มต่อเหนือผู้อื่น เพราะชื่อเสียงของโรงพยาบาลเจียงจงที่ค้ำประกันอยู่นั้นเปรียบเสมือนใบเบิกทางชั้นยอด แต่หากประวัติการฝึกงานระบุว่าเป็ แผนกการฝังเข็มและนวดทุยหนา แผนกฟื้นฟูสุขภาพ หรือแม้แต่แผนกสูตินรีเวช... เส้นทางในอนาคตก็คงจะขรุขระไม่น้อย
นั่นเป็เพราะนอกจากที่นี่แล้ว โรงพยาบาลอื่น ๆ ส่วนใหญ่มักไม่มีแผนกสูตินรีเวชแบบแพทย์แผนจีนเป็ของตัวเองนั่นเอง
“เอ่อ... พวกนายมีแผนกที่อยากไปอยู่ในใจบ้างไหม? ทุกคนคิดยังไงกันบ้าง?”
เหล่านักศึกษาเริ่มจับกลุ่มพูดคุยกัน แม้โรงพยาบาลจะอ้างว่าเคารพความ้าส่วนตัวของนักศึกษา ทว่า ในความเป็จริง ความปรารถนาเ่าั้กลับมีน้ำหนักเบาหวิวราวกับปุยนุ่น หากทุกคนกว่าสามสิบคนต่างะโพร้อมกันว่าอยากไปแผนกอายุรกรรม เก้าอี้ในแผนกนั้นย่อมไม่เพียงพอจะรองรับความคาดหวังของทุกคนได้
“ฟางหาน นายเล็งแผนกไหนไว้?” อู๋เหล่ยหันไปถามฟางหาน แม้เสียงของนักศึกษาฝึกงานคนอื่นจะไม่มีใครเหลียวแล แต่สำหรับฟางหาน... ทุกคำพูดของเขามีน้ำหนักมหาศาล
ตลอดสามวันมานี้ ฟางหานได้สำแดงศักยภาพอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในทุกมิติ จนเหล่าแผนกั์ใหญ่ต่างรุมล้อมหวังคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ถึงขั้นที่หมอหม่าจากแผนกการฝังเข็มฯ และหมอเฉินจากแผนกศัลยกรรมกระดูกฯ ต้องปะทะคารมกันกลางทางเดิน
ตอนนี้ในสายตาของเพื่อนร่วมรุ่น ฟางหานคือดวงดาวที่จรัสแสงที่สุดอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“ฉันยังตัดสินใจไม่ได้เลย” ฟางหานเอ่ยอย่างลังเล ในใจของเขากำลังสับสนวุ่นวาย แน่นอนว่าแผนกอายุรกรรมคือยอดปรารถนาของหมอทุกคน แต่ความท้าทายในแผนกฉุกเฉินที่ช่วยขัดเกลาทักษะได้อย่างรวดเร็วก็ดึงดูดใจไม่แพ้กัน ส่วนแผนกศัลยกรรมกระดูกฯ ก็เป็ทางเลือกที่มั่นคง การมีข้อเสนอที่ดีเกินไปก็กลายเป็ปัญหาที่น่าปวดหัวไม่น้อย
เดิมทีเขาหวังจะพึ่งพาคำชี้แนะจากคุณปู่ แต่เมื่อโทรไปปรึกษาเมื่อคืน กลับได้คำตอบที่ทำให้ยิ่งคิดหนัก
ฟางหย่วนเฉินปรารถนาจะให้หลานชายเข้าประจำที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและเนื้อเยื่อาเ็ เพราะเห็นว่าฟางหานมีรากฐานด้านศาสตร์แพทย์แผนจีนแขนงอื่นที่แ่าอยู่แล้ว หากพิจารณาตามยศตำแหน่งวิชาชีพ ฝีมือของเขาน่าจะอยู่ในระดับรองหัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ไม่ยาก ทว่า ในส่วนของศาสตร์ศัลยกรรมกระดูกนั้น ตระกูลฟางกลับยังไม่ค่อยมีความชำนาญนัก
การรอบรู้ในหลายศาสตร์ย่อมเป็กำไรชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีโอกาสอันดีเช่นนี้ การได้ศึกษาในสิ่งที่ไม่เคยรู้ย่อมเป็เื่ประเสริฐที่สุด
มุมมองของคุณปู่ถูกต้องตามวิถีเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่คุณปู่ไม่รู้ก็คือ ฟางหานมี ‘ระบบ’ สถิตอยู่ในร่าง... ด้วยพลังนี้ มีทักษะแขนงใดกันที่เขาจะเรียนรู้ไม่ได้?
สิ่งที่ฟางหานต้องขบคิดในยามนี้คือ การเลือกสมรภูมิที่จะช่วยให้เขาได้โชว์ฝีมือได้มากที่สุดต่างหาก
เมื่อมีระบบคอยเกื้อหนุน การเพิ่มพูนทักษะจึงไม่ใช่เื่ยาก สิ่งที่เขาโหยหาที่สุดในตอนนี้คือการสร้างชื่อเสียงให้ขจรขจายในเวลาอันสั้น
ความรุ่งโรจน์ไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งการเลื่อนตำแหน่งและฐานะที่มั่นคงในอนาคต แต่หัวใจสำคัญคือการสะสม 'แต้มความชอบ' เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็ 'ทักษะถาวร' ให้ได้มากที่สุด
ทักษะขั้นสูงถาวรนั้นต้องใช้แต้มมหาศาลหลักหมื่นหลักแสน หากเขามัวแต่ซ่อนตัวทำความดีในมุมมืด กว่าจะสะสมแต้มได้ครบก็คงแก่เฒ่าไปเสียก่อน หรือเผลอ ๆ อาจจะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เร็วกว่าใช้ระบบเสียอีก
หาก้าแต้มมหาศาล เขาต้องทำให้ตัวเองกลายเป็จุดสนใจในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็งานบรรยายระดับชาติ หรือการประชุมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ สิ่งเหล่านี้คือขุมทองแห่งแต้มความชอบที่เขาต้องคว้ามาให้ได้
หากเขากลายเป็รองหัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ก่อนอายุสามสิบ และได้รับเชิญไปบรรยายที่วิทยาลัยการแพทย์หลินโจวต่อหน้านักศึกษานับพัน... แค่จินตนาการถึงแต้มที่จะหลั่งไหลเข้ามา หัวใจเขาก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
นาฬิกาบอกเวลาใกล้แปดโมงเช้า เสียงย่ำเท้าที่หนักแน่นและพร้อมเพรียงดังแว่วมาจากหน้าประตูห้องประชุม เริ่นไห่เฉียงเดินนำเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตาค้างคือบุคคลที่เดินตามหลังเขามา...
ฉินเว่ยหัว รองหัวหน้าแผนกอายุรกรรม เฉินโหย่วหมิน (เฉินป่ายว่าน) แพทย์ชำนาญการจากศัลยกรรมกระดูก หม่าหงเหว่ย (หม่าเหล่าซาน) แพทย์ชำนาญการจากฝังเข็ม และเซวียจื่อหลิน หัวหน้าแผนกกุมารเวชศาสตร์...
เมื่อเห็นเหล่าขุนพลระดับแนวหน้าปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน นักศึกษาฝึกงานต่างพากันอึ้งงัน วันนี้คือวันแบ่งแผนกธรรมดาไม่ใช่เหรอ? ทำไมเหล่าหัวหน้าแผนกและอาจารย์แพทย์ระดับสูงถึงได้ยกขบวนมากันมากมายขนาดนี้? หรือว่านี่คือการคัดเลือกตัวแบบพิเศษ? เื่ราวเช่นนี้ไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาลมาก่อน!
พวกฟางหานหาใช่ไก่กาที่เดินเข้ามาโดยไม่รู้ความ ก่อนมาที่นี่พวกเขาต่างสืบทราบมาอย่างดีว่า หลังจากฝึกอบรมสามวันจะมีการจัดสรรแผนกตามความเหมาะสม โดยไม่มีข่าวลือเื่การคัดเลือกตัวด้วยมือของหัวหน้าแผนกเองแม้แต่นิดเดียว ยิ่งมีหัวหน้าแผนกตัวจริงมาถึงสองท่าน ยิ่งเป็เื่ที่ประหลาดล้ำ
เริ่นไห่เฉียงเปิดฉากพูดด้วยสไตล์ตรงไปตรงมาเช่นเคย “การปฐมนิเทศสามวันได้สิ้นสุดลงแล้ว ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป พวกเธอจะถูกจัดสรรเข้าสู่แผนกต่าง ๆ เพื่อเริ่มการฝึกงานจริง ผลงานของพวกเธอจะเป็ตัวตัดสินว่าใครจะได้ไปต่อ และใครจะต้องจากลา...”
ทว่า ในเวลานี้ ไม่มีนักศึกษาคนใดมีกะจิตกะใจจะฟังบทสรุปซ้ำซากของเริ่นไห่เฉียง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ฉินเว่ยหัวและคณะอาจารย์แพทย์ด้วยความสงสัยปนตื่นเต้น พวกเขามาที่นี่เพื่อใคร? และตนเองจะถูกส่งไปที่ไหน?
เริ่นไห่เฉียงสังเกตเห็นความวุ่นวายในจิตใจของเด็ก ๆ จึงคลี่ยิ้มออกมา “ฉันรู้ว่าทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการแบ่งแผนก ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่ขอยืดเยื้อ เราจะเริ่มการจัดสรรเลย แต่ก่อนอื่น หัวหน้าฉินและคณะอาจารย์ท่านอื่นมีเื่อยากจะสื่อสารกับพวกเธอเสียหน่อย ซึ่งบางท่านพวกเธอคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้างแล้ว”
แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้จักดี นอกเสียจากแผนกสูตินรีเวช แผนกฟื้นฟูสุขภาพ และแผนกฉุกเฉินแล้ว แผนกหลักอื่น ๆ ต่างส่งตัวแทนระดับพระกาฬมากันครบถ้วน
“พวกเธอช่างโชคดีจริง ๆ วันนี้หัวหน้าฉินและอาจารย์ท่านอื่นพอจะมีเวลาว่าง จึงตั้งใจมาสังเกตการณ์การเลือกแผนกด้วยตัวเอง หลังจากนี้ก็วางใจได้เลยว่าจะมีผู้ชี้แนะที่ยอดเยี่ยมคอยนำทาง”
เริ่นไห่เฉียงพูดอย่างอารมณ์ดี ทว่า บรรดานักศึกษาฝึกงานกลับรู้สึกเหมือนมีูเากดทับอยู่บนบ่า การที่ผู้บริหารแผนกมาคัดเลือกด้วยตัวเองนั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม หากถูกเลือกย่อมถือเป็เกียรติยศและโอกาสทอง แต่ถ้าไม่ถูกเลือกจนต้องรอการจัดสรรแบบ ‘เหมาเข่ง’ นั่นย่อมหมายความว่าพวกเขาไร้ตัวตนในสายตาคนสำคัญ
นักศึกษาบางคนลอบมองฟางหานด้วยสายตาเศร้าสร้อย เมื่อเทียบกับดวงดาวที่โดดเด่นอย่างเขาแล้ว พวกเขาที่ไร้ตัวตนตลอดสามวันกลับรู้สึกว่าการถูกจัดสรรไปเงียบ ๆ ยังจะสบายใจเสียกว่า
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอเริ่มก่อนแล้วกัน” หมอหม่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม แม้เขาและหมอเฉินจะเป็เพียงแพทย์ชำนาญการที่มีบทบาทน้อยกว่าฉินเว่ยหัวและเซวียจื่อหลิน อีกทั้งแผนกการฝังเข็มฯ ยังถูกมองว่าเป็รอง แต่เขาก็ไม่หวั่น
หากจะว่ากันตามจริง หมอหม่าไม่ได้ตั้งใจจะมาปรากฏตัวที่นี่ั้แ่แรก แต่ทันทีที่รู้ว่าเฉินป่ายว่าน คู่ปรับเก่าจะมา เขาก็ยอมไม่ได้ ในเมื่อแผนกศัลยกรรมกระดูกฯ ส่งคนมาได้ แผนกการฝังเข็มฯ ของเขาก็ต้องมีที่ยืนเช่นกัน!
เฉินโหย่วหมินเหลือบมองหม่าเหล่าซานด้วยสายตาเ็า เขาเคยสบประมาทไว้แล้วว่าแผนกฝังเข็มคือแหล่งรวมคนไร้ความสามารถ ซึ่งหมอหม่าเองก็ย่อมรู้ซึ้งถึงคำดูิ่นั้นดี
“ในเมื่อได้รับโอกาส ผมขอพูดในนามของแผนกการฝังเข็มและนวดทุยหนา ใครก็ตามที่ก้าวเข้ามาในแผนกของเรา เราสัญญาว่าจะดูแลเป็อย่างดี ขอเพียงคุณมุ่งมั่นเรียนรู้ เราจะถ่ายทอดวิชาให้โดยไม่ปิดบัง บางคนอาจมองว่าแผนกนี้ไร้อนาคต ทว่า นั่นคือความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ศาสตร์การฝังเข็มในยามนี้กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก แม้แต่ในต่างแดนยังมีสถานบริการฝังเข็มผุดขึ้นมากมาย หากคุณสำเร็จวิชาจากที่นี่ ต่อให้ไม่ได้อยู่ที่เจียงจงต่อ คุณก็ยังมีวิชาติดตัวไปประกอบอาชีพได้อย่างสง่างาม”
คำพูดของหมอหม่านั้นมีส่วนจริง แม้ภาพลักษณ์แพทย์แผนจีนจะดูซบเซาในบางมิติ ทว่า การฝังเข็มกลับเป็ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่ทรงพลังระดับสากล ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวในประเทศนี้คือมาตรฐานที่ยังไม่เป็ระเบียบ ทำให้มีผู้แอบอ้างไร้ฝีมือปะปนอยู่มาก จนค่าความนิยมถดถอยลง
เฉินโหย่วหมินลอบค้อนหมอหม่าในใจ ‘นี่มันงานคัดเลือกคน หรือตลาดนัดขายของกันแน่? ทำไมต้องง้อนักศึกษาฝึกงานขนาดนั้น?’
ปกตินักศึกษาฝึกงานมักถูกมองว่าเป็ตัวถ่วงจนแทบไม่มีใครอยากรับ แต่ท่าทีของหมอหม่าในวันนี้กลับดูเหมือนอยากจะกวาดทุกคนไปอยู่ที่แผนกตัวเองให้หมด
นักศึกษาหลายคนเริ่มตาเป็ประกาย แม้หมอเฉินจะเคยคัดค้าน แต่สำหรับเด็กฝึกงานที่เคว้งควาง ขอเพียงได้มีที่ยืนในโรงพยาบาลเจียงจง ไม่ว่าจะแผนกไหนก็นับว่าเป็์โปรดแล้ว
“ใครที่สนใจอยากมาอยู่กับเรา... ยกมือขึ้นได้เลย!” หมอหม่าไม่อ้อมค้อม
เหล่านักศึกษาต่างลังเลในใจ แผนกการฝังเข็มฯ มักจะเป็ตัวเลือกสุดท้ายเสมอ ทว่า หากหมอหม่าเสนอตัวเป็คนแรกแล้วไม่มีใครตอบรับ แล้วถ้าแผนกใหญ่ ๆ ไม่เลือกพวกเขาอีกล่ะ? ความเสี่ยงนี้ช่างน่าหวั่นใจ
หมอหม่าปรายตาไปทางฟางหาน “เสี่ยวฟาง นายสนใจจะมาลองัับรรยากาศที่แผนกเราดูไหม? ่แรกของการฝึกงาน ลองเริ่มจากที่ที่คุ้นเคยก่อนก็นับว่าเป็ทางเลือกที่ดีนะ อ้อ... ฉันจะบอกความลับให้อย่างหนึ่ง พยาบาลในแผนกฝังเข็มของเราน่ะ สวยที่สุดในโรงพยาบาลแล้วนะจะบอกให้!”
เฉินโหย่วหมินถึงกับส่ายหน้าด้วยความระอา ‘ใช้แผนนารีพิฆาตดึงตัวเด็กเนี่ยนะ? หม่าเหล่าซาน แกมันไร้ยางอายจริง ๆ!’
คนอื่นจะไปที่ไหนเขาไม่สน แต่สำหรับฟางหาน... จะปล่อยให้เพชรเม็ดงามไปจมอยู่ในแผนกฝังเข็มไม่ได้เด็ดขาด!
“เอ่อ... อะแฮ่ม!”
ฉินเว่ยหัวกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมั่นคง “เสี่ยวฟาง... ลองพิจารณาแผนกอายุรกรรมของเราดูหน่อยเป็อย่างไร?”
“แผนกกุมารเวชศาสตร์ของเราเองก็น่าสนใจไม่แพ้กันนะ” เซวียจื่อหลินเสริมขึ้นเรียบ ๆ ท่าทีของหัวหน้าแผนกทั้งสองดูสุขุมและทรงพลังกว่าหมอหม่าและหมอเฉินมากนัก
เริ่นไห่เฉียงเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่หลับตาลงพ่นลมหายใจด้วยความเพลียใจ การแบ่งแผนกในปีนี้ช่างวุ่นวายเสียเหลือเกิน
เขารู้ซึ้งดีว่า เหตุผลเดียวที่เหล่า ‘พยัคฆ์’ และ ‘ั’ เหล่านี้มายอมลดตัวลงมาที่นี่ ก็เพื่อแย่งชิงตัวฟางหานเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้โรงพยาบาลจะเข้มงวดเพียงใด แต่สำหรับอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก ทุกแผนกย่อมกระหายที่จะ เพราะในโลกของการแพทย์ หมอที่สามารถฉายเดี่ยวและรับมือกับสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จคือขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น วงการแพทย์แผนจีนยังให้ความสำคัญกับ ‘การสืบทอดสายวิชา’ ทั้งฉินเว่ยหัวและเซวียจื่อหลินต่างก็เล็งจะรับฟางหานเป็ศิษย์ในคาบ แม้แต่ท่านปรมาจารย์กัวเองก็มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ ตอนนี้ฟางหานจึงกลายเป็ ‘เนื้อหอม’ ที่ใคร ๆ ต่างก็อยากจะลิ้มลองความเก่งกาจ
เหล่านักศึกษาฝึกงานต่างมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก... ใช่แล้ว ทุกคนมาที่นี่เพื่อฟางหานคนเดียวจริง ๆ...
ในขณะที่ฟางหานกำลังยืนอึ้งกับการรุมล้อม จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนอันแสนไพเราะของระบบก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาท
[ได้รับแต้มความชอบ +166!]