ตอนที่ 22 เจิ้งฟู่VS ตงชู่ 1
เจิ้งฟู่ไม่แม้แต่ขยับสักก้าวเดียวเขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับเอามือข้างหนึ่งไว้ด้านหลังและใช้เพยงมือเดียวรับเอากระบอกหนักของต้าหลุน......
ย้าาา!!
[กระบองกระแทก]
ปัง!!!
คราวนี้ต้าหลุนใส่สุดแรงของเขาที่มีแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เจิ้งฟู่ขยับได้แม้แต่น้อยอย่าว่าแต่ขยับเลยแม้แต่ฝุ่นก็ไม่อาจเกาะเขาได้..........
ทำให้คนที่ยืนมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้างและพูดอะไรไม่ออกกันเป็แถวทุกคนไม่รู้ว่าเขาใช้ทักษะอะไรรับมือกับกระบอกหนักนั้นถึงแม้พวกเขาจะอายุเพียงแปดขวบแต่ด้วยพวกเขาเป็ผู้ฝึกยุทธจึงทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปนัก...........
“ดูนั้นสิเ้าหนูนั้นไม่ขยับเลยแม้แต่ก้าวเดียวปล่อยให้ไอ้หนูต้าหลุนนั้นโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเลย”
“ใช่แต่ถึงจะโดนอยู่ฝ่ายเดียวก็เถอะแต่เขากับดูท่าทางสบายๆแบบชิวๆอยู่เลยเหมือนกับกระบองหนักนั้นเป็เพียงแค่ไม้ท่อนเล็กๆอย่างนั้นหละ”
ปัง!!!
ปัง!!!
ไม่ว่าต้าหลุนจะโจมตีเจิ้งฟู่สักกี่ครั้งเขาก็สามารถที่จะรับมันได้อย่างสบายๆเขาแทบจะไม่ต้องใช้พลังอะไรเลยด้วยซ้ำก็สามารถรับการโจมตีของมันได้ทั้งหมดได้ด้วยมือข้างเดียวของเขา........
หมดหรือยัง!!?
เจิ้งฟู่พูดขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็รุกแทนเขาปัดให้กระบอกของต้าหลุนกระเด็นถอยหลังไปจากนั้นก็ยกกระบี่เขาขึ้น.....
ทักษะกระบี่สายลมกระบวนท่าที่หนึ่ง
[คลื่นลมเบา]
วู้มมมมม!!!
ฟู้ววววว!!!
ฟิ้วววว!!!!
คลื่นลมถูกซัดออกกระบี่ของเจิ้งฟู่พุ่งตรงไปหาต้าหลุนทันทีแรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนท่านี้รุนแรงอย่างมากสีหน้าของกรรมกาถึงกับถอดสีทันทีแม้แต่คงซือไหกู่ ถงเทียง ถงหลาง เล่าชู่และหม้อจือยังตะลึงตาโตไปด้วยเมื่อมองเห็นพลังที่ถูกซัดออกมา........
ระวัง!!!
ต้าหลุนมันเองก็ััได้ถึงคลื่นพลังที่กำลังพุ่งเข้ามาหามันทำให้มันสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวมันล้มลงก้นกระแทกพื้นทันที.....
ตุบ!!
ฟิ้วววว!!
กรรมการรีบพุ่งตัวเขาไปปัดเพื่อช่วยเหลือต้าหลุนแต่ทันใดนั้นเองคลื่นพลังจู่ๆมันก็หายไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ......
กะ กะ เกิดอะไรขึ้น!!?
ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในอาการมึนงงสงสัยเพราะจู่ๆคลื่นพลังมันก็หายไปเองสะงั้นกรรมการเองก็เช่นกันตัวมันคิดว่ากระบวนท่าเมื่อครู่นี้ต้องเป็ทักษะระดับกลางอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นอนุภาพมันไม่รุนแรงขนาดนั้นหรอก.....
ทักษะระดับกลาง!!!
ทักษะระดับกลาง!!?
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนที่อยู่รอบๆเวทีประลองต่างก็หันมองหน้ากันด้วยความสงสัยเพราะทุกคนรู้ดีกว่าตระกูลของพวกเขานั้นมีทักษะระดับกลางแค่เพียงสองทักษะเท่านั้นแล้วเจิ้งฟู่จะใช้ทักษะระดับกลางได้ยังไงกัน......
และที่สำคัญเขายังตระโกนชื่อทักษะออกมาอีกด้วยและมันก็คือทักษะกระบี่สายลมที่ทุกคนรู้จักกันว่ามันเป็ทักษะระดับต่ำชั้นสูงเท่านั้นแต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถฝึกมันได้สำเร็จและทำให้ทักษะนี้มีอนุภาพมากขนาดนี้เลย......
"จริงๆๆด้วย ไอ้หนูมันทำได้จริงๆด้วยพี่ใหญ่ท่านเห็นไหมมันเหมือนกับวันนั้นที่เราเห็นเขาใช้มันครั้งแรกเลยแถมมันยังดีกว่าครั้งนั้นอีกด้วย" ถงหลางถึงกับดีดตัวขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นเจิ้งฟู่ใช้ทักษะกระบี่สายลมออกมาเหมือนกับในวันนั้นที่พวกมันสองคนเห็น.....
ส่วนคงซือและคนอื่นไม่รู้ว่าถงหลางพูดอะไรแต่ที่เขารู้ก็คือเจิ้งฟู่ลูกของเขาเคยทำมันให้ทั้งสองคนดูมาก่อนแต่ตัวมันกับไม่เคยรู้มาก่อนเลย..........
"พี่คงซือหลานเจิ้งฟู่ไปฝึกทักษะแบบนั้นจากไหนกัน?"ไหกู่อดสงสัยไม่ได้จึงได้หันไปหาคงซือและถามขึ้น.....
"ข้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงใช้ทักษะระดับกลางได้ก่อนหน้านี้ข้าพาเขาไปที่หอตำราเพื่อเลือกทักษะและเขาก็เลือกมันมาสามทักษะได้แก่ทักษะกระบี่อ่อน ทักษะกระบี่สายลม และทักษะกระบี่ใบหลิวที่เหลือข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาฝึกมันจนสำเร็จได้ยังไง"คงซือตอบอย่างจนปัญญาเพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเจิ้งฟู่ทำได้ยังไง.....
"ว่ายังไงนะ!? ทักษะกระบี่อ่อนกระบี่สายลม และก็กระบี่ใบหลิว อย่างนั้นเรอะ?" ไหกู่ถึงกับดวงตาเบิกโตด้วยความใเพราะตัวมันก็รู้จักทั้งสามทักษะดีกว่ามันฝึกยากแค่ไหน....
ใช่!!
"ทั้งสามทักษะนั้นเป็ทักษะระดับต่ำชั้นสูงไม่ใช้หรอแต่ที่เขาใช้มัน.......แถมว่ากันว่าทั้งสามทักษะนี้ยังฝึกได้ยากอีกด้วยถึงจะฝึกได้แต่ก็ยังยากที่จะทำให้มันแสดงอนุภาพของมันได้แบบนี้"
ทุกคนต่างตกอยู่ในความกลหนวุ่นวายไปหมดเพราะเจิ้งฟู่พึ่งจะใช้ทักษะระกับกลางไปส่วนต้าหลุนนั้นตอนนี้มันสลบไปแล้วพร้อมกับฉี่ที่ไหลเต็มกางเกงของมันไปหมดด้วยความกลัวและในสนามประลองอื่นเองก็จบการต่อสู้ลงเช่นกันมีเพียงเทียนฉีและตงชู่ที่สามารถจบการประลองได้อย่างรวดเร็วทั้งสองคนได้ดูการต่อสู้ของเจิ้งฟู่และเมื่อทั้งคู่รู้ว่าเขาเองก็ใช้ทักษะต่อสู้ได้เช่นกันแถมยังเป็ทักษะระดับกลางอีกมันยิ่งทำให้ทั้งตงชู่และเทียนฉีรู้สึกไม่พอใจ....
"ทักษะระดับกลางแล้วยังไง ข้ายังมียาเสริมกำลังอยู่ข้าไม่กลัวแกหรอกรอบต่อไปคู่ต่อสู้ของแกก็คือข้าคนนี้และเมื่อถึงตอนนี้ข้าจะเป็คนดับความยโสของแกเอง.....เจิ้งฟู่!!"ตงชู่ยืนมองเจิ้งฟู่ด้วยสาตาอาฆาตพร้อมกับกนด่าสาปแช่งอยู่ในใจของมัน.....
"เชอะ!! ทำอวดเก่งไปเถอะ เมื่อเ้ามาเจอกับข้าข้านี่และจะทำให้เ้าต้องเสียใจที่มาทำให้ข้าอับอายก่อนหน้านี้แต่.....ถ้าเ้าไม่แพ้ไปก่อนละนะ" เทียนฉีเองก็มีท่าทางที่ไม่ต่างจากตงชู่มากเท่าไหร่นักเพราะนางเองก็มีเื่ที่ต้องสะสางกับเจิ้งฟู่เช่นกัน......
ที่ทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกกลัวเจิ้งฟู่นั้นก็เป็เพราะว่าพวกเขาต่างก็มีไผ่ตายเป็ของตัวเองเมื่อต้องสู้กับเจิ้งฟู่และแน่นอนเจิ้งฟู่เองก็มีเช่นกันและเทียนฉีนั้นอยู่คนละสายกับเขาแต่ตงชู่นั้นอยู่สายเดียวกันดังนั้นเขากับตงชู่ต้องได้เจอกันก่อนที่จะได้เจอกับเทียนฉี.....
“กรรมการตกลงใครชนะวะ ยืนอึ้งอยู่ได้!!!”
อ๊ะ!!
"ขอโทษด้วย ผู้ชนะคือ เจิ้งฟู่!!" กรรมการที่กำลังยืนอึนอยู่เมื่อได้ยินเสียงของผู้ที่เข้าชมะโขึ้นมามันก็ได้สติก่อนจะประกาศผลออกไป.....
และเมื่อการต่อสู้ในรอบแรกจบลงทุกคนจะได้พักอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ในรอบถัดไปจากสายละแปดคนจะเหลือเพียงสี่และรอบนี้คู่ต่อสู้คนต่อไปของเจิ้งฟู่ก็คือตงชู่เพราะทั้งคู่ต่างเป็ผู้ชนะในรอบที่แล้ว.....
"ว่ายังไงเ้าศิษย์สุดที่รัก.....กระบวนท่าที่เ้าใช้เมื่อครู่ไม่เลวเลยนะและก็อย่าบอกนะว่าคราวนี้เ้าเองก็บังเอิญทำมันได้อีกแล้วนะ!!"เมื่อกลับลงมาถงหลางก็ได้เข้ามาหาเขาพร้อมกับพูดแซวเล่น.....
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจิ้งฟู่เพียงแต่เอามือขึ้นมาเกลาหัวและยิ้มพร้อมกับทำหน้าใสซื่อมองกลับไปที่ถงหลางก่อนจะพูดขึ้นว่า"ก็อย่างที่ท่านอาจารย์ว่ามานั้นหละ ถ้าท่านสนใจข้ายินดีที่จะบอกท่านถึงท่วงท่าของมันให้ก็ได้นะ"เจิ้งฟู่กล่าวหยอกล้อกลับไปบ้าง.....
เ้า!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
"แน่นอนพวกเราสนใจแต่ว่ามันคงจะไม่ดีถ้าให้ลูกศิษย์มาสอนอาจารย์เ้าว่าจริงไหม"ทันใดนั้นถงเทียนที่ถึงตามมาก็พูดขึ้น.....
"นั้นสินะข้าลืมไปเลยท่านเป็อาจารย์ข้าเป็ศิษย์จะให้ศิษย์ไปสอนอาจารย์ได้อย่างไร.....เอิ่มมมมอ่า!! เอาอย่างนี้ไหมท่านอาจารย์ เรามาแลกเปลี่ยนวรยุทธกัน"
แลกเปลี่ยนวรยุทธ!!?
"มันทำได้ด้วยหรอน้องเจิ้งฟู่? มันไม่ใช่สิ่งของนะที่จะเอามาแลกเปลี่ยนกันหน่ะถ้าหากเป็การขอคำชี้แนะหรือประลองเพื่อทดสอบก็ว่าไปอย่าง" ไหกังที่อยู่ด้านหลังพูดถามขึ้นด้วยความสงสัย....
อั๊ก!!!
*เราลืมไปเลยว่าพวกเขาไม่รู้จักการแลกเปลี่ยนวรยุทธ เอายังไงดี!!?*
"มันไม่ใช่อย่างนั้น!!การแลกเปลี่ยนวรยุทธก็คือการที่คนทั้งสองต่างก็ร่ายรำวรยุทธของตัวเองออกให้อีกฝ่ายดูและนั้นก็คือการแลกเปลี่ยนวรยุทธและมันก็คล้ายๆกับสิ่งที่พี่ไหกังว่ามันนั้นแหละ"
อ่อ!!!
"มันเป็อย่างนี้นี่เอง เ้านิช่างสรรหาคำพูดจริงๆเลยนะถ้าเช่นนั้นข้าคงต้องขอแลกเปลี่ยนวรยุทธกับเ้าบ้างแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!" ไหกังเมื่อรู้ว่าการเปลี่ยนวรยุทธนั้นก็คืออันเดียวกับการขอคำชี้แนะเขาก็ถึงกับร้องอ่ออกมาและพูดของแลกเปลี่ยนวรยุทธบ้าง....
"ได้เลยท่านพี่ไหกัง แล้วเรามาแลกเปลี่ยนวรยุทธกัน"
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป......
"ได้เวลาแล้วผู้เข้าประลองทั้งหมดขึ้นเวทีได้!!!"เสียงของกรรมการดังขึ้นเพื่อเรียกตัวผู้เข้าทดสอบทั้งหมดขึ้นเวทีทดสอบและเมื่อทุกคนขึ้นมาบนเวทีแล้วก็ได้เวลาเริ่มการประลองแต่ทว่าทางฝั่งของเทียนฉีนั้นคู่ต่อสู้ของเธอขอยอมแพ้และทำให้เธอผ่านเข้ารอบทันทีส่วนคู่อื่นๆก็เริ่มต่อสู้กันแล้ว.....
"วันนี้หละ ข้าจะขอคิดบัญชีกับเ้าที่ทำให้ข้าอับอายทั้งต้นทั้งดอกเลยคอยดู" เสียงของตงชู่ดังขึ้นทางฝั่งเวทีของเจิ้งฟู่และตงชู่.....
"พูดมากน่ารำคาญ....จะเข้ามาก็รีบเข้ามาเถอะเสียเวลา!!" เจิ้งฟู่ขี้เกลียดที่จะโต้วาทีด้วยจึงเพียงแค่ตอบไปสั้นๆเท่านั้นก่อนจะยกมือขึ้นมากวักเรียกตงชู่ให้เข้ามา.....
กะ กะ แก......ย้า!!!
ตงชู่ไม่รู้ช้าพุ่งตัวเข้าหาเจิ้งฟู่ทันทีแต่เขายังคงไม่รีบร้อนที่จะกินยาเสริมพลังในตอนนี้เพราะเขายังคงเชื่อมั่นในตัวเองอยู่ตงชู่ชักดาบของมันออกมาพร้อมกับใช้คลื่นพลังจิติญญาไฟของมันเข้าไปที่ดาบทำให้ดาบลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง......
“นั้นเขาใช้จิติญญาไฟได้ด้วยอย่างนั้นเรอะ!?”
เสียงฮือฮาดังขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นตงชู่สามารถใช้ความสามารถของพลังจิติญญาธาตุไฟได้แต่มีเพียงเล่าชู่เท่านั้นที่ไม่ได้แสดงอาการใดเพราะว่าที่จริงเล่าชู่ได้ทดสอบพลังของตงชู่ต้องนานแล้วและมันก็รู้ว่าบุตรชายของมันมีจิติญญาไฟั้แ่สองปีก่อนแล้วด้วยดังนั้นมันจึงได้สอนตงชู่เกี่ยวกับการใช้พลังจิติญญาธาตุ....
เหตุที่เป็อย่างนั้นเพระว่าในครอบครัวของเขาส่วนใหญ่จะมีจิติญญาธาตุไฟมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วและตอนที่เขาทดสอบในด่านแรกนั้นพ่อของเขากำชับไว้ว่าห้ามให้ใครรู้ถึงเื่นี้จนกว่ามันจะถึงคราวจำเป็......
"เขาใช้พลังจิติญญาธาตุไฟได้ด้วยอย่างนั้นเรอะ?"
"แสดงว่าเขาเก็บซ่อนมันไว้ตอนทดสอบที่ด่านแรกสินะ"
"ปีนี้ทุกคนล้วนแต่ไม่ธรรมดาทั้งนั้น ถือว่าลูกเจิ้งจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเลย"
"ดาบไร้ตาอาจมีผิดพลาดไปบ้างอย่าได้ถือโทษโกรธกันเลยนะ"ตงชู่กล่าวขึ้นพร้อมกับขี้ดาบไปหาเจิ้งฟู่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่.......
ย้าาาา
[ทักษะดาบเพลิงทลายภูผากระบวนท่าแรกเพลิงแค้น]
ตู้มมมมมม!!
พลังจากกระบวนท่าของตงชู่ถูกซัดออกมามันก็ทำให้เกิดเป็เปลวเพลิงอันร้อนระอุแผ่ไปทั่วบริเวณจนทำให้คนรอบๆสนามรู้สึกได้ถึงความร้อนจนต้องถอยหลังออกไปหลายก้าว........
"นั้นมันทักษะดาบเพลิงทลายภูผานิ!?"
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตงชู่จะสามารถใช้ทักษะดาบเพลิงทลายภูผาได้มีอนุภาพขนาดนั้น"
ทั้งถงหลางและถงเทียนถึงกับอึ้งและใเล็กน้อยที่ตงชู่สามารถใช้ทักษะดาบเพลิงทลายภูผาที่เป็ทักษะจำเพราะได้อย่างมีประสิทธิภาพขนาดนั้นและไม่เพียงแค่ทั้งสองคนเท่านั้นที่ใแม้แต่ผู้าุโคนอื่นๆเองก็ใด้วยเช่นกัน......