อยู่ๆก็เป็นพี่สาวพระรองซะงั้น

    ตอนที่ 8

            ฉันดื่มชาไปเรื่อยๆจนสายตาของฉันไปหยุดที่เด็กน้อยผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะ 4-5 ขวบ เด็กคนนั้นเเต่งตัวดีอยู่คงน่าจะลูกคนใหญ่คนโตเเหละ

     

            เเล้วทำไมถึงมานั่งคนเดียวตรงนั้นละ เเอบหนีเที่ยวหรอเเต่ดูจากการนั่งรอนิ่งๆเเบบนั้นคงไม่น่าหนีเที่ยวอะ

     

            อีกไม่นานก็มีสาวใช้นำขนมและน้ำชาไปให้เด็กผู้ชายคนนั้น อ๋อ โอเคน้องเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันเลยเลิกสนใจน้องเขาเเละไปหาดูธรรมชาติต่อ

     

            เพล้ง

     

            ฉันก็ต้องหันกลับไปสนใจเด็กน้อยคนนั้นอีกครั้งเพราะเสียงจานเเตกนั้น ตอนเเรกฉันคิดว่าเด็กผู้ชายคนนั้นจะเอาเเต่ใจเลยทำจานเเตก

     

            เเต่มันไม่ใช่ ยัยสาวใช้คนนั้นมันทำจานเเตกเเถมยังเอาน้ำชาราดไปที่เท้าของเด็กผู้ชายคนนั้นอีก 

     

            เเละดูเหมือนจะทำท่าเหมือนขอโทษเเต่ไม่ได้ขอโทษจริงจังอะไร เเล้วยัยสาวใช้นี้ขอโทษเสร็จเเทนที่จะเก็บเเต่เดินออกไปเเทน เฮ้ยๆ อีดอกนี้วอนตีนหรอ

     

            ฉันหันกลับไปมองเด็กน้อยคนนั้นต่อ ท่าทางเด็กน้อยเหมือนจะเก็บของที่ตกที่พื้นจะมากิน ด้วยความต่อมรักเด็กของฉันทำงานจึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปหาเด็กน้อยคนนั้นทันที

     

            “คุณหนูไม่เอาไม่วิ่งเ๽้าค่ะ”

     

            “เดี๋ยวก่อน ไม่เอาลูกๆ อย่าเก็บขึ้นมากินมันไม่ดี”

     

            ฉันรีบไปเอาขนมออกจากมีเด็กน้อยคนนี้ทันที พอมาดูใกล้ๆเเล้วก็เห็นว่าเด็กคนนี้ถึงจะเเต่งตัวดี 

     

            เเต่เสื้อผ้าก็ยับยู่ยี่ ใส่ถูกผิดบ้างเเละผมที่เกล้าขึ้นก็ดูไม่สวยงาม เหมือนเด็กคนนี้เเต่งตัวเองเเทนที่สาวใช้จะเเต่บตัวให้ เเละจากที่ฉันจับมือเด็กคนนี้ก็ทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้ผอมมากเลย 

     

            “ขนมนี้มันตกเเล้วไม่ควรกินนะ ไปกินขนมกับพี่สาวตรงศาลาตรงนู่นดีกว่า”

     

            เด็กน้อยคนนี้มองฉันด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจสุดๆ

     

            “เอ่อ.. พี่ขอโทษๆพี่ชื่อ พี่ฟางเน นะ ไม่ทราบว่าหนูชื่ออะไรหรือจ๊ะ”

     

            “ข้า..เหิงหยางหลิว ขอรับ”

     

            ถึงน้องเขาจะเสียงเบาไปหน่อยเเต่ก็พอได้ยินอยู่

     

            “หยางหลิวหรอ ชื่อน่ารักจัง ปะ ที่ศาลาพี่มีขนมอร่อยๆเยอะเลย”

     

            ฉันได้จูงมือหลางหลิวเดินไปยังศาลา พอมาถึงก็เอาผ้าเปียกทำความสะอาดมือของหยางหลิว พร้อมรินน้ำชาเเละขนมเสิร์ฟ

     

            จนเวลาผ่านไปสักพักก็ไม่เห็นหยางหลิวขยับเขยื้อนอะไรเลย ฉันทำให้น้องเขาอึดอัดรึเปล่าเนี่ย

     

            “ไม่เป็๲ไร กินได้เลยนะไม่ต้องห่วง นี้ยิ่งขนมเปี๊ยะกุหลาบยิ่งอร่อย”

     

            “ขออนุญาตขอรับ”

     

            เด็กอะไรมารยาทดีงามมาก โอ้ยคิดถึงสาวใช้คนนั้นเเล้วหงุดหงิด ฉันเห็นเส้นผมที่รวบไม่หมดตกลงไปในถ้วยน้ำชาตอนที่หยางหลิวกำลังดื่มเลยคิดว่าจะรวบผมให้ใหม่

     

            “พี่ชิงชิงช่วยไปเอาหวีมาให้หน่อยได้ไหมเ๽้าคะ”

     

            “เข้าใจเเล้วเ๽้าค่ะ”

     

            ระหว่างที่รอให้พี่ชิงชิงไปเอาอุปกรณ์ทำผม ฉันก็เริ่มที่จะสนทนากับหยางหลิวให้มากขึ้นเพื่อให้ไม่อึดอัดกัน

     

            “หยางหลิวมาดูดอกบัวคนเดียวหรือจ๊ะ”

     

            “ขอรับ”

     

            “อยากกินขนมอะไรเพิ่มไหมเอ๋ย เดี๋ยวพี่จะได้บอกพี่ชิงชิงให้เอามาให้”

     

            “ไม่เป็๲ไรขอรับ”

     

            “หยางหลิวมาที่สระบัวนี้ปล่อยไม่เอ๋ย พี่ฟางเนอะนะพึ่งเคยมา ที่นี้สวยมากเลยนะโดยเฉพาะปลาที่อยู่ในน้ำพี่ชอบมากเลย”

     

            “ขอรับ”

     

            “...”

     

            ฉันควรพูดอะไรอีกดีเนี่ย ระหว่างที่ฉันสรรหาว่าจะพูดอะไรดีพี่ชิงชิงก็มาพอดี

     

            “หยางหลิวพี่เห็นว่าผมของหนูรวบไม่หมด พี่ขออนุญาตรวบผมให้ได้ไหมจ๊ะ”

     

            “จ..จะดีหรือขอรับ”

     

            “ดีสิ”

     

            “ดะ ได้ขอรับ”

     

            ฉันลุกขึ้นไปอยู่ข้างหลังหยางหลิวเเล้วค่อยๆบรรจงรวบผมของหยางหลิวขึ้นอย่างเบามือ 

     

            “หยางหลิวอายุเท่าไหรเเล้วหรอ”

     

            “ข้าอายุ 5 ขวบเเล้วขอรับ”

     

            “โอ้วว โตขึ้นอยากเป็๲อะไรไหม”

     

            “ข้ายังไม่รู้ขอรับ”

     

            “ไม่เป็๲ไร ค่อยๆค้นหาตัวเองไปหยางหลิวยังมีเวลาอีกเยอะ”

     

            “ขอรับ”

     

            เเล้วบรรยากาศก็ดีขึ้น ฉันกับหยางหลิวก็ดูคุยกันเยอะเเยะเลยตอนเเรกคิดว่าหยางหลิวจะเป็๲เด็กที่เงียบๆซะอีก

     

            เเต่พอมีคนอื่นมาหยางหลิวก็จะเงียบไปทันที คงไม่ไว้ใจใครง่ายๆเเหละหรืออาจะกลัวก็ได้ จนเวลานี้ก็ยามอิ่ว(17:00-18:59) ฉันเห็นว่ามันเริ่มดึกเเล้วจึงจะกลับเรือนไปกินอาหารเย็นเเล้ว

     

            “เอาละนี้ก็เย็นมากเเล้ว ควรกับเรือนได้เเล้วละ”

     

            “เข้าใจเเล้วขอรับ”

     

            “ทำไมทำหน้าเเบบนั้นละ ไม่อยากกลับหรอ”

     

            หยางหลิวสายหน้า

     

            “ทำไมละ”

     

            “คือ..”

     

            “ถ้าอึดอัดก็ไม่ต้องเล่าให้ฟังก็ได้นะ พี่ไม่รู้หรอกว่าทำไมหนูไม่อยากกลับเรือนเเต่พี่เชื่อว่าหนูจะผ่านมันไปได้ พี่ไม่สามารถตัดสินอะไรได้หรอกนะเพราะพี่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหยางหลิว เเต่พี่จะค่อยเป็๲กำลังเเละอยู่เคียงข้างเอง ถ้าพี่ปกป้องหนูได้พี่ก็จะปกป้อง”

     

            “พี่ฟางเนไม่ต้องปลอบข้ามากก็ได้ข้าชินเเล้วละ ข้าเเค่กลัวว่าจะไม่ได้เจอพี่ฟางเนอีก”

     

            “ไม่หรอก อยากเจอพี่ก็มาหาพี่ที่เรือนพี่ได้เลย เรือนพี่อยู่ตรงนั้นอะ ที่มีต้นสนอยู่ตรงหน้าทางเข้าประตูเลย ถ้าหยางหลิวอยากมาพบพี่ก็มาหาได้ตลอดเลย”

     

            “จริงหรือขอรับ”

     

            “จริงสิ”

     

            “ขอบคุณมากเลยขอรับ”

     

            ฉันกับหยางหลิวคุยกันสักพักก็ได้เเยกย้ายกันเพื่อความปลอดภัยของหยางหลิวฉันเลยขอให้คนของฉันไปส่งหยางหลิวเพราะสาวใช้นั้นมันไม่กลับมาอีกเลย

     

            ตลอดที่ฉันคุยกับหยางหลิวพี่ชิงชิงชอบมีท่าทีเเปลกๆ เลยระหว่างทางที่เดินกลับฉันจึงทำถามขึ้น

     

            “พี่ชิงชิงอยากพูดอะไรกับเนเอ๋อร์รึเปล่าเ๽้าคะ”

     

            “คือ..คุณหนู คุณชายที่คุณหนูเจอวันนี้เป็๲ท่านอ๋องน้อยนะเ๽้าคะ”

     

            “ข้ารู้อยู่เเล้ว”

     

            เเค่ชื่อก็รู้เเล้ว เหิงหยางหลิว เป็๲ลูกของเยี่ยนอ๋องเเละหลินหลินเม พ่อก็สนใจเเต่ทำงานในกองทัพ เเม่ก็เเทบจะไม่สนใจเลย

     

            เเต่เ๱ื่๵๹นี้มันเ๱ื่๵๹ในครอบครัวฉันทำอะไรมากไม่ได้หรอก คงมีเเต่ค่อยดูเเลหยางหลิวอยู่ห่างๆเท่านั้นเเหละ

     

            ฉันเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงเรือนเเต่ก็เห็นเเขกทั้งสองนั่งรอด้วยสีหน้าง้องอน

     

            “เอ่อ.. รอนานกันไหมเอ๋ย”

     

            “พี่ฟางเนทำไมกลับดึกขนาดน้ีขอรับ” เป็๲ซงหยวนถาม

     

            พึ่ง 5 โมงกว่าๆเองมะ

     

            “เเหม สระบัวมันสวยดีน่ะ”

     

            “ทำไมไปไม่บอกข้าเลย” 

     

            ที่นี้เป็๲ฟางไป๋ ที่ทำหน้าง้องอนเเบบนั้นคืออยากไปดื่มชาด้วยหรอ

     

            “ก็พี่เห็นว่าทุกคนไม่ว่างกันเลยไม่อยากรบกวน เอาน่าๆ นี้มารอกินข้าวกับพี่หรอ”

     

            “ขอรับ/ขอรับ”

     

            “งั้นมากินกันเถอะ ฟางไป๋กับซงหยวนทำงานมาเหนื่อยๆคงหิวเเล้ว”

     

            ไม่นานอาหารก็มาถึง ปกติซงหยวนกับฟางไป๋มักจะมากินข้าวเย็นด้วยเป็๲ประจำเเต่วันไหนที่งานเยอะจริงๆจะส่งคนมาบอกข่าว

     

            ส่วนท่านพ่อเห็นว่าไม่มีเวลาว่างเลยเพราะตอนนี้กำลังทำศึกกับชนเผ่าในพื้นที่อยู่ พื้นที่ที่ชนเผ่าอยู่นั้นเป็๲ทางผ่านที่จะลอบทำลายเเคว้นของศัตรูได้

     

            ใน๼๹๦๱า๬ที่เขาพูดว่าสู้กันอย่างยุติธรรมมันไม่มีหรอก หนทางไหนที่ทำให้ชนะเขาก็ทำกัน ใน๼๹๦๱า๬ไม่ใช่เเค่เก่งอย่างเดียวต้องเ๽้าเล่ห์ด้วย

     

            “พี่ฟางเนขอรับพรุ่งนี้ตลอดทั้งวันพวกเราจะมีการฉลองที่ชนะศึกกับชนเผ่าได้เพราะงั้นเลยอยากชวนพี่ฟางเน่เข้ารวมฉลองด้วย” ฟางไป๋กล่าวอย่างตื่นเต้น

     

            “ใช่ขอรับ พวกเราจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็๲ขวัญกำลังใจให้ทหารทุกคนที่ทำงานหนัก เเล้วพรุ่งนี้หัวหน้าชนเผ่าก็จะมาทำข้อตกลงด้วย ข้าอยากให้พี่ฟางเนได้เปิดหูเปิดตาดูการทำสัญญาระหว่างชนเผ่าด้วยขอรับ” ซงหยวนกล่าว

     

            “ใช่ๆ ข้าได้ยินมาว่าการทำสัญญากับชนเผ่าต่างๆนั้นเเตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนเผ่านั้นๆด้วย” ฟางไป๋เสริม

     

            “เหหห น่าสนใจๆ”

     

            ฉันฟังทั้งสองเล่าเ๱ื่๵๹ที่ไปต่อสู้กับชนเผ่ายังไงบ้าง หรือได้ศึกษาสมุนไพรใหม่ๆจากชนเผ่านี้ด้วย จนถึงเวลาที่เหมาะสมก็เลยเเยกย้ายกันไปนอน