เอื้อง สาวน้อยจากต่างจังหวัดหลังจากเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยของรัฐ เธอได้รับโอกาสที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือการได้มาทำงานที่ฟาร์มของตระกูลสังคหเสนีย์ ซึ่งเป็ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของจังหวัด มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ แม้จะมีพื้นที่ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับฟาร์มของมหาเศรษฐีคนอื่นๆที่อยู่ละแวกใกล้เคียง แต่ฟาร์มแห่งนี้เรียกได้ว่า มีความครบเครื่องอยู่ในตัวจุดเด่นของที่นี่คือ ผลิตภัณฑ์การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นมโค พืชสวน พืชไร่รวมไปถึงอาหารแปรรูป ซึ่งล้วนแต่มีคุณภาพ ทั้งสะอาด สดใหม่ รสชาติสุดแสนอร่อยที่สำคัญคือ ราคาเข้าถึงได้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในทุกๆ ปีฟาร์มเล็กๆ แห่งนี้กลับทำเงินสร้างกำไรมหาศาลให้แก่ตระกูลสังคหเสนีย์นี่คือสิ่งที่เอื้องได้รับรู้ั้แ่มาทำงานที่นี่
“วันนี้ตอนเที่ยงมีประชุมที่โรงอาหารนะลูกเอื้อง”ลุงต้อยหรือที่เขาเรียกตัวเองว่า แม่ต้อย ยื่นหน้ามายังโต๊ะของเอื้องพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน หญิงสาวที่ถูกพูดถึงเงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมามองคุณลุงรุ่นาุโแต่มีท่าทางอ้อนแอ้นแบบผู้หญิงจากคำบอกเล่าของแม่ต้อยทำให้เอื้องอดที่จะสงสัยไม่ได้
“เห?ประชุมด่วนเหรอคะแม่ แปลกจัง” เอื้องขมวดคิ้วมุ่น เพราะปกติจะมีการแจ้งล่วงหน้าก่อนประชุมหลายวัน
“น่าจะอย่างนั้นแหละน้ำเสียงคุณเขมตอนโทรมาดูเครียดๆ อย่างไรไม่รู้” แม่ต้อยตอบพร้อมกับสีหน้าเจือความกังวลเล็กน้อย
“หวังว่าจะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนะคะ”เอื้องพูดปลอบใจเพื่อนร่วมงานรุ่นาุโ แต่หญิงสาวก็อดที่จะคิดมากไปด้วยไม่ได้ เพราะถ้าขนาดน้ำเสียงของเ้านายหนุ่มทำให้แม่ต้อยแสดงสีหน้าไม่สบายใจได้แบบนี้คงไม่ใช่เื่ธรรมดาแน่ๆ
ทว่าพอได้ยินชื่อคุณเขม ภาพใบหน้าอันหล่อเข้มก็ปรากฏขึ้นมาในความคิดของหญิงสาวโดยอัตโนมัติชายหนุ่มลูกชายคนโตของเ้าของไร่ ว่าที่ทายาทคนสำคัญผู้ซึ่งจะมาสานต่อธุรกิจของฟาร์มสังคหเสนีย์มีดีกรีเป็ถึงเด็กนักเรียนจบนอก ไปใช้ชีวิตต่างประเทศั้แ่เด็ก เขาพึ่งกลับมาไทยได้เพียงปีกว่าเองแน่นอนว่า หุ่นล่ำๆ ผิวสีแทนที่มาพร้อมกับใบหน้าคมสันดุดันมีเสน่ห์พาให้สาวๆหลายคนในไร่รวมถึงตัวเอื้องเองต่างรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจกันเป็แถบๆ เอื้องเลยอดไม่ได้ที่จะแอบมองดูและเชยชมความหล่อทุกครั้งที่มีโอกาส
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเหล่าคนงานในฟาร์มมารวมตัวอย่างพร้อมเพรียงกันตามที่ได้นัดหมายไว้ในโรงอาหารขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้กว่า200 ชีวิต อาคารถูกออกแบบมาไว้อย่างดี มีหลังคายกสูงช่วยถ่ายเทอากาศ ลมเย็นพัดผ่านตลอดทั้งวันบวกกับความเย็นจากกระเบื้องลายหินอ่อนช่วยบรรเทาความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกลางแดดมาทั้งวันได้เป็อย่างดีร้านอาหารหลากหลายประเภทเรียงกันถึง 10 ร้าน ทุกเมนูทุกจานคือ ฟรี สำหรับคนงานทุกคนนอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็แหล่งรับประทานอาหารแล้ว ยังมีเวทีขนาดย่อมตั้งอยู่ไว้สำหรับจัดกิจกรรมผ่อนคลายเช่น่งานเทศกาลและใช้เป็ห้องประชุมอย่างเช่นวันนี้
“เอาล่ะผมมีข่าวสำคัญจะมาแจ้งทุกคน” เขม หรือ พสุธา สังคหเสนีย์ ว่าที่ทายาทของฟาร์มประกาศออกไมค์บนเวทีเสียงคนงานที่กำลังสนทนากันค่อยๆ เงียบลง ทุกคนหันไปฟังเ้านายหนุ่มด้วยความตั้งใจเมื่อเห็นว่าเขมมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ผมได้รับข่าวมาว่าฟาร์มคู่แข่งได้นำสูตรปุ๋ยคอกและสูตรเพาะเมล็ดพันธุ์ผักของพวกเราไปจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว”สิ้นเสียงของเ้านายหนุ่ม ภายในโรงอาหารเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา สีหน้าของทุกคนดูตกตะลึงไม่ต่างกัน
“หา!? เป็ไปได้อย่างไรกันคะ?” เอื้องเปรียบดั่งตัวแทนเอ่ยถามคำถามสำคัญที่ทุกคนอยากทราบที่สุดในเวลานี้
“เื่นี้ผมคงต้องสืบหาเบาะแสต่อไปแต่ที่แน่ๆ คือ นี่เป็ผลงานที่พวกเราทุกคนได้ตั้งใจทำกันมากๆ เป็ทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเราผมไม่คิดว่า จะมีคนยอมขูดเนื้อตัวเองขายแบบนี้ได้” น้ำเสียงของเขมเย็นเยียบเจือปนไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นการที่สูตรปุ๋ยคอกและสูตรเมล็ดพันธุ์รั่วไหลนั้นได้สร้างผลกระทบอย่างมหาศาลโดยเฉพาะต่อเหล่าคนงานของเขาเพราะสูตรเหล่านี้อยู่ในโครงการที่เขมได้ก่อตั้งขึ้นให้คนงานช่วยกันระดมสมองและทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมกันขึ้นมาเองกระตุ้นให้เกิดการผลิตสินค้าใหม่ๆ สร้างความภาคภูมิและความกระตือรือร้นที่สำคัญคือ รายได้จากการขายจะถูกแบ่งให้ทุกคนโดยตรง ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆจากฟาร์ม เป็เงินเสริมนอกเหนือจากเงินเดือนหรือเรียกว่า เป็โบนัสประจำปีก็ได้
“ใครมันเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้วะ! อาจจะเป็หนอนบ่อนไส้หรือไม่ก็ร้อนเงินผมว่า” เสียงของหนึ่งในคนงานเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธแค้น
“ใช่ๆมันต้องเป็ฝีมือของคนในแน่นอน” เหล่าคนงานอื่นๆ ต่างพยักหน้าเออออเห็นด้วยแล้วสมมุติฐานต่างๆ นาๆ ก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็หัวข้อสนทนาขยายต่อเป็วงกว้าง แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ผู้นำอย่างเขมไม่อาจปล่อยผ่านได้
“เอาล่ะทุกคนเงียบก่อน!”น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลังของคนร่างสูงใหญ่ผู้เป็เ้านายพาให้เสียงเอะอะโวยวายเงียบลงทันใดเหล่าคนงานหันกลับไปมองเขมอีกครั้งด้วยสีหน้าหวั่นเกรง
“ผมจะจัดการหาต้นตอนี้เองส่วนสูตรผลิตภัณฑ์ที่เหลืออื่นๆ ผมจะให้คนส่งเื่ขอจดลิขสิทธิ์ให้เร็วที่สุดเนื่องจากเป็ปีแรกของการทำโครงการนี้ เป็เื่ธรรมดาที่จะมีข้อบกพร่องและช่องโหว่อยู่หลายจุดแต่ผมอยากให้ทุกคนคิดเสียว่า นี่เป็บทเรียนเพื่อพัฒนาฟาร์มของเราให้ดีกว่าเดิม”น้ำเสียงและแววตาของชายหนุ่มฉายแววจริงจัง
“คุณเขมพูดถูกค่ะแม่ต้อยอยากให้ทุกคนเรียนรู้จากอุปสรรค และที่สำคัญอย่าเสียกำลังใจกันไปก่อนที่ผ่านมาทุกคนทำเต็มที่กันดีมากแล้ว” แม่ต้อยพูดเสริมในฐานะเป็ผู้าุโที่สุดของที่นี่น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนหวานของแม่ต้อยช่วยผ่อนคลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ให้เย็นลงก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนต่อ
“เดี๋ยวทางพวกเราจะช่วยเตรียมข้อมูลส่งให้คุณเลขาทำเื่ลิขสิทธิ์ต่อไปนะคะคุณเขม”แม่ต้อยบอกกับเ้านายหนุ่ม เอื้องที่ยืนกุมมืออยู่ข้างสาวสองรุ่นาุโไม่ได้ปริปากใดๆแต่หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะแอบช้อนตามองคนหล่อเหลาตรงหน้าอยู่เนืองๆ
“ขอบคุณแม่ต้อยมากๆครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เขมจะรับรู้ได้ว่า กำลังถูกแอบชำเลืองมองจากหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าคมเป็สันยังคงมีท่าทีเ็าเรียบเฉย แต่นั่นก็เดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจพวกเขาพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ในเวลานี้ แม่ต้อยและเอื้องต่างช่วยกันแบ่งหน้าที่รวบรวมข้อมูลสูตรของฟาร์มที่เหลืออย่างขะมักเขม้นเพื่อที่จะได้ส่งให้คุณเลขาก่อนถึงเวลาเลิกงาน
“แม่คิดว่าใครเป็คนทำคะ?”เอื้องเอ่ยขึ้นขณะที่มือยังคงพิมพ์เอกสารในคอมพิวเตอร์ไม่หยุด
“อืม เป็ได้ทั้งคนในและคนนอกนะแต่เป็ไปได้มากกว่าว่า จะเป็คนของเราเอง” รุ่นพี่ผู้าุโพูดออกความเห็นขณะที่มือยังคงง่วนอยู่กับการเรียงหน้าเอกสาร
“หนูก็คิดอย่างนั้นแต่ว่าเอกสารสูตรของฟาร์มทั้งหมดมันอยู่ในเครื่องของพวกเรา ของคุณเลขาและคุณเขมเท่านั้นนะ”มือของหญิงสาวหยุดพิมพ์งานตรงหน้า ก่อนจะหันมาหาเพื่อนร่วมงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
“อาจจะมีใครบางคนย่องเข้ามาในสำนักงานตอนทุกคนออกไปไร่ก็เป็ได้”แม่ต้อยตอบไปตามเหตุผลที่คิดว่า น่าจะเป็ไปได้
“ปัญหาคือเราไม่มีกล้องวงจรปิดเลยน่ะสิแม่ เฮ้อ! คุณเขมสุดหล่อของเอื้อง ไม่น่างกเลย” เอื้องทำทีเป็ถอนหายใจออกมาน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
คำพูดของหญิงสาวพาให้รุ่นพี่าุโหันหน้าขวับมายังเธอทันใดพร้อมกับเบะปากให้เอื้องหนึ่งที
“แหม!ถ้าคุณเขมงก หล่อนนี่จะขนาดไหน ฉันเห็นนะว่า เธอห่อข้าวจากโรงอาหารกลับบ้านทุกวันเพื่อนชวนไปกินหมูกระทะก็ไม่ไป” แม่ต้อยหรี่ตามองหญิงสาวรุ่นน้องที่กำลังหัวเราะกลบเกลื่อนด้วยความเขินอาย
“บ้าน่า! แม่ก็พูดเกินไป! เขาเรียกว่า การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นี่กำลังฝึกเป็ผู้บริหารอยู่นะ เผื่อได้ผันตัวเป็คุณนายของตระกูลสังคหเสนีย์” เอื้องจีบปากจีบคอพูดไปตามมุขของตัวเองบรรยากาศเคร่งเครียดจริงจังเมื่อครู่ พลันหายไปทันใด
อีกมุมหนึ่งภายในห้องทำงานของว่าที่ทายาทตระกูลสังคหเสนีย์ บรรยากาศภายในห้องนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงเ้านายหนุ่มเ้าของร่างใหญ่กำยำเท้าข้อศอกทั้งสองข้างบนโต๊ะ มือประสานกันอยู่ตรงหน้าดวงตาคมฉายแววลึกล้ำครุ่นคิดอย่างหนัก เสียงเคาะประตูพลันเรียกสติของชายหนุ่มกลับมาก่อนจะตอบรับคนข้างนอกให้เข้ามา
“ได้ความว่าอย่างไร?”เ้านายหนุ่มเอ่ยถามทันทีที่คนเข้ามาใหม่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
“ครับ คนงานเกือบทุกคนบอกว่าคนที่เอาข้อมูลไปให้คู่แข่งน่าจะเป็คนในที่รู้รายละเอียดลึกซึ้งพอและรู้จักแหล่งเอกสารเป็อย่างดีอย่าง...” คุณเลขาเงียบไป เขาเองยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้รับรู้มา
“นักวิชาการเกษตรอย่างแม่ต้อยและเอื้อง...ใช่ไหม?”เขมเติมคำตอบให้คุณเลขา น้ำเสียงของเขาในเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็เย็นะเืขึ้นมาอย่างชัดเจนเป็ไปตามที่เขาได้สงสัยแต่แรก คนที่ริอาจหักหลังเพื่อนร่วมงานแบบนี้ ถ้าเขาจับได้พร้อมหลักฐานรับรองว่า คนนั้นจะต้องเจอบทลงโทษจากคนแบบเขา ชายหนุ่มไม่สนใจหรอกนะว่า อายุจะมากน้อยเพียงใดหรือแม้จะเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ตาม!
+++++++++++++++++++++++++++
มาแว้วๆ ออร์เดิร์ฟเบาๆ ใครรอไม่ไหว เชิญอ่านเื่เต็มได้ที่ mebเลยจ้า 65 บาทเท่านั้น