เต็มกมล นายแก้ว และเด่นดาวกับดวงเดือนกลับมาถึงเรือนพักเมื่อเวลาจวนจะค่ำแล้ว ทั้งสองได้ปลามาเกินพอสำหรับปรุงเป็อาหารรสเด็ดมื้อค่ำนั้น มีบัวตอง และฟองจันทร์คอยเป็ลูกมือ ทำอาหารอยู่ไม่ห่าง บริเวณลานกว้างหน้าเรือนพักคนงาน ตอนนี้จึงเป็เหมือน การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆกันเองในระหว่างกลุ่มคนงานหลายสิบชีวิตที่ออกมาร่วมวงด้วยตามคำเชิญของหญิงสาวผู้มาใหม่ แต่ความคิดที่จะหาอะไรทำแก้เซ็งสนุกๆของหล่อน กลับกลายเป็การสร้างความไม่พอใจให้กับส่องหล้า สาวคนงานเ้าปัญหาคนเดิมที่คอยตามหาเื่หล่อนมาตลอดทั้งวันนี้ สาวเ้าดูจะหงุดหงิดที่เห็นคนงานชายหนุ่มหลายคนให้ความสนใจหญิงสาวที่หล่อนเข้าใจว่าเป็อดีตนายหญิงแห่งไร่ภูแสนดาว ผู้เคยทำร้ายนายใหญ่เ้าของไร่ที่หล่อนแสนรักและบูชา หล่อนและพวกอีกสี่ห้าคนเดินตรงเข้ามา ตรงกลางลานก่อนจะเท้าสะเอว ะโเสียงดังลั่น
“พวกเอ็งทุกคน ไม่มีอะไรจะทำกันหรอกรึ? ถึงได้มาส่งเสียงดังหนวกหูรบกวนเวลานอนของคนอื่นเขา ไอ้มั่น! เอ็งก็เป็ไปกับเขาด้วย” ส่องหล้าชี้หน้าด่านายมั่นหัวหน้าคนงาน ที่นั่งปักหลักอยู่กลางวง ส่งเสียงคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ในมือยังมีเหล้ายาดองที่ถูกรินไว้ เตรียมยกเข้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
“เอ็งจะอะไรนักหนาวะ นังส่องหล้า? นี่มันเวลาพักผ่อน นานๆที มันก็ต้องมีสังสรรค์กันหน่อย ทำงานมาเหนื่อยๆทั้งวัน มันก็ต้องมีเวลาผ่อนคลายกันบ้างสิวะ“ ว่าแล้วก็ส่งเหล้ายาดองเข้าปากรวดเดียวหมด ไม่สนใจสาวส่องหล้าที่ยืนทำหน้าั์บอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้าเลยสักนิด ทำให้เ้าหล่อนรู้สึกเสียหน้ามากขึ้นไปอีก ที่เหล่าคนงานชายหนุ่มหลายคนที่เคยให้ความสนใจหล่อนคอยตามตื้อตอแยมาก่อนหน้านี้กลับทำเหมือนไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตา ต่างดูจะเอาอกเอาใจหาเื่พูดคุยกับผู้หญิงทรยศคนนั้นตลอดเวลา
เต็มกมลมองอีกฝ่ายนิ่ง รู้สึกสะใจเล็กๆที่เห็นอีกฝ่ายหงุดหงิดงุ่นง่าน โดยที่หล่อนก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แค่คอยส่งยิ้มหวานๆ และจริงใจตามสไตล์ของหล่อน ทำตัวเป็มิตรกับทุกคนที่อยู่รอบข้างเข้าไว้เท่านั้น อย่างน้อยๆหากเกิดอะไรขึ้นกับหล่อน ก็คงจะมีคนใจดียืนอยู่ข้างเดียวกับหล่อนบ้างหรอกน่า
“นั่งลงก่อนสิ พี่ส่องหล้า กินอะไรหน่อยไหม? วันนี้นายหญิงกับพี่แก้วออกไปตกปลาที่น้ำตกโน่น ได้ปลาตัวโตๆแล้วก็สดๆมาเยอะแยะเลยนะ เนื้อนี่หว้านหวาน พี่ส่องหล้า ลองสิ“ บัวตองดึงแขนอีกฝ่ายให้นั่งลง ไม่อยากให้มีเื่มีราวกัน หล่อนพอจะดูออกว่าส่องหล้าดูจะไม่ชอบหน้าหญิงสาวผู้มาใหม่อยู่มาก และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ยอมลงให้กันด้วย
“เชิญพวกเอ็ง กินกันไปตามสบายเลย ข้ามันคนลืมยาก เป็ประเภทเจ็บแล้วจำ กะอีแค่เอาของกินนิดหน่อยมาล่อ นึกเหรอว่าจะมาผูกมิตรคนอย่างข้าสำเร็จ ข้าไม่หลงกลหรอกโว๊ย ใครทำอะไรไว้มันก็ต้องชดใช้ พวกเอ็งก็ระวังไว้เถอะ นายใหญ่จะเหมารวมว่าเป็พวกสมรู้ร่วมคิด จะพลอยติดร่างแหไปด้วย ถึงตอนนั้นอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน“
คำพูดของส่องหล้าเหมือนจะได้ผล คนงานหลายคนชะงักมองหน้ากันเอง ก่อนจะทำหน้าหวาดๆ ก็ใครจะกล้าไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับนายใหญ่ เหตุการณ์ในอดีตหลายคนต่างรู้ดีแก่ใจ ถ้าหากนายมาเห็นเข้า อาจแค่โดนตักเตือนว่ากล่าวก็จริง แต่คำพูดของส่องหล้าก็ทำให้หลายคนอดคิดกลัวไปด้วยไม่ได้ หลายคนค่อยๆเริ่มลุกขึ้นจากวงไปอย่างเสียดาย เหล้ายาดองที่ถูกยกออกมายังดื่มกันไปได้ไม่เท่าไหร่
เต็มกมลมองผู้มาใหม่อย่างรู้สึกหงุดหงิดใจ ทำไมหล่อนถึงต้องมาคอยทำลายบรรยากาศดีๆอย่างนี้ด้วยนะ กำลังสนุกกันอยู่แท้ๆ หล่อนเห็นบรรยากาศผ่อนคลาย เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กันของคนที่นี่แล้วพลอยรู้สึกคลายเครียดไปได้เยอะ แต่ส่องหล้ากลับทำให้เสียงเพลงที่ร้องกันเมื่อครู่เงียบลง อารมณ์ที่กำลังสุนทรีย์เมื่อครู่ก็พลันชะงักลงแค่นั้น บรรยากาศครึกครื้นเฮฮาก็เงียบหายไปในทันที เต็มกมลลุกขึ้นก้าวช้าๆเข้าไปหาอีกฝ่าย มองเ้าตัวปัญหานิ่งอย่างไม่กลัวเกรง มาหยุดยืนประจันหน้ากัน ในระยะประชิด บัวตองกับฟองจันทร์เห็นแล้วอยากจะห้าม แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
"ถ้าใครกลัวว่าการที่มาอยู่ใกล้ฉันแล้วจะถูกมองไม่ดีไปด้วย หรือจะทำให้ตัวเองพลอยเดือดร้อน อยากจะลุกออกไป ฉันก็ไม่ว่านะ ส่วนเธอ..ฉันขอเตือนไว้ นี่จะเป็ครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะยอมให้ ถ้ายังขืนมายุ่งวุ่นวาย และคอยสร้างปัญหาให้ฉันอีกล่ะก็ คราวนี้ฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ๆ แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะ" คำพูดของหล่อนทำให้บัวตองและฟองจันทร์ต่างมองหน้ากันเอง กลัวว่าจะมีเื่ เพราะเคยรู้มาว่า เมื่อก่อนตอนตรีชฎาอยู่ที่นี่เคยสร้างปัญหาให้กับนาย คนงานในไร่ต่างก็เป็เดือดเป็ร้อนแทนและเจ็บแค้นหล่อนมาก โดยโฉพาะส่องหล้า
"อุ๊ยต้าย...น่ากลัวจังเลยค่ะ เอาสิคะคุณจะตบตี ทำร้ายฉันหรือไง? แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ฉันน่ะก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน ฉันก็จะไม่ยืนอยู่เฉยๆให้คุณทำฝ่ายเดียวแน่ อีกอย่างตอนนี้เราก็เท่าเทียมกัน คุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่ฉันจะต้องให้ความเคารพเกรงใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว คุณน่ะเป็แค่คนทรยศ หลอกลวง ไม่ใช่ว่าที่นายหญิงแห่งไร่ภูแสนดาวอีกแล้ว จำเอาไว้ อย่าคิดว่าที่นายจับตัวคุณกลับมาคราวนี้เพราะว่ายังรัก ยังหลงคุณอยู่ จะบอกให้เอาบุญนะ นายน่ะอยากจะเห็นคุณทรมานเหมือนตกนรกตายทั้งเป็อยู่ที่ไร่นี่ ให้สมกับความเลวที่คุณได้ทำเอาไว้ต่างหาก รู้เอาไว้ด้วย"
"......." แล้วส่องหล้ากับพวกก็เดินจากไป เต็มกมลได้แต่กัดฟันมองอีกฝ่ายที่เดินลอยหน้าลอยตาออกไป ความจริงแล้ว หล่อนไม่ควรโมโหหรือโกรธอีกฝ่ายเลย เพราะถ้ามีใครมาทรยศหักหลังหรือทำเื่ไม่ดีไว้กับหล่อน หล่อนเองก็คงต้องโกรธและทำใจให้ยอมอภัยให้กับคนๆนั้นไม่ได้ง่ายๆแน่ ส่องหล้าก็เป็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่จงรักภักดีต่อเ้านายตัวเอง รู้สึกโกรธและเจ็บแค้นคนที่ทำผิดคิดร้ายกับเ้านายตัวเองก็เท่านั้น แล้วหล่อนล่ะ? จะทำอย่างไรกับเื่ที่เกิดขึ้นนี้ดี? หล่อนอยากจะแก้ไขความเข้าใจผิดของทุกคนที่นี่เสียใหม่ ให้ถูกต้อง แต่จะทำอย่างไรดี? ในเมื่อทุกคนยังเชื่อว่าหล่อนเป็ตรีชฎาอยู่อย่างนี้ มันไม่ยุติธรรมสำหรับหล่อนเลย เต็มกมลคว้าแก้วเหล้ายาดองที่ถูกรินไว้เต็มแก้วมากรอกใส่ปากตัวเองรวดเดียวหมดแก้ว
ดื่ม...ให้กับความโชคร้ายของตัวเอง!
ดื่ม...ให้กับความอยุติธรรมที่หล่อนได้รับ!
ดื่ม...ให้กับปัญหาใหญ่ที่ยังหาทางออกไม่เจอ
ดื่ม..ดื่ม...ดื่ม…...
คืนนั้นมีเพียงหล่อน นายแก้ว เด่นดาว ดวงเดือน บัวตองและฟองจันทร์เท่านั้นที่ยังคงนั่งเป็เพื่อนหล่อนจนดึกจนดื่น คนที่ดื่มหนักไปก็คือหล่อนนั่นเอง ทุกคนพยายามห้าม แต่มีหรือที่หล่อนจะฟัง เต็มกมลดื่มไปหลายแก้ว รู้สึกเหมือนพื้นมันแกว่ง ทุกอย่างหมุนรอบตัวหล่อนจน ยืนแทบไม่อยู่ แต่ก็มีสติพอจะรู้ตัวว่าตัวเองถูกพาตัวกลับมายังเรือนพัก เมื่อหัวถึงหมอน หล่อนก็หลับไปในทันที