ฉันดื่มชาไปเรื่อยๆจนสายตาของฉันไปหยุดที่เด็กน้อยผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะ 4-5 ขวบ เด็กคนนั้นเเต่งตัวดีอยู่คงน่าจะลูกคนใหญ่คนโตเเหละ
เเล้วทำไมถึงมานั่งคนเดียวตรงนั้นละ เเอบหนีเที่ยวหรอเเต่ดูจากการนั่งรอนิ่งๆเเบบนั้นคงไม่น่าหนีเที่ยวอะ
อีกไม่นานก็มีสาวใช้นำขนมและน้ำชาไปให้เด็กผู้ชายคนนั้น อ๋อ โอเคน้องเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันเลยเลิกสนใจน้องเขาเเละไปหาดูธรรมชาติต่อ
เพล้ง
ฉันก็ต้องหันกลับไปสนใจเด็กน้อยคนนั้นอีกครั้งเพราะเสียงจานเเตกนั้น ตอนเเรกฉันคิดว่าเด็กผู้ชายคนนั้นจะเอาเเต่ใจเลยทำจานเเตก
เเต่มันไม่ใช่ ยัยสาวใช้คนนั้นมันทำจานเเตกเเถมยังเอาน้ำชาราดไปที่เท้าของเด็กผู้ชายคนนั้นอีก
เเละดูเหมือนจะทำท่าเหมือนขอโทษเเต่ไม่ได้ขอโทษจริงจังอะไร เเล้วยัยสาวใช้นี้ขอโทษเสร็จเเทนที่จะเก็บเเต่เดินออกไปเเทน เฮ้ยๆ อีดอกนี้วอนตีนหรอ
ฉันหันกลับไปมองเด็กน้อยคนนั้นต่อ ท่าทางเด็กน้อยเหมือนจะเก็บของที่ตกที่พื้นจะมากิน ด้วยความต่อมรักเด็กของฉันทำงานจึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปหาเด็กน้อยคนนั้นทันที
“คุณหนูไม่เอาไม่วิ่งเ้าค่ะ”
“เดี๋ยวก่อน ไม่เอาลูกๆ อย่าเก็บขึ้นมากินมันไม่ดี”
ฉันรีบไปเอาขนมออกจากมีเด็กน้อยคนนี้ทันที พอมาดูใกล้ๆเเล้วก็เห็นว่าเด็กคนนี้ถึงจะเเต่งตัวดี
เเต่เสื้อผ้าก็ยับยู่ยี่ ใส่ถูกผิดบ้างเเละผมที่เกล้าขึ้นก็ดูไม่สวยงาม เหมือนเด็กคนนี้เเต่งตัวเองเเทนที่สาวใช้จะเเต่บตัวให้ เเละจากที่ฉันจับมือเด็กคนนี้ก็ทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้ผอมมากเลย
“ขนมนี้มันตกเเล้วไม่ควรกินนะ ไปกินขนมกับพี่สาวตรงศาลาตรงนู่นดีกว่า”
เด็กน้อยคนนี้มองฉันด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจสุดๆ
“เอ่อ.. พี่ขอโทษๆพี่ชื่อ พี่ฟางเน นะ ไม่ทราบว่าหนูชื่ออะไรหรือจ๊ะ”
“ข้า..เหิงหยางหลิว ขอรับ”
ถึงน้องเขาจะเสียงเบาไปหน่อยเเต่ก็พอได้ยินอยู่
“หยางหลิวหรอ ชื่อน่ารักจัง ปะ ที่ศาลาพี่มีขนมอร่อยๆเยอะเลย”
ฉันได้จูงมือหลางหลิวเดินไปยังศาลา พอมาถึงก็เอาผ้าเปียกทำความสะอาดมือของหยางหลิว พร้อมรินน้ำชาเเละขนมเสิร์ฟ
จนเวลาผ่านไปสักพักก็ไม่เห็นหยางหลิวขยับเขยื้อนอะไรเลย ฉันทำให้น้องเขาอึดอัดรึเปล่าเนี่ย
“ไม่เป็ไร กินได้เลยนะไม่ต้องห่วง นี้ยิ่งขนมเปี๊ยะกุหลาบยิ่งอร่อย”
“ขออนุญาตขอรับ”
เด็กอะไรมารยาทดีงามมาก โอ้ยคิดถึงสาวใช้คนนั้นเเล้วหงุดหงิด ฉันเห็นเส้นผมที่รวบไม่หมดตกลงไปในถ้วยน้ำชาตอนที่หยางหลิวกำลังดื่มเลยคิดว่าจะรวบผมให้ใหม่
“พี่ชิงชิงช่วยไปเอาหวีมาให้หน่อยได้ไหมเ้าคะ”
“เข้าใจเเล้วเ้าค่ะ”
ระหว่างที่รอให้พี่ชิงชิงไปเอาอุปกรณ์ทำผม ฉันก็เริ่มที่จะสนทนากับหยางหลิวให้มากขึ้นเพื่อให้ไม่อึดอัดกัน
“หยางหลิวมาดูดอกบัวคนเดียวหรือจ๊ะ”
“ขอรับ”
“อยากกินขนมอะไรเพิ่มไหมเอ๋ย เดี๋ยวพี่จะได้บอกพี่ชิงชิงให้เอามาให้”
“ไม่เป็ไรขอรับ”
“หยางหลิวมาที่สระบัวนี้ปล่อยไม่เอ๋ย พี่ฟางเนอะนะพึ่งเคยมา ที่นี้สวยมากเลยนะโดยเฉพาะปลาที่อยู่ในน้ำพี่ชอบมากเลย”
“ขอรับ”
“...”
ฉันควรพูดอะไรอีกดีเนี่ย ระหว่างที่ฉันสรรหาว่าจะพูดอะไรดีพี่ชิงชิงก็มาพอดี
“หยางหลิวพี่เห็นว่าผมของหนูรวบไม่หมด พี่ขออนุญาตรวบผมให้ได้ไหมจ๊ะ”
“จ..จะดีหรือขอรับ”
“ดีสิ”
“ดะ ได้ขอรับ”
ฉันลุกขึ้นไปอยู่ข้างหลังหยางหลิวเเล้วค่อยๆบรรจงรวบผมของหยางหลิวขึ้นอย่างเบามือ
“หยางหลิวอายุเท่าไหรเเล้วหรอ”
“ข้าอายุ 5 ขวบเเล้วขอรับ”
“โอ้วว โตขึ้นอยากเป็อะไรไหม”
“ข้ายังไม่รู้ขอรับ”
“ไม่เป็ไร ค่อยๆค้นหาตัวเองไปหยางหลิวยังมีเวลาอีกเยอะ”
“ขอรับ”
เเล้วบรรยากาศก็ดีขึ้น ฉันกับหยางหลิวก็ดูคุยกันเยอะเเยะเลยตอนเเรกคิดว่าหยางหลิวจะเป็เด็กที่เงียบๆซะอีก
เเต่พอมีคนอื่นมาหยางหลิวก็จะเงียบไปทันที คงไม่ไว้ใจใครง่ายๆเเหละหรืออาจะกลัวก็ได้ จนเวลานี้ก็ยามอิ่ว(17:00-18:59) ฉันเห็นว่ามันเริ่มดึกเเล้วจึงจะกลับเรือนไปกินอาหารเย็นเเล้ว
“เอาละนี้ก็เย็นมากเเล้ว ควรกับเรือนได้เเล้วละ”
“เข้าใจเเล้วขอรับ”
“ทำไมทำหน้าเเบบนั้นละ ไม่อยากกลับหรอ”
หยางหลิวสายหน้า
“ทำไมละ”
“คือ..”
“ถ้าอึดอัดก็ไม่ต้องเล่าให้ฟังก็ได้นะ พี่ไม่รู้หรอกว่าทำไมหนูไม่อยากกลับเรือนเเต่พี่เชื่อว่าหนูจะผ่านมันไปได้ พี่ไม่สามารถตัดสินอะไรได้หรอกนะเพราะพี่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหยางหลิว เเต่พี่จะค่อยเป็กำลังเเละอยู่เคียงข้างเอง ถ้าพี่ปกป้องหนูได้พี่ก็จะปกป้อง”
“พี่ฟางเนไม่ต้องปลอบข้ามากก็ได้ข้าชินเเล้วละ ข้าเเค่กลัวว่าจะไม่ได้เจอพี่ฟางเนอีก”
“ไม่หรอก อยากเจอพี่ก็มาหาพี่ที่เรือนพี่ได้เลย เรือนพี่อยู่ตรงนั้นอะ ที่มีต้นสนอยู่ตรงหน้าทางเข้าประตูเลย ถ้าหยางหลิวอยากมาพบพี่ก็มาหาได้ตลอดเลย”
“จริงหรือขอรับ”
“จริงสิ”
“ขอบคุณมากเลยขอรับ”
ฉันกับหยางหลิวคุยกันสักพักก็ได้เเยกย้ายกันเพื่อความปลอดภัยของหยางหลิวฉันเลยขอให้คนของฉันไปส่งหยางหลิวเพราะสาวใช้นั้นมันไม่กลับมาอีกเลย
ตลอดที่ฉันคุยกับหยางหลิวพี่ชิงชิงชอบมีท่าทีเเปลกๆ เลยระหว่างทางที่เดินกลับฉันจึงทำถามขึ้น
“พี่ชิงชิงอยากพูดอะไรกับเนเอ๋อร์รึเปล่าเ้าคะ”
“คือ..คุณหนู คุณชายที่คุณหนูเจอวันนี้เป็ท่านอ๋องน้อยนะเ้าคะ”
“ข้ารู้อยู่เเล้ว”
เเค่ชื่อก็รู้เเล้ว เหิงหยางหลิว เป็ลูกของเยี่ยนอ๋องเเละหลินหลินเม พ่อก็สนใจเเต่ทำงานในกองทัพ เเม่ก็เเทบจะไม่สนใจเลย
เเต่เื่นี้มันเื่ในครอบครัวฉันทำอะไรมากไม่ได้หรอก คงมีเเต่ค่อยดูเเลหยางหลิวอยู่ห่างๆเท่านั้นเเหละ
ฉันเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงเรือนเเต่ก็เห็นเเขกทั้งสองนั่งรอด้วยสีหน้าง้องอน
“เอ่อ.. รอนานกันไหมเอ๋ย”
“พี่ฟางเนทำไมกลับดึกขนาดน้ีขอรับ” เป็ซงหยวนถาม
พึ่ง 5 โมงกว่าๆเองมะ
“เเหม สระบัวมันสวยดีน่ะ”
“ทำไมไปไม่บอกข้าเลย”
ที่นี้เป็ฟางไป๋ ที่ทำหน้าง้องอนเเบบนั้นคืออยากไปดื่มชาด้วยหรอ
“ก็พี่เห็นว่าทุกคนไม่ว่างกันเลยไม่อยากรบกวน เอาน่าๆ นี้มารอกินข้าวกับพี่หรอ”
“ขอรับ/ขอรับ”
“งั้นมากินกันเถอะ ฟางไป๋กับซงหยวนทำงานมาเหนื่อยๆคงหิวเเล้ว”
ไม่นานอาหารก็มาถึง ปกติซงหยวนกับฟางไป๋มักจะมากินข้าวเย็นด้วยเป็ประจำเเต่วันไหนที่งานเยอะจริงๆจะส่งคนมาบอกข่าว
ส่วนท่านพ่อเห็นว่าไม่มีเวลาว่างเลยเพราะตอนนี้กำลังทำศึกกับชนเผ่าในพื้นที่อยู่ พื้นที่ที่ชนเผ่าอยู่นั้นเป็ทางผ่านที่จะลอบทำลายเเคว้นของศัตรูได้
ในาที่เขาพูดว่าสู้กันอย่างยุติธรรมมันไม่มีหรอก หนทางไหนที่ทำให้ชนะเขาก็ทำกัน ในาไม่ใช่เเค่เก่งอย่างเดียวต้องเ้าเล่ห์ด้วย
“พี่ฟางเนขอรับพรุ่งนี้ตลอดทั้งวันพวกเราจะมีการฉลองที่ชนะศึกกับชนเผ่าได้เพราะงั้นเลยอยากชวนพี่ฟางเน่เข้ารวมฉลองด้วย” ฟางไป๋กล่าวอย่างตื่นเต้น
“ใช่ขอรับ พวกเราจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็ขวัญกำลังใจให้ทหารทุกคนที่ทำงานหนัก เเล้วพรุ่งนี้หัวหน้าชนเผ่าก็จะมาทำข้อตกลงด้วย ข้าอยากให้พี่ฟางเนได้เปิดหูเปิดตาดูการทำสัญญาระหว่างชนเผ่าด้วยขอรับ” ซงหยวนกล่าว
“ใช่ๆ ข้าได้ยินมาว่าการทำสัญญากับชนเผ่าต่างๆนั้นเเตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนเผ่านั้นๆด้วย” ฟางไป๋เสริม
“เหหห น่าสนใจๆ”
ฉันฟังทั้งสองเล่าเื่ที่ไปต่อสู้กับชนเผ่ายังไงบ้าง หรือได้ศึกษาสมุนไพรใหม่ๆจากชนเผ่านี้ด้วย จนถึงเวลาที่เหมาะสมก็เลยเเยกย้ายกันไปนอน