“Love is like a war : easy to begin but very hard to stop.”
― Henry Louis Mencken ―
ความรักก็เหมือนา ง่ายที่จะเริ่ม แต่ยากที่จะหยุด
INTRO
เื่ราวของ ‘เขา’ เริ่มต้นที่ ‘เธอ’

BALE PART :
@Dark Fenix Club, Thailand
“ไอวิน ผับนี่เราเข้าได้หรอวะ”
“อุ๊ย วินนี่ย่ะวินนี่! เรียกให้ถูกด้วยชะนี!” แหม จะให้เรียก ‘วินนี่’ ทั้งๆ ที่ชื่อเล่นตัวเองคือวิน ไม่อยากให้เรียกก็คงเป็เพราะกลัวคนจะเข้าใจผดว่าเป็พี่วินมอไซค์ ฮ่าๆๆ วินนี่คือเพื่อนชายใจสาวของฉันเอง ภายนอกแมนแต่ความจริงสาวจ๋ามาก
“เออๆ วินนี่ก็วินนี่ สรุปเราเข้าได้หรอวะ การ์ดแ่ามาก”
“พวกเรายี่สิบแล้วทำไมจะเข้าไม่ได้ แถมฉันโทรจองโต๊ะไว้แล้ว มา ตามวินนี่มา” ตอนนี้ฉันกำลังยืนงงอยู่หน้าผับที่ไอวินหรือวินนี่ลากฉันมา แค่ชื่อผับก็น่ากลัวแล้วอ่ะ “เอ้า ยืนอยู่ทำไม ตามมาสิ”
“จะให้ฉันเข้าไปชุดนี้จริงๆ หรอ” ชุดที่ฉันใส่เป็แค่เดรสสายเดี่ยวสะกิดทีนึงก็หลุดแล้วป่ะ ผมเผ้าก็ไม่ได้หวีมันบอกปล่อยสวยกว่า ปกติก็ใส่แต่เสื้อช็อป ไม่ได้มีเวลามาใส่เดรสส้นสูงแบบนี้เลย ส่วนที่มันพาฉันมาวันนี้ก็เพราะวันเกิดมันไง วันเกิดครบรอบ 21 ปี มันเกิดก่อนฉัน ตอนนี้ฉันเลยเป็น้องมันโดยปริยาย ยี่สิบใสๆ วัยรุ่นชอบค่ะทุกคน ตัวเล็กน่าเอ็นดูน่าทะนุถนอม ความสูงแค่ร้อยหกสิบต้นๆ (สมมุติว่าตัวเล็ก) เรียนไม่เก่งแต่ดันสอบติดคณะวิศวะกรรมศาสตร์มหาลัยเอกชน เด็กกำพร้าอย่างฉันเลยต้องทำงานพาร์ตไทม์งกๆ เลี้ยงตัวเอง
“เออน่ะสิ แซ่บ! พริกทั้งสวนก็สู้แกไม่ได้ เร็วฉันอยากเจอผู้” แล้วมันก็เดินกลับมาลากฉันเข้าผับไปอีกรอบไม่สนใจสีหน้าของฉันตอนนี้เลยแม้แต่น้อย =_=!
“โห วิน คนเยอะมาก” ฉันก็เคยเข้าผับนะ แต่ไม่บ่อยไง วันๆ ทำแต่งาน ไม่ใช่งานตามผับ จะเป็ตามห้างสรรพสินค้าซะมากกว่า ชีวิตแต่เรียนกับทำงาน ทำแค่สองอย่างนี้ก็เหนื่อยจะตายละ ถ้าวันนี้ไอวินมันไม่เลี้ยงก็คงไม่มาหรอก
“จับมือวินนี่ค่ะ ไม่ปล่อยให้แกหลุดมือหรอกยัยเบลล์!”ฉันเลยต้องแทรกตัวท่ามกลางฝูงชนตามมันไป คนก็เต้นกัน ผู้ชายก็มองตาม รู้ว่าสวย แต่ไม่ต้องมองเหมือนจะเอาตรงนี้ก็ได้ป่ะวะ -_-
“อ๊ะ” รู้สึกเหมือนมีคนมาจับก้น พอหันกลับไปมองก็ไม่มีใคร ให้ตายเหอะ นี่เป็สาเหตุหนึ่งที่ไม่ทำงานที่ผับ เจอแต่พวกหื่น โรคจิต บ้ากาม
“ฟู่วว~” ถอนหายใจออกด้วยความโล่งอกในที่สุดไอวินมันก็พาฉันมาถึงโต๊ะที่จองจนได้
“เบลล์กินไร”
“อะไรก็ได้ แต่อย่าแรงมากนะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน” ฉันกินได้นะ พวกเหล้าเบียร์ แค่อย่าเยอะเกิน ไม่งั้นจะเมาหมดสภาพเลยล่ะค่ะ เมาเหมียนหมาตามศัพท์คนในทวิตเตอร์!
“น้อง อะไรก็ได้ ขอแรงๆ ครบช็อต” ได้ข่าวว่าพึ่งบอกมันไปเมื่อกี้ว่าขอเบาๆ
“ไอวิน ครบช็อตเลยหรอ”
“เออน่า วินนี่อยากเมา ยูโน้วว~” นอกจากวันนี้จะเป็วันเกิดมันแล้วก็ยังเป็วันที่มันโดนแฟนมันบอกเลิก เพราะแฟนมันไปติดผู้หญิงคนใหม่ ชีวิตรันทดจริงๆ พวกเราสองคน ตอนนี้เลยโสดทั้งคู่ (ความจริงคือมีคนมาจีบแล้วไม่เอาต่างหาก เพราะเลือกเยอะ - -)
“ได้แล้วครับ”
“ขอบใจจ้าา ว่าแต่น้องสุดหล่อ ทำไมวันนี้คนเยอะหรอ” ขนาดถามเด็กเสิร์ฟยังอ่อยเลย ยอมใจไอวินมันจริงๆ
“อ้อ วันนี้มีแร็ปสดครับ น่าจะเป็เ้าของผับลงมาเองเลยมั้ง ผมก็ไม่ชัวร์ สาวๆ ตรึม”
“กรี๊ดดด หล่อป่ะน้อง” วินนี่ถามน้องเด็กเสิร์ฟตาเป็ประกายวิบวับ
“ไม่รู้ ผมก็ไม่เคยเจอ ไปละ” พูดจบน้องหน้าหล่อก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี หลังจากที่น้องเขาไปไอวินก็สบตากับฉันอย่างมีความหมาย
“เออ รู้แล้ว กินนี่ให้หมดก่อนเถอะ” จะไปทั้งๆ ที่ยังไม่เมามันก็ไม่สนุกดิ เสียดายเงิน ถึงจะเป็เงินเ้าของวันเกิดก็เถอะ “กรี๊ดด แต้งกิ้ว อ่ะ ชนนน!” เราสองคนชนแก้วกันแล้วกระดกรวดเดียวหมด หูย แสบคอชะมัด แค่แก้วเดียวก็มึน โคตรแรงเลยค่ะแม่
“เบลล์ อีกแก้ว” แก้วแล้วแก้วเล่าผ่านไป จนรู้สึกเมาจริง ๆ แต่นึกขึ้นได้ว่า พรุ่งนี้ต้องทำงาน!
“เบลล์” ฉันรู้ว่ามันจะพูดอะไรต่อ เลยหยุดไว้
“หยุด พอ พรุ่งนี้ต้องทำงาน!”
“งั้นไปแดนซ์!! Let’s kill this love!” เดี๋ยวนะ มันต้อง Let’s go ไหมคุณเพื่อน แต่เพื่อนขอมาขนาดนี้มีหรือเบลล์จะพลาด หึๆ เวลาผ่านไปตอนนี้ฉันกับวินนี่สองคนก็ออกมาเริ่มเต้น ออกลวดลายเรียบร้อย สติเริ่มไม่มี มีผู้ชายมาเต้นคลอเคลียบ้าง แต่ฉันก็ยอมบ้างนิดหน่อย มันเป็ไปตามสัญชาติญาณ ถึงจะอยากขัดขืน แต่อีกความคิดหนึ่งก็บอกว่า เต้นไปเถอะเนอะ นานๆ ที ให้ตัวเองได้คลายเครียด เป็เพราะฤทธิ์น้ำเมาแท้ๆ =_=
“เบลล์ ทำไมมีแต่ผู้ชายมาเต้นคู่แกวะ”
“สวย” ฉันตอบไอวินไปคำเดียวจบ นี่ถ้าคนอื่นมาได้ยินก็คงเบะปากมองบนใส่ฉันแน่นอน แต่ I don’t care ค่ะบอกเลย
“อ้าว ทุกคน หยุดพักหายใจแป๊ปนึงแล้วมาฟังแร็ปสดๆ กันดีกว่าคร้าบบบ โย้ว!” สิ้นเสียงดีเจก็เหมือนมีผู้ชายอีกคนมาแทนที่ “กรี๊ดดด หล่อมากกกก” ไอวินกรี๊ดสุดเสียง แต่ฉันมองหน้าเขาไม่ชัด เพราะตอนนี้ตาลายมาก แต่ถ้าฟังแค่เสียง เขาก็แร็ปเก่งอยู่นะ ปัจจุบันยังมีผู้ชายแร็ปได้เก่ง ไพเราะ แถมยังโทนเสียงดีขนาดนี้อยู่อีกหรอ ยอมค่ะ แต่ช่างเขาเถอะ เต้นต่อดีกว่า
“เชี่ย เบลล์ หล่อแถมแร็ปดุสัส!”
“เออ รู้แล้วว~” ฉันตอบมันไปแบบส่งๆ เพราะตอนนี้เต้นกำลังสนุก ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ต่อให้ผู้ชายที่แร็ปอยู่จะหล่อก็ตาม
“ถ้าได้เป็ผัวชีวิตนี่ไอวินจะตั้งใจเรียน สาธุ!” นี่เพื่อนฉันเมาจนหลงผู้ชายขนาดนี้เลยหรอเนี่ย แถมเสียงกรี๊ดกร๊าดของผู้หญิงข้างๆ ก็บ่นอยากได้เป็สามีกันหมด ไหน จะหล่อขนาดไหน ขอแม่ดูหน้าหน่อยสิ! คิดได้แบบนั้นฉันหันสายตาไปทางเป้าหมาย พยายามเรียกสติเพ่งสายตาชัดๆ
“เชี่ยยย หล่อสัสรัสเซีย” เพราะความหล่อทำให้ฉันเผลออุทานคำหยาบออกไปเหมือนคนละเมอ หล่อมาก หล่อจริงๆ ดูมีเสน่ห์ ผมสีน้ำตาลอมเทาหม่นๆ หรือที่เรียกว่าสี Ash Brown จมูกโด่งเป็สัน คิ้วเข้มรับกับดวงตาคม สันกรามที่เข้ากับรูปหน้า ไหนจะริมฝีปากบางที่กำลังแร็ปอยู่นั่นอีก บ้าที่สุด คนอะไรจะหล่อขนาดนี้ ชุดที่เขาใส่ตอนนี้ยังเป็เสื้อสูทสีขาว เป็สูทที่ไม่มีเสื้อด้านในเลย เสื้อสูทเพียวๆ โชว์แผงอกนิดๆ อยากจะร้อง Oh My Boy!! ผู้ชายของฉันซะตอนนี้ เป็ผู้ชายที่ลึกลับน่าค้นหามาก เฮ้อ! เบื่อคนหล่อ (ความจริงคืออิจฉา) ถ้าให้เดาเขาคงเป็ฝรั่งไม่ก็หนุ่มลูกครึ่งซินะ
“เห็นม่ะบอกแล้ว วินนี่จองคนนี้นะยะ ชะนีห้ามแย่ง” หวงมากจ้าเพื่อน แค่บอกว่าหล่อหน่อยเดียวเอง
“แร็ปโคตรดุ บนเตียงจะดุป่ะวะ” พูดออกไปทีเล่นทีจริง เพราะเขาแร็ปดุมากกกกกกก เอาเวลาที่ไหนไปหายใจ ปอดดีมากเว่อร์ การจะแร็ปได้ดีแบบนี้คงต้องฝึกฝนกันนานเลยนะ
“ดุร้อยเปอร์!!!” ไอวินตอบมั่นใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
“กรี๊ดดดดดด ชะนี เขามองมาทางนี้ว่ะ” ฉันหันสายตาไปตามเพื่อน ก่อนจะพบว่าเขามองมาทางนี้จริงๆ ด้วย ไม่รู้ว่าเรียก ‘สบตา’ ได้รึเปล่า แต่มั่นใจว่าเขามองมาทางฉันนะ เหมือนจะยกยิ้มมุมปากนิดๆ ด้วย ให้ตายเหอะ ทำไมต้องมองด้วยสายตาแบบนั้น เขินนะรู้ไหม!
“ผัวมาก!”
“โคตรผัว!!”
แต่ทว่า…วินาทีที่ฉันกับเพื่อนกำลังชื่นชมในความหล่อของ ‘เขา’ คนนั้น ก็เป็วินาทีเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด
ปัง!!!
“กรี๊ดดดดด!!” เสียงปืนดังสนั่นจนทำให้ทุกคนที่กำลังเต้นเพลิดเพลินอยู่ในผับต่างแตกตื่น รวมถึงฉันกับไอวินด้วยเช่นกัน
“กรี๊ดดด ไอเบลล์แกอยู่ไหน” ฉันได้ยินเสียเพื่อนเรียกชื่อฉันแต่ฉันหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าต้นเสียงอยู่ทางไหนเพราะตอนนี้ทุกคนในผับกำลังวิ่งกันพลุกพล่านไปหมด
“ไอวิน!”
“วินนี่!!”
“วิน!”
“กิตติกร!!” ฉันะโเรียกออกไปทั้งชื่อจริงชื่อเล่น แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เหมือนคนในร้านได้พัดพรากเราออกจากกันไปแล้ว T_T ฮือ เพื่อนอยู่ไหน อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้สิ
ปัง!!!
“กรี๊ดดด” แต่แล้วเสียงปืนอีกนัดก็ดังขึ้นมา คราวนี้เป็ฉันที่กรี๊ดเองเพราะรู้สึกว่าเสียงปืนมันใกล้มาก แล้วขาก็ขยับไม่ได้ คนก็เริ่มวิ่งออกไปกันหมด เหลือแต่ฉันยืนอยู่กับที่ ที่เดิมที่เพื่อนทิ้งฉันไปแล้ว ฮือ ขาสั่นพับๆ แล้วแม่ขา
“ขยับสิไอเบลล์”
พรึ่บ!
ในขณะที่ฉันกำลังสนใจอยู่กับขาของตัวเองที่ไม่ยอมขยับ ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองลอยสูงลิ่ว เพราะมีคนอุ้มพาดบ่าฉันออกไป หรือจะเป็คนร้าย! ใช่แน่ๆ มันอาจจะเป็การลักพาตัวพาไปเรียกค่าไถ่ก็ได้
“กรี๊ดดดด ไอโรคจิต ปล่อยนะ!” ส่งเสียงร้องออกไปพร้อมกับพยายามดิ้นออกจากบ่าของมัน แต่ก็ไม่เป็ผล
“หุบปาก! อยากตายรึไง ปืนจ่ออยู่นั่นอ่ะ”
“กรี๊ดดดดด ไอบ้า ปล่อยว้อยยย!!” ตอนนี้ฉันถูกมันพามาหลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์บาร์ เดี๋ยวนะ พามาหลบหรอ พอมันวางฉันลงกับพื้น หันหน้าไปเท่านั้นแหละ
“O_O กรี๊ดดดด อุ๊บ อื้อๆ !!!”
“จะหุบปากดีๆ หรือจะต้องใช้ปากปิดปาก!”
“อือๆ อ๋อยอ่อน ~”
“อย่าส่งเสียง”
“แฮ่กๆ” ไม่ส่งเสียงแต่หอบแทนที่แหละ เพราะเขาดันใช้มือปิดปากฉันไปตั้งหลายนาที ส่วนที่กรี๊ดก็เพราะใ คนที่อุ้มฉันมาคือผู้ชายที่แร็ปอยู่เมื่อกี้ไง ไม่คิดว่าจะได้เจอระยะประชิดแบบนี้ ใกล้ๆ หล่อมาก ขาวมาก ดุมากด้วย แต่ถ้าเขาจะดุเหมือนไซบีเรียนขนาดนี้หมดหล่อค่ะ!! ขอถอนคำพูดที่ชมเขาเมื่อกี้ ความหล่อหายไปเพราะน้ำเสียงและสายตาดุๆ คาดโทษ ที่เขามองมา ทำไมต้องดุกันขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้ แต่ก็แปลกใจที่เขาพูดไทยได้ เพราะหน้าตาบุคลิกดูไม่น่าจะใช่คนไทยด้วยซ้ำ แต่ช่างเถอะ ไม่ว่าจะคนไทย หรือลูกครึ่ง หรือฝรั่งก็ต้องขอบคุณเขาที่พาฉันออกมาจากตรงนั้น ไม่งั้นมีหวังป่านนี้โดยยิงไปแล้ว
