ตอนที่ 19 บทเรียนของปราชญ์ (2)
หลังทานอาหารเช้าเสร็จ
ปราชญ์เฒ่าถือแผนเลี้ยงดูเด็กที่เขาตั้งใจทำทั้งคืนอย่างภาคภูมิใจไว้ในมือ แล้วโยนให้กับโจวมู่
โจวมู่มองไปยังแผนการเรียนที่ยุ่บยั่บลายตา ก่อนจะมองไปที่หนูน้อยตัวป้อมแสนซนที่กำลังกดหัวเอ้อร์หู่ลงกับพื้นของลานบ้าน นึกอยากจะพูดบางอย่างออกมา แต่สุดท้ายก็เงียบไป
ปราชญ์เฒ่าตั้งท่าพร้อมลุย ตั้งใจจะสอนหนูน้อยให้กลายเป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน ทั้งดนตรี เกมหมาก วิชาการและศิลปะ ตอนนี้หนูน้อยยังไม่ถึงห้าขวบ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้กำลังดี ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป
โจวมู่ออกจากบ้านไปแล้ว
เพียงแค่หลังจากนั้นไม่นาน โจวมู่ก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นโดยไร้ที่มาที่ไป
“ถ้าเสี่ยวจือไม่ชอบ คุณห้ามบังคับเธอ ผมยอมให้เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปตลอดมากกว่า”
“นายรีบไปซะ ไปได้แล้ว เห็นหน้านายก็หงุดหงิด ฉันชอบยายหนูมากกว่านายซะอีก ไม่งั้นจะยอมสอนให้หรือไง” ปราชญ์เฒ่าด่าออกไป ก่อนจะเมินโจวมู่
โจวมู่ยังคงมุ่งหน้าไปทางประตูด้วยฝีเท้าที่เดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังสามก้าว
ปราชญ์เฒ่าเดินเข้ามาในลาน แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเสือโง่ที่โดนกดหัวลงกับพื้น พร้อมถามขึ้นด้วยสีหน้าใจดี
“เสี่ยวจือ หนูอยากกินมันเคลือบน้ำตาลไหม มันเทศที่ทั้งหวานทั้งหอมมากๆ แบบนั้นน่ะ เคลือบด้วยน้ำตาล กัดลงไปทั้งกรอบทั้งหวาน แถมยังมีน้ำตาลยืดเป็นสายๆ ด้วยนะ”
เสี่ยวจือจือนั่งทับอยู่บนศีรษะของเอ้อร์หู่ ฟังปู่บรรยายก็น้ำลายไหล
“อยากค่ะ”
“งั้นหนูต้องสัญญากับปู่ก่อนหนึ่งเรื่อง...” ปราชญ์เฒ่ายังไม่ทันพูดจบ
เสี่ยวจือจือก็รีบพยักหน้ารับแทรกทันที
“ได้ค่ะๆ”
แค่นี้ก็บรรลุเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย หากแต่ปราชญ์เฒ่ากลับไม่สบายใจเอาเสียเลย หนูน้อยตรงหน้าโดนกล่อมง่ายเกินไป โจวมู่ที่ภายนอกใสๆ แต่ภายในชั่วร้ายขนาดนั้น ทำไมถึงสอนหนูน้อยออกมาได้บ๊องแบบนี้ไปได้นะ ถ้าถูกหลอกไปจะทำอย่างไร
ปราชญ์เฒ่าเขียนเพิ่มลงบนแผนการสอนของตนอีกครั้ง
โจวมู่กลับบ้านมาในช่วงเย็น ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพของลูกสาวที่นั่งคัดอักษรอย่างเชื่อฟัง ไม่ใช่ภาพจับมดดังแต่ก่อน
วันถัดมา โจวมู่ยังได้ภาพเหมือนของเขาที่วาดโดยเสี่ยวจือจือ แม้เขาจะดูไม่ออก แต่โจวมู่ก็ดีใจมากๆ เขาม้วนภาพเก็บกลับไปอย่างระมัดระวัง
ในคืนนั้นจึงซื้อเหล้าขาวให้ปราชญ์เฒ่าหนึ่งลัง
ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าปราชญ์เฒ่าได้ใจมากแค่ไหน เขายิ่งมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
หลังจากนั้นโจวมู่ก็ยุ่งมากในทุกวัน ปราชญ์เฒ่าเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน เขาไม่ได้สักแต่ให้เสี่ยวจือจือเรียนเขียนอักษรหรือวาดรูปเท่านั้น อย่างไรซะตอนนี้หนูน้อยก็ยังเด็ก แขนขายังคงเติบโตได้ไม่แข็งแรงดีนัก จึงไม่หวังให้เธอสามารถเขียนออกมาได้ดีหรือวาดภาพออกมาได้ดี ก็แค่ใช้กล่อมเกลาอารมณ์ของหนูน้อยและวางรากฐานให้กับเธอเท่านั้น
ปราชญ์เฒ่าชอบเล่าเรื่องเก่าๆ ให้หนูน้อยฟัง
เขารื้อเอาของผุๆ พังๆ ของตัวเองแทบจะทุกชิ้นออกมาจนหมด ราวกับรวบไว้ได้ จนสามารถพูดคุยกับเสี่ยวจือจือได้เป็นครึ่งวัน ทั้งเรื่องเล่าเก่าๆ ปีที่เขียน ผู้แต่ง ที่มา ข้อเด่น ข้อด้อย คำที่เลือกใช้
ตั้งแต่เขาขาหักไปก็แทบจะไม่ได้แตะอะไรพวกนี้อีกเลย ปราชญ์เฒ่าคิดว่าตัวเองจะลืมเลือนเรื่องราวของขยะพวกนี้ไปแล้ว แต่กลับไม่คิดเลยว่า ขยะพวกนี้ได้ซึมเข้าสู่กระดูกดำของเขามานานแล้ว แม้ว่าขาจะหัก แต่อันที่จริง เขาก็ยังอยากจะพูดคุย อยากจะอ่าน อยากจะจับ อยากจะสัมผัสและคิดถึงพวกมัน