หลังจากเดินทางถึงเมืองหลวง หว่านอิ๋งอิ๋งก็ได้แยกตัวกลับไปยังจวนสกุลโม่ องครักษ์นำเอาข้าวของที่เสิ่นฮูหยินฝากกลับมามอบให้ประมุขสกุลโม่เรียบร้อยก็ขออนุญาตลากลับไปเยี่ยมครอบครัว
หญิงสาวควบม้าออกเดินทางไปยังบ้านเกิดที่อยู่อำเภอห่างออกไปจากเมืองหลวงเดินทางจากเช้าจรดบ่ายก็ไปถึง อำเภอเฟิงกัวของนางเป็ทางผ่านไปยังเมืองใหญ่ฉางซาซึ่งสามารถเดินทางต่อไปยังชายแดนแคว้นผิง
...นานแล้วที่นางไม่ได้กลับบ้านเป็เพราะนางชอบอยู่ในเมืองหลวง...
บ้านสกุลหว่านมีรั้วกว้าง ภายในประกอบด้วยหลายเรือน เดิมทีเคยมีครอบครัวของท่านลุงท่านป้าอาศัยอยู่ด้วย ตอนนี้พวกเขาย้ายเข้าไปทำการค้าที่เมืองฉางซาแล้ว จึงเหลือเพียงท่านปู่ท่านย่า บิดามารดาของนางกับครอบครัวพี่ชายที่เพิ่งมีบุตรชายตัวน้อย
พอหว่านอิ๋งอิ๋งโผล่หน้าเข้าไปในห้องโถงกลางที่ทุกคนกำลังนั่งอยู่กันพร้อมหน้า บิดาของนางก็ทักขึ้น
“นี่หากพ่อไม่ส่งจดหมายไปหา เ้าก็คงไม่กลับมาเยี่ยมพวกเราเลยสินะ”
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้ากลับมาปีละครั้งอยู่แล้วนะ อีกอย่างเงินค่าจ้างที่ข้าได้รับฝากส่งมาทุกสามเดือน”
“เงินทองพวกนั้น พ่อเก็บไว้ให้เ้าสำหรับเป็สินเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี สตรีอย่างเ้าพอส่งแม่สื่อไปบ้านละแวกนี้ก็ไม่มีผู้ใดตอบรับแล้ว”
หว่านอิ๋งอิ๋งเข้าคารวะท่านปู่กับท่านย่าแล้วรีบกอดแขนประจบ
“ท่านย่า ดูท่านพ่อของข้าสิเ้าคะ เอะอะก็มีแต่จะส่งข้าไปอยู่สกุลอื่น”
“อิ๋งอิ๋ง เ้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว ผ่านการปักปิ่นมาสองครั้ง สมควรจะเร่งออกเรือน ครั้งนี้สกุลหลิวยินยอมแลกใบเกิดเพื่อทำการหมั้นหมายกับเ้า นับว่าเป็เื่ดี หากไม่ตกลงกับพวกเขาก็คงยากจะหาบุรุษอื่นมาให้เ้า”
หว่านอิ๋งอิ๋งรู้สึกมึนไปชั่วขณะ นางเพิ่งหลบจากคนสกุลหลิวมาได้แท้ๆ นี่กลับต้องมาเกี่ยวข้องกับคนสกุลหลิวอย่างนั้นหรือ?
“เหตุใดต้องเป็สกุลหลิวด้วยเ้าคะ?”
หลิวเสี่ยวมองบุตรสาวผู้ห้าวหาญแล้วถึงกับส่ายหน้า
“ที่เรามีโชคครั้งนี้เป็เพราะสกุลหลิวอยู่ในเมืองฉางซา พวกเขาไม่เคยรู้วีรกรรมของเ้าต่างหาก จอมยุทธ์หญิง พ่อบอกพวกเขาว่าเ้าไปทำงานอยู่กับสกุลโม่ เหล่าหลิวก็เลยอยากจะหมั้นหมายเ้าเอาไว้”
“ท่านพ่อ ท่านได้เห็นบุรุษผู้นั้นแล้วหรือเ้าคะ? จู่ๆ ก็ไปรับหมั้นคนแปลกหน้าให้ข้า ไม่รู้คนผู้นั้นหูหนาตาเหล่หรือพิกลพิการหรือไม่?”
“ไม่ๆ พ่อดูรูปของเขาแล้ว เพื่อเป็การยืนยันว่าเขารูปร่างหน้าตาดีจึงได้นำภาพวาดของเขามาให้เ้าดูด้วย นี่เ้าไม่เชื่อในสายตาของพ่อคนนี้แล้วหรือ?”
หว่านอิ๋งอิ๋งจนปัญญาจะโต้เถียงกับบิดา พี่ชายของนางมาช่วยนำสัมภาระไปเก็บในห้องนอน ส่วนพี่สะใภ้ก็มาคล้องแขนนางให้ไปที่โต๊ะอาหาร
“ท่านพ่อเ้าคะ เื่นี้อย่าเพิ่งพูดเลย พาอิ๋งอิ๋งไปกินข้าวก่อนเถิด นางเดินทางมาเหนื่อยๆ ให้กินอิ่ม นั่งพักเสียก่อน ค่อยพูดเื่นี้นะเ้าคะ”
“ได้ๆ ไปๆ กินข้าวกันก่อน”
พี่ชายของหว่านอิ๋งอิ๋งทั้งกินข้าวทั้งอมยิ้มมองดูน้องสาวที่หลีกเลี่ยงการแต่งงานมาได้จนอายุเลยยี่สิบปี นางชอบการเป็องครักษ์หญิงมากและตั้งปณิธานที่จะไม่เป็อย่างสตรีทั่วไปที่ต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน
...ดูท่ายามนี้ คงจะหลบไม่พ้นเสียแล้ว....
หลังเวลาอาหารเย็น ครอบครัวของนางก็มานั่งบนเก้าอี้ห้องโถงกลางเพื่อถกเื่นี้กันอย่างจริงจัง ท่านปู่กับท่านย่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะอยากจะให้หลานสาวคนเล็กเป็ฝั่งเป็ฝาเสียที
“ข้าไม่อยากแต่ง!”
“แต่พ่อรับหมั้นให้เ้าไปแล้ว ของหมั้นก็อยู่ในห้องเก็บสมบัติของเรา”
“เราก็เอาไปคืนเขาได้นี่เ้าคะ ก็แค่ถอนหมั้น”
“ไม่ได้ๆ พ่อกับเหล่าหลิวตกลงกันเป็หมั่นเป็เหมาะแล้ว ทำเช่นนั้นพ่อก็เสียคนกันพอดี”
“ท่านพ่อ ท่านลุงหลิวผู้นี้ ข้าไม่เคยได้ยินท่านกล่าวถึงเลยสักครั้ง ท่านไปรู้จักเขาั้แ่เมื่อใด?”
“ก็ั้แ่เ้าไปฝึกวรยุทธ์นั่นล่ะ ท่านลุงกับท่านป้าของเ้าเริ่มทำร้านในเมืองฉางซาพ่อก็เลยไปช่วย เหล่าหลิวเป็มือปราบแวะเวียนมาจับคนร้ายแถวๆ ร้านของท่านลุงอยู่บ่อยๆ พ่อกับเขาก็เลยรู้จักกัน”
หว่านอิ๋งอิ๋งกำลังมองหาหนทางจะให้ท่านพ่อของนางยอมให้นางถอนหมั้น ทว่าคนทั้งเรือนกลับไม่อยู่ฝ่ายนาง...เช่นนี้นับว่าโดดเดี่ยวโดยแท้
“ท่านพ่อ หากเป็คนสกุลอื่นข้าก็คงจะพอรับได้ แต่ว่าคนสกุลหลิวนี้ข้าไม่ค่อยถูกชะตานัก นี่ก็เพิ่งพ้นจากคนผู้หนึ่งมาได้ ยังมาเจออีก”
“เ้าเจอคนสกุลหลิวในเมืองฉู่จิ้งด้วยหรือ?”
“บังเอิญน่ะเ้าค่ะ แต่อย่าไปพูดถึงเขาเลย แค่คิดข้าก็โมโหแล้ว”
“เ้าลองดูรูปเขาก่อนดีหรือไม่? รูปร่างหน้าตาเสี่ยวหลิวผู้นี้ดูดีนัก พ่อเห็นครั้งแรกก็ชอบเลย”
“ใช่ๆ พวกเราก็ชอบ” คนทั้งบ้านก็นางสนับสนุนเป็ประโยคเดียวกัน
หว่านอิ๋งอิ๋งถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“พวกท่านก็ทราบปณิธานของข้า ยังจะบังคับให้ข้าต้องแต่งงานอีก”
“อิ๋งอิ๋ง สตรีไม่ออกเรือน วันหน้าจะไร้ผู้คุ้มครอง เ้าเชื่อท่านพ่อเถอะ แม่เองเห็นรูปของเสี่ยวหลิวผู้นี้แล้วยังรู้สึกถูกชะตาเลย”
มารดาของหว่านอิ๋งอิ๋งเป็สตรีที่เชื่อฟังสามีและบิดามารดาของสามีอย่างยิ่ง แม้ว่าหลายอย่างจะขัดใจแต่ก็ไม่เคยโต้แย้ง หว่านอิ๋งอิ๋งเคยเห็นมารดาแอบไปนั่งเช็ดน้ำตาด้วยความน้อยใจอยู่เพียงลำพัง
...ภายใต้ท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามนั้น แท้จริงคือการขัดใจตนเองอย่างยิ่งยวด นับแต่ครั้งนั้นหว่านอิ๋งอิ๋งจึงอยากจะเป็สตรีที่เข้มแข็ง....
ภาพที่ถูกคลี่อยู่ตรงหน้าทำเอาองครักษ์หญิงถึงกับตกตะลึง
...นี่คือ...หัวหน้าหลิว...มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว....
“เป็อย่างไร? หล่อเหลาจนเ้าตกตะลึงไปเลยหรือ?”
หว่านอิ๋งอิ๋งกระพริบตาถี่ “เป็เขา! เป็เขาไปได้อย่างไร?”
หว่านเสี่ยวยิ้มกว้าง “พวกเ้ารู้จักกันหรือ? ดีจริง! จะได้ไม่ต้องแนะนำพวกเขา เช่นนี้เ้ากับเขาก็ไปสานสัมพันธ์กันต่อได้เลย”
“คนผู้นี้ ข้าไม่ถูกชะตาเลย เขาเป็หัวหน้าองครักษ์อยู่สกุลชิง ทั้งเคร่งครัด ทั้งน่าเบื่อ ไม่อ่อนโยนเลยสักนิด”
หน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งบูดบึ้ง นางอุตส่าห์คิดว่าไม่ต้องพบเจอกับเขาแล้ว จู่ๆ หลิวเฉิงผู้นั้นกลับกลายมาเป็คู่หมั้นของนาง...ชะตาช่างเล่นตลก
“อิ๋งอิ๋ง อย่างนี้เรียกว่าชะตาฟ้าลิขิต เหมือนกับนิยายรักคุณหนูและคุณชายที่ตอนเริ่มต้นทะเลาะกัน สุดท้ายกลับกลายเป็คู่รัก”
“พี่สะใภ้ ท่านอ่านนิยายน้ำเน่ามากเกินไปแล้วนะเ้าคะ”
“ข้าเองก็เคยเป็อย่างเ้า ตอนถูกจับหมั้นกับพี่ชายเ้าทีแรก ข้าก็โมโหนัก เจอเขาทีไรก็คอยหาเื่ให้เขารำคาญข้าเพื่อจะได้ถอนหมั้น สุดท้ายเจอกันบ่อยๆ เข้าข้าก็ใจอ่อน” พี่สะใภ้ของหว่านอิ๋งอิ๋งหันไปมองสามีด้วยความรักใคร่
“นั่นก็เป็เพราะพี่ใหญ่ชอบท่านอยู่เป็ทุนเดิม แต่ข้ากับหลิวเฉิงผู้นี้ต่างไปมาก พวกเราไม่ชอบหน้ากัน ซ้ำเขายังหวาดระแวงกลัวข้าจะเป็สายลับไปล้วงความลับของสกุลชิงอีก พวกเราเข้ากันไม่ได้หรอกนะเ้าคะ”
บิดาและมารดาของหว่านอิ๋งอิ๋งหันไปสบตากัน
“เขาดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?”
“เ้าค่ะ ข้าคิดว่าหากสตรีใดได้แต่งงานกับเขาก็คงจะหาความสุขได้ยาก ใบหน้าคนผู้นี้บูดบึ้งอยู่แทบทั้งวัน ซ้ำยังชอบสั่งการคนรอบข้างอยู่เป็นิจ ข้าว่าข้าคงทนไม่ได้แน่”
“น่าเสียดายจริง พ่อได้ยินว่าเขาเป็องครักษ์นี่ล่ะ จึงคิดว่าจอมยุทธ์หญิงอย่างเ้าน่าจะพูดคุยกับเขาได้เข้าใจกัน ไม่คิดว่าเขาจะเป็คนเช่นนี้”
“ท่านพี่ เรารับหมั้นพวกเขามาแล้ว หากให้ฝ่ายเราเป็ฝ่ายถอนหมั้นจะไม่น่าเกลียดไปหรือเ้าคะ?”
“นั่นสิ พวกเขาอุตส่าห์มาเยือนเราถึงบ้าน ซ้ำของหมั้นยังมากถึงเพียงนั้น แม้พ่อจะไม่เสียดายเงินทองพวกนั้น แต่หากพวกเราเป็ฝ่ายปฏิเสธ พ่อก็คงไม่มีหน้าจะพบพวกเขาอีก ที่สำคัญท่านลุงกับท่านป้าของพวกเ้าออกหน้าพูดคุยกับสกุลหลิวเสียด้วย เฮ้อ! พ่อจะทำเช่นใดดี?”
พอได้ยินเช่นนั้นคนทั้งบ้านก็พากันทำหน้าสลด ท่านปู่ก็รีบสำทับ
“อิ๋งอิ๋ง ปู่กับย่าก็ได้เลี้ยงรับรองพวกเขาตอนที่มาเยือนบ้านสกุลหว่าน หากว่าจะให้เราเป็ฝ่ายถอนหมั้น ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด เื่นี้เ้าจัดการเองได้หรือไม่?”
“จัดการเองหรือเ้าคะ?” หว่านอิ๋งอิ๋งถึงกับอึ้ง
ท่านย่าที่นั่งฟังอยู่นาน มองหลานสาวหัวดื้อแล้วก็ยิ้มน้อยๆ
“เ้าก็ไปตามหาเสี่ยวหลิวผู้นั้น แล้วก็ตกลงให้เขาเป็ฝ่ายถอนหมั้นเราเองเถิด ทำเช่นนี้สกุลหว่านของเราก็จะได้ไม่เสียคำพูดและของหมั้นเ่าั้ก็ไม่ต้องคืนด้วย”
***********************
ไรเตอร์แนะนำ...เซ็ทนิยาย
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNyI7fQ 