ณ ใต้มหาสมุรนิรันทร์ ที่มีฟองอากาศขนาดใหญ่ด้านในเมืองๆหนึ่งและผู้คนมากมายนับล้านคนอาศัยอยู่ นี่คือเมืองหลวงเทพสมุทรเมื่อที่ใหญ่ที่สุดแห่งมหาสมุทรนิรันทร์ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของตระกูลเป่ยที่เป็นมีสายเลือดเทพสมุทรอีกด้วย
ใจกลางเมืองใหญ่ที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลเป่ยภายในห้องนอนห้องหนึ่ง ที่ในเวลานี้มีชายหนุ่มผมสีฟ้าครามกำลังหลับไหลไม่ได้สติอยู่ เป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ๋อพากันมองดูชายหนุ่มคนนั้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ใครกันที่ให้กำเนินชายคนนี้ออกมาได้แม้จะไม่ใช่สายเลือดแท้บริสุทธิ์แต่กลับมีสายเลือดเทพสมุทรถึงเจ็ดในสิบส่วนด้วยกันทั้งสายเลือดฝั่งเทพสมุทรยังเข้มข้นมากอีกต่างหาก
โดนปกติแล้วสายเลือดผสมนั้นจะมีสายเลือดเทพสมุทรอยู่ครึ่งเดียวหรือน้อยกว่าเท่านั้น กรณีของเฟยหรงจึงถูกจัดอยู่ในกรณีพิเศษเป็นอย่างมาก
ในช่วงเวลาไม่ทั้งสองกำลังพิจารณาตัวตนของเฟยหรงอยู่นั้นชายหนุ่มก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาโดยพลัน และหันซ้ายหันขวาอย่างมึนงงก่อนที่สติของเขาจะกลับมาดังเดิม เฟยหรงลุกขึ้นพรวดในทันทีและภอยร่นออกจากเทพสมุทรทั้งสองย่างรวดเร็ว
"พวกท่านต้องการอะไรกันแน่!!"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความตึงเคลียดสุดหัวใจพร้อมกับลูบคลำแหวนมิติของตัวเองที่ตอนนี้หายไปจากนิ้วมือ
"เจ้ากำลังหาไอ้นี่อยู่หรือ"เป่ยอวิ้นเอ๋อโยนแหวนมิติของเฟยหรงไปมาอย่างสบายใจ ในตอนแรกนางกะจะใช้กำลังบังคับเข้าเปิดดูปรากฏว่าแหวนมิติวงนี้กลับเยื่อมโยงทางจิตวิญญานเอาไว้หากฝืนเปิดมันจิตวิญญานของเฟยหรงจะบาดเจ็บสาหัสดังนั้นนางจึงไม่ได้เปิดมันแต่อย่างใด
"ท่าน!!นั่นมันของข้านะ"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ยินยอม ในนั้นมีกระบี่วารีสวรรค์ทั้งยังมีเม้ดยาระดับเจ็ดและระดับแปดที่เขาปรุงเอาไว้ มันทั้งหมดล้วนเป้นของล้ำค่าของเฟยหรงแล้วจะให้อีกฝ่ายเอามันไปง่ายๆได้อย่างไร
"ของเจ้าแล้วอย่างไร เจ้าหนูหากเจ้าตอบคำถามของข้า เจ้าอาจจะได้ของพวกนี้คือก็ได้นะ"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์
"ว่ามา ข้าตอบได้ข้าก็จะตอบ!"เฟยหรงไม่มีทางเลือก แหวนมิติของเขาอยู่ในมือของอีกฝ่ายเขาไม่อยากให้สมบัติล้ำค่าของตัวเองต้องหายไปกับตา
"คำถามนั้นง่ายมาก! พ่อแม่ของเจ้าเป็นใคร??"เฟยหรงถึงกับผงะขึ้นมาทันใด หากบอกไปไม่แน่อีกฝ่ายอาจจะยกคนไปถล่มสำนักของเขาก็เป็นได้
"เอาคำถามอื่น ข้าไม่ตอบ"เฟยหรงเบือนหน้าหนี จะให้เขาขายพ่อแม่ของตัวเองหรือ ไม่มีทาง!
"คำตอบไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ งั้นแหวนมิติวงนี้ข้าริบเอาไว้ก็แล้วกัน อ่อแล้วอย่าคิดหนีจะดีกว่ากำไลวารีสวรรค์จะผนึกพลังปราณของเจ้าเอาไว้ต่อให้เป็นอัจฉริยะเพียงใด ภายใต้มหาสมุทรนี้คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่ ฮิฮิ"นางหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเดินจากไปด้านในมีเพียงเทพสมุทรเป่ยเฉินเท่านั้นที่ยังคงอยู่
"ฮึ้ย! แล้วทำไมท่านไม่ไปเล่า"เฟยหรงกล่าวเสียงดัง เทพสมุทรได้ยินก็ยืนขึ้นมองไปที่ชายหนุ่มพร้อมส่ายหน้าเบาๆหลายล้านปีมานี้ดูเหมือนจะมีเพียงเฟยหรงเท่านั้นที่กล้ากล่าววาจาเช่นนี้กลับเขาและภรรยา แทนที่เขาจะโกรธแต่ไม่รู้ทำไมมันกลับกลายเป็นความเอ็นดูซะอย่างนั้น
เทพสมุทรเป่ยเฉินออกจากห้องไปพร้อมปิดประตู เฟยหรงที่ยังอยู่ถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนที่มันจะกลายเป็นรอยยิ้มออกมา "ฮึฮึ พวกท่านดูถูกข้าเกินไปแล้ว ผนึกพลังปราณของข้าหรือ ข้าไม่ใช่พลังปราณก็ได้"
เฟยหรงเรียกใช้พลังวิญญานของตนเองในทันที พลังวิญญานระดับภัยพิบัติญญานของเขานี้มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับระดับนิพพานดังนั้นการจะหนีออกไปไม่ใช่เรื่องอยากเย็นอีกต่อไป เฟยหรงค่อยๆเปิดประตูช้าๆเวลานี้ไม่มีผู้ใดเผ้าหน้าประตูเลยสักคนเดียว เฟยหนุ่มเดินออกไปด้านนอกอย่างระมัดระวังในที่สุดเขาก็ออกมาจากเขตชั้นในของคฤหาสน์ได้ในที่สุด
"ให้ตายเถอะ ทำไมข้าจะต้องมาลำบากลำบนอะไรเช่นนี้ด้วย"เฟยหรงกล่าว ตัวเขาค่อยๆแอบไปตามพุ่มปะการังและค่อยๆขยับตัวออกไปเนื่องจากตอนนี้ระดับราชันเทวะอยู่กันให้เกลื่อนไปหมดดังนั้นเขาจึงไม่อยากประมาทแต่อย่างใด แม้อีกใจจะอยากออกตามหาแม่ของเขาก็ตามแต่ด้วยที่เป่ยอิงอิงแม่ของเขาเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งตระกูลเป่ยดังนั้นการจะเข้าใกล้นางจะง่ายดายได้อย่างไร เฟยหรงจึงต้องจำใจออกมาก่อนพอหลังจากหนีออกไปได้เขาจะไปพัฒนาตัวเองให้แข้งแกร่งและกลับมาช่วยแม่ของเขาอีกที
"เจ้าหนู มาทำอะไรที่นี่งั้นหรือ"เฟยหรงสะดุ้งเฮือกในทันทีจู่ๆก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มหันกลับไปมองพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านหลังนั้นไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นมังกรตัวน้อยเกล็ดสีน้ำทะเลที่กำลังมองมายังเขาด้วยแววตาประหลาด
"เอ่อ....ข้าว่าจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกน่ะขอรับ แต่หาทางออกไม่เจอ"เฟยหรงทำเป็นใจดีสู้เสือ เขารับรู้ได้ว่ามังกรตนนี้พลังไม่ได้ยิ่งย่อนไปกว่าหลงเสี่ยวหยาแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงแทรงทำเป็นจะคนในที่กำลังจะแอบไปด้านนอกแทนนั่นเอง
"โอ้เป็นเช่นนั้นเองหรือ งั้นให้ข้าพาไปส่งไหมข้าน่ะเป็นถึงจักรพรรดิมังกรวารีเชียวนะรู้ทุกสถานที่ของเมืองหลวงนี้เลยก็ว่าได้"ใช่ นางคือจักรพรรดิมังกรวารีหลงอวิ้นหลัน นั่นเอง
"มะ ไม่ดีกว่าขอรับ ข้าจะไปเดินเที่ยวเล่นกับท่านจักรพรรดิมังกรได้อย่างไรกัน หากทำเช่นนั้นข้างนอกได้วุ่นวายกันพอดีข้าไม่เอาด้วยหรอก"เฟยหรงกล่าวเขาค่อยๆเดินถอยหลังและหันกายเดินไปจากจุดนั้น หลงอวิ้นหลันที่เห็นว่าเฟยหรงไม่ได้พานางไปด้วยก็ทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจก่อนที่นางจะตะโกนออกมาสุดเสียง "อวิ้นเอ๋อ!!เด็กที่เจ้าพามากำลังจะหนี!!"
เสียงของจักรพรรดิมังกรวารีดังกึกก้องจนเหล่าราชันเทวะโดยรอบต่างมองกันเป็นตาเดียว เฟยหรงตื่นตระหนกในทันทีพอเขาหันกลับไปที่จักรพรรดิมังกรวารีตอนนี้นางกลายร่างเป็นมนุษย์และกำลังยิ้มเยาะเฟยหรงอยู่ 'บัดซบ! นางแกล้งข้า!!ที่แท้นางรู้แต่แรกแล้วว่าข้าเป็นคนที่เจ้านายของนางพามา'เฟยหรงคิดในใจใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือด เหล่าราชัเทวะหลายคนมารุมล้อมเขาเอาไว้ ด้านบนเทพสมุทรทั้งสองยืนมองเฟยหรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขบขันดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจะรู้อยู่แล้ว
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!! ข้าโดนปั่นหัวหรือนี่"เฟยหรงแทบจะทรุดเข่าลงในทันใด แท้จริงแล้วเขาไม่มีทางหนีออกไปได้ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ ยิ่งคิดเขายิ่งหงุดหงิดเอามากๆเลยทีเดียวที่โดนอีกฝ่ายแกล้งปั่นหัวเช่นนี้
'เป็นไงเป็นกัน!!'เฟยหรงคิดในใจ เขาลุกขึ้นแล้วมองไปยังเทพสมุทรทั้งสองที่ยืนยิ้มอยู่ด้านบนหลังคาคฤหาสน์ก่อนที่จะกล่าวข่มขู่ "หากท่านไม่ปล่อยข้าไปข้าจะเผ่าที่นี่ให้วอด!"
"เผาที่นี่ เจ้าหนูที่คือมหาสมุทรนิรันทร์นี่เจ้าพูดตลกอะไรกันละเนี้ย"
"ใช่ เจ้าหนูนี่บ้าไปแล้วแม้แต่เปลวเพลิงสวรรค์หากนำมาใช้ที่นี่ยังต้องมอดดับแต่เจ้าหนูนี่กลับบอกว่าจะเผาที่นี่ น่าขำๆจริงๆ"ราชันเทวะพากันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ของเทพสมุทรจะถูกเผาทำลายได้อย่างไร
"ก็อย่างว่านั่นแหละเจ้าหนู หากเจ้าทำได้ก็ลองทำดูสิ"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวขึ้น เฟยหรงเมื่อได้ยินคำท้าทายของนางเขาได้สร้างดาบจากเปลวเพลิงอัสนีของเขาขึ้นมาและพุ่งผ่าออกไปราวกับคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น
"ผู้ฝึกตนพลังวิญญาน!!"เป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ๋อประหลาดใจขึ้นมาในทันที ดาบที่ชายหนุ่มกวัดแกว่งอยู่นี้ถูกสร้างมาด้วยพลังวิญญานอย่างแน่นอน นี่เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กอายุเพียงยี่สิบต้นๆจะมีพลังปราณระดับเทวะและพลังวิญญานระดับภัยพิบัติวิญญานไปพร้อมๆกัน เจ้าเด็กนี่เป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร
"ทักษะเปลวเพลิงเก้าชาติภพ ชาติภพที่เจ็ดเปลวเพลิงทำลายล้าง"เฟยหรงกล่าวลั่นกระบี่เพลิงอัสนีที่แฝงไปด้วยเจตจำนงค์แห่งการทำลายล้างฟาดลงพื้นที่บริเวณที่เขายืนอยู่ในทันที เฟยหรงเคลื่อนกายหนีอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงอัสนีปะทุขึ้นมาหลายจุดถูกเผาไหม้เหล่าราชันเทวะพากันตกใจอย่างไม่หยุดยั้ง หรือเจ้าเด็กนี่จะสามารถเผ่าทำลายที่นี่ได้จริงๆกัน ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจของทุกๆคนทั่วบริเวณ
"เห้อ เด็กคนนี้เหนือคามคาดหมายจริงๆอวิ้นหลัน เจ้าไปจับเขาหน่อยสิ"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวเช่นนั้น หลงอวิ้นหลันในร่างมนุษย์พยักหน้าและหายไปจากบริเวณในทันที ในตอนนี้นางดูกระตือรือร้นในการไล่ตามเฟยหรงไม่น้อยเลยทีเดียว
"เจ้าหนูน้อยยอมให้พี่สาวจับซะดีๆ"หลงอวิ้นหลันกล่าวเมื่ออยู่ด้านหลังของเฟยหรงมือของนางเตรียมคว้าจับชายหนุ่มเอาไว้ ทันใดนั้นเฟยหรงเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วก่อนจะหันและหลบไปอีกทาง จนทำให้หลงอวิ้นหลันพุ่งเข้าชนกับกลุ่มก้อนปะการังขนาดใหญ่ในทันที
"ตูม!!"
"หึ้ย! เจ้าเด็กคนนี้ข้าชักจะโกรธแล้วนะ"นางลุกขึ้นเพิ่มความเร็วสูงสุดอีกครั้งแต่ก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไร ทันทีที่จะคว้าจับชายหนุ่มเฟยหรงมักจะหลบนางได้เสมอเนื่องจากการประลองในงานชุมนุมมันลับสัญชาติญาณของเขาจนเฉียบคมแล้วนั่นเอง
"บ้าเอ้ย ทางออก!! ทางออกอยู่ไหน!!"เฟยหรงกวาดสายตาไปทั่วทันใดนั้นเขาก็เห็นประตูขนาดใหญ่ที่มีราชันเทวะเฝ้าอยู่สองคน เฟยหรงจึงตรงดิ่งไปอย่างไม่ลังเล
"หยุดตรงนั้นซะ!!"ราชันเทวะที่เฝ้าประตูกล่าวพร้อมชี้หอกมาทางชายหนุ่ม ส่วนทางด้านเฟยหรงเขาไม่ได้สนใจอะไรและยังคงวิ่งตรงต่อไปอย่างไม่ลังเล
"ตูม!!!"
"อะ ไร กัน!!"เฟยหรงพุ่งชนม่านพลังอย่างจังจนถึงกับทรุดตัวลงในทันใด ในตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความเจ็บใจประตูทางออกอยู่ด้านหน้าของเขาเพียงไม่ถึงลี้ด้วยซ้ำ
"ฮ่าๆๆเป็นไงละ หลอกให้พี่สาวชนพวกปะการังไปหลายที ตัวเองชนบ้างเจ็บหรือไป หมดเวลาเล่นแล้วไปๆกลับๆ"หลงอวิ้นหลันมาถึงจุดที่เฟยหรงนั่งอยู่ นางก็กล่าวออกมาอย่างสบายใจพร้อมกับลากตัวเฟยหรงกลับไปอย่างอารมณ์ดี ในตอนนี้เฟยหรงก็ได้แต่ปล่อยให้นางลากกลับไปทั้งอย่างนั้นไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดสายตายังคงมองไปที่ทางออกอย่างอาลัยอาวรณ์
"เห้อ นี่มาแค่วันเดียวยังวุ่นวายขนาดนี้ เห็นทีข้าคงต้องควบคุมดูแลเขาเองเสียแล้ว"เป่ยเฉินกล่าว
"ฮี่ๆแต่เขาก็ดูตลกดีนะ มีราชันเทวะและจักรพรรดิเทวะมากมายขนาดนั้นยังมั่นใจว่าตนจะหนีรอด หากเป็นคนอื่นคงตัดใจและนั่งอยู่เฉยๆไปแล้ว"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าว
"เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ลูกหญิงเป็นอย่างไรบ้าง"เป่ยเฉินกล่าวอีกครั้งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย
"ท่านพี่ไม่ต้องกังวล ตอนนี้น้ำแข็งละลายออกไปหมดแล้วอีกไม่นานก็คงฟื้นตื่น เด็กคนนี้นี่จริงๆเลยเล่นผนึกตัวเองสะหนาแน่นขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่บัลลังก์ราชันแห่งวารีและแสงแห่งเทพสมุทรช่วยไว้เกรงว่าจะต้องอยู่อย่างนั้นไปอีกพันปีเลยทีเดียว"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอย่างเหนื่อยใจ
"เรื่องลูกคงต้องฝากเจ้าด้วยส่วนเจ้าเด็กคนนี้ข้าจะรับมือเอง"เป่ยเฉินกล่าวก่อนที่เขาหายตัวจากไป เป่ยอวิ้นเอ๋ออดส่ายหัวไม่ได้นี่เป็นครั้งแรกเลยที่สามีของนางจะใส่ใจคนอื่นนอกจากครอบครัวขนาดนี้