เฉินกัง อาซือ ฟางลี่พร้อมพาหนะทั้งสามของพวกเขาได้กลับมาส่งภารกิจกันเรียบร้อยหมดแล้วทั้งสามมองหาไป๋เซียนแต่ก็ยังคงไม่เห็นแม้กระทั่งเงาทั้งสามเป็ห่วงว่าไป๋เซียนจะรอดกลับมาไหมจึงตัดสินใจพากันเดินทางไปยังทิศที่ไป๋เซียนต้องไปทำภารกิจเพราะตอนก่อนแยกกันแต่ละคนได้บอกแล้วว่าตัวเองได้ภารกิจอะไรทุกคนจึงรู้ว่าจะไปตามหาไป๋เซียนได้ที่ไหน
พอทั้ง 3 เดินทางมาถึงท้ายหมู่บ้านด้านที่จะไปถึงป่าพันปีภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ไป๋เซียนที่เอาแต่วิ่งหนี แล้วมีชายร่างใหญ่วิ่งตามพร้ะโกนให้ไป๋เซียนชักกระบี่ออกมาสู้กับเค้า แต่ไป๋เซียนก็เอาแต่วิ่งหนีไม่ได้คิดจะต่อสู้แต่อย่างใด
ทางด้านของพยัคฆ์ดำและัวารีพาหนะทั้งของทั้งสองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ผลัดกันรุก ผลัดกันรับเห็นแล้วน่าอนาถใจยิ่งนัก
ทั้งสามเมื่อมาเห็นสภาพของไป๋เซียนตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะสงสาร หรือจะขำดี สุดท้ายแล้วเฉินกังที่เป็คนที่ทนไม่ไหวแล้วก็ออกหน้าไปช่วยไป๋เซียนเป็คนแรก “กำแพงปฐี” เฉินกังใช้วิชากั้นกำแพงดินระหว่างไป๋เซียนและเฟยลู่เพื่อให้ทั้งสองได้หยุดการวิ่งไล่กัน ไป๋เซียนที่เห็นว่ามีคนมาช่วยแล้ว จึงได้หยุดวิ่ง และยืนหอบอยู่ เค้าเงยหน้ามาเห็นเพื่อนๆ ก็ดีใจ และเอ่ยขอบคุณเฉินกังที่ออกหน้ามาช่วยเค้า
ด้านเฟยลู่ที่เห็นฟางลี่เดินเข้ามาก็ลืมไป๋เซียนไปจนหมด แล้วเข้าไปหาสาวสวยทันที “สาวน้อย เดินทางมาหาพี่เองเลย ตัดสินใจจะไปกับพี่แล้วใช่ไหมจ้ะ” เฟยลู่ทักทายสาวชุดน้ำตาลแดงด้วยแววตาเป็ประกาย
“ฉันไม่ได้มาหานาย ฉันมาตามหาเพื่อนฉันต่างหาก” สาวเ้าตอบกลับแล้วก็เดินไปหาไป๋เซียนโดยที่ไม่สนใจเฟยลู่อีกเลย
ทั้งสามเข้าไปหาไป๋เซียนสอบถามอาการ แล้วก็พากันมุ่งหน้ากลับเข้าหมู่บ้านเพื่อไปส่งภารกิจก่อนค่ำโดยไม่สนใจเฟยลู่ที่ยืนมองฟางลี่ดวงตาเป็มันอีก
“ไป๋ซวง ไปกันเถอะ”ไป๋เซียนเรียกเพื่อนสนิทที่ช่วยให้เค้าผ่านวิกฤตมาได้ให้ไปจากตรงนั้นด้วยกันไป๋ซวงที่ตอนนี้ปรับขนาดร่างกายให้ไป๋เซียนอุ้มได้ก็วิ่งมาเกาะไหล่เค้าแล้วเดินไปด้วยกัน
ณ หมู่บ้านพันปี
ใกล้เวลาพลบค่ำแล้วประชากรก็ยังดูบางตากว่าตอนขาเข้ามาเกินกว่าครึ่งพวกเขาทั้งสี่ไม่รู้ว่าแต่ละคนต้องไปเจอด่านอะไรกันบ้างเพราะตลอดเส้นทางที่พวกเขาไปปฎิบัติภารกิจ ของตัวเองกันนั้นต่างก็ไม่เคยเจอผู้เล่นคนอื่นๆเลย ก็จะเจอเฉพาะเวลาที่มาจุดที่ต้องติดต่อ หรือรับภารกิจใหม่เท่านั้นดังนั้นแล้วเค้าก็คิดว่าทางเกมส์คงจะมีระบบในการไม่ได้ผู้เล่นได้เจอกันเป็แน่แต่กระนั้นไป๋เซียนก็แอบคิดว่า แล้วทำไมเค้าถึงยังเจอเฟยลู่บ่อยๆนะและครั้งนี้ก็เหมือนว่าทางนั้นจะมารออยู่ก่อนแล้วด้วย
เค้าจึงลำบากใจและประหลาดใจอยู่เนืองๆ
ทั้งสี่ส่งภารกิจและลงทะเบียนการประลองเรียบร้อยโดยทุกคนจะได้รับการแบ่งสายการประลองเป็ตามธาตุที่ตัวเองเลือกโดยพวกเขาเพิ่งสังเกตว่าแต่ละคนมีธาตุที่ไม่เหมือนกันเลยนั่นก็หมายความว่าพวกเขาก็ไม่ต้องมาประลองกันเอง จนกว่าถ้าใครสามารถเป็ที่1ของสายได้ ก็จะต้องมาประลองกันในแต่ละสายเพื่อชิงที่1 กันเท่านั้นเองซึ่งจริงๆแต่ละคนก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าตัวเองจะรอดไปจนถึงด่านชิงที่ 1 แต่ก็จะทำเต็มที่กันอย่างแน่นอน โดยสายการประลองจะแบ่งเป็ 5 สายคือ
- ธาตุวารี(น้ำ) คือ ไป๋เซียน
- ธาตุวาโย(ลม) คือ อาซือ
- ธาตุปฐี(ดิน)คือ เฉินกัง
- ธาตุพฤกษ์(ไม้) คือ ฟางลี่
- ธาตุอัคคี(ไฟ)ก็คือ เ้าชายร่างั์ที่ขยันมาหาเื่ไป๋เซียนนั่นก็คือ เฟยลู่นั่นเอง
โดยทั้ง 5ธาตุจะมีผู้เข้าร่วมประลองทั้งหมด 32สาย จับคู่ประลองเพื่อเข้ารอบในด่านต่อไปตามธาตุของตัวเอง จนกระทั่งชิงที่1 ของสายธาตุได้ จึงจะนำที่1 ของแต่ละสายมาเจอกันเพื่อชิงตำแหน่ง King of God นั่นเอง
เมื่อลงทะเบียนแบ่งสายกันเรียบร้อยทั้งสี่ก็ต้องออกจากหมู่บ้านพันปี เพื่อเดินทางไปดินแดงห้าสาย 5线地 เพื่อเข้าร่วมการประลองทันทีโดยเ้าหน้าที่เอไอได้แจ้งกับพวกเขาว่าพวกเขาสามารถเช็คตารางการประลองแล้วสามารถนัดวันเวลาในการประลองกับผู้เล่นที่เป็คู่ประลองได้ เพื่อความสะดวกในการแข่งขัน ทั้งนี้เค้าจะได้รู้ว่าใครคือคู่ประลองในรอบนั้นๆก็ต่อเมื่อพวกเขาไปลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแต่ละรอบเรียบร้อยแล้ว โดยมีระยะเวลา 3 วันในการจัดการประลองให้เสร็จสิ้นในแต่ละรอบเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจัดงาน
ทั้งสี่พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวระหว่างที่แยกกันไปทำภารกิจกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอาซือที่ตื่นเต้นเป็พิเศษเมื่อพบว่าเ้าลิงที่เค้ารำคาญและแสนวุ่นวายนี้ก็มีประโยชน์แล้วก็เป็ผู้ที่ช่วยให้เค้าผ่านด้านนั้นมาได้และนับจากนั้นมาเค้าก็มองเ้าลิงเก้าหางนี้ใหม่เอาใจใส่จนเรียกได้ว่าเอาอกเอาใจจนออกนอกหน้าเลยกะว่าได้ สร้างความตลกขบขันให้กับเพื่อนๆทั้งสามยิ่งนัก
เฉินกังที่ปกติไม่ค่อยจะพูดแต่เมื่อถูกไป๋เซียนคะยั้นคะยอให้เล่าเหตุการณ์ที่เค้าไปเจอมาก็อดไม่ได้ที่จะเปิดปากแล้วเล่าออกมาเช่นเดียวกัน ซึ่งพอทุกคนได้ฟัง ก็อดอึ้งกับเื่ราวนั้นไม่ได้ ทุกคนมองไปที่เ้าหมาป่าตัวสีดำสนิทที่เดินอยู่ข้างเฉินกังอย่างทระนงตัวราวกับว่ามันรู้ว่าทั้งสี่กำลังเอ่ยชมมันอยู่
เฉินกังเล่าว่าภารกิจที่เค้าได้รับนั้นคือไปนำหินศิลาในถ้ำพันปีมาให้ได้แล้วพอเขาไปถึงก็เจอเ้าถิ่นที่เค้าสู้อย่างไรก็เอาชนะไม่ได้จนกระทั่งขณะที่เค้ากำลังจะเสียทีให้เ้าถิ่นนั้นลีเลี่ยนก็วิ่งเข้าไปหาเ้าถิ่นพร้อมขยายร่างของตัวเองให้กลายเป็มนุษย์หมาป่า ตัวใหญ่ร่างดำตาสีแดงกระโจนเข้าใส่เ้าถิ่น แล้วก็ลากเ้าถิ่นหายไปในถ้ำลึกเค้าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ออกมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปราว 10นาที ลีเลี่ยนก็ออกมาจากในถ้ำ พร้อมคาบศิลาพันปีสีแดงเืออกมาให้แล้ววางตรงหน้าเค้า แล้วทำท่าประจบสอพลอ เค้าจึงเอ่ยชมและลูบหัวมันอย่างยินดี
เรียกได้ว่าในคราวนี้พาหนะของพวกเขาทั้งสี่ก็ได้เผยโฉมที่แท้จริงออกมาว่าแต่ละตัวนั้นทำอะไรได้และจะช่วยให้พวกเขาชนะการประลองได้อย่างไร
ทั้งสี่เดินทางมาเรื่อยๆผ่านวิวทิวทัศน์สวยงามต่างๆมากมาย สองข้างทางล้วนมีธรรมชาติและสรรพสัตว์ให้ชมตลอดการเดินทางจนกระทั่งมาถึงที่หนึ่ง ที่ดูคล้ายเกาะ เพราะโดยรอบถูกล้อมด้วยแม่น้ำทั้งห้าสายที่มากันแล้วล้อมรอบดินแดงแห่งนี้ไว้ทำให้ดูเหมือนเกาะที่ถูกปกป้องโดยแม่น้ำ5 สาย โดยตรงกลางเกาะก็ยังมีูเาสูงที่ตั้งตระง่านรอคอยผู้ที่จะไปเยือนอยู่
ทั้งสี่เดินทางไปถึงจุดที่เป็สะพานเชื่อมต่อเพื่อเข้าไปสู่ดินแดนห้าสายอันเป็เป้าหมายหลักของพวกเขาปรากฏว่าการที่จะเข้าไปในดินแดนห้าสายได้นั้นพกเขาจะต้องตอบคำถามจากธาตุของตัวเองให้ได้จึงจะได้ผ่านเข้าไป และมีโอกาสที่ผิดได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้นถ้าเกินสามครั้งแล้วไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ก็ให้กลับมาในวันถัดไปโดยรอบๆเกาะก็จะมีธุรกิจ ร้านค้า ห้องพักต่างๆเต็มไปหมดเพื่อให้ผู้เล่นที่ไม่สามารถข้ามได้ได้พักผ่อนกัน เพื่อรอวันใหม่ที่จะสามารถเข้าไปตอบคำถามใหม่อีกรอบ
ทั้งสี่เลือกกันว่าจะไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองหน้าด่านกันก่อนแล้วจึงค่อยเข้าไปตอบคำถามเพื่อเข้าไปในดินแดนการประลอง
“ว้าว....ปิ่นนี้สวยจังเลย”ฟางลี่ ตื่นเต้น กับการเดินช็อปปิ้งในเมืองหน้าด่านจนหนุ่มๆทั้งสามที่เห็นก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“ข้าว่านะตัวจริงของยายนี่ต้องเป็ขาช็อบแน่ๆ” อาซือพูดกับไป๋เซียน
“นั่นสินะ...” ไป๋เซียนตอบรับพร้อมหัวเราะเบาๆ
“เดี๋ยวเราไปเจอกันที่สะพานอีกครึ่งชั่วยามนะ” เฉินกังพูดกับสองหนุ่มโดยไม่ทันฟังคำตอบ เค้าก็เดินเลี่ยงไปอีกทางเสียแล้ว
“สงสัยจะแอบไปช็อบปิ้งบ้างแน่ๆ”อาซือบ่น แล้วทั้งสองก็มองหน้ากันแล้วพากันหัวเราะร่วน
“อ้าวเฉินกังไปไหนแล้วละ” ฟางลี่กลับมาหาสองหนุ่มพร้อมกับปิ่นอันสวยในมือพร้อมกับเครื่องประดับอีกหลายชิ้น
“สงสัยจะไปหาซื้อของละมั้งเห็นบอกว่าจะไปเจอกันที่สะพาน” ไป๋เซียนตอบฟางลี่
แล้วทั้งสามก็พากันไปหาของอร่อยทานกันก่อนจะไปเข้าด่านการประลอง
“นี่ถ้าโลกจริงเป็แบบนี้ก็ดีสินะ”ไป๋เซียนบอกกับเพื่อนร่วมทางทั้งสอง
“นั่นสินะ...คงจะดีไม่น้อย” อาซือพยักหน้ารับว่าเห็นด้วยกับไป๋เซียน
“นี่ พวกนายจะมาดราม่าทำไมเราเข้ามาในเกมส์เพื่อให้พวกเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่โลกจริงเราทำไม่ได้ดังนั้นแล้วเราก็ต้องใช้ชีวิตนี้ให้เต็มที่ จะมานั่งคิดเยอะทำไม” ฉันสั่งอาหารของฉันแล้วนะพวกนายจะสั่งอะไรเพิ่มไหม
ทั้งสามทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย พอเห็นว่าใกล้เวลาที่นัดกับเฉินกังไว้แล้วทั้งสามจึงจ่ายเงินแล้วเดินทางไปที่สะพานเพื่อเตรียมข้ามไปยังดินแดนห้าสายเพื่อประลองรอบแรกในทันที
ทั้งสี่ผ่านเข้ามาในดินแดนห้าสาย 5线地 อย่างไม่ยากนัก และเมื่อข้ามฝังมาถึงภาพเบื้องหน้าก็ดูตระการตามากสำหรับทุกๆคน พื้นที่ถูกแบ่งออกเป็ 6 ส่วนชัดเจน โดยรอบๆ 5โซนเป็ลานประลองของแต่ละธาตุและตรงกลางมีถ้วยรางวัล King of God ตั้งตระง่านอยู่บนแท่นสูง โดยภายในลานประลองแต่ละธาตุนั้นจะมีเพียงคู่ประลองเท่านั้นที่เข้าไปได้และกองเชียร์จะอยู่ด้านนอกโดยมีเขตกั้นสนามพลังอยู่ทำให้ไม่เป็อันตรายต่อคนดูแน่นอน
ทั้งสี่พากันเดินชมสถานที่โดยรอบก่อนจะกลับมาที่จุดลงทะเบียนการประลองโดยทั้งสี่ตกลงกันว่าจะจัดเวลาการประลองเรียงกัน โดยจะไม่ซ้อนทับเวลากัน เพื่อที่ถ้าคนใดคนหนึ่งไปประลองอีกสามคนก็จะได้ไปให้กำลังใจที่ขอบสนามได้
ทุกคนตกลงกันตามนั้นและก็เข้าสู่จุดลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวเองทันทีอีก ไม่กี่นาทีต่อมา คู่ต่อสู้ในด่านแรกของแต่ละคน ได้เผยโฉมหน้าออกมาทั้งสี่ตกลงนัดเวลาการประลองเรียบร้อย โดยฟางลี่จะได้เป็คู่ประลองคนแรกในหมู่พวกเขาทั้งสี่ต่างให้กำลังใจกันและสอบถามว่า เธอพร้อมใช่ไหม
ฟางลี่เรียกอันอันออกมาบอกว่าเธอสบายมาก ตอนนี้เหลือเวลาอีก ประมาณครึ่งชั่วยามก่อนการประลองทั้งสี่จึงตกลงกันว่าจะไปดูการประลองของคู่อื่นก่อนเพื่อเป็การศึกษาไปในตัว
เวลาผ่านไปคนที่ได้รอบประลองคนสุดท้ายในกลุ่มก็คือ ไป๋เซียน
อาซือ ส่งเสียงเชียร์อยู่ด้านนอกลานประลองเฉินกังยืนกอดอกยืนดูอยู่เงียบๆและฟางลี่ที่ตอนนี้กลายร่างไปเป็เชียร์ลีดเดอร์เรียบร้อย
ไป๋เซียนหันมามองเพื่อนๆของพวกเขาพร้อมชูสองนิ้วเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เป็ไรในเมื่อเพื่อนๆของเค้าต่างก็สามารถผ่านรอบแรกไปได้ เขาเองก็ต้องผ่านไปได้เช่นกัน
คู่ต่อสู้ของไป๋เซียนเป็จอมยุทธ์หนุ่มชุดสีม่วงหน้าตาคมสันรูปร่างสมส่วน ผมยาวถึงกลางหลังสีดำสนิท มีทวนยาวเป็อาวุธมีหงส์แดงเป็พาหนะ
จอมยุทธ์ชุดม่วงเปิดการต่อสู้ก่อนโดยใช้กระบวนท่าวารีในอีกแบบ บวกกับการผสานเข้ากันได้ดีกับพาหนะหงส์แดงทำให้ไป๋เซียนรู้ว่านี่ไม่ได้คู่ต่อสู้ที่ธรรมดาเลย
ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ อย่างสูสี ยังไม่มีใครเผยจุดอ่อนของกันและกันให้เห็น ไป๋เซียนหันไปหาไป๋ซวง เค้ามองตากันแล้วพยักหน้า ไป๋ซวงที่ทำท่าเหมือนรับรู้ได้กลายร่างของตัวเองทันที ไป๋ซวงขยายร่างใหญ่ขึ้นกว่า 3เท่าทำให้หนุ่มชุดม่วงแอบใเล็กน้อยกับการเปลี่ยนแปลงตรงหน้า ไป๋เซียนไม่รอช้าอาศัย่เวลาที่คู่ต่อสู้เผลอใช้ท่าไม้ตายระดับ 8 วารีเพลิงพิชิตชัยในทันที
เมื่อการประลองจบลงไป๋เซียนเดินไปขอบคุณและขอโทษคู่ประลองของเค้า ซึ่งเค้ารู้ชื่อภายหลังว่า “หลินเจา”หลินเจากล่าวชมไป๋เซียนและแสดงความยินดีกับเค้า และมอบของสิ่งหนึ่งให้ไป๋เซียนก่อนที่เค้าจะออกจากเกมส์นี้ไป