ตกดึกในคืนวันเดียวกันนั้น เครือข่ายค่ายกลเทพรัญจวนก็ได้ถูกวางอย่างเงียบเชียบ
เ้าสำนักได้ใช้ยารัญจวนบีบอัดด้วยธาตุลมและธาตุน้ำจนมีขนาดเล็กเท่าปรมณู แล้วใช้อากาศธาตุแพร่กระจายออกไปช้าๆ จนแทรกซึมเข้าไปภายในทุกๆอณูของตัวอาคาร จากนั้นก็แพร่เข้าไปยังที่นอน เสื้อผ้า ตลอดจนเข้าไปรวมกับอณูในร่างกาย ทั้งสามคนใตื่นรู้สึกใจเต้นแรง เหงื่อออก และเริ่มมีอารมณ์เพศ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าโดนวางยาเข้าแล้ว
เ้าสำนักได้ใช้ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และ อากาศธาตุหลอมร่างกายเขาขึ้นมาตามตำราหุ่นพยนต์ จากนั้นเขาก็ใช้พลังจิตควบคุมหุ่นให้เดินเข้าไปในห้องนอนของทั้ง 3 สาว
ประตูห้องเปิดขึ้นมาทันใดหุ่นพยนต์ก็ถูก “ดาบเพลิงเทวะ” ทั้ง 2 เล่มแทงเข้าที่หน้าอกทั้งซ้ายและขวาจนกรวงโบ๋ มีไฟลุกท่วม ศรีษะมีลูกดอกน้ำแข็งจากหน้าไม้น้ำแข็งเหมันต์ปักเข้าที่กลางหน้าผากทะลุด้านหลังจนศรีษะกลายสภาพเป็ผลึกน้ำแข็ง หุ่นพยนต์ได้ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมให้กับเ้าวังอุดรแล้วก็ล้มลงสลายไปในอากาศ
เ้าวังอุดรเปิดกล่องขึ้นมาก็พบกับจอภาพ ซึ่งเ้าสำนักในจอก็ทักขึ้นมาว่า “น้องหญิงนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ พี่รู้อยู่แล้วว่าเ้าจะล่วงรู้ทุกคำพูดที่เราประชุมกัน แต่พี่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพี่จะทำได้ไหม”
“ข้าก็ต้องขอชมท่านจากใจจริงๆ อาวุธที่ข้าเตรียมไว้ทำงานผิดพลาดทั้งหมด พวกเราโดนวางยาจริงๆ แต่โชคดีที่เมื่อ 22 ปีที่แล้วท่านเคยมอบยานารีเย็นให้ข้ามากระปุกนึง วันนี้ก็ได้ใช้แล้ว พวกข้าจึงไม่เป็เหยื่อท่าน” เ้าวังอุดรกล่าว
“แล้วไงจะรบกวนการส่งสัญญาณภาพของพี่ ทำได้ไหมล่ะ เ้าน่ะพึ่งพาอุปกรณ์มากเกินไป จริงๆแล้ววิชาดั้งเดิมมันก็ยังมีประโยชน์อยู่มากนะจ๊ะ” เ้าสำนักกล่าว
“ท่านก็รู้สิ่งที่ข้าคุยกันเหรอ” เ้าวังอุดรกล่าวอย่างใ
“ก็ใช่น่ะสิเ้าอย่าคิดว่าเ้าจะทำได้คนเดียวนะ” เ้าสำนักกล่าวเสียงสอง
“เรานี่มันเท่าทันกันอย่างมากเลยทีเดียว” เ้าวังอุดรกล่าว
“เอาละแค่นี้นะพี่ไปละ” เ้าสำนักกล่าวจบจอภาพก็หายไปกลายเป็กล่องกระดาษเก่าๆใบนึงเท่านั้น
“ทำได้ยังไงกันเนี่ย จากเหตุการณ์ในวันนี้แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่า เทพเ้ากลางนภา เก่งขึ้นกว่าเมื่อ 22 ปีที่แล้วมากนัก จะทำอะไรบุ่มบ่ามคงไม่ได้พรุ่งนี้คงต้องกลับวังไปตั้งหลักก่อนน่าจะดีที่สุด”เ้าวังอุดรนึกในใจ
“ท่านเ้าวังข้าว่าพรุ่งนี้เรากลับกันเถอะนะ ข้ารู้สึกไม่มั่นใจเลย” อัศวินผู้พิทักษณ์ซ้ายกล่าว
“จริงด้วย เขายังไม่ให้เกียจท่านอีก ในสายตาเขาท่านถูกมองว่าเป็ภรรยาเขาคนนึงเท่านั้น” อัศวินผู้พิทักษณ์ขวากล่าว
“ความจริงก็เป็เช่นนั้น ถ้าข้าไม่ใช่เ้าวัง ข้าก็คงเป็แค่ภรรยาคนนึงของเขาเท่านั้น ทำไงได้ภรรยาคนนี้ก็รักลูกสาวดั่งดวงใจเหมือนกัน ข้าก็แค่อยากได้ลูกสาวไปอยู่ข้างกายเป็เพื่อนข้า ทำไมสามีข้าถึงใจร้ายกับข้าแบบนี้นะ” เ้าวังอุดรกล่าวแล้วก็พลันน้ำตาไหลนึกน้อยใจตัวเอง
“ท่านเ้าวังท่านจะร้องไห้ไม่ได้นะ ท่านไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา ท่านมีศักดิ์ศรีราชินีน้ำแข็งผู้ยิ่งใหญ่” อัศวินผู้พิทักษณ์ซ้ายกล่าว
“ยิ่งใหญ่แล้วยังไง ใจข้าเ็ปเหลือเกิน ท่านพี่หากท่านแอบดูข้าอยู่ โปรดเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเราในอดีต คืนลูกมาให้ข้าเถอะนะสามีคนดีของข้า” เ้าวังอุดรกล่าว
เ้าสำนักกำลังดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่ส่งมาจากหุ่นพยนต์แมลงวันแล้วนึกในใจว่า “พี่ก็สงสารน้องนะ แต่พี่สงสารลูกมากกว่า ไปอยู่กับน้องลูกไม่มีทางมีความสุขได้เลย ถึงแม้ตอนนี้ลูกของเรานางจะตกระกำลำบากแต่นางก็ได้อยู่กับบุรุษที่นางพึงใจ นี่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับนาง”
ณค่ายกลใต้ดินชั้นที่ 1
ทั้งสองคนเดินลงบันไดมาเพียงแค่ 2 เมตรก็ได้พบแท่นวงกลม น่าจะเป็ประตูมิติอะไรสักอย่าง แต่ตอนนี้มันยังไม่ทำงาน จากนั้นเดินลงบันไดต่อไปอีก 4 เมตรก็พบกับพื้นชั้นที่ 1
“แปลกจริงที่นี่เป็ชั้นใต้ดินของโภคาบรรพตซึ่งลอยอยู่กลางท้องฟ้า แต่โครงสร้างกลับเป็โลหะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”เทพสุญตากล่าว
“โครงสร้างคล้ายๆห้างสรรพสินค้าเลย งั้นลองเดินหาห้องน้ำก่อนดีกว่ากำลังปวดฉี่เลย” เทพเทพานึกในใจ
“เดี๋ยวรอข้าด้วยท่านจะไปไหน” เทพสุญตากล่าว
“ตามมา” เทพเทพากล่าวพลางวิ่งไปข้างหน้า วิ่งอยู่พักใหญ่ก็มาบริเวณที่มีสัญลักษณ์เป็ตัวการ์ตูนชาย-หญิง เขาจึงชี้ให้เทพสุญตาเข้าห้องตัวการ์ตูนหญิงและเขาก็รีบวิ่งเข้าห้องตัวการ์ตูนชาย
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จทั้งสองก็มายืนคุยกันหน้าห้องน้ำ “นึกว่าจะรีบไปไหนซะอีก” เทพสุญตากล่าว
“เ้าอายุเท่าไหร่ “เทพเทพาถามเทพสุญตา
“21 ปี” เทพสุญตาตอบ
“พี่อายุ 28 ปี งั้นพี่อายุมากกว่าถือว่าเป็พี่ น้องอายุน้อยกว่าถือเป็น้องนะ” เทพเทพากล่าว
“แต่น้องไม่อยากเป็น้องนี่”เทพสุญตากล่าว
“แล้วน้องอยากเป็อะไร” เทพเทพาถาม
ทั้งสองจ้องตากัน เรียกว่าไม่ต้องตอบก็รู้ความนัยหมดแล้ว
“น้องอยากเป็คนรู้ใจ” เทพสุญตากล่าวแบบเขินๆ
“บ้าจริงพูดอะไรออกไป แต่โบราณกล่าวว่าด้านได้ อายอด ช่วยไม่ได้่เวลาแบบนี้มันเป็โอกาสของข้าแล้ว” เทพสุญตานึกในใจ
“เหมือนใจพี่เลย” เทพเทพากล่าว
“งั้นเรามาลองคบกันไหม” เทพสุญตาไม่รอช้ากล่าวเชิงรุก
เทพเทพาทำหน้ามึนๆ ไม่ทันจะได้พูดอะไรเทพสุญตาก็กล่าวขึ้นว่า “ท่านพี่ไม่คัดค้านก็ถือว่าตกลงนะ”
“ได้เลย..ตกลง” เทพเทพากล่าว
“เ้ามีชื่อเล่นไหม” เทพเทพาถาม
“ชื่อเล่นคืออะไร”เทพสุญตาถามกลับ
“ก็คือชื่อสั้นๆที่ใช้เรียกกันแทนชื่อจริงหรือฉายา” เทพเทพาตอบ
“อ๋อ…ไม่มี” เทพสุญตาตอบ
“ถ้างั้นพี่เรียกเ้าว่า “น้องนี” ละกันนะ ี้เีเรียก “น้องสิทธินี มันยาวไป”เทพสุญตากล่าว
“แล้วจะให้น้องเรียกพี่ว่าอะไร” เทพสุญตาถาม
“แม่พี่ตั้งชื่อเล่นพี่ว่า “เลโก้” เพราะแม่อยากให้ลูกชายมีหัวคิดในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ โตมาเลยเป็วิศวกรสมใจแม่เลย แต่เพื่อนๆมันเรียกว่า “ไอ้โก้” เพราะเรียก “เลโก้” มันยาวไป
“เอางี้ต่อไปนี้น้องเรียกพี่ว่า “พี่โก้” พี่เรียกน้องว่า “น้องนี” ตามนี้นะ” เทพเทพากล่าว “ตกลงจ้าพี่โก้” เทพสุญตาตอบ
“น้องนี เดี๋ยวเราไปเดินดูด้านข้างดีกว่านะ พี่ว่าน่าจะมีบันไดฉุกเฉิน หรือบันไดหนีไฟอะไรสักอย่าง” เทพเทพากล่าว
“ทางนั้นไงเราลงกันไปเถอะนะ” เทพสุญตากล่าว
ทั้งสองคนเดินลงมาตามบันไดฉุกเฉิน พอมาถึงชั้นที่ 2 ก็พบกับประตู “น้องนี ลองดันประตูเข้าไปสิ เข้าได้ไหม” เทพเทพากล่าว
“ได้นะพี่โก้” เทพสุญตากล่าว
“ลองเข้าไปเลย” เทพเทพากล่าว พอผลักประตูฉุกเฉินเข้าไปทั้งสองคนก็ได้พบกับหน้าจอแสดงแผนผังของอาคารทั้งหมด ซึ่งมี 10 ชั้นด้วยกัน
จากการสังเกต เทพเทพาพบข้อความว่า “สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม” อยู่บริเวณขอบด้านล่างจอภาพ เขาก็เลยลองกดดู ก็มีเสียงสุภาพสตรีดังออกมาว่า “เชิญท่านผู้เยี่ยมชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย”
“มีอะไรที่สามารถบันทึกภาพแผนผังเหล่านี้ไว้ได้ไหม” เทพเทพาถาม
ทันใดนั้นก็มีเสียงตอบมาว่า
“ชั้นหมายเลข 2 นี้ ตรงกลางชั้นมีห้องคลังสมบัติมหาเทพ ภายในมีอุปกรณ์ระดับมหาเทพชิ้นหนึ่งชื่อ “สังข์พรหมจักร” สามารถโต้ตอบ จดจำ และแสดงข้อมูลได้ และยังสามารถเลื่อนระดับความสามารถขึ้นได้อีกเมื่อเสร็จจากการทำภารกิจต่างๆ มีคำถามอะไรอีกไหม”
เทพเทพาตอบว่า “ไม่มีแล้ว ขอบคุณมาก”
มีเสียงตอบกลับมาว่า “จบการสนทนา”
“มากับพี่โก้แล้วรู้สึกสนุก ตื่นตา ตื่นใจดีจัง ไม่น่ากลัวอย่างที่เขาลือกันเลย เหมือนมาเที่ยวมากกว่า” เทพสุญตากล่าว
“รีบไปห้องคลังสมบัติกันเถอะ” เทพเทพากล่าว
“รับทราบ” เทพสุญตากล่าว
ตีห้าเช้าวันใหม่เ้าวังอุดรรีบปลุก อัศวินผู้พิทักษณ์ซ้าย-ขวา ตื่น
“เร็วรีบเก็บของ เราจะกลับวังกันแล้ว” เ้าวังอุดรกล่าว
“รับทราบ” อัศวินผู้พิทักษณ์ซ้าย-ขวา กล่าว
สรุปว่าหุ่นยุง 50 ตัวหายเกลี้ยง หุ่นพยนต์แมลงวันเหลือแค่ 40 ตัว เ้าวังอุดรนึกขำในใจ “เทพเ้ากลางนภา ฉายานี้ไม่ได้มาเล่นๆสินะ ข้านับว่าแพ้ท่านอีกแล้วสินะ ที่จริงเมื่อต่อสู้กับท่านข้าไม่เคยคิดยอมแพ้ท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ข้าก็แพ้ท่านทุกครั้งเลย แถมข้ายังแพ้ท่านทั้งกายและใจจริงๆ วิชาหุ่นพยนต์ของท่านนี่ช่างยอดเยี่ยมนัก สามารถยึดร่างหุ่นพยนต์ที่ข้าปล่อยออกไปได้จนเกือบหมด ยังดีที่ยังเหลือหุ่นพยนต์แมลงวันให้ข้าเก็บกลับไปอีก 40 ตัว” นึกเสร็จนางเดินยิ้ม แล้วชวนอัศวินผู้พิทักษณ์ทั้งสองเดินออกจากเรือนลั่นทมไป
เดินมาถึงเรือเหาะก็พบเ้าสำนักกับลูกๆ ยืนรอต้อนรับอยู่แล้ว นางจึงเดินเข้าไปพูดกับเ้าสำนักว่า “ท่านพี่ น้องยอมแพ้ท่านแล้วต่อให้ประลองกันอีกร้อยครั้งน้องก็ไม่มีทางชนะท่านได้ นับถือท่านจริงๆ ฝากดูแลลูกของเราให้ดีด้วยนะ น้องจะรอฟังข่าวลูกของเรา”
“ได้สิจ๊ะน้องหญิงเหงาก็แวะมาเยี่ยมลูกได้นะ” เ้าสำนักตอบ และก็ยืนเฝ้ามองนางเดินขึ้นเรือเหาะจนเรือเหาะเคลื่อนออกไปจนลับสายตา
“ท่านพ่อนางจะไม่กลับมารับน้องห้าไปอีกแล้วใช่ไหม” เทพวายุถามด้วยความสงสัย
“คงจะยังไม่มาอีกสักพักใหญ่ๆเลยนะ จนกว่านางจะหาอาวุธชนิดใหม่ที่มีอานุภาพเหนือกว่าที่นางมีอยู่นี้ได้ พ่อขอเตือนพวกเ้าถ้าใครพบนางห้ามต่อสู้กับนาง ต้องให้เกียจและแสดงความนับถือต่อนาง เท่านี้พวกเ้าก็จะปลอดภัย” เ้าสำนักกล่าว
“ยังไงซะนางก็แค่พึ่งพาอาวุธเทพ หาได้มีปราณแท้ไม่ เราคงไม่ต้องกังวลนางให้มากหลอกนะ” เทพอัคคีกล่าว
“ยังมีอีกหลายเื่เกี่ยวกับนางที่พวกเ้ายังไม่รู้ นางมิได้มีศักกายภาพเพียงแค่นี้ หากปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของนางออกมาเมื่อไหร่ เกรงว่าทุกคนในโลกใบนี้คงต้องก้มหัวให้นาง” เ้าสำนักกล่าวพลางนึกในใจว่า “อย่าว่าแต่ปราณแท้เลย สำหรับลูกสาวคนเดียวของเทพแท้แล้ว ย่อมมีปราณอนันต์เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หากปรดผนึกได้ขึ้นมาเมื่อไหร่ สิ่งนี้แม้แต่ข้าก็มิอาจต้านทานได้”
“เหตุเพราะในใจนางไม่เคยลืมท่านพ่อ แต่เพราะตำแหน่งเ้าวังจึงต้องวางท่าใส่ ดังนั้นกับพวกเรานางก็ไม่ถือสา นางคิดว่าเราเป็ลูกเป็หลานใช่ไหมท่านพ่อ” เทพวารีกล่าว
“เ้ารองกับเ้าห้า เป็ลูกที่ฉลาดหลักแหลม มองคนทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นหากพวกเ้ามีปัญหาใดที่คิดไม่ตก ลองไปหานางทั้งสองดู ก็จะคงจะพอคลายกลัดกลุ้มได้บ้าง ฮ่าๆๆๆๆ” คำตอบของท่านเ้าสำนักฟังดูอ้อมค้อมยิ่งนักแต่ก็พอคาดเดาได้ว่า ในใจชื่นชมบุตรสาวทั้งสองของตนเพียงใด