หลังศึกชิงบัลลังก์สงบลง ราชสำนักต้าเหยียนก็ค่อยๆ กลับสู่ความสงบ และตระกูลซ่งก็ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในพระราชพิธีปูนบำเหน็จ ฮ่องเต้เซียวเฉิงต้ามีพระบรมราชโองการพระราชทานรางวัลแก่ตระกูลซ่งอย่างยิ่งใหญ่
ซ่งจงอี้ได้รับการเลื่อนเป็นเสนาบดีใหญ่ในสภาราชการ ซ่งจิ้งอันได้เข้าร่วมคณะเสนาบดีในฐานะขุนนางหนุ่มผู้ปรีชา ส่วนซ่งติ้งหย่วนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่คุมกำลังทหารชายแดนเหนือ
เจิ้นกั๋วกงผู้จงรักภักดีก็ได้รับการยกย่องให้เป็นเสาหลักของราชสำนัก
ตระกูลที่ในบทนิยายต้นฉบับถูกลิขิตให้ตายหมู่ บัดนี้กลับกลายเป็นตระกูลขุนนางที่รุ่งเรืองและทรงเกียรติที่สุดในเซิ่งจิง ทุกชะตากรรมอันโหดร้ายถูกพลิกกลับอย่างสิ้นเชิง
——————
ค่ำคืนนั้น จวนสกุลซ่งจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ ภายในครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะที่ไม่เคยมีมาก่อน
เหยาเหยานั่งอยู่กลางวง มองพ่อแม่ พี่ๆ และท่านตาที่ยิ้มแย้มมีความสุข ในใจอบอุ่นจนล้น
[ทุกคนยิ้มกันหมดเลย!] นางคิด ดวงตากลมเป็นประกาย [ถ้าเป็นในนิยาย ป่านนี้ครอบครัวข้าคงตายหมดแล้ว แต่ชาตินี้ ทุกคนยังอยู่ ยังหัวเราะ ยังมีความสุขด้วยกัน... นี่แหละสิ่งที่ข้าอยากเห็นที่สุด]
[ขอบคุณท่านยมบาลที่ส่งข้ามาเกิดในครอบครัวนี้] นางคิดอย่างซาบซึ้ง [ถึงตอนแรกจะหลอกข้าว่าให้มาเสวยสุข แต่กลับส่งมาเจอเรื่องวุ่นวาย... แต่สุดท้ายข้าก็ได้เสวยสุขจริงๆ ได้ครอบครัวที่อบอุ่นที่สุด]
เสิ่นว่านอวี๋ที่นั่งข้างลูก ได้ยินความคิดของลูกก็กอดนางแน่น น้ำตาคลอด้วยความปลื้มปีติ ทั้งครอบครัวที่ ‘ได้ยินเสียงใจ’ ของเหยาเหยา ต่างซาบซึ้งในความรักที่ลูกสาวและน้องสาวคนเล็กมีให้พวกเขา
ซ่งจงอี้ยกจอกชาขึ้น "วันนี้ เราขอดื่มให้กับดวงแก้วของตระกูลซ่ง — เหยาเหยาของเรา ผู้นำพาความโชคดีและความสุขมาสู่บ้านนี้!"
ทุกคนยกจอกขึ้นพร้อมกัน มองเหยาเหยาด้วยสายตาเปี่ยมรัก
เหยาเหยาที่ไม่รู้ว่าทุกคนกำลังขอบคุณ ‘ความสามารถลับ’ ของตน เพียงยิ้มหวานยกจอกชาเล็กๆ ขึ้นบ้าง "เหยาเหยาก็รักทุกคนที่สุดเลย!"
ซ่งติ้งหย่วนที่กลับมาจากศึกอย่างผู้ชนะ อุ้มน้องสาวขึ้นหมุนตัวด้วยความดีใจ "เจ้าตัวเล็กของพี่! รู้ไหม คำเตือนของเจ้าช่วยชีวิตพี่ที่ชายแดน ช่วยชีวิตทุกคนในศึกครั้งนี้ พี่ภูมิใจในตัวเจ้าที่สุด!"
[อ๊ะ พี่รอง ข้าเวียนหัว!] เหยาเหยาคิด [แต่ดีใจจังที่พี่รองกลับมาปลอดภัย แถมเก่งขึ้นเยอะเลย เป็นแม่ทัพใหญ่แล้วด้วย!]
ซ่งจิ้งอันที่ยืนมองอยู่ ก็ยิ้มอย่างอบอุ่น เขาได้ยินความคิดของน้องสาวที่เต็มไปด้วยความรักและความสุข แล้วในใจก็คิดว่า ความเหนื่อยยากทั้งหมดที่ผ่านมา ทุกคืนที่ต้องวางแผนจนดึกดื่น ทุกความเสี่ยงที่ต้องเผชิญล้วนคุ้มค่า เพียงเพื่อได้เห็นรอยยิ้มของน้องเล็กในค่ำคืนเช่นนี้
——————
หลังงานเลี้ยง เป้ยจิ้งหานขอตัวกลับ เหยาเหยาวิ่งไปส่งเขาที่หน้าจวน
"พี่หาน ขอบคุณนะที่ช่วยครอบครัวเหยาเหยา" นางเงยหน้ามองเขา ดวงตากลมเปี่ยมความจริงใจ "พี่หานเป็นคนดีที่สุดเลย"
เป้ยจิ้งหานก้มลงลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ สีหน้าเย็นชาอ่อนลงเป็นพิเศษ "เจ้าตัวเล็ก ดูแลตัวเองให้ดี ถ้ามีอะไร ส่งข่าวมาหาข้าได้เสมอ"
ขณะมองหลังของเป้ยจิ้งหานที่ขี่ม้าจากไป เหยาเหยาก็ครุ่นคิด ‘พี่หานนี่... ในนิยายเขาคือ "อ๋องเย็นชา" พระเอกของยัยฟ่าน’
‘แต่เดี๋ยวนะ ข้าเพิ่งนึกได้ ในนิยายตอนท้ายๆ มีปมเรื่องชาติกำเนิดของพี่หานด้วย! เหมือนพี่หานจะมีเชื้อสายราชวงศ์เก่าที่ถูกโค่นล้ม แล้วสุดท้ายเขาได้คืนสถานะเป็น ‘เป่ยกุยอ๋อง’!’
‘แต่ข้าจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้เลือนรางไปมากเหลือเกิน เพราะเรื่องราวในตอนนี้บิดเบี้ยวไปจากบทเดิมไกลลิบ’ เด็กหญิงตัวน้อยครุ่นคิดในใจ ‘เอาเถอะ ค่อย ๆ นึกไปก็แล้วกัน ตอนนี้พี่หานยังปลอดภัยดี ไว้นึกอะไรออกเมื่อไหร่ค่อยเตือนเขาแล้วกัน’
เสิ่นว่านอวี๋ที่เดินตามมาส่ง ได้ยินกระแสความคิดของบุตรสาวตัวน้อยเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเป้ยจิ้งหาน
นี่อาจเป็นปมปัญหาใหญ่หลวงในภายภาคหน้า ที่คนในครอบครัวต้องคอยสอดส่องดูแลและระแวดระวังให้ดี
‘จะว่าไป...’ เหยาเหยายังคงจมดิ่งในห้วงคิด สายตาทอดมองแผ่นหลังอันเหยียดตรงของเป้ยจิ้งหานที่ค่อย ๆ กลืนหายไปกับความมืดมิดยามราตรี ‘ทำไมพอนึกถึงเรื่องของพี่หานทีไร หัวใจข้าถึงได้เต้นระรัวแปลก ๆ นะ’ นางเอียงคออย่างสงสัย ก่อนจะสะบัดศีรษะเบา ๆ เพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป ‘เอ๊ะ ข้าคิดอะไรเหลวไหลเนี่ย? ข้ายังเป็นแค่เด็กตัวเปี๊ยกอยู่เลย ส่วนพี่หานก็โตกว่าข้าตั้งเยอะ... คงเป็นเพราะข้าซาบซึ้งในพระคุณที่เขาคอยช่วยเหลือครอบครัวของเรากระมัง ใช่แล้ว ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ!’
เสิ่นว่านอวี๋ที่ได้ยินความคิดอันไร้เดียงสาของบุตรสาว อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเอ็นดูในใจ ยามนี้เหยาเหยายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรู้สึกอันลึกซึ้งของตนเอง แต่ในฐานะมารดาผู้ผ่านโลกมาก่อน นางย่อมมองออกว่าเมล็ดพันธุ์บางอย่างได้ถูกหว่านลงในก้นบึ้งของหัวใจเด็กทั้งสองแล้ว — เมล็ดพันธุ์ที่จะรอคอยเวลาอันเหมาะสม เพื่อเติบโตและผลิดอกออกผลอย่างงดงามในวันข้างหน้า
——————
คืนนั้น ภายในห้องนอนอันอบอุ่น เหยาเหยาเอนกายลงบนเตียงนุ่ม มือเล็ก ๆ โอบกอดกำไลกระดิ่งที่เป้ยจิ้งหานมอบให้ไว้แนบอก พลางทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมานับแต่ลืมตาดูโลกในชาตินี้
‘ตั้งแต่มาเกิดใหม่ ข้าผ่านมรสุมมามากมายจริงๆ’ เด็กหญิงคิดทบทวน ‘รอดพ้นจากสร้อยคอพิษตอนอายุครบเดือน รอดตายในวันเยือนวัยสามขวบ ช่วยชีวิตท่านตาจากการลอบสังหาร ช่วยท่านพ่อให้พ้นจากคดีป้ายสีความผิด ช่วยพี่รองให้รอดชีวิตจากศึกสงครามชายแดน และล่าสุด... ช่วยคนทั้งตระกูลให้รอดพ้นจากศึกนองเลือดชิงบัลลังก์’
‘ชะตากรรมอันโหดร้ายในบทประพันธ์เดิมที่ลิขิตให้ครอบครัวของข้าต้องพินาศย่อยยับ บัดนี้ข้าได้ฉีกมันทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!’ ริมฝีปากเล็ก ๆ หยักโค้งเป็นรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ‘แต่ว่า...’
ใบหน้าจิ้มลิ้มของเหยาเหยาค่อย ๆ เคร่งขรึมลง ‘ยังมีเรื่องที่ข้าจะประมาทไม่ได้ พี่ใหญ่ในนิยายต้นฉบับถูกพิพากษาประหารชีวิตด้วยโทษทัณฑ์ห้าม้าแยกร่าง แม้ตอนนี้อ๋องรองที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมจะถูกโค่นล้มไปแล้ว แต่ข้าก็ยังต้องระวังตัวอยู่ดี เพราะอาจจะมีศัตรูในเงามืดที่ข้ายังไม่รู้อีกก็เป็นได้’
‘แล้วยังมีเรื่องชาติกำเนิดของพี่หาน เรื่องแม่นางฟ่านตัวร้ายนั่นที่ยังไม่รู้ว่าจะดิ้นรนสร้างเรื่องอะไรอีก รวมถึงอนาคตของตัวข้าเองด้วย...’ เด็กหญิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมั่นใจ ‘ช่างเถอะ! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อข้ามีครอบครัวที่ทั้งเก่งกาจและรักข้าสุดหัวใจ มีพี่หานที่คอยปกป้องอยู่ข้างกาย แถมยังมีแต้มบุญสะสมในระบบตั้งสามร้อยกว่าแต้ม!’
‘ชาตินี้ ข้าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด จะปกป้องทุกคนที่ข้ารัก และลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองและครอบครัวด้วยสองมือนี้แหละ!’ เด็กหญิงกระชับกำไลในมือแน่น ดวงตากลมโตส่องประกายมุ่งมั่นทว่าเปี่ยมล้นด้วยความสุข ‘บทนิยายเก่าจบลงไปแล้ว นับจากนี้ เรื่องราวของตระกูลซ่งจะเป็นนิยายบทใหม่ที่พวกเราเขียนขึ้นมาเอง!’
เสิ่นว่านอวี๋ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ได้ยินกระแสความคิดอันแสนอบอุ่นและเด็ดเดี่ยวของบุตรสาวตัวน้อย หัวใจของนางก็พลันตื้นตันจนตารื้น นางก้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากมนของเด็กหญิงอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม
"เหยาเหยา... แก้วตาดวงใจของแม่" นางกระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ขอบคุณเหลือเกินที่เจ้ามาเกิดเป็นลูกของแม่ ขอบคุณที่นำพาความสุขและความหวังมาสู่ครอบครัวเรา... ชาตินี้ ไม่ว่าอย่างไร พ่อ แม่ และพี่ ๆ ของเจ้า จะปกป้องและทำให้เจ้าเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้าให้ได้"
ในห้วงนิทราอันแสนหวาน เหยาเหยาขยับยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก ราวกับรับรู้และตอบรับคำมั่นสัญญาอันแสนอบอุ่นนั้น