ตอนที่ 14
ข้าโดนตาลุงปลาหมึกเล่นงานซะน่วมอยากกลับบ้านชะมัด
ข้าเบื่อที่จะต้องพูดคำนี้จริงๆแต่คราวนี้ข้าไม่รอดแน่ๆ!
ข้าต้องเผชิญหน้ากับอสูรน้ำแข็งรูปร่างเหมือนหนวดปลาหมึกที่แทงทะลุพื้นน้ำแข็งขึ้นมาข้ายังคงไม่เห็นส่วนลำตัวของมันและอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกเลยหนวดของมันมีผลึกน้ำแข็งเรืองแสงสีฟ้าครามฝังเอาไว้ดูราวกับเป็ต้นเสาแห่งเวทมนตร์หนวดนั่นค่อยๆรัดร่างที่ห่อหุ้มไปด้วยเกราะเวทมนตร์ของข้าแรงรัดของมันมากพอที่จะป่นหินผาให้แหลกเป็ผุยผง หน้าแปลกที่ข้ายังคงไม่บี้แบนเพราะพลังมหัศจรรย์ของเกราะเวทมนตร์ที่อาเธอร์สร้างขึ้นจึงทำให้ข้ายังคงมีลมหายใจแต่ก็อาจจะทนต่อไปได้อีกไม่นานภายในห้วงแห่งความคิดข้าััได้ว่าความทนทานของเกราะเวทมนตร์ค่อยๆลดลงเรื่อยๆเกิดความเสียหายที่ทำให้เกราะแตกร้าวพลังเวทมนตร์ที่เสริมความแข็งแกร่งให้เกราะลดลงจนเหลือเพียง66% ข้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับตัวเลขแต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าอีกเพียงครึ่งทางข้าก็จะซี้ม่องเท่ง
อาเธอร์ะโเข้ามาช่วยข้ามันะเิพลังออร่าสีแดงสร้างอาวุธเวทมนตร์สายฟ้าหลากหลายประเภทก่อนจะซัดทั้งหมดนั่นเข้าแทงร่างของปลาหมึกน้ำแข็งเืสดๆสาดกระจายและแข็งตัวทันทีศาสตราทั้งหมดส่งสายฟ้าฟาดร่างของมันอย่างหนักหน่วง แน่นอนว่าข้าเองก็โดนไปด้วยพวกเราได้รับความเสียหายอย่างหนัก ข้ารู้สึกได้ว่าร่างกายชาวูบๆและหัวขาวโพลนคิดว่าชั่วครู่หนึ่งที่ิญญาของข้าหลุดออกจากร่างและเห็นท่านพ่อมายืนยิ้มให้หนวดของสัตว์ร้ายคลายออก ร่างข้าร่วงลงกระแทกกับพื้นดึงสติของข้าให้กลับมาอีกครั้งพลังงานของเกราะลดลงวูบเดียวจนเหลือเพียง39% โอเค นี่มันเกินครึ่งทางไปแล้ว
เป็อีกครั้งที่อาเธอร์บังคับร่างของข้าผ่านการบังคับเกราะเวทมนตร์ซึ่งข้ารู้สึกขอบคุณมันมากๆ เพราะร่างกายของข้าชาวูบไม่สามารถขยับเขยื่อนไปไหนได้เ้าอาเธอร์บังคับข้าให้ลอยหนีออกมาจากอสูรร่างั์ที่กำลังจะรู้สึกตัวมันเกิดอาการบ้าคลั่งฟาดหนวดไปทั่ว เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แผ่นน้ำแข็งแตกคลื่นน้ำจากใต้แผ่นน้ำแข็งซัดสาด และที่บริเวณผิวน้ำ อะไรบางอย่างกำลังผุดขึ้นมา
ข้าดันตัวขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มคืนสภาพเพื่อจ้องมองสัตว์อสูรที่เหมือนจะอันตรายที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอมามันไม่ใช่ปลาหมึกอย่างที่ข้าคิดหากแต่ดูเหมือนชายแก่ผิวขาวซีดที่มีส่วนขาเป็หนวดปลาหมึกนับสิบๆเส้นร่างกายใหญ่โตสูงราวๆสิบห้าเมตร เรือนผมสีฟ้าครามยาวสลวยรูปร่างคล้ายสาหร่ายดวงตาที่มีแต่ตาขาวดูดุร้าย มันดูเหมือนเทพเ้าแห่งท้องทะเลผู้เกรี้ยวกราดข้าไม่เคยเห็นเทพเ้ามาก่อนหรอกแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเทพเ้าจะต้องทำให้ข้าลืมหายใจได้คล้ายๆกับสัตว์อสูรที่อยู่ต่อหน้าข้าตอนนี้นี่แหละ
“อา...ตายแน่” ข้าร้องครางในลำคอ
“เขาว่ากันว่าตาลุงแก่ๆจะใจอ่อนกับเด็กผู้หญิงนะลองอ้อนให้มันปล่อยเราดูไหม” อาเธอร์พูดเล่นในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเ้าแมวส้มก็เป็แบบนี้เสมอ
ในมือข้างขวาของสัตว์อสูรตัวนั้นข้าเห็นตรีศูลที่เป็หอกสามง่ามถูกจับเอาไว้มั่นมันเรืองแสงสีฟ้าครามและอยู่ในรัศมีที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาเสียบข้าให้เป็รูข้ารู้สึกว่าต้องรีบหนี ทันทีที่คิดเช่นนั้นข้าก็บินขึ้นหนีไปให้ไกลจากศัตรูมากที่สุด
พริบตานั้นเองที่ระบบบางอย่างในชุดเกราะเวทมนตร์ก็เตือนข้าว่าจะมีการโจมตีมาจากทางด้านหลังพร้อมกับบอกทิศทางที่ข้าควรขยับหลบแต่ข้าเคลื่อนที่ช้าไป ข้ารู้สึกได้ถึงของแข็งกระแทกเข้าแผ่นหลังอย่างจังร่างข้าเหมือนถูกทุบด้วยค้อนจนข้ารู้สึกว่ากระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดข้าปลิวกระเด็นแทกเข้ายอดเขาน้ำแข็งก่อนจะพุ่งทะลุเข้าปะทะกับกำแพงอีกต่อหนึ่งจากนั้นข้าก็ััได้ถึงความเย็น ข้าถูกผนึกเอาไว้ในน้ำแข็งที่หนาแล้วข้าก็สลบไปทันที
.
.
.
ข้าค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดระบมไปทั่วทั้งร่างกายน่าแปลกว่าที่นี่ไม่ใช่โลกหลังความตายความหนาวเย็นะเืบอกกับข้าว่าข้ายังอยู่ในมหาดันเจี้ยนแห่งน้ำแข็งข้าััได้ถึงความอบอุ่นเล็กน้อยจากปลายขามันมากจากกองไฟที่ตรงกลางเป็ดาบเพลิงของลูคัสกำลังลุกไหม้ด้วยเวทมนตร์ของชายนักสำรวจผมแดงนั่น
“รู้สึกยังไงบ้าง” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นข้าหันขวับไปและนั่นทำให้คอของข้าปวดร้าวจนหน้าของข้าบิดเบี้ยวไปเพราะความเ็ป
“ท...ท่านเนียเรส” ข้าพบว่าตัวเองเสียงแหบพร่าอย่างไม่น่าเชื่อ คอของข้าเจ็บระบมข้าหนาวสะท้าน ร่างกายอ่อนแรงและเหมือนจะมีไข้ มีกลิ่นคาวเือยู่เต็มปากนี่ข้าเป็หนักขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย
ไม่สิถ้าพูดกับตามจริงนี่มันน่าเหลือเชื่อมากที่ข้ายังรอดตายอยู่ได้
“ท่านมาที่นี่ได้ยังไงกัน” โซวาโรที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจสุดขีด
“ข้าไม่คิดว่านี่เป็เวลาที่เหมาะแก่การสืบสวนหรอกนะ”เนียเรสหันไปมองเขม่นใส่ โซวาโรเหมือนจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปจึงโค้งหัวขอโทษอย่างสำนึกผิด
“พวกท่าน...ช่วยข้าไว้เหรอ” ข้าเค้นเสียงถามกลับไปบ้าง เหมือนว่ามอนสเตอร์แข็งแกร่งตัวนั้นจะถูกขับไล่ไม่ก็ถูกสยบลงไปแล้วเมื่อมองไปยังรอบๆห้องแห่งนี้ข้าก็พบว่ารูปร่างของน้ำแข็งในมุมต่างๆเปลี่ยนไปมากทีเดียวหลายจุดที่แตกระแหง และมีหลายจุดที่แหว่งเว้าอย่างไม่เป็ธรรมชาติ
“ไม่ระหว่างที่พวกข้ามุ่งหน้ามาก็พบกับเ้าที่าเ็อย่างหนักกับแมวของเ้าที่นอนสลบอยู่จนถึงตอนนี้” เนียเรสชี้ไปยังอาเธอร์ซึ่งถูกห่อไว้ด้วยถุงหนังหนาๆร่างกายของมันสะบักสะบอม
อย่าบอกนะว่าอาเธอร์เป็คนโค่นเ้าสัตว์อสูรั์ตนนั้นด้วยตนเองน่ะ
“ข้าน่ะยกย่องเหล่านักสำรวจที่กล้าหาญอยู่เสมอ”ลูคัสพูดขึ้น แต่ด้วยท่าทีเหมือนกำลังจะตำหนิข้า “แต่สำหรับความบ้าบิ่นของเ้าในครั้งนี้...”
“พอได้แล้วน่า” เนียเรสขัดขึ้นและช่วยข้าจากการถูกพวกผู้ชายรุมด่าเอาไว้ได้ ข้ารู้สึกชอบนางเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ“ถ้าจะทำตัวน่ารำคาญกันก็เอาไว้หลังจากนี้เถอะ”
ให้ตาย ท่านเนียเรสนางเป็นักสำรวจที่เท่ชะมัดเล่นเอาเ้าพวกผู้ชายขี้เก๊กนั่นจ๋อยไปเลย
ข้าพักผ่อนต่ออีกเล็กน้อยพวกเราจึงเริ่มเดินทางกันต่อท่านเนียเรสเรียกกวางน้ำแข็งออกมาด้วยตราอัญเชิญของนางกวางน้ำแข็งตัวนี้มีขนสีฟ้างดงาม เขาของมันทำมาจากผลึกน้ำแข็งดูเปราะบางแต่ก็เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ร่างกายบึกบึนและมีมัดกล้ามเนื้อที่สวยงามข้าที่เดินไม่ค่อยไหวจึงต้องขึ้นไปขี่บนหลังของมัน มีท่านเนียเรสนั่งอยู่ด้านหน้ากลิ่นของนางหอมมาก ในมือของข้าอุ้มอาเธอร์ที่หลับไปอยู่ในถุงหนังและด้านหน้าขบวนคือพวกผู้ชายสองคนที่เดินมุ่งหน้าไปยังห้องถัดไป
“เ้าชื่อฟีเชียร์สินะ” ท่านเนียเรสเอ่ยทำลายความเงียบ “นี่เป็ครั้งแรกสินะที่เ้าได้เผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งของมหาดันเจี้ยนน่ะ”เนียเรสหันมาถามข้า เรือนผมยาวสลวยของนางสะบัดเกือบจะเข้าตาข้าด้วย
“ข้าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร”ข้าตอบไปตามตรง “ข้าอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมหาดันเจี้ยนมันไม่ปกติใช่ไหมที่จู่ๆทางเข้าก็หายไป แล้วข้าก็ถูกส่งมาใจกลางฝูงสัตว์อสูรน่ะ”
“ใช่ ไม่ปกติ” เนียเรียสตอบข้า ก่อนที่ลูคัสซึ่งอยู่น่าขบวนจะแทรกขึ้นมาว่า
“ถ้าเป็มหาดันเจี้ยนในยามปกติระดับความแข็งแกร่งของพวกมอนสเตอร์จะค่อยๆไล่ระดับขึ้นไปพวกที่อยู่ห้องแรกๆของทางเข้าไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ผิดกับพวกที่อยู่ลึกๆซึ่งบางตัวต่อให้รวมนักสำรวจระดับสุดยอดมาก็ยังโค่นมันไม่ได้ง่ายๆ”ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงอธิบายข้านึกเคืองนิดๆที่หมอนั่นแย่งบทพูดท่านเนียเรสไปเฉยเลย “ข้าก็เลยรู้สึกชอบมหาดันเจี้ยนที่บ้าคลั่งนี่มากกว่าแบบเก่าเพราะมันน่าตื่นเต้นจะตาย”
“นี่ไม่ใช่เื่ที่เ้าจะเอามาล้อเล่นนะลูคัส”ท่านเนียเรสเห็นไปปรามชายผมแดงที่ดูจะสามารถติดตลกใส่ทุกเื่รอบตัวได้หมดหญิงสาวนักผจญภัยหันมาอธิบายกับข้าว่า “มหาดันเจี้ยนที่บ้าคลั่งนอกจากจะทำให้สัตว์อสูรแข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดปกติแล้วมันยังเกิดการเคลื่อนตัวของห้องต่างๆจนมั่วไปหมดนอกจากจะทำให้ที่นี่มีสภาพเหมือนเขาวงกตแล้ว มันยังทำให้ระดับของสัตว์อสูรไม่สอดคล้องกับระดับความลึกของห้องต่างๆด้วย”ท่านเนียเรสอธิบายข้าบอกได้เลยว่าข้าสามารถนั่งฟังเสียงของนางได้ทั้งวันมันทำให้ข้ารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก “ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือเ้าสามารถจะเจอสัตว์อสูรรับดับสูงได้ั้แ่ก้าวแรกในการสำรวจเลยล่ะ พวกนักสำรวจหน้าใหม่ก็เลยไม่ค่อยมีใครรอดกลับไปที่กิลด์ยามเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งนี้”
“เหมือนที่ข้าเจอไปเมื่อกี้นี้สินะ”ข้าพึมพำ โชคดีแล้วที่ข้ามีอาเธอร์คอยปกป้องข้ารู้สึกขอบคุณมันจากก้นบึ้งหัวใจก่อนที่จะสะหงิดใจกับบางอย่างที่ท่านเนียเรสเพิ่งจะพูดออกมา “ที่ท่านบอกว่าแผนที่ใช้ไม่ได้ในมหาดันเจี้ยนอันบ้าคลั่งแล้วพวกท่านใช้อะไรนำทางในการสำรวจครั้งนี้งั้นเหรอ”
เนียเรสเงียบไป ลูคัสหัวเราะแห้งๆโซวาโรเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงสุดเอือมละอาว่า
“ไม่มีขอรับ”
ข้าช็อก “อะไรนะ” โซวาโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า
“ใครซักคนในทีมของเราเพิ่งจะโยนสิ่งที่ใช้นำทางให้สัตว์อสูรกินไปเพราะงั้นตอนนี้เราก็เลยไม่มีเครื่องนำทางขอรับ”
“ก็ถ้าไม่ทำเช่นนั้นพวกเราก็จะตายกันหมดนะ”ลูคัสแย้งขึ้นมา
“โดยที่ไม่ถามความเห็นของคนในทีมซักคำ”โซวาโรตำหนิ
ท่านเนียเรสถอนหายใจ “ยังไงก็เถอะ ข้าอยากจะบอกเ้าเอาไว้ว่าพวกเราเองต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่สุดๆเหมือนกัน”
โปรดติดตามตอนต่อไป