ตอนที่ 12
เมื่อคืนฉายขับรถยนต์เข้า ‘ช่องแคบ’ขนาดพอดีคัน ความรู้สึกตอนรถจอดสนิท ทำไมมันดูทะแม่งอย่างไรพิกลถามตนเองว่า นี่เขาแกล้งโง่หรือโง่จริง ที่ยอมทำตามคำอ้างของพริมาทั้งที่ความเป็นไปได้มีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ที่คนอย่างปรีดิ์รติจะมายังสถานที่แบบนี้ในตอนกลางวัน...ถึงจะเป็นกลางคืน ก็ไม่มีทางแน่นอน
แล้วถ้าเกิดผู้ชายคนนั้น...เป็นคู่รักของปรีดิ์รติล่ะ?
คำถามต่อไปจึงผุดขึ้นว่า...แล้วถ้าคุณหนูตัวดียินยอมพร้อมใจจะเข้ามาจู๋จี๋กับคนรักเก่า เขามีสิทธิ์อะไรจะไปหวงห้ามหรือตักเตือน?
นั่นสิเขาอยู่ในฐานะบอดีการ์ดเท่านั้นนี่นะ แต่จะว่าไป ครอบครัวของหล่อนก็เป็นคนฝากฝังไว้วางใจให้เขาดูแลหล่อนไม่คลาดสายตา การที่หล่อนจะหายไปกับผู้ชายสองต่อสองไม่ว่าจะไปหนแห่งใด หน้าที่ของเขาคือต้องตามหาให้พบ หรือไม่อย่างน้อย ในตอนนี้ก็ควรจะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้เพื่อนของเขาฟัง
แต่เห็นทีจะทำไม่ง่ายนัก เมื่อ ‘เพื่อนของหนู’อย่างพริมา ดูจะเจ้ากี้เจ้าการไปเสียทุกเรื่องฉวยโอกาสดึงโทรศัพท์ในมือเขาออก แล้วโยนไปวางไว้เบาะหลัง พลางเร่งเร้า “จะมัวโทรศัพท์หาใครอีกละคะคุณฉายขืนชักช้า...เดี๋ยวปูจ๋าก็หายตัวไปจากที่นี่กันพอดี”
พริมาเปิดประตูรถฝั่งตนเอง แล้วเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับออกแรงดึงแขนเขาให้ขยับตัวออกมานอกรถ แล้วจงใจรุนหลังเขาไปข้างหน้าผลักเข้าประตูทันทีเมื่อเปิดออก
คืนฉายมัวแต่ตะลึงกับสภาพห้อง ‘ชั่วคราว’ที่โรงแรมม่านรูดแห่งนี้กลายเป็นไก่อ่อนในเงื้อมมือของไก่แก่แม่ปลาช่อนไปชั่วขณะ...ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างโทนแสงเป็นสีแดงอันเกิดจากไฟที่ประดับไว้รอบนอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์ซึ่งตั้งเด่นอยู่กลางห้อง คือเตียง ซึ่งทำด้วยไม้ที่เหลือไม่ว่าจะเป็นชุดผ้าปูเตียง พรมปูพื้น ล้วนเป็นสีแดงเข้มทั้งสิ้น
นอกเหนือจากนั้นในห้องมีกระจกเงาบานยาวแต่งกรอบไม้ประดับไว้รอบด้านทั้งสี่ทิศ...แต่ทั้งหมดที่เขาเห็นยังไม่เท่ากับของสิ่งหนึ่งกลางห้อง มันคือ ‘คุก’ สี่เหลี่ยมตี่ซี่ด้วยเหล็กสองหุนเป็นลูกกรง ขนาดเท่าเตียงนอนวางอยู่บนแท่นไม้ซึ่งตั้งเสาขนาดเท่าคนโอบสองต้นรองรับน้ำหนักโดยยึดโซ่เหล็กตรึงไว้ทั้งสี่มุม มีบันไดปีนขึ้นไป
ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมซึ่งตั้งไว้บนแท่นด้านล่างใจเขายิ่งแป้ว หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เผลอพูดเบาๆไปอย่างใจคิด “โรงแรมม่านรูดมันเป็นอย่างนี้เอง...”
คืนฉายกำลังจะหมุนตัวกลับเพราะคิดว่าเสียเวลามากเกินไปแล้ว กับการเข้ามาในห้องนี้...ไม่ทันเฉลียวใจว่าพริมาซึ่งเข้ามาทีหลังนั้น กดล็อกประตูห้อง ลงกลอนด้านในเรียบร้อยมารู้สึกสะดุ้งโหยง เพราะว่าลำตัวของเขาถูกแขนเรียวเสลาของผู้หญิงสอดจากด้านหลังเข้ามาโอบรอบเสียแน่นยิ่งกว่านั้นแผ่นหลังของเขายังถูกความนุ่มนิ่มอิ่มเอิบเบียดจนชิด ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆติดกายของหล่อนผสมกับกลิ่นอโรมาภายในห้องช่วยปลุกเร้าหัวใจให้เต้นแรง ถี่ เสียจนแทบจะทะลุนอกโพรงอก
แล้วนาทีนั้น ขนทั่วร่างก็ลุกชันเมื่อต้นคอรับสัมผัสปลายจมูกไซ้เบาๆ...ทำให้ลืมภาระหน้าที่อันแท้จริงของการตามหาตัวคุณหนูผู้นั้นเคลิบเคลิ้มไปกับเสน่หาที่พริมาปรนเปรอให้โดยที่เลือดในกายของบุรุษมิอาจหักห้ามใจได้
นี่เป็นครั้งแรกกระมังที่ถูกผู้หญิงรุกรานอย่างถึงเนื้อถึงตัว!
คืนฉายจึงพลิกตัวกลับเข้ามาโอบรัดร่างของหล่อนในวงแขนเสียแนบแน่นตามที่กายเรียกร้องและปรารถนา ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของหล่อนถี่กระชั้น ผสานไปกับลมร้อนภายในโพรงปากจนความเป็นหนุ่มนั้นตื่นตัว
ทว่า...ร่างสองร่างก็มิอาจกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวได้เมื่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจของคืนฉายสว่างวาบราวกับแสงจากสายฟ้าฟาดเปรี้ยงพร้อมกับเสียงโทรศัพท์จากเครื่องสำรองอีกเบอร์ดังถี่ยิบอยู่ในกระเป๋ากางเกง
เจ้าของเบอร์ไม่ใช่ใครอื่น...
.................................................