7 สิงหาคม 2018(Vulgar Era) เวลา 10.42น.
รศ.มิแรนด้า ครุกแชงก์:[...ซ่า...ห้องนี้ก็เป็เหมือนกับห้องอื่นๆ... ซ่า... ทุกอย่าง... ซ่า... ทรุดโทรม... ซ่า...แต่ถึงอย่างนั้นก็ยัง... ซ่า... สะท้อนให้เห็นว่าใน่สมัยรุ่งเรือง... ซ่า...คฤหาสน์หลังนี้เป็อย่างไร กริ๊ก!]
รศ.มิแรนด้า ครุกแชงก์:[ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง...ซ่า... แกรกๆ... ซึ่งเมื่อเทียบแผนผังการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 1974 กับข้อมูลในบันทึกดั้งเดิมในปี1937 ของทิโมธีรัสเซล... ซ่า... ฉันเชื่อว่า... ซ่า... นี่น่าจะเป็ห้องนอนของโรซาเลีย ทิสเดล...ซ่า... กริ๊ก!]
รศ.มิแรนด้า ครุกแชงก์:[พระเ้าช่วย! นี่มัน!?! ...ซ่า… ไม่น่าเชื่อเลย! ...ซ่า...พวกคุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ เลยว่าฉันเจออะไร... ซ่า… ฉันเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น!สาเหตุที่ทำให้คฤหาสน์กลายเป็สถานที่ที่กระหา-... ซ่า... ซ่า......มันมีความลับบางอย่าง... ซ่า... โอ้! พระเ้า! ถ้าทุกคนรู้เื่นี้ละก็... ซ่า... พวกเขาก็จะ... ซ่า... ซ่า... ซ่า... ความเชื่อทั้งหมดทั้งปวงจะถูกทำลาย...ซ่า... บ้า... เอ๊ย! ทำไมเ้าเครื่องบ้านี่ถึงได้... ซ่า... เฮงซวยชะมัด! กริ๊ก! ซ่า..........................ซ่า...................]
เมเม่กดปุ่มหยุดการทำงานเครื่องบันทึกเสียงเมื่อไม่มีเสียงอื่นใดดังออกมาอีกนอกจากสัญญาณรบกวนก่อนโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือใต้คาง เท้าแขนกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่เบื้องหน้าของเธอคือชายหัวล้านวัย 40 รูปร่างฉุ พุงโต ชายคนนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนศีรษะแวววาวของตนครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยท่าทางยุ่งยากใจไม่น้อย
เมเม่ แคลเรสซ่า: โอเค
หญิงสาววัย 20 ต้นๆ หน้าตาจิ้มลิ้มเงียบไปพักใหญ่หลังเอ่ยออกมาสั้นๆแค่นั้น การแต่งกายของเธอประกอบด้วยแจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ เสื้อเชิ้ตรัดรูปสีขาวตัวในกับเนคไทสีแดงสดกระโปรงลายทาร์ทันแดงสลับดำสั้นอวดเรียวขาสวยกับถุงเท้าสูงสีดำทั้งเสื้อผ้าหน้าผมทำให้เธอดูเป็เด็กสาวมหาลัยใจแตกตามย่านแฟชั่นมากกว่าจะเป็ผู้เชี่ยวชาญในสายงานซึ่งเธอเป็ที่รู้จัก
เมเม่ แคสเรสซ่าเป็นักสืบเอกชน เพียงแต่เธอไม่ใช่นักสืบธรรมดาดาษๆเธอไม่รับงานจับชู้ ไม่รับตามหาคนหรือสืบหาความจริงในเื่ราวที่ “ธรรมดาสามัญทั่วไป”
แลร์รี่ เจนกินส์: โอเค? แค่นั้นเอง? ไม่มีอะไรจะพูดมากกว่านี้งั้นหรือ!
ชายอ้วนฉุนามแลร์รี่ เจนกินส์ลุกจากเก้าอี้ด้วยความโกรธเมื่อเห็นเมเม่นั่งพิจารณาเล็บสีชมพูระยิบระยับของตนโดยไม่มีทีท่าสนใจเื่ของเขาแม้แต่น้อย
แลร์รี่ เจนกินส์: ผมมาที่นี่เพราะได้ยินชื่อเสียงของคุณนะคุณนักสืบ!
แลร์รี่ เจนกินส์: ภรรยาของผมหายตัวไปเกือบ 4 เดือนแล้ว!
แลร์รี่ เจนกินส์: ไม่ว่าจะตำรวจหรือเ้าหน้าที่ไหนๆ ก็พึ่งไม่ได้เลยสักคน
แลร์รี่ เจนกินส์:ทั้งที่ผมเดือดร้อนขนาดนี้ คุณกลับแสดงท่าทีไม่ใยดีอะไรเลย
แลร์รี่ เจนกินส์: รู้หรือเปล่าว่าผมต้องดั้นด้นมาไกลแค่ไหนกว่าจะถึงที่นี่น่ะ!!!
เมเม่ถอนหายใจ เลิกเพ่งเล็บตัวเอง แต่เปลี่ยนเป็หยิบกระดาษสีขาวขึ้นมาส่องแทนสายตาสีน้ำตาลอ่อนข้างหนึ่งกับสีฟ้าใสอีกข้างมองสลับไปมาระหว่างกระดาษกับแลร์รี่หัวล้าน
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฉันไม่สนหรอก
เมเม่ แคลเรสซ่า: แต่ที่แน่ๆ ฉันรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้พูดความจริงกับฉันทั้งหมด
แลร์รี่ เจนกินส์: อะ อะ อะไรนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณโกหกฉัน คุณเจนกินส์หรือไม่ว่าคุณจะชื่ออะไรก็ตาม
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณบอกว่าเ้าของเสียงในเครื่องนี่
เมเม่ แคลเรสซ่า: รศ.มิแรนด้า ครุกแชงก์
เมเม่ แคลเรสซ่า: เป็ “ภรรยา” ของคุณใช่ไหม
แลร์รี่ เจนกินส์: ชะ ใช่แล้ว นั่นเป็ความจริงนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ก็ได้ คุณสามีฉันมีข้อสงสัยอยู่นิดหน่อย
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณว่าทำไมผู้หญิงที่ฉลาดเฉลียวแล้วก็เก่งกาจอย่างรศ.ครุกแชงก์ถึงเลือกคุณเป็สามีกันนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: พนันว่าเงินเดือนระดับระดับรองศาสตราจารย์ต้องมากกว่าคนขับแท็กซี่อยู่แล้วจริงไหม
แลร์รี่ เจนกินส์: คุณ... คุณพูด-
เมเม่ แคลเรสซ่า: ไม่ต้องแปลกใจขนาดนั้นหรอกฉันเป็นักสืบนะ คุณเจนกินส์
เมเม่ แคลเรสซ่า: ก่อนที่คุณจะขึ้นมาบนนี้ฉันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดด้านหน้าอาคาร
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฉันเลยให้ผู้ช่วยของฉันคาร์ลินไปช่วยชะโงกดูนิดหน่อย
เมเม่ผายมือไปทางชายหนุ่มวัย 25 ผู้ง่วนอยู่กับสมุดจดในมืออยู่บนโซฟาด้านใกล้กับประตูห้องครัวที่เปิดค้างไว้ตลอดเวลาหนุ่มผมสีดำยุ่งกระเซิงสวมแว่นตาเฉิ่มเชยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นมองสาวนักสืบด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายเห็นรถแท็กซี่ใช่ไหม
อามายะ คาร์ลิน: อ้อใช่!ใช่ๆผมเห็นรถแท็กซี่จอดหน้าตึก
เมเม่ แคลเรสซ่า: และถึงคาร์ลินจะไม่เห็นตอนที่คุณก้าวออกมาแต่ฉันก็พอบอกได้ว่ารถคันนั้นเป็ของคุณด้วยเหตุผล 3 ประการ
เมเม่ แคลเรสซ่า: หนึ่งคือ จนบัดนี้ยังไม่มีเสียงสตาร์ทจากรถคันนั้นเลยรถยังคงจอดอยู่ตลอดการสนทนาของพวกเรา
เมเม่ แคลเรสซ่า: ข้อต่อมาคือกางเกงของคุณมีรอยเปื้อนซอสมะเขือเทศกับมัสตาร์ดเป็รอยทางยาว
เมเม่ แคลเรสซ่า: บ่งบอกว่าคุณวางอาหารอาจเป็แฮมเบอร์เกอร์ไม่ก็ฮอทด็อกไว้บนตัก
เมเม่ แคลเรสซ่า: มันเป็ท่าทางที่เหมาะกับเช้าที่วุ่นวายจริงไหม
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณกินอาหารบนรถเพื่อประหยัดเวลาในการรอลูกค้า
เมเม่ แคลเรสซ่า: จากนั้นพอมีลูกค้าปรากฏตัวมาอย่างกะทันหันด้วยความเร่งรีบ
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณเลยทำอาหารที่ยังกินไม่หมดตกพื้นจนเกิดเป็คราบอย่างที่ว่า
เมเม่ แคลเรสซ่า: และขอบอกเลยนะว่ามันไม่ใช่ครั้งเดียวที่เกิดขึ้นเสียด้วย
เมเม่ แคลเรสซ่า: ส่วนเหตุผลข้อสุดท้ายซึ่งเป็ข้อสำคัญที่สุดที่ทำให้ฉันไม่เชื่อว่าคุณไม่ใช่สามีของรศ.ครุกแชงก์
เมเม่ แคลเรสซ่า: คือคุณมันพวกขี้แพ้ไงละ
แลร์รี่เจนกินส์:คุณว่าไงนะ!
เมเม่ แคลเรสซ่า: หรือว่าฉันพูดผิดล่ะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณไม่ดูแลตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณอ้วนฉุ นิสัยซกมกโสโครกฉันได้กลิ่นตัวคุณก่อนจะเปิดประตูเข้ามาในห้องซะอีก
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณน่ะไม่ชอบอาบน้ำแล้วก็สวมเสื้อซ้ำๆ กันโดยไม่ซัก
เมเม่ แคลเรสซ่า: และั้แ่ที่คุณเห็นฉันคุณมองหน้าอกฉันแล้ว 27 ครั้ง
เมเม่ แคลเรสซ่า: อย่าคิดว่าฉันจะไม่สังเกตสายตาลอกแลกของคุณนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: นอกจากนี้คุณยังติดการพนันงอมแงมสังเกตจากหนังสือโปรแกรมม้าที่อ่านจนโทรมในกระเป๋าเสื้อ
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณมีรอยคล้ำใต้ตาบ่งบอกว่าคุณทำงานโต้รุ่งบ่อย หรืออาจทุกวันก็ได้
เมเม่แคลเรสซ่า: แล้วคุณก็เป็ไอ้ขี้โกหก
เมเม่ แคลเรสซ่า: คุณบอกว่าตัวเองเดินมาทางไกลเพื่อมาเจอฉัน
เมเม่ แคลเรสซ่า: แต่ฉันคิดว่าอย่างมากคุณก็แค่ขับรถมาจากสนามม้าในเมืองมากกว่ามั้ง
เมเม่ แคลเรสซ่า: พูดตรงๆ นะคุณน่ะถอดแบบมาจากตำรามนุษย์เส็งเคร็งเลยทีเดียว
เมเม่ แคลเรสซ่า: ไม่มีผู้หญิงสติดีๆคนไหนคิดอยากได้คุณเป็สามีแน่นอน
เมเม่ แคลเรสซ่า: ยิ่งเป็ผู้หญิงฉลาดแบบรองศาสตราจารย์ด้วยนะ
แลร์รี่ เจนกินส์: นี่คุณ-
เมเม่ แคลเรสซ่า: หรือฉันพูดผิดล่ะ
แลร์รี่ เจนกินส์: ไม่... ไม่ผิดครับ
คาร์ลินลอบถอนหายใจ เขาส่ายหน้าให้เมเม่ราวกับจะบอกว่า“เชื่อเขาเลย” แวบหนึ่งท่าทางเกรี้ยวกราดของแลร์รี่ทำให้เขานึกกังวลขึ้นมามันเหมือนกับฝ่ายนั้นอยากกระโจนเข้าไปบีบคอสาวนักสืบให้ตายคามือก็ไม่ปาน แต่แล้วชายหนุ่มก็คิดขึ้นได้ว่าหากเป็เื่การต่อสู้ประชิดตัวด้วยมือเปล่า เขาควรกลัวว่าเมเม่อาจฆ่าตาอ้วนนี่ตายคามือมากกว่า
แลร์รี่ เจนกินส์: แต่ผมไม่ได้โกหกเื่ที่รู้จักกับมิแรนด้านะ
แลร์รี่ เจนกินส์: ครั้งหนึ่ง... นานมาแล้วพวกเราเคยเป็แฟนกัน
แลร์รี่ เจนกินส์: แล้วก็อย่างที่คุณพูด คุณนักสืบ
แลร์รี่ เจนกินส์: ผมมันไอ้ขี้แพ้
แลร์รี่ เจนกินส์: เธอเรียนต่อมหาวิทยาลัยแต่ผมเปล่า
แลร์รี่ เจนกินส์: พวกเราแยกกันนับแต่นั้น
อามายะ คาร์ลิน: งั้นทำไมคุณถึงบอกว่าเป็ภรรยาล่ะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: เพื่อโน้มน้าวไง
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่หรือว่าการปรับข้อมูลให้ตัวเองดูเป็เหยื่อได้รับผลกระทบโดยตรงจากเื่ราวปัญหาเป็หนึ่งในวิธีเรียกร้องความสนใจที่นิยมที่สุดน่ะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: เพราะมันจะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ร่วมต่อเื่ราว
เมเม่ แคลเรสซ่า: ซึ่งจะนำไปสู่-
อามายะ คาร์ลิน: ความสงสารผมรู้
อามายะ คาร์ลิน: และจุดอ่อนของผมก็คือความสงสาร
อามายะ คาร์ลิน: เธอบ่นผมเื่นี้เป็ร้อยครั้งได้แล้วมั้ง
เมเม่ แคลเรสซ่า: ก็ถ้านายฉลาดกว่านี้ฉันก็ไม่จำเป็ต้องเปลืองน้ำลายขนาดนั้นหรอก
อามายะ คาร์ลิน: เธอนี่มัน...
แลร์รี่ เจนกินส์: แต่ผมจำเป็ต้องทำจริงๆ นะครับ
แลร์รี่ เจนกินส์: ไม่มีใครสนใจที่มิแรนด้าหายตัวไปจริงๆ สักคน
แลรรี่ เจนกินส์: ผ่านไปสักครึ่งเดือนพอไม่มีเบาะแส ตำรวจก็เลิกยุ่ง
แลร์รี่ เจนกินส์: ขนาดสามีเอง ตอนนี้ก็ไปติดผู้หญิงคนใหม่แล้วเลย
แลร์รี่ เจนกินส์: มีแต่ผมคนเดียวที่ยังคงตามหาเธออย่างจริงจัง
แลร์รี่ เจนกินส์: คุณนักสืบรู้หรือเปล่า
แลร์รี่ เจนกินส์: พวกเขาฝังโลงเปล่าในพิธีศพของเธอ
แลร์รี่ เจนกินส์: ผม... ทนไม่ได้ที่เธอ มิแรนด้าต้องหายไปโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็ตายร้ายดียังไง
แลร์รี่ เจนกินส์: ถึงเราจะจบกันไม่สวย และไม่ได้เจอกันมานานเหมือนเกือบชั่วชีวิต
แลร์รี่ เจนกินส์: แต่วินาทีที่ผมเห็นข่าวเล็กๆ เกี่ยวกับเธอในหนังสือพิมพ์
แลร์รี่ เจนกินส์: ผมก็รู้เลยว่าผมจำเป็ต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ
แลร์รี่ เจนกินส์: ตามหาเธอให้พบ